บทที่22
เื่สำคัญที่จะเกิดขึ้น
ผู้ชายตระกูลเว่ยที่มีนามว่าเว่ยเจ๋อจงนั่งอยู่เบื้องหน้าวางถ้วยน้ำชาที่ตนเองกำลังจะยกขึ้นดื่มลงมองตรงมาที่หยางหลงด้วยรอยยิ้ม
ลู่หยางเห็นรอยยิ้มที่อีกฝ่ายมองตรงมาที่ตนเองส่ายใบหน้าไปมากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ สรุปแล้วท่านมีเื่อันใดกันแน่มองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นข้ารู้สึกไม่ดีเลยสักนิด”
“ ขอถามนายท่านลู่สักหน่อยได้หรือไม่ขอรับช่างมีความรู้ในการรักษามากมายเพียงใด ” เว่ยเจ๋อจงกล่าว
ลู่หยางได้ยินคำถามเช่นนั้นเขาจึงตอบกลับอย่างถ่อมตนออกไป“ ถ้ามีอาจารย์ที่คอยสั่งสอนแต่ก็ร่ำเรียนวิชามาได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นไม่อาจตกต้นว่าตนเองนั้นเป็หมอผู้เชี่ยวชาญได้หรอก ”
คุณชายเว่ยพยักหน้าหนึ่งครากล่าวสวนกลับไป“ แต่ว่าคำเล่าลือที่ผู้คนนั้นต่างพูดกันบอกว่าท่านสามารถรักษาอาการของพ่อบ้านตระกูลค่าโดยใช้เข็มเพียงแค่เล่มเดียวจริงหรือไม่ ”
ลู่หยางพยักหน้าตอบรับกลับไปยังไม่ปกปิดเื่นี้ผู้คนรู้กันทั่วทั้งตลาดถ้าเขาปกปิดไปก็คงจำไม่ได้อะไร
“ เกี่ยวกับวิธีการรักษานั้นเองก็เป็วิธีการรักษาที่ข้าได้รับการถ่ายทอดมาจากท่านอาจารย์ไม่ได้มีอันใดเป็พิเศษถ้าผู้คนร่ำเรียนก็สามารถทำได้ทั้งสิ้น ”
“ แล้วคุณชายเว่ยสรุปแล้วมาพบข้าในครั้งนี้มีเื่อันใดอยากจะให้ข้าช่วยงั้นรึ?” ลู่หยางกล่าวถาม
ตามความคิดของเขาแล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ได้มีเื่รบกวนให้เขาช่วยคงไม่ต้องถึงกับมาที่สถานที่แห่งนี้แล้วก็ดึงดันเข้ามาภายในเรือนของเขาเพื่อหาเื่สนทนาเช่นนี้หรอก
ทีที่ได้ยินเช่นนั้นผู้ที่อยู่ด้านหน้าแปรเปลี่ยนใบหน้าของตนเองกลายเป็ใบหน้าที่จริงจังและใบหน้าที่จริงจังนั้นก็เปลี่ยนไปอีกระดับนึงกลายเป็ใบหน้าที่หนักใจกล่าวออกมาด้วยความกลัดกลุ้มว่า“ ขอบอกเื่นี้ตรงๆข้าให้ผู้คนไปสืบมารู้ว่าท่านเพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ใช่หรือไม่?”
ลู่หยางพยักหน้าตอบรับ“ ท่านคงจะให้คนสืบจากเื่นี้สินะถึงได้พบเจอตัวของข้าได้ง่ายดายเช่นนี้แค่ตรวจดูคนที่เข้ามาอาศัยอยู่ภายในเมืองใหม่ตระกูลที่มีความมั่งคั่งเช่นท่านคงจะทำได้ไม่ยากเย็น ”
คุณชายเว่ยพยักหน้าตอบรับกลับไป“ ใช้แล้วขอรับข้าตรวจดูจากตรงนั้นจริงๆในวันนั้นก็ลองสอบถามผู้คนผู้คนบางคนก็เคยเห็นว่า ท่านมาส่งบุตรสาวของตนเองที่สถานศึกษาเมืองตี้หนานเป็ประจํา”
“ เพราะว่าผู้คนส่วนใหญ่จะสามารถทำได้จากการที่ท่านสะพายกล่องไม้เอาไว้ด้านหลังและข้าก็ให้ผู้คนเริ่มสืบจากตรงนั้นตามหาท่านจนได้มาพบเจอท่านที่สถานที่แห่งนี้ ”
ลู่หยางเขาคิดเอาไว้อยู่แล้วหลักการการตามตัวหรือว่าการสืบหาขอเพียงแค่มีเงินแล้วก็มีกำลังคนมากพอเื่เช่นนี้ทำได้ไม่ยากเย็นนัก
คุณชายเว่ยยังคงแสดงใบหน้าหนักใจของตนเองออกมาแล้วก็กล่าวต่อ“แต่ว่าเื่นั้นมันไม่ใช่สาระสำคัญสิ่งที่เขาอยากจะพูดก็คือถ้าท่านเพิ่งย้ายเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้การที่ท่านเลือกที่มาตั้งหลักปักฐานที่เมืองแห่งนี้คงจะพอรู้มาบ้างว่าเมืองแห่งนี้เหมือนกับศูนย์กลางการค้าขายทางทิศบูรพาของแผ่นดิน”
ลู่หยางพยักหน้าเข้าใจ
คุณชายผู้นั้นกล่าวต่อ“เพราะว่าเมืองแห่งนี้เป็เมืองที่มีการค้าขายรุ่งเรืองเป็อย่างมากตระกูลของข้าตระกูลเว่ยถือว่าเป็สองตระกูลใหญ่ภายในเมืองที่มีการค้าขายใหญ่โตพวกเราทำการค้าขายของต่างๆมากมายมาประมาณสามถึงสี่รุ่นคน ”
“ เพราะว่ามีเื่ที่หนักใจอยู่หนึ่งอย่างตอนนี้ท่านคงจะรู้บ้างว่าห่างไกลออกไปจากเมืองแห่งนี้มากพอสมควรตรงบริเวณเขตปกครองหลันโจวเกิดการก่อฏขึ้นมา”
“ แล้วตรงบริเวณนั้นมันก็กำลังมีาที่เริ่มขึ้นเื่นั้นทำให้เมืองนี้ได้รับผลกระทบประมาณนึงแต่สิ่งที่มันมีหนักมากกว่านั้นมันก็คือโรคระบาด”
ลู่หยางเงยใบหน้าขึ้นเล็กน้อยแสดงใบหน้าตื่นตระหนกใเขาใช้ดวงตาของตนเองต้องมองผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างตาไม่กระพริบ ‘ โรคระบาด ’
ภายในใจบังเกิดความสงสัยขึ้นมาแต่ความสงสัยที่บังเกิดขึ้นมาภายในใจเขาก็ไม่สามารถข่มมันเอาไว้ได้จึงเอ่ยถามออกมาอย่างรวดเร็ว“ โรคระบาดที่หมายถึงหมายความว่าอย่างไรคุณชายเว่ย? ”
เขามาอยู่ที่เมืองแห่งนี้ได้ร่วมเดือนเกี่ยวกับเื่าที่มันกำลังดำเนินอยู่และกำลังจะเริ่มขึ้นเขาพอจะรู้มาบ้าง
เขตปกครองหลันโจวที่อยู่ห่างออกไปเป็เขตปกครองที่มีเมืองอยู่ในการปกครองประมาณห้าเมืองตรงบริเวณนั้นกำลังเกิดการก่อฏกองทัพของเมืองหลวงพุ่งตรงเข้าไปเพื่อที่จะปราบปราม
อยู่ห่างจากเมืองที่เขาอยู่ประมาณนึงเมืองตี้หนานแห่งนี้อยู่ในเขตปกครองมณฑลซีหนานกล่าวได้ว่าอยู่ใกล้กันแต่ว่าก็ไม่ได้ใกล้มาก
ไม่ว่าจะคำนวนจากทิศทางใดภัยของาก็คงจะมาไม่ถึงสถานที่แห่งนี้เพราะแบบนั้นเขาถึงประหลาดใจเกี่ยวกับโรคระบาดเชื่อมโยงกับาได้อย่างไร
คุณชายเว่ยที่กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าถอนหายใจออกมาด้วยลมหายใจที่เหนื่อยหน่าย“ ตระกูลของข้าทำการค้าที่เมืองแห่งนี้มาหลายรุ่นไม่ได้เพียงแค่เมืองแห่งนี้เท่านั้นเมืองภายในเขตปกครองต่างๆทางทิศบูรพารวมแล้วประมาณยี่สิบหัวเมืองล้วนแล้วแต่มีเส้นสายของตระกูลข้าอยู่ทั้งสิ้น ”
“ เส้นสายการค้าทางฝั่งบูรพาแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงกับตระกูลของข้าและเพราะแบบนั้นก็เลยได้ยินข่าวบางอย่างมาและข่าวที่ข้าได้ยินมามันก็ทำให้ข้ารู้สึกหนักใจและเห็นว่าน่าจะเป็ผลกระทบต่อกิจการการค้าขายของข้า”
ลู่หยางได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างทันควัน“ ข่าวที่ได้ยินมาคือเกี่ยวกับโรคระบาด? ”
คุณชายเว่ยพยักหน้าหนึ่งคราตอบรับกลับไปแล้วก็พูดออกมาอย่างรวดเร็ว“ ใช่แล้วขอรับ!!สิ่งที่ข้าได้ยินรู้สึกว่าทางด้านอ๋องหลันมีกุนซือคนนึงเป็คนที่เ้าแผนการด้วยในครั้งนี้เมืองหลวงยกทัพมาถึงหกหมื่นมากกว่าทหารของอ๋องหลันอยู่ประมาณหนึ่งเท่า”
“ ด้วยจำนวนที่ต่างกันขนาดนั้นแทบจะไม่มีทางเลยที่สามารถต้านทานได้แถมคนที่นำทัพมาในครั้งนี้ยังเป็วีรสตรีแห่งราชวงศ์ แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรที่สุดเพราะแบบนั้นกุนซือคนสนิทของอ๋องหลัน เลยได้เริ่มเพาะโรคระบาดขึ้นมารู้สึกว่ามันจะใช้สมุนไพรพิษอะไรหลายอย่างมาผสมรวมกันก่อกำเนิดกลายเป็โรคระบาดเริ่มแพร่กระจายออกมาจากทางด้านเขตหลันโจว”
เกี่ยวกับข่าวที่คนผู้นี้พูดออกมาเป็ข่าววงในที่ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถรู้ได้ถ้าไม่ใช่เขามีสายข่าวอยู่มากมายทางด้านเมืองฝั่งทิศบูรพาคงจะไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้
ข่าวนี้ส่งออกมาเมื่อเร็วๆนี้เมื่อรู้ถึงหูของเขาคุณชายเว่ยภายในใจก็ร้อนรนมีโรคระบาดเกิดขึ้นมันคงจะอันตรายอาจจะมีผู้คนมากมายล้มตายการค้าของพวกเขาอาจจะติดขัด
แน่นอนว่าการค้านั้นเป็เื่เล็กแต่ว่าผู้คนล้มตายนี่สิเป็เื่ใหญ่
คุณชายเว่ยกล่าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง“ เรียนท่านตามตรงนายท่านลู่ เกี่ยวกับเื่นี้ข้ารู้มาอย่างลับๆรู้สึกว่าตอนนี้บริเวณชายแดนเริ่มเปิดากันแล้วและในขณะเดียวกันโรคระบาดก็เริ่มถูกปล่อยออกมาให้เมืองรอบๆเขตหลันโจว ”
“ พวกอ๋องหลันคิดจะใช้โรคระบาดนี้ในการเข่นฆ่าผู้คนมากมายข้าเต็มไปด้วยความกังวลใจจากที่ได้ฟังรู้สึกว่าโรคระบาดนั้นจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ”
“ แล้วอีกอย่างที่เมืองแห่งนี้เป็เมืองจุดศูนย์กลางของการค้าขายมีผู้คนมากมายเดินทางเข้ามาภายในเมือง ”
“ และเพราะว่ามีผู้คนมากมายเดินเข้าออกแทบจะทั้งวันและเป็จำนวนมากมันทำให้ข้ายิ่งกังวลว่าจะมีโรคระบาดเข้ามาภายในเมืองรวดเร็วขึ้น ”
“ บางทีโรคระบาดในครั้งนี้มันอาจจะทำให้ทั่วทั้งแผ่นดินมีผู้คนล้มตายไปมากมายก็ได้” คุณชายเว่ยกล่าวออกมายังกังวลใจ
คนผู้นี้แม้ว่าจะเป็พ่อค้าที่ส่วนใหญ่แล้วพ่อค้าจะมีนิสัยหน้าเืและเห็นแก่ตัวแต่ว่าชายที่อยู่ด้านหน้าลู่หยางสามารถััได้ถึงสิ่งที่แตกต่างออกไป
คุณชายเว่ยดูเป็บุรุษที่มีจิตใจดีพอสมควรแถมยังนึกถึงผู้อื่นตามความคิดของเขาแล้วคนระดับนี้มีเงินทองมากมาย ถ้ารู้ว่ามีโรคระบาดขึ้นมาเพียงแค่นำเงินทองเ่าั้โยกย้ายที่อยู่อาศัยชั่วขณะไปยังเมืองหลวงก็คงจะสามารถอยู่ได้อย่างสุขสบายโดยที่ไม่ต้องกังวลอันใด
แต่ว่าคนผู้นี้กลับยอมมาตามหาเขาให้ช่วยเกี่ยวกับเื่โรคระบาดที่กำลังจะเกิดขึ้นทำให้รู้ว่าคนผู้นี้มีนิสัยและมีจิตใจที่ไม่ได้หยาบกระด้าง
ลู่หยางยกนิ้วมือของตนเองขึ้นมาลูบปลายคางพลางแสดงท่าทางขบคิด‘ ดูเหมือนว่าจะเลือกเวลาออกจากหุบเขาได้ไม่ตรงเวลาจริงๆถ้าโรคระบาดเกิดขึ้นและแพร่กระจายเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้จริงๆหนิงหนิงแย่แน่ ’
ลู่หยางภายในใจบังเกิดความรู้สึกเป็ห่วงบุตรสาวของตนเองถ้ามีโรคระบาดเกิดขึ้นมาจริงๆคนที่จะเสี่ยงที่สุดก็คือเด็กและคนสูงอายุ
ลู่หยางคิดอยู่กับตนเองสักพักเลยหน้าขึ้นมาแล้วถามกับผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเองอีกครั้ง“ คุณชายเว่ยอยากจะให้ข้าช่วยเกี่ยวกับเื่โรคระบาดแต่ว่าท่านบอกมาได้หรือไม่ว่าจะให้ข้าช่วยอย่างไรข้าเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าข้าจะสามารถรักษาโรคระบาดนั้นได้หรือไม่”
ความรู้ของเขามีจำกัดเขาไม่ใช่ผู้วิเศษหรือว่าผู้ล่วงรู้เกี่ยวกับศาสตร์ในด้านการแพทย์เพียงแค่เรียนรู้วิชาเหล่านี้มาอย่างผิวเผินเท่านั้นแล้วอีกอย่างโรคระบาดที่มันถูกสร้างขึ้นมาเป็โรคระบาดชนิดใหม่
คุณชายผู้นี้บอกกับเขาเองว่ามันเป็โรคระบาดชนิดใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมแบบนั้นแสดงว่ามันย่อมไม่มีอยู่ภายในตำรา
มันยิ่งทำให้เขานั้นคิดไม่ตก
คุณชายเว่ยกำลังอยู่ด้านหน้าหันไปหาผู้ที่อยู่ด้านหลังของตนแล้วเขาก็ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาเรียกของบางอย่างจากผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านหลัง
ผู้คุ้มกันร่างกายสูงใหญ่ที่อยู่ด้านหลังไปนำม้วนคัมภีร์ม้วนนึงออกมาส่งให้ผู้เป็นายหลังจากนั้นคุณชายเว่ยที่ได้รับของสิ่งนั้นจากผู้คุ้มกันของตนเองเมื่อรับมันเอาไว้ภายในมือก็มายื่นให้กับลู่หยาง
ลู่หยางกระพริบตามองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าอย่างฉงน
จบบท