เตียเหอโส่วคอยมองสีหน้าพ่อบ้านใหญ่สกุลสวี่เอาไว้ตลอดเวลา อีกฝ่ายยังคงนั่งจิบน้ำชาก้มหน้านิ่งเฉยดังเดิม ราวกับเื่เหล่านี้เขาเพียงแค่มารอฟังผลของมันเท่านั้น แต่ไม่ได้มาเรียกร้องหรือออกความเห็น
นายท่านใหญ่สกุลเตียมองไปที่บุตรสาวคนโต ยามนี้อย่างไรการหมั้นหมายระหว่างสวี่ซ่งจื่อกับเตียอวี้จิงก็ยังไม่ทันได้ถูกยกเลิก แม้จะได้ยินว่าสวี่ซ่งจื่อจะล้มป่วยหนักแต่ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้เสียเมื่อใด เขาจึงตัดสินใจต้องเลือกทางเดินให้บุตรสาวคนโตที่ยังไร้คู่ครอง
“เ้าทำให้สกุลเตียของเราต้องอับอายขายหน้ายิ่งนัก หากไม่เห็นแก่มารดาเ้า ข้าจะโบยเ้าให้ตายคามือไปเสียเดี๋ยวนี้เลย!” เตียเหอโส่วคำรามอยู่ในคอตะคอกบุตรสาวคนรองเสียงดังพร้อมกับลอบชำเลืองไปทางพ่อบ้านสกุลสวี่ไปด้วย
“คุกเข่าขอขมาพี่สาวเ้าที่ลงมือกับคู่หมั้นของนางเสีย แล้วเก็บข้าวของออกจากจวนไปให้เร็วที่สุด เ้าไม่ใช่คุณหนูรองสกุลเตียอีกต่อไปแล้ว!”
“ท่านพี่! นั่นบุตรสาวของเรานะเ้าคะ จะขับไล่นางไปที่ใดกัน!" ลี่ฮูหยินลมแทบจับ แม้จะไม่พอใจเื่ที่เตียอวี้หลานกระทำลงไป แต่นั่นก็บุตรสาวแท้ๆ คนหนึ่งของนางเช่นกัน
“เ้าไม่ต้องมาขัดขวาง อวี้จิง! พาแม่เ้ากลับเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้!” เตียเหอโส่วตัดสินใจขับบุตรสาวคนรองออกจากสกุล เพื่อแสดงความชัดเจนกับสกุลสวี่ว่าตนได้ลงโทษเตียอวี้หลานในสถานหนักแล้ว เสียบุตรสาวที่ดื้อรั้นสร้างเื่งามหน้าไปคนหนึ่ง แต่ยังรักษาสัญญาหมั้นหมายและชื่อเสียงให้บุตรสาวคนโตเอาไว้ได้ เตียเหอโส่วชั่งน้ำหนักในใจได้อย่างรวดเร็ว
เตียอวี้หลานย่อมไม่รู้สึกอะไรกับการถูกขับไล่ออกจากตระกูลในครั้งนี้อยู่แล้ว นางไม่ได้เป็บุตรสาวแท้ๆ ของพวกเขา ไม่มีความรู้สึกผูกพันใดๆ เพียงแค่รู้สึกเสียใจแทนเ้าของร่างเดิมอยู่บ้างที่ดูเหมือนนางจะไม่ได้รับความรักจากผู้เป็บิดาสักเท่าใดนัก จึงเป็เหตุให้นางในอดีตพยายามเรียกร้องความสนใจและกลายเป็คนนิสัยเสีย
“ข้าตัดสินลงโทษนางเช่นนี้แล้วหวังว่าสกุลสวี่คงจะพอใจไม่เอาเื่เอาราวกับนางอีกนะท่านพ่อบ้าน” เตียเหอโส่วหันมาถามความคิดเห็นจากพ่อบ้านใหญ่โดยตรง
"หวังเพียงว่านายท่านใหญ่จะไม่ขับไล่นางออกทางประตูหน้าแล้วรับกลับเข้ามาทางประตูหลังก็พอ ที่ข้ามาครั้งนี้ก็ได้รับคำสั่งให้มาดูให้แน่ใจว่าสกุลเตียจะจัดการโทษของนางได้เหมาะสมหรือไม่เท่านั้น หากท่านทำไม่ได้ข้าจะได้อาสาไปแจ้งกับทางการให้จัดการแทนขอรับ”
เตียเหอโส่วหน้าเขียวคล้ำขึ้นมาทันที ตนคิดอยู่ในใจเอาไว้ว่าจะลอบนำตัวเตียอวี้หลานไปซ่อนไว้กับตู้อี๋เหนียงไม่ให้ก้าวออกจากเรือน ยามนี้เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายคงจะตามดูการกระทำของตนต่อไปอีกแน่
“แน่นอน ข้าตัดสินใจไปแล้วย่อมไม่คืนคำ หากสกุลสวี่เห็นนางก้าวกลับเข้ามาในจวนสกุลเตียอีกครั้งเมื่อใด ก็ให้พวกท่านจัดการกับนางตามเห็นควร นางไม่ใช่คนสกุลเตียอีกต่อไปแล้ว!” เตียเหอโสว่ตัดใจเด็ดขาด ในใจก็กล่าวโทษบุตรสาวตัวดีเต็มที่ว่าเป็เพราะนางสร้างเื่ราวขึ้นมาเอง
สกุลสวี่กับสกุลเตียเป็คู่ค้าใหญ่สองสกุลที่แข็งแกร่งทัดเทียมกัน แต่สกุลเตียมีเพียงทายาทสตรี หมดรุ่นตนไปแล้ว บุตรสาวที่เหลือทั้งหมดจะดีจะชั่วเขาย่อมต้องพึ่งพาสกุลพ่อค้ามาช่วยสืบทอดทรัพย์สมบัติเอาไว้ และแน่นอนว่าหากเชื่อมความสัมพันธ์กับสกุลที่ร่ำรวย บุตรสาวของตนย่อมไม่เสียเปรียบ เตียอวี้หลานเกือบทำเื่ดีๆ ให้เสียไปอยู่แล้วเชียว
“ว่าแต่หลานชายซ่งจื่อเถิดอาการเขาหนักมากหรือไม่ อวี้จิงเป็คู่หมั้นของเขาเช่นนั้นก็ให้นางไปดูแลเขาที่จวนสกุลสวี่สักระยะก็แล้วกัน ไม่แน่ว่าหลานชายอาจจะหายป่วยดีวันดีคืน สองสกุลจะได้มีเื่มงคลกันบ้างเสียที”
“เกรงใจแล้วนายท่าน ข้าน้อยได้รับมอบหมายให้มาที่สกุลเตียด้วยเื่สองเื่ เื่แรกก็คือมาฟังคำอธิบายจากสกุลเตียเื่ของนาง” พ่อบ้านใหญ่เชิดปลายคางมองไปยังร่างของเตียอวี้หลานที่ยังคงคุกเข่านิ่งอยู่ที่เดิม
“อีกเื่ก็คือมายกเลิกสัญญาหมั้นหมายระหว่างสองสกุลขอรับ จากนี้สกุลเตียกับสกุลสวี่จะเป็เพียงผู้ค้าที่ซื่อสัตย์ ส่วนข้อตกลงของบรรพบุรุษของสองสกุลก็จบสิ้นกันเสียั้แ่วันนี้ เื่ที่คุณหนูรองทำมันเกินกว่าที่พวกเราจะรับเอาไว้ได้ นายท่านของข้าไม่อยากออกหน้าบอกกล่าวเื่นี้เองเนื่องเพราะละอายใจ หวังว่าท่านจะเข้าใจนะขอรับ”
เตียเหอโสว่หน้ากลายเป็สีผักด้วยโทสะ แต่จะให้ทำเช่นไรเล่า? สกุลสวี่ทำเป็กล่าวถึงเื่การค้าเพื่อให้ตนยอมรับเื่ยกเลิกข้อตกลงเก่าก่อน คิดดูแล้วพวกเขาคงจะเตรียมการมาล่วงหน้า ยามนี้หากยิ่งต่อความยาวไม่ยินยอม ยัดเยียดเตียอวี้จิงให้ออกเรือนไปให้ได้ อีกฝ่ายย่อมตอบโต้กลับมาเช่นกัน เตียอวี้จิงรังแต่จะต้องถูกหยามเกียรติเป็ขี้ปากชาวบ้านเพิ่มไปอีก
“เข้าใจแล้ว เชิญพ่อบ้านกลับไปเถิด ข้าไม่ส่ง!” เตียเหอโส่วออกปากไล่คนแล้วเดินจากไปทันที ไม่หันมามองเตียอวี้หลานที่ยังนั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่ในท่าเดิมแม้ปลายหางตา
คนหลายสิบคนที่อยู่ในห้องโถงรับรองแขกค่อยๆ แยกย้ายกันออกไปทีละคน ทายาทสกุลเตียไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่มีผู้ใดเข้ามาปลอบใจร่ำลาเตียอวี้หลานเลยแม้แต่ครึ่งคำ จนเหลือสาวใช้ที่ติดตามนางมาั้แ่แรกเพียงคนเดียว หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมาจากพื้น
“ขอข้ากลับไปเก็บเสื้อผ้าติดกายสักสองสามชุดได้หรือไม่”
สาวใช้หันมองซ้ายมองขวา นางได้ยินเพียงแต่นายท่านใหญ่ขับไล่คุณหนูออกไปแต่ไม่ได้สั่งความอันใดเพิ่ม นางเม้มปากกัดฟันพยักหน้าตอบรับ ทั้งยังเร่งช่วยหญิงสาวเก็บข้าวของติดตัวออกไปให้มากที่สุด
“คุณหนู ข้าคงไม่ได้ติดตามท่านไป จากนี้ท่านจะไปอยู่ที่ใดเ้าคะ” สาวใช้วัยเยาว์เริ่มรู้สึกเห็นใจเตียอวี้หลานขึ้นมาบ้างแล้ว ไม่ว่าที่ผ่านมานางจะร้ายกาจเพียงใดแต่เห็นได้ชัดว่าดูเหมือนของนางจะสำนึกผิดอย่างแท้จริง นางไม่ได้โต้เถียงหรือแสดงความโกรธออกมาแม้เพียงเสี้ยว
“ข้าก็ยังไม่รู้เช่นกัน” ร่างเล็กกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น นี่เป็คำตอบที่นางไม่ได้โกหก นางเคยเดินทางไกลขนาดนี้เมื่อใดกันเล่า
แต่อย่างน้อยนางก็ยังเหลือต่างหูอยู่บนร่างกับปิ่นปักผมที่สาวใช้เพิ่งปักให้นางใหม่ สองสิ่งนี้อาจพอเป็ค่าใช้จ่ายให้นางเดินทางกลับไปถึงหมู่บ้านหวงหลิง แต่นั่นหมายความว่านางต้องหาทางขายของออกไปแล้วมองหาคนที่ไว้ใจได้เพื่อจ้างเกวียนไปส่ง
“ทำอะไรกันอยู่ เหตุจึงไม่รีบออกไปให้พ้นเสียที!” เสียงแหลมของเตียอวี้จิงดังขึ้นมาพร้อมกับร่างงามของนาง
“พี่สาว” เตียอวี้หลานไม่รู้จะพูดอะไรและไม่อยากต่อไปต่อคำกับสตรีใจดำผู้นี้ ผิดใจกันอย่างไรนางก็ยังเป็น้องสาว แต่เตียอวี้จิงไม่เคยคิดถึงความจริงข้อนี้สักนิด
หญิงสาวโค้งตัวเป็การทำความเคารพอีกฝ่ายแล้วรีบฉวยถุงผ้าที่สาวใช้จัดเตรียมให้นางเตรียมก้าวออกจากเรือนไป
“เอามาดูก่อน เ้าขโมยของอะไรจากสกุลเตียไปบ้าง” เตียอวี้จิงกระชากถุงผ้ามาจากมือน้องสาวอย่างแรง
“ขโมยจริงๆ ด้วย ท่านพ่อข้าขับไล่เ้าออกไป แต่ใช่ว่าจะยอมให้เ้าขนสมบัติออกไปเสียเมื่อใด” เตียอวี้จิงแยกเอาเครื่องประดับหลายชิ้นออกจากถุงผ้า แม้แต่ปิ่นปักผมบนศีรษะของเตียอวี้หลานนางก็ดึงกลับคืนมาด้วย
“คุณหนูใหญ่ ข้าวของเหล่านี้เป็เงินส่วนตัวของคุณหนูรองเ้าค่ะ บ่าวคัดเลือกของที่นายท่านกับฮูหยินมอบให้นางแยกไว้แล้ว” สาวใช้พยายามขอความเห็นใจแทนอดีตนายหญิงของตน
“ไม่เป็ไร ของเ่าั้ข้าไม่สมควรได้รับมันจริงๆ นั่นล่ะ เอาคืนไปเถิด” เตียอวี้หลานยกมือห้ามปรามสาวใช้ นางเลือกผ้าผูกผมมาเส้นหนึ่งมัดรวมเรือนผมที่หลุดลุ่ยกลับคืนไปให้เรียบร้อยแล้วเดินจากไปท่ามกลางความสับสนของเตียอวี้จิง
นางตั้งใจมายั่วยุอารมณ์ของน้องสาว หวังให้บิดาสั่งโบยสตรีผู้นี้ให้หลาบจำสักรอบก่อนจะขับไล่ออกไป แต่การแสดงออกของเตียอวี้หลานก็นิ่งสงบเกินความคาดหวังของนางไปไกลโข
“นาง..นางสำนึกผิดแล้วจริงหรือ” เตียอวี้จิงเพิ่งจะนึกได้ ั้แ่พบหน้ากันที่ห้องโถง น้องสาวไม่ได้โต้เถียงอะไรสักคำ ไม่แม้แต่จะปกป้องตัวเองยามที่นางลงมือด้วยซ้ำ