ที่ลานวังหลวง
แสงอาทิตย์แรกของวันส่องประกายทั่วลานวังหลวง ขบวนทัพใหญ่ที่นำโดย องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปยังชายแดน กองทหารยืนเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ ขณะที่ขุนนางและประชาชนบางส่วนมาร่วมส่งเสด็จ
ไป๋อวี้หลัน ในชุดขี่ม้าสีแดงเข้ม ยืนอยู่ข้างองค์รัชทายาทด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ทว่าดวงตากลับเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
“พระชายาเอก…ข้าหวังว่าท่านจะไม่ลำบากในการเดินทางครั้งนี้” หลี่หย่งเทียนกล่าว น้ำเสียงแฝงความกังวล
อวี้หลันยิ้มบาง “หม่อมฉันไม่ลำบากเพคะ ท่านโปรดอย่ากังวล”
ขณะที่การเตรียมพร้อมใกล้เสร็จสิ้น องค์ชายสาม หลี่หยางเหอ เดินเข้ามาหาอวี้หลันด้วยรอยยิ้ม
“พี่สะใภ้ ท่านดูเหมาะกับการออกรบจริงๆ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความนัย “แต่ท่านอย่าลืมสิ่งที่เราตกลงกันไว้นะ”
อวี้หลันพยักหน้ารับเบาๆ ดวงตาของนางเยือกเย็นแต่ซ่อนความลึกลับไว้ “ข้าย่อมไม่ลืม”
หลี่หยางเหอหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถอยกลับไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
ขบวนทัพเคลื่อนออกจากวังหลวงอย่างสง่างาม ประชาชนที่มาส่งเสด็จต่างโห่ร้องเพื่อส่งกำลังใจให้กับองค์รัชทายาทและกองทัพ
อวี้หลันนั่งอยู่บนหลังม้าข้างหลี่หย่งเทียน นางเหลือบมองประชาชนที่มายืนส่งด้วยแววตาครุ่นคิด
“ชาวบ้านเหล่านี้้าเห็นความมั่นคง… หากข้าสามารถแสดงให้พวกเขาเห็นว่าข้าคือคนที่สมควรยืนเคียงข้างองค์รัชทายาท สถานะของข้าจะยิ่งมั่นคงขึ้น”
หลี่หย่งเทียนเหลือบมองนางเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ “เ้าเหนื่อยหรือไม่?”
“หม่อมฉันสบายดีเพคะ” อวี้หลันตอบ พลางยิ้มอ่อนโยน
เมื่อขบวนเดินทางมาถึงจุดพักแรม อวี้หลันได้รับการจัดที่พักใกล้กับองค์รัชทายาท นางกำนัลของนางช่วยจัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย ขณะเดียวกัน ชายกลุ่มหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพลอบพบปะกันในมุมลับของค่ายพัก
“ท่านเสนาบดีหลินสั่งให้เราจัดการพระชายาเอกในโอกาสที่เหมาะสม” ชายคนหนึ่งกล่าวเสียงเบา “แต่ต้องไม่มีใครสงสัยว่าเป็ฝีมือของเรา”
“ในระหว่างการเดินทาง มีหลายโอกาสที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ” อีกคนตอบ “เราจะรอโอกาสนั้น”
ในขณะที่นางพักอยู่ในกระโจม อวี้หลันนั่งครุ่นคิดถึงแผนการของตัวเอง นางรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากศึกาและจากศัตรูในเงามืด
ขบวนเดินทางขององค์รัชทายาทเคลื่อนผ่านป่าลึกที่ทอดยาว รัตติกาลเงียบสงบเกินกว่าปกติ แสงคบไฟที่ส่องสว่างจากขบวนดูเหมือนจะถูกความมืดกลืนกิน
ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ในรถม้าของนางอย่างสงบ แต่ลึกลงไปในใจ นางรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ ความเงียบที่ผิดธรรมชาติทำให้นางอดไม่ได้ที่จะระแวดระวัง
นางกำนัลคนสนิทที่นั่งข้างๆ เอ่ยเสียงเบา “พระชายาเพคะ บรรยากาศคืนนี้ดูน่ากลัวเหลือเกิน”
อวี้หลันพยักหน้าเล็กน้อย “ไม่ใช่เพียงเ้า ข้าเองก็รู้สึกเช่นกัน…”
ทันใดนั้น เสียงธนูพุ่งผ่านอากาศดัง “ฟิ้ว!” ก่อนจะปักลงบนพื้นใกล้กับขบวน เสียงะโของทหารดังลั่น
“ศัตรูลอบโจมตี! ป้องกันขบวนเร็วเข้า!”
กลุ่มชายชุดดำจำนวนมากพุ่งออกมาจากความมืด พวกเขาติดอาวุธครบมือและพุ่งตรงเข้ามาโจมตีขบวนอย่างรวดเร็ว ทหารรักษาการณ์รีบตั้งแนวป้องกัน
“คุ้มกันพระชายา!” เสียงของหัวหน้าทหารดังลั่น
ทหารจำนวนหนึ่งรีบล้อมรถม้าของไป๋อวี้หลันไว้ ขณะที่เสียงดาบปะทะกันดังสะท้อนไปทั่วป่า นางกำนัลของอวี้หลันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“พระชายาเพคะ! พวกเราควรทำอย่างไรดี?”
อวี้หลันที่แม้จะหวาดกลัวในใจ แต่ก็ยังคงรักษาความสงบ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “พวกเ้าอย่าตื่นตระหนก ปล่อยให้ทหารจัดการ”
ในขณะเดียวกัน หลี่หย่งเทียนกำลังต่อสู้กับกลุ่มศัตรูที่ล้อมรอบตัวเขา ทักษะการต่อสู้ขององค์รัชทายาททำให้เขาเหนือกว่าชายชุดดำ แต่จำนวนของพวกมันมากเกินไป
เขาะโสั่งทหาร “คุ้มกันขบวนและอย่าให้พระชายาได้รับอันตราย!”
ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น “การลอบโจมตีครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญแน่…ใครกันที่้าเล่นเกมสกปรกในเวลานี้?”
หลังการต่อสู้อย่างดุเดือด ทหารในขบวนสามารถปราบศัตรูส่วนใหญ่ได้ แต่กลุ่มชายชุดดำที่เหลือก็หลบหนีเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว หลี่หย่งเทียนเดินมาที่รถม้าของไป๋อวี้หลัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อและคราบเื
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง?” เขาถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
อวี้หลันที่ยังคงสงบนิ่ง พยักหน้าช้าๆ “ข้าปลอดภัยเพคะ”
หลี่หย่งเทียนหันไปสั่งทหาร “เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยให้แ่า พวกมันอาจกลับมาอีก”
แม้จะปลอดภัยในครั้งนี้ แต่อวี้หลันรู้ดีว่าการโจมตีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ นางครุ่นคิดถึงความเป็ไปได้ และดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัย “หลินเหม่ยซิน…เ้าอาจอยู่เื้ัเื่นี้ใช่หรือไม่?”
ที่ตำหนักหยกขาว
ในขณะเดียวกันที่เมืองหลวง หลินเหม่ยซิน กำลังนั่งฟังรายงานจากคนของนางด้วยรอยยิ้มเย็น “พวกเ้าไม่สามารถกำจัดพระชายาได้งั้นหรือ?” นางเอ่ยเสียงเย็น ดวงตาแฝงความผิดหวัง
“ขออภัยพระสนม” ชายคนสนิทคุกเข่าลง “การป้องกันของขบวนแ่ามาก พวกเราจึงไม่สามารถลงมือสำเร็จ”
เหม่ยซินกำมือแน่น ก่อนจะกล่าวเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยเจตนาอันชั่วร้าย “ไม่เป็ไร…นี่เป็เพียงการเริ่มต้น ข้าจะหาวิธีอื่น และในครั้งต่อไป…ไป๋อวี้หลันจะต้องไม่รอด”
หลังจากการลอบโจมตี ขบวนเดินทางหยุดพักเพื่อฟื้นฟูสภาพกำลังพลและรักษาาแ ทหารบางนายได้รับาเ็เล็กน้อย ขณะที่องค์รัชทายาท หลี่หย่งเทียนนั่งอยู่ในกระโจมบัญชาการ ใบหน้าของพระองค์เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด พระองค์เองก็มีรอยแผลเล็กๆ ที่แขนจากการต่อสู้ แม้จะไม่ลึกนัก แต่ก็ยังคงมีเืไหลซึมอยู่
ไป๋อวี้หลัน ทราบข่าวว่าหลี่หย่งเทียนได้รับาเ็จากการต่อสู้ นางจึงตัดสินใจนำอุปกรณ์ทำแผลมาด้วยตนเอง “พระชายาเพคะ พระองค์จะเสด็จไปด้วยตนเองหรือ?” นางกำนัลคนสนิทถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“แน่นอน” อวี้หลันตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ในฐานะพระชายา ข้าควรดูแลเขา แม้เขาอาจไม่ได้้าให้ข้าทำก็ตาม”
หลี่หย่งเทียนกำลังตรวจสอบแผนที่และวางแผนป้องกันสำหรับการเดินทางต่อไป เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินเข้ามา พระองค์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย และพบว่าเป็ไป๋อวี้หลัน
“เ้า?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสัย “เ้ามาที่นี่ทำไม?”
อวี้หลันยิ้มบาง มือของนางถือผ้าสะอาดและอุปกรณ์ทำแผล “ข้าได้ยินว่าท่านได้รับาเ็ ข้าจึงมาดูแล”
หลี่หย่งเทียนย่นคิ้ว “แผลเพียงเล็กน้อย ข้าจัดการเองได้”
“ท่านอาจจะทำได้ แต่ข้า้าทำให้” อวี้หลันตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เด็ดขาด
อวี้หลันนั่งลงตรงหน้าเขา นางเปิดผ้าพันแขนที่เปื้อนเืออกอย่างระมัดระวัง มือที่เคยเ็าในสายตาของผู้อื่น กลับแสดงความอ่อนโยนในยามนี้
“เ้าไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้” หลี่หย่งเทียนกล่าว น้ำเสียงของเขาแฝงความระมัดระวัง
“ข้าเพียงทำหน้าที่ของข้า ในฐานะพระชายาเอก” อวี้หลันตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางจ้องมองรอยแผลที่แขนของเขา
ขณะที่นางทำความสะอาดาแ หลี่หย่งเทียนจับจ้องนางด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง เขาไม่เคยเห็นนางในมุมนี้มาก่อน นางดูสงบนิ่ง อดทน และจริงจัง “เ้าทำเช่นนี้เพื่ออะไร?” เขาถามในที่สุด
อวี้หลันหยุดมือชั่วครู่ ก่อนจะตอบเสียงเบา “เพราะข้าคือภรรยาของท่าน และไม่ว่าท่านจะเห็นข้าเช่นไร ข้าก็ยังคงเป็ภรรยาของท่าน”
หลี่หย่งเทียนนิ่งเงียบ เขาไม่ตอบ แต่ในใจของเขากลับมีความรู้สึกที่ซับซ้อน ความห่างเหินและความหมางเมินที่เขามีต่ออวี้หลันมาตลอด เริ่มสั่นคลอนเมื่อได้เห็นนางในมุมที่แตกต่าง
เมื่ออวี้หลันทำแผลเสร็จ นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของนางฉายแววจริงใจ “ข้าหวังว่าท่านจะปลอดภัย ไม่ใช่เพราะตำแหน่งของท่าน…แต่เพราะข้าไม่้าสูญเสียคนสำคัญ”
“นางเปลี่ยนไป…หรือเป็ข้าที่ไม่เคยพยายามมองนางจริงๆ กันแน่?”
“หลี่หย่งเทียน…ข้ารู้ว่าท่านยังไม่รักข้า แต่ข้าจะทำให้ท่านจำไว้ว่า ไม่มีใครจะอยู่เคียงข้างท่านได้ดีเท่าข้า”
“แม้แต่หัวใจที่เ็า…ก็อาจสั่นไหวได้ หากถูกหลอมด้วยความอดทนและความจริงใจ”
..................................................................................................
ฝากติดตามนามปากกาคนนี้ด้วยนะคะ อีกอย่างอย่าลืมกดใจและเพิ่มลงชั้นหนังสือกันด้วยน้า
เวลาไรท์อัปเดตจะได้แจ้งเตือนค่ะ ขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุน
หากมีเนื้อหาใดผิดพลาดไปหรือเขียนไม่ถูกต้องสามารถเม้นแจ้งไรท์ได้เลยค่ะ
พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่น้าาา