ตอนที่ 58
หาใช่นางฟ้า...ข้าคืออสูร 1
หญิงสาวปิดซ่อนใบหน้าด้วยผ้าคลุมดำที่ห้อยคลุมลงมาจากหมวกฟางปีกกว้างพริบตาที่เอ่ยคำอาจหาญ ก็ทะยานเหยียบอากาศธาตุว่องไวจนชุดคลุมสีม่วงอ่อนที่สวมใส่พลิ้วกระพือไม่หยุดยั้งเมื่อจุดมุ่งหมานยมิใช่สันติ ก็มิต้องเปลืองถ้อยคำเจรจาความหญิงสาวจึงเป็นฝ่ายเปิดฉากลงมือจู่โจมก่อน ผืนผ้าแพรสีชมพูเข้มที่พันรัดสองแขนทะยานพุ่งราวแส้วิเศษตรงเข้าหาเหวินอู่
ยอมปรากฏตัวแล้วรึ !!!
เหวินอู่ระแวดระวังตั้งแต่ต้นเมื่อผู้เฝ้าดูอีกคนปรากฏมันจึงตวาดดังพร้อมลงมือตอบโต้ ฝ่ามือขวากางเหยียดฟาดออกไปตามทิศทางของผู้มาใหม่อักขระที่พันรัดรอบแขนปรากฏเรืองแสงวาบ ระดับบ่มเพาะที่สะกดเอาไว้ไต่สูงในพริบตา...ลมปราณเที่ยงแท้ขั้นต้นเป็นระดับของผู้ฝึกตนที่มิใช่จะพบเจอกันได้โดยง่าย ฝ่ามือเพิ่งฟาดออกบรรยากาศรอบข้างพลันแตกระเบิดในพริบตาลมปราณที่แตกกระจายดุดันก่อเกิดใหม่เป็นม่านทรงกลมกระแทกออกทุกทิศทางปกป้องรอบกายก่อนจะผลักทะยานเข้าปะทะกับกระบวนท่าของหญิงสาวปริศนา
ไร้ประโยชน์ !!!
เสียงหวานแว่วกังวาน ผ้าแพรที่สะบัดไวพลันเรืองแสงวูบแปรเปลี่ยนจากผ้าแพรธรรมดากลายเป็นอสรพิษร้ายดวงตาแดงฉานขนาดมหึมา ท่วงท่าดุร้ายอ้าเขี้ยวคมพุ่งเข้าฉกกัดใส่ม่านพลังปกป้องของเหวินอู่
สองกระบวนท่าห้ำหั่น ก่อเกิดแรงกระชากกระเบิดออกไปทุกทิศทางสมุนทั้งสองของเหวินอู่ถูกแรงปะทะผลักร่างกระเด็นล้มเสียหลักกลิ้งถอยไปไกล
ฝุ่นควันจางไวเหวินอู่เห็นม่านปกป้องเพียงปรากฏรอยร้าวกระหยิ่มใจ สายตากวาดสูงหมายแสดงความดูแคลนคู่ต่อสู้ แต่แล้วกลับไม่พบร่างหญิงสาวอยู่ที่จุดเดิมแล้วทันใดนั้นนึกขึ้นได้ เร่งกวาดสายตาสำรวจใกล้ ค่อยพบว่าร่างของเด็กหนุ่มผมขาวกลับถูกแย่งชิงไปแล้ว
“บัดซบ !!! มันมาเพื่อช่วยคนเท่านั้น”เหวินอู่เดือดดาล “คิดมาก็มาคิดไปก็ไป มันไม่ง่ายดายเช่นนั้นหรอก” สิ้นคำเหวินอู่ก็ทะยานตามหลังหญิงสาวปริศนาที่ทะยานหลบหนีไปยังทิศทางที่นางเพิ่งจะจากมาสมุนทั้งสองเมื่อเห็นเหวินอู่ลอยเหินติดตาม รีบลุกขึ้นหยิบอาวุธคู่กายออกมากระชับแน่นทะยานตามหลังไปโดยมิลังเล
เหวินอู่ทะยานขึ้นสูง พร้อมเร่งความไวเป็นเท่าทบด้วยมั่นใจในพลังฝีมือคิดปิดฉากการต่อสู้โดยไว แต่ไม่คาดคิด เมื่อพ้นจากเขตโล่งกว้างหญิงสาวปริศนาที่วางร่างของหลงจิวเมิ่งซุกซ่อนเอาไว้ พลันชะงักหยุดขวางกั้นมิได้หลบหนีต่อไป
“ข้าขอเตือนพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายว่าอย่าได้คิดติดตามข้าอีก” เสียงหวานแว่ว แม้แสดงออกด้วยระดับบ่มเพาะหลอมรวมลมปราณสุดปลายแต่กลับมีอำนาจสำกดข่มน่าเกรงขาม
“นังเด็กเมื่อวานซืน ชิงตัวเป้าหมายของพวกเราแล้วยังมีหน้ามาข่มขู่พวกข้าอีก อย่าหวังว่าวันนี้เจ้าจะมีชีวิตรอดกลับออกไปเลย”ยิ่งรับรู้ระดับบ่มเพาะของฝั่งตรงข้าม เหวินอู่ยิ่งมั่นใจในตนเอง
“ถือว่า...ข้าเตือนพวกเจ้าแล้วนะ”เสียงหวานยังมาทันจางหาย ข้อแขนขาวสะบัดไวปรากฏกำไลทองผุดเด่นเคลื่อนสั่นไหวไปมา รอยยิ้มงามภายใต้ผ้าคลุมหน้าพลันแปล้เปลี่ยนเป็นนิ่งเรียบจริงจัง ดวงตาสีฟ้าของนางส่องประกายไอสีม่วงดำลี้ลับสุดหยั่ง
พริบตาที่หญิงสาวเริ่มลงมือ สภาวะบิดเบี้ยวพลันปรากฏขึ้นรอบข้างแสงสว่างในรัศมีหนึ่งร้อยก้าวกลายเป็นขมุกขมัวไม่เด่นชัดเสียงดังกังวานของโลหะแหลมแว่วขึ้นอีกสองครา ทั้งร่างที่อาบไปด้วยลมปราณเที่ยงแท้ขั้นต้นคุ้มกันของเหวินอู่พลันถูกแรงกดทับมหาศาลจู่โจมจนขยับเคลื่อนไหวลำบากแต่แรงกดทับเป็นเพียงการจู่โจมเริ่มต้นเท่านั้น ด้วยอึดใจต่อมามิติเวิ้งว้างขมุกขมัวรอบด้านพลันหดยุบบีบเข้าประชิดแรงทำลายบดขยี้พลันสูงขึ้นกว่าแรงกดทับไปอีกนับสิบเท่า
ครานี้เหวินอู่รู้ฤทธิ์ของคู่ต่อสู้แล้ว ไม่กล้าประมาทเลินเล่ออีกเรียกหาศาสตราวิเศษคู่กายทะยานออกจากแหวนมิติของตน...ร่มบุบผาโลหิตศาสตราระดับปฐพี กระชากกางเพียงครั้ง แรงกระเพื่อมของยอดศาสตราพลันกรีดผ่าแรงกดทับรอบกายกระจายออกลมปราณไร้สภาพที่กดทับก่อนหน้ากลายเป็นคลายลง ทันทีที่กลับมาเคลื่อนไหวได้สะดวกดายอีกครั้งเหวินอู่ไม่ลังเลลงมือตอบโต้เอาคืน ร่มกางพับหุบ ก่อนเสือกแทงปลายแหลมด้านตรงข้ามกับก้านร่มเข้าหาร่างของหญิงสาวปริศนากระแทกทะลวงเข้าใส่รัศมีลมปราณแปลกพิสดารที่ห่อหุ้มร่างของนางจากทางด้านหน้า
เปรี๊ย เปรี๊ย เปรี๊ย... !!!
เสียงดังลามเลียราวเกล็ดน้ำแข็งหนาที่แตกร้าวไม่หยุดยั้งแต่ม่านพลังปกป้องยังมิแตกสลายทันที จนกระทั่งร่มวิเศษในมือของเหวินอู่คลี่กางออกอีกครั้งลมปราณที่หน่วงเอาไว้ก่อนพลันสูบกลืนเข้าสู่ยอดศาสตรา อักขระที่ถูกวาดสลักบนใบร่มพลันสาดแสงเรืองรองลมปราณที่อัดเข้าใส่ศาสตราวิเศษ ก่อเป็นคลื่นรูปพัดกระแทกซัดซ้ำเติมค่อยปรากฏเสียงแตกระเบิดดังสะท้านตามหลังผลจากการปะทะไม่เพียงทำให้หญิงสาวปริศนาจำต้องถอยหลัง พร้อมลงมือปัดป่ายป้องกันแต่ยังลามไปถึงหมวกฟางปีกกว้างที่เชื่อมต่อกับผ้าโปร่งปกปิดใบหน้าที่ถูกพัดปลิว
“อย่าได้คิดหนี” ใบหน้าดุดันพร้อมแยกเขี้ยวยิงฟันของเหวินอู่เอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหญิงสาวชักเท้าทะยานห่างกลับหลัง แต่แล้วเมื่อใบหน้าของเด็กสาวปรากฏชัดค่อยรู้สึกราวน้ำเย็นราดสาดเข้าใส่จิตใจอันรุ่มร้อน“สวรรค์...ข้ามิเคยพบเจอความงามดุจนางฟ้าจำแลงเช่นนี้มาก่อน”
ชายชุดดำทั้งสองที่ตามหลัง เพิ่งบรรลุถึงข้างกายเหวินอู่พร้อมเสียงแตกระเบิดพลันได้ยินถ้อยคำของผู้เป็นหัวหน้าแปลกหูไป ค่อยใช้สายตาไล่ทวนไปตามทิศทางที่หญิงสาวปริศนาทะยานห่าง
แรกเห็นใบหน้าชายชุดดำทั้งสองพลันชะงักงัน แต่เด็กสาวที่เพิ่งรู้ตัวว่าหมวกที่ปกคลุมใบหน้าหลุดปลิวมิได้ยินดีตกเป็นเป้าสายตา กำไลทองที่สวมใส่ทั้งสองข้อมมือขาวพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีนิลเงางาม ดวงตาคมกล้าสีฟ้าอ่อนส่องประกายวาววับหลอกหลอนราวกับถูกซ้อนทับด้วยมายาภาพ คล้ายจริงคล้ายลวง กำไลสีนิลทั้งสองพลันสั่นไหวโดยมิต้องขยับ เสียงดัง...กรุ๊ง...กริ๊ง...กรุ๊ง...กริ๊ง !!! ก้องกังวานต่อเนื่องราวกระดิ่งแก้วกระจายออกไปทุกทิศทางเสียงใสเสนาะหูจนผู้คนไม่ทันระวัง กลายเป็นหัวหมุนเคลิบเคลิ้ม ราวกับต้องมนตร์สะกดตกอยู่ในสภาวะงมงายหลงทางอยู่ในมายาภาพ
ปากแดงเรื่อสมบูรณ์ราวภาพวาด เผยอขึ้นเล็กน้อยพร้อมเอ่ยเสียงหวานใสแต่เนื้อความกลับเย็นชายิ่ง “วันนี้ข้ามิได้อยากมือเปื้อนโลหิตดังนั้นข้าจะขอเตือนพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จงไสหัวไปให้พ้น”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า วิชาหลอนวิญญาณของเจ้าอาจจะทำอันตราย ให้สมุนของข้าได้แต่อย่าหวังว่าจะใช้กับข้าได้” เหวินอู่มิใช่ชนชั้นธรรมดาลำพังระดับบ่มเพาะลมปราณเที่ยงแท้ก็สูงล้ำจนสยบค่ายสำนักในเมืองเมฆขาวได้โดยลำพังอีกทั้งในมือยังปรากฏ...ร่มบุบผาโลหิต ศาสตราระดับปฐพีขั้นต้นมีหรือที่มันจะยินยอมถอยหนี “แต่ถ้าเด็กน้อยเจ้ายินยอมตามข้ากลับไปปรนนิบัติทุกเช้าค่ำ ข้าเองอาจจะ...”
งาช้างมิเคยงอกเงยออกจากปากสุนัข !!!
เสียงขึงตวาดลั่น ถ้อยคำสะท้านดังพร้อมสองมือที่ประกบเข้าหากันเคลื่อนใกล้แต่มิได้แนบติดยิ่งกำไลสีนิลส่องประกายซ้ายขวาเคลื่อนใกล้ เสียงเปล่งกังวานจากที่เคยสะท้านใส ยิ่งมายิ่งกลายเป็นเดือดดาลมิแตกต่างจากกลองศึก ผิดวิสัยของโลหะที่สั่นไหว แม้ภายนอกปรากฏเสียงเลื่อนลั่นแต่ยังมิเท่าเสียงที่ดังกระหึ่มสะท้านสองหูของศัตรูทั้งสาม