่กลางดึก ท่ามกลางแสงจันทราและโคมไฟที่ส่องแสงจาง ๆ
มีกลุ่มเมฆบางเคลื่อนไหวไปตามแสงจันทร์ที่อบอุ่นเป็ระยะ แสงสว่างนี้ทำให้โรงเหล็กร้างที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความมืดเกิดแสงสว่างริบหรี่
โรงเหล็กร้างที่ไม่มีใครเข้ามาดูดำดูดี ทว่าในคืนนี้กลับมีเงาของผู้คนจำนวนมาก
ปากทางเข้าทั้งสี่ทิศของโรงงานแห่งนี้ มีร่างของชายร่างกำยำสวมใส่ด้วยชุดสีดำยืนลาดตระเวนเพื่อดูแลความปลอดภัยอยู่
ร่างใหญ่โตแข็งแรงเ่าั้มีพลังออร่าบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ถูกส่งออกมา
กล้ามเนื้อบนร่างกายของคนเ่าั้มีความมันวาวภายใต้แสงจันทร์ แค่เห็นก็รับรู้ได้ในทันทีว่าพวกเขาไม่ใช่แค่คนงานธรรมดาอย่างแน่นอน
ล็อบบี้ชั้นหนึ่งของโรงงานมีกลุ่มคนสองกลุ่มกำลังพูดคุยกัน
“มีพิรุธบางอย่าง”
ในกลุ่มคนเ่าั้มีชายร่างผอมบางยืนอยู่ สายตาของเขากวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยท่าทางกระวนกระวาย
ในฐานะของพนักงานนอกเครื่องแบบของแก๊งไท่ซานที่ถูกส่งตัวเข้ามาสอดแนมภายในแก๊งเฮยหลาง หลี่เอ้อมีความเฉลียวฉลาดเป็อย่างมาก
คืนนี้ทางฝั่งตรงข้ามของเขามีคู่ค้าเพียงแค่สองคนเท่านั้น
ร่างกายของพวกเขาถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมสีดำ และไม่เปิดเผยใบหน้าของตัวเอง แม้ว่าจะไม่เห็นรูปร่างหน้าตาแต่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงพลังปราณที่ถูกส่งออกมาข่มขู่คู่ต่อสู้
หลี่เอ้อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่เขาแสร้งทำเป็ไม่สนใจสิ่งเ่าั้ เขาใช้มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและจับเครื่องมือสื่อสารไว้
ถ้าหากเกิดเื่อย่างที่เขาคิดไว้จริง ๆ เขาก็จะส่งข่าวนี้ทันที
“พ่อบ้านหลิว ยินดีต้อนรับเข้าสู่เมือง Y นะ”
โจวหลางชายอายุเกือบ ๆ 50 ปี แม้ว่าเส้นผมบริเวณขมับของเขาจะกลายเป็สีขาว แต่ผิวพรรณของเขายังมีเืฝาดดูสุขภาพดี
ดวงตาของเขาเป็ประกายแวววาวอีกทั้งยังดูเ้าเล่ห์ราวกับหมาป่า สิ่งนี้เป็การบอกอีกฝ่ายเป็นัย ๆ ว่าแม้ว่า “เฮยหลาง (หมาป่าดำ) ” ผู้นี้จะอายุมากขึ้นแล้ว
แต่เขาก็เป็ผู้พัฒนาแก๊งเฮยหลางจากบริษัทเล็ก ๆ ให้กลายเป็หนึ่งในสองของบริษัทั์ใหญ่ของเมือง Y จนถึงทุกวันนี้
บุคคลเช่นนี้ไม่ควรประมาทเป็อันขาด
“ประธานโจว ไม่ต้องพูดพิธีรีตองให้มากความ พวกเรารีบมาแลกเปลี่ยนกันให้เรียบร้อยเถอะ”
หลิวซิ่นเอ่ยเสียงเรียบ ท่าทางของเขาดูหยิ่งผยองและไม่มีท่าทีว่าจะยื่นมือออกไปทักทายโจวหลางแม้แต่น้อย
“รบกวนพ่อบ้านหลิวรอสักครู่นะ”
เมื่อถูกโจวหลางปฏิเสธ สีหน้าของเขากลับไม่ได้แสดงออกถึงความผิดปกติแม้แต่น้อย เขาหมุนตัวกลับไปมองคนงานของแก๊งเฮยหลางด้วยท่าทางเรียบเฉย
“ก่อนอื่น...ฉันขอจัดการกับหนอนบ่อนไส้ก่อน...”
โจวหลางพูดจบก็หันไปมองหลี่เอ้อที่ยืนอยู่ในกลุ่ม ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เปลี่ยนเป็แรงสังหาร “หลี่เอ้อ!”
โจวหลางไม่ขยับเขยื้อน ทว่ากลับเป็หนึ่งในสี่ของบอดี้การ์ดร่างกำยำที่วิ่งเข้าไปชาร์จและจับร่างของหลี่เอ้อไว้ หลังจากนั้นก็ล็อกแขนและใช้มือล่วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเขา
เมื่อเห็นของที่อยู่ในมือของหลี่เอ้อ โจวหลางก็หยิบมันออกไป
“หึ...ที่แท้ก็หมารับใช้ของแก๊งไท่ซานอย่างที่ฉันคิดไว้จริง ๆ”
โจวหลางมองข้อความที่อยู่บนเครื่องดักฟังด้วยสีหน้าและแววตาเ้าเล่ห์
ตุบ!
เขาเขวี้ยงมันลงกับพื้นก่อนจะใช้เท้าบดขยี้จนกลายเป็ผุยผง
“ถ้าฉันปล่อยให้ความลับนี้ให้รั่วไหลออกไป แผนทั้งหมดที่ฉันพยายามมาก่อนหน้านี้ก็ล้มเหลวหมดน่ะสิ”
พูดจบโจวหลางก็ชำเลืองมองหนึ่งในบอดี้การ์ดเ่าั้
วินาทีนั้นดวงตาของหลี่เอ้อเกิดความสิ้นหวัง บอดี้การ์ดที่อยู่ข้าง ๆ เขาใช้มือหักคอของหลี่เอ้ออย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเอ่ยปากพูดอะไรออกมา
“ประธานโจว เรามาแลกเปลี่ยนกันเถอะ”
หลิวซิ่นไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกกับการสังหารคนต่อหน้าต่อตาของโจวหลางแม้แต่น้อย อีกทั้งยังคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายรีบทำการแลกเปลี่ยนสินค้าด้วยท่าทางนิ่งสงบ
“ไม่มีปัญหา”
ตอนที่โจวหลางยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณ หนึ่งในชายร่างกำยำสี่คนก็ถือกล่องเก็บอุณหภูมิใบหนึ่งออกมาและยื่นให้โจวหลาง
“ผลไม้อยู่ในนี้แล้ว”
โจวหลางเปิดกล่องออกมาก็พบว่าในกล่องมีผลไม้ขนาดเท่าลูกแอปเปิลวางอยู่ในนั้นหนึ่งลูก
แสงสว่างสีฟ้าหมุนวนอยู่รอบ ๆ เมื่อมันััเข้ากับอากาศภายนอกจึงปล่อยพลังสีขาวบาง ๆ ออกมา อุณหภูมิที่อยู่รอบตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
“ผลไม้ประหลาดหิมพานต์!”
หลิวซิ่นที่รักษาท่าทางสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด แต่ทันทีที่เห็นผลไม้ลูกนี้ น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ผมขอตรวจสอบสินค้าหน่อย”
“ไม่มีปัญหา”
โจวหลางยื่นกล่องมาด้านหน้าเล็กน้อย
หลิวซิ่นก้าวเท้ามาด้านหน้าอีกสองสามก้าว จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปลูบบนผิวผลไม้เบา ๆ สองสามครั้ง
หลังจากดึงมือกลับมา เขาก็พยักหน้าเบา ๆ “เป็ของที่พวกเรา้า”
“พ่อบ้านหลิว้าก็ดีแล้วล่ะ”
โจวหลางมองหลิวซิ่นลูบผลไม้ที่อยู่ตรงหน้าอยู่สองสามครั้ง หลังจากหลิวซิ่นตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว โจวหลางก็แอบมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
หลังจากที่เขาได้รับของชิ้นนี้ เขาก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าของชิ้นนี้คืออะไรกันแน่
หลังจากที่เขาได้ผลไม้ชิ้นนี้มาได้ไม่นาน ตระกูลหลิวแห่งเมืองหลวงก็ติดต่อมาหาเขาโดยตรง อีกทั้งยังระบุว่าจะแลกผลไม้ชิ้นนี้กับหินผลึกศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าหนึ่งชุด
ในเมื่อเป็ของที่ตระกูลหลิวแห่งเมืองหลวง้า ถ้าเช่นนั้นของชิ้นนี้ย่อมเป็ของดีอย่างไม่ต้องสงสัย แม้แต่โจวหลางเองก็อยากเก็บไว้
แต่เมื่อนึกถึงอำนาจในมือของเขา การเผชิญหน้ากับตระกูลหลิว เขาก็เหมือนกับมดตัวหนึ่งที่พร้อมจะถูกอีกฝ่ายบดขยี้จนตาย
เขาไม่สามารถดูแลของชิ้นนี้ได้ ดังนั้นการแลกของชิ้นนี้กับหินผลึกศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าหนึ่งชุดจึงไม่ใช่เื่เสียเปรียบอะไร
“แต่...หลังจากนี้ถ้าหากได้ของเหล่านี้มาอีก ฉันจะเก็บมันไว้เอง”
คิดเช่นนี้โจวหลางก็แอบสาบานกับตัวเองภายในใจ
“นี่คือหินผลึกศักดิ์สิทธิ์ของคุณ”
หลิวซิ่นขยับนิ้วเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณไปยังชายอีกคนที่สวมใส่ด้วยเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเขา
ชายที่อยู่ด้านหลังก้าวเท้ามาด้านหน้าด้วยท่าทางแข็งทื่อ จากนั้นก็ยกแขนใหญ่โตขึ้นมาเพื่อยื่นกล่องให้โจวหลาง
บอดี้การ์ดของโจวหลางรีบก้าวเท้าเข้าไปรับและเปิดกล่องดูของที่อยู่ด้านในนั้น
ด้านในกล่องมีผ้าสำลีนุ่ม ๆ สีขาวรองอยู่หนึ่งชั้น ้ามีหินผลึกเหลี่ยมเพชรสีฟ้าวางอยู่
โจวหลางมองหินผลึกศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าที่อยู่ตรงหน้า ประกายแห่งความปรารถนาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ‘นี่คือหินผลึกศักดิ์สิทธิ์สีฟ้างั้นเหรอ’
สุดยอดอย่างที่คิดไว้จริง ๆ เขาสูดหายใจเข้าเพียงไม่กี่ครั้ง ความรู้สึกจุกอยู่ที่กลางลำคอก็ดูเหมือนว่าจะเกิดสัญญาณคลายตัวขึ้นมา
“หลังจากดูดพลังจากหินผลึกศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าเข้าไป ความแข็งแกร่งของฉันก็จะเพิ่มขึ้นอีกก้าวหนึ่ง”
ใบหน้าของโจวหลางแสดงออกถึงความดีใจ เขายื่นมือออกไปอีกครั้ง
“พ่อบ้านหลิว ยินดีที่ได้ร่วมมือกันนะ”
“ยินดีที่ได้ร่วมมือกัน”
ครั้งนี้หลิวซิ่นไม่ปฏิเสธเขาและยื่นมือออกไปจับมือของโจวหลาง
“อ๊าก...”
ในเวลานี้เอง จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องจากด้านนอกดังขึ้น
เสียงนั้นเริ่มดังมากขึ้นและเข้าใกล้ล็อบบี้แห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
“ดูเหมือนว่าจะมีเหยื่อมาติดกับแล้วสิ”
เมื่อได้ยินเสียงจากด้านนอก โจวหลางก็เผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา
เขาหันไปถามกับหลิวซิ่นว่า “พ่อบ้านหลิว อยากออกไปดูข้างนอกหน่อยไหม...”
“อืม”
การเดินทางมาที่เมือง Y ในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับของที่้า ดังนั้นหลิวซิ่นจึงรู้สึกมีความสุขและพยักหน้าตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี
โจวหลางพยักหน้าให้อีกฝ่าย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน จากนั้นก็สาวเท้าออกไปด้านนอกล็อบบี้
ด้านนอกล็อบบี้ของโรงเหล็ก ห่างออกไปพบว่ามีหลุมขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ ในนั้นมีศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่ ทว่าจู่ ๆ ใบหน้าของโจวหลางก็เปลี่ยนไป
แม้ว่าจะเป็แค่เพียงคนธรรมดา แต่ในฐานะของคนในแก๊งของเขา การที่ต้องมาเห็นคนของตัวเองถูกฆ่าตายโดยที่ไม่สามารถสู้คู่ต่อสู้ได้ สิ่งนี้ทำให้เขาเก็บสีหน้าไม่อยู่อีกต่อไป
“กลับมา”
โจวหลางมองคนภายใต้การนำของเจี่ยไท่ แม้ว่าจำนวนคนจะไม่ได้มากมายอะไร แต่คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในด้านศิลปะการต่อสู้ทั้งหมด
เมื่อหันกลับมามองคนข้างกาย แม้ว่าจะเป็กลุ่มคนที่สามารถต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ได้ แต่จำนวนคนของพวกเขาก็ยังแตกต่างกันเกินไป
จะปล่อยให้คนธรรมดาถูกฆ่าตายมากไปกว่านี้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นหลังจากจัดการกับแก๊งไท่ซานแล้ว จำนวนคนอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
คนที่เหลืออยู่ของแก๊งเฮยหลาง เมื่อได้ยินคำพูดของโจวหลางพวกเขาก็รีบถอนกำลังกลับมายืนอยู่ด้านหน้าโรงงานร้างทันที
“เจี่ยไท่!”
“ไอ้หมาป่าแก่!”
ทั้งสองฝ่ายเกิดการเผชิญหน้ากันในพื้นที่โล่งแจ้ง
“เจี่ยไท่...แกพาลูกสาวทั้งสองคนมาด้วยเหรอเนี่ย ดูเหมือนว่าวันนี้จะมาที่นี่เพื่อจัดการฉันโดยเฉพาะเลยสินะ”
เมื่อเห็นสองพี่น้องตระกูลเจี่ยผู้มีเรือนร่างอรชร สายตาของโจวหลางก็เกิดประกายแห่งความมืดมนขึ้น
“ไอ้หมาป่าแก่ สถานการณ์ตอนนี้ก็น่าจะชัดเจนแล้วนะ”
ใบหน้าหยาบกระด้างของเจี่ยไท่เผยให้เห็นรอยยิ้ม อีกทั้งยังยกแขนล้ำ ๆ ของตัวเองขึ้นมากอดอกด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“ก่อนหน้านี้ตอนที่คนของแก๊งเฮยหลางของพวกแกยังมีจำนวนมาก วัน ๆ ก็คอยแต่จะเข้ามาหาเื่ยั่วโมโหแก๊งไท่ซานของเรา วันนี้เป็วันที่พวกแกจะถูกกวาดเรียบไม่เหลือซากแล้ว”
พูดจบสายตาที่เย่อหยิ่งของเจี่ยไท่ก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น เขามองไปที่กล่องในมือของบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังโจวหลาง “ดูเหมือนว่าในนั้นจะเป็หินผลึกศักดิ์สิทธิ์สินะ”
“หึหึ ทั้งแกและฉันต่างก็อยู่ในขอบเขตพิเศษขั้นที่ 4 กันทั้งคู่ แกคิดว่าคนแบบแกจะจัดการกับฉันได้เหรอ?”
โจวหลางยิ้มกรุ้มกริ่ม “แกคงคิดว่าการที่แกแอบส่งหนอนบ่อนไส้เข้ามาแฝงตัวอยู่ในแก๊งของฉันแล้วฉันจะไม่รู้สินะ ลองดูหมอนี่หน่อยสิว่าคุ้นหน้าหรือเปล่า!”
สิ้นสุดเสียงของเขาบอดี้การ์ดคนหนึ่งก็ลากศพของหลี่เอ้อออกมาจากด้านในก่อนจะโยนร่างของเขาไปด้านหน้าซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างโจวหลางและเจี่ยไท่
“หลี่เอ้อ!”
“พี่หลี่!”
“น้องหลี่!”
......
เสียงเรียกที่แตกต่างกันดังมาจากแก๊งไท่ซาน วินาทีต่อมาแรงอาฆาตแค้นก็ครอบงำคนของแก๊งไท่ซาน พวกเขาถลึงตามองโจวหลางราวกับอยากจะกินเืกินเนื้อ เกลียดจนอยากจะใช้มีดสับร่างของเขานับพันครั้งให้กลายเป็ชิ้น ๆ
“ฉันรู้ตั้งนานแล้วว่ามันเป็หนอนบ่อนไส้ แต่ที่ฉันไม่ฆ่ามันก็เพราะอยากจะเก็บมันไว้ฆ่าทิ้งที่นี่ไงล่ะ!”
โจวหลางมองคนในแก๊งไท่ซานด้วยความภาคภูมิใจ อีกทั้งยังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“คิดว่าคนแบบฉันจะอยู่ใต้อำนาจของแกเหรอ? ฉันก็แค่เล่นละครตบตาเท่านั้นแหละ”
“แก...ไอ้หมาป่าแก่...วันนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้แกมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่แน่!”
เจี่ยไท่พูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล วินาทีต่อมาเขาก็กระทืบเท้าลงกับพื้น จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งเข้าใส่โจวหลางด้วยความเร็วแสง