หญิงสาวทวนคำอย่างไม่แน่ใจพร้อมกันนั้นก็ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับผู้เป็พ่อด้วย
“ใช่เป็คนใช้ในบ้านเศรษฐี มันดีกว่าทำงานรับจ้างในตลาดที่ลูกทำอยู่นั้นตั้งเยอะไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออกลูกก็ไม่ต้องเสี่ยงว่าวันนั้นจะได้เงินหรือเปล่ารายได้มันแน่นอนกว่ากันเยอะ เขาให้ตั้งเดือนละสองหมื่นแน่ะ”
ยุทธนากล่าวออกไปได้เป็คุ้งเป็แควทั้งที่ความจริงแล้วเขาก็แค่จะหลอกให้ลูกไปอยู่กับลูกชายของอดีตเ้านายตามที่ได้ตกลงกับเขาไว้เมื่อตอนค่ำเท่านั้น
“คนใช้อะไรคะพ่อเงินเดือนตั้งสองหมื่น”
บุญสิตาอุทานอย่างประหลาดใจ
“ก็เขาบอกพ่ออย่างนั้นนี่ไม่เชื่อก็ดูนี่สิ เงินเดือนพ่อเบิกล่วงหน้ามาแล้ว”
ว่าแล้วยุทธนาก็ควักเงินจำนวนตามที่กล่าวออกมาให้บุตรสาวดู
“พ่อไปเบิกเงินเขามาก่อนทำไมพ่อรู้ได้ไงว่าหนูจะยอมไปทำงานนี้”
หญิงสาวโวยวายออกมาทันทีเมื่อเห็นอย่างนั้น
“ก็พ่อเห็นว่าเขาให้เงินเดือนเยอะและเขาก็ยังเป็คนดีที่ไว้ใจได้ แถมยังเป็งานที่สบายกว่างานเก่าของลูกอีก”
ผู้เป็พ่อให้เหตุผล
“พ่อทำอย่างนี้เหมือนมัดมือชกกันชัดๆ”
หญิงสาวต่อว่า
“มัดมือชกอะไรกัน”
ผู้เป็พ่อแย้งเสียงอ่อย
“ก็พ่อเบิกเงินเขามาล่วงหน้าอย่างนี้ก็เท่ากับเป็การบังคับให้หนูต้องยอมไปทำงานนี้ทางอ้อมนะสิ”
“เออน่าก็พ่อไม่อยากให้ลูกต้องทนลำบากทำงานรับจ้างในตลาดต่อไปนี่นา”
ยุทธนากล่าวไปก็ไม่กล้าสบตากับลูกนัก
“แต่หนูจำได้น่ะว่าเ้านายเก่าของพ่อนะตายไปนานแล้วแล้วนี่พ่อยังจะอ้างถึงเ้านายเก่าที่ไหนอีก”
“อ๋อพ่อคงจะพูดผิดไปนิด คือคนนี้เขาเป็ลูกชายของเ้านายเก่าพ่อต่างหากแต่เขาก็เป็คนใจดีมากเลยน่ะไม่งั้นเขาคงไม่ให้พ่อเบิกเงินมาก่อนล่วงหน้าอย่างนี้หรอก”
พูดแล้วยุทธนาก็ยิ้มจืดเจื่อนออกมาด้วยเกือบเผลอทำพิรุธหลุดออกมาให้บุตรสาวจับได้นั้นเอง
ได้ฟังคำพูดกับเห็นท่าทางของพ่อแล้วบุญสิตาก็ถึงกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างไม่ไว้วางใจวีรกรรมความกะล่อนของพ่อมีมากมาย
เหลือเกินจนแม่ถึงกับตรอมใจตายไปแล้วแต่กระนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกนอกจากหันหลังกลับจะคลานเข้าห้องไปแต่ก็ถูกผู้เป็พ่อดึงชายเสื้อเอาไว้พร้อมกับถาม
“เดี๋ยวก่อนสิตาตกลงลูกจะไปทำงานที่พ่อหาให้นี้ใช่ไหม”
“แล้วพ่อเอาเงินกลับไปคืนเขาได้ไหมล่ะ”
หญิงสาวย้อนถาม
“โอ๊ยไม่ได้หรอกลูก พูดกลับกลอกอย่างนั้นเขาได้ถอนหงอกพ่อตาย”
ผู้เป็พ่อร้องเอะอะออกมาทั้งที่การพูดจากลับกลอกนั้นเป็เื่ถนัดของตนเสียด้วยซ้ำ
“งั้นหนูก็คงไม่มีทางเลือก”
หญิงสาวบ่นอุบอิบ
“ต้องอย่างนั้นสิลูกรักของพ่อ”
ยุทธนากล่าวอย่างถูกใจพร้อมกับเอื้อมมือไปขยี้ผมยุ่งๆของบุตรสาวอย่างเอ็นดู
แล้วหญิงสาวก็คลานจะเข้าห้องต่อทำให้ผู้เป็พ่อต้องรีบเรียกไว้อีก
“เฮ้ยเดี๋ยวก่อนสิไอ้สิตา แล้วนี่จะไม่กินของที่พ่อซื้อมาเรอะ จากภัตคารหรูเชียวนะโว๊ย”
“เก็บไว้กินพรุ่งนี้เถอะพ่อหนูง่วง”
หญิงสาวตอบกลับมาเป็ประโยคสุดท้ายก่อนหายเข้าห้องไป
ยุทธนาถึงกับถอนใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อแก้ปัญหาผ่านไปได้อีกเปลาะเขาลุกขึ้นรวบเอาถุงอาหารที่ซื้อมาไปยัดใส่ไว้ในตู้กับข้าวก่อนปิดไฟกลางบ้านแล้วเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไป