"ท่านอ๋องน้อยหยางเล่ยกับท่านหญิงหยางเอินแค่พระนามก็ไพเราะแล้วนะเพคะ" ถิงถิงนั่งมองท่านอ๋องน้อยกับท่านหญิงน้อยด้วยความหลงใหลกับความน่ารักของเ้านายตัวน้อยๆ ทั้งสองอย่างไม่วางตา
"ที่จริงข้าอยากให้พวกเขาแซ่อิงเหมือนกับข้าแต่เกรงว่าจะไม่เหมาะจะอย่างไรข้ากับท่านอ๋องก็ได้กราบไหว้ฟ้าดินกันแล้วให้พวกเขาใช้แซ่หยางเหมือนบิดาก็คงไม่ผิดกระมัง"
"จะไปผิดอันใดเพคะลูกก็ย่อมใช้แซ่ของบิดานั่นถูกต้องแล้วเพคะ" ถิงถิงกล่าวสำทับ ถึงพระชายาจะเป็แม่คนแล้วแต่ความคิดความอ่านบางครั้งก็ยังเป็เด็กอยู่เพราะถูกเลี้ยงให้อยู่แต่ในจวนที่ถูกปิดกั้นอิสรภาพช่างแตกต่างจากพี่น้องคนอื่น ๆแต่ก็ยังดีที่ท่านราชครูยังรักและไม่ได้ละเลยคุณหนูของนาง
"ให้นมบุตรคนเดียวไหวไหมเพคะพระชายา้าแม่นมหรือไม่เพคะ" ท่านหมอหญิงถงปินถามพระชายาที่เพิ่งจะฟื้นตัวและกำลังให้นมบุตรนางยังต้องอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยหลังจากที่พระชายาได้คลอดบุตรแล้วเพราะเท่าที่ดูทุกคนในตำหนักนี้ไม่น่าจะมีใครเคยเลี้ยงเด็กมาก่อนนางจึงเป็คนสอนให้ทั้งหมดท่านอ๋องน้อยและท่านหญิงก็ทรงน่ารักเหลือเกินไม่งอแงกวนพระมารดาเลยแม้แต่แอะเดียวทำเอาหมอปินหลงใหลในความน่ารักของทารกน้อยทั้งสองเช่นกัน
"ไม่เป็ไรข้าว่าน้ำนมของข้าน่าจะมีมากพอให้อาเล่ยกับอาเอินได้กินจนอิ่มหนำพวกเขาก็ไม่ได้กินจุขนาดนั้น"
"หากไม่ไหวบอกหม่อมฉันนะเพคะหม่อมฉันรู้จักแม่นมที่ไว้ใจได้"
"ขอบคุณท่านหมอหญิงมากข้าจะลองพยายามดูก่อน.. ท่านหมอหญิงท่านมาอยู่กับข้าดีหรือไม่ อย่างที่ท่านเห็นพวกข้าต่างก็ไม่มีประสบการณ์หากมีท่านหมอมาอยู่ด้วยข้าก็ค่อยอุ่นใจทั้งข้าก็กลัวว่าเ้าตัวน้อยอาจจะป่วยได้ทุกเมื่อ"
"หม่อมฉันอยู่มาที่นี่ได้หรือเพคะ" หมอหญิงถงปินแทบไม่อยากจะเชื่อว่าตนจะถูกขอร้องจากพระชายาเช่นนี้นางมาที่นี่บ่อย จนเกิดความผูกพันกับตำหนักนี้และคนที่นี่ไม่น้อยไหนจะได้ช่วยเลี้ยงดูท่านอ๋องน้อยและท่านหญิงน้อยอีกเป็วาสนาของหมอบ้านนอกอย่างนางจริง ๆ
"ได้สิตำหนักนี้นอกจากพวกเราก็ไม่มีใครมาหรอก" อิงอินตอบกลับไปทั้งยังมีความหวังว่าจะได้หมอปินมาอยู่ร่วมชายคาด้วย
"เพคะหม่อมฉันรับปาก แต่หม่อมฉันต้องไปขอท่านหมอผู้เฒ่าก่อน" หมอหญิงถงปินเองก็ตอบรับอย่างดีใจเช่นกัน
แอ้ แอ้...
"คิก ๆ อาเล่ยคงอยากให้ท่านหมอปินมาอยู่ด้วยใช่ไหมดูสิตอบรับใหญ่เลย"
ตำหนักใหญ่…
หลังจากผ่านพ้นงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติกาลขององค์จักรพรรดิและของท่านอ๋องเองแล้วทุกอย่างที่ตำหนักใหญ่ก็เริ่มจะกลับมาเป็ปกติเหมือนเดิมก็คือความเงียบสงบดังที่เคยเป็มาแต่ไหนแต่ไร
"นางสบายดีหรือไม่" เสียงเอ่ยถามจากบุรุษผู้สูงศักดิ์
"สบายดีพ่ะย่ะค่ะไม่ได้สร้างความวุ่นวายใด ๆ"
"อืม..เป็แบบนี้แหละดีแล้ว เบี้ยหวัดอย่าให้ขาดหากนาง้าสิ่งใดก็จัดหาให้ทุกอย่าง"
"แล้วหากพระชายา้าเรียกหมอหลวงล่ะพ่ะย่ะค่ะ"
"ก็เรียกให้นางสิจะอย่างไรนางก็คือหวางเฟยของวังนี้อยู่ อย่าให้ใครเอาไปพูดได้ว่าข้าใจร้ายกับชายาของตัวเอง"
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง" ได้รับคำสั่งจากท่านอ๋องแล้วพ่อบ้านใหญ่ก็โล่งใจขึ้นเป็กอง หากคนตำหนักในมาขอตัวหมอหลวงอีกเขาจะได้จัดหาให้และจะได้ไม่ดูเป็คนใจร้ายอีกต่อไปเพราะการที่จะปฏิเสธทุกครั้งก็ทำให้เขาอึดอัดใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
"จะไม่ทรงแวะไปเยี่ยมเยือนตำหนักในหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่..เป็อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว ต่างคนก็ต่างอยู่ข้าไม่อยากให้นางหลงเข้าใจผิด" ฮึ..จะบอกอย่างไรดีแม้แต่ใบหน้าของนางเขาก็จำไม่ได้ ที่ผ่านคืนเข้าหอมาได้ก็เพราะสุราล้วนๆ ซึ่งนางเองก็ยังเด็กนักเขาไม่ชอบแบบนี้เลย
"เตรียมรถม้าข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าา"
"รถ..รถม้าหรือพ่ะย่ะค่ะ" หวั่งซุนงงเป็ไก่ตาแตก ท่านอ๋องเคยใช้รถม้าด้วยหรือ..ก็ไม่เคย เหตุใดวันนี้ถึงอยากจะใช้รถม้าขึ้นมา
"อืม..ข้าแค่เหนื่อย" สั้น ๆ ได้ใจความหวั่งซุนจึงไม่รอช้ารีบทำตามประสงค์ของนายเหนือหัวอย่างเร่งด่วนก่อนที่ท่านอ๋องจะทรงกริ้วเพราะไม่มีใครในวังแห่งนี้้าที่จะเห็นท่านอ๋องพิโรธหรอกนะ
ที่วังหลวง..ห้องทรงพระอักษร...
"หยางเล่อเ้ามาสายนะ"
"ถวายบังคมเสด็จพี่"
"ทำไมไม่พาชายาของเ้ามาด้วยล่ะพี่ยังได้ยินเสด็จแม่บ่นหาลูกสะใภ้อยู่เลยเพราะหลังงานแต่งเ้าก็ไม่ได้พานางมาเข้าเฝ้าเสด็จแม่"
"หม่อมฉันต้องรีบเดินทางขึ้นเหนือและนางก็ไม่สะดวกจะมาพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่สะดวก..คิดว่าพี่โง่หรืออย่างไรตำหนักในของเ้าก็มิต่างอะไรกับอยู่นอกวังสักนิดหากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้พี่ควรจะรับตัวนางไว้อย่างน้อยนางจะได้ไม่ต้องคอยจนเหี่ยวแห้งจริงไหม"
"อยู่กับเสด็จพี่คิดว่านางจะไม่เหี่ยวแห้งหรือพ่ะย่ะค่ะ" ฝ่าาก็ช่างคิด กว่านางจะถูกเลือกหากไม่เหี่ยวแห้งก็คงจะโดนกลั่นแกล้งจนบอบช้ำก่อนกระมังหยางเล่อแอบว่าให้พี่ชายอยู่ในใจ
"ฮองไทเฮาเสด็จ.."
เสียงของกงกงขานขึ้นจากหน้าห้องทรงพระอักษร
"ถวายพระพรเสด็จแม่" หยางลุ่ย/หยางเล่อกล่าวอย่างพร้อมเพรียงไม่เคยเปลี่ยนสมแล้วที่เป็แฝดกันหากไม่แยกเครื่องทรงหรือว่าชินอ๋องไม่สวมหน้ากากก็คงจะแยกไม่ออกว่าใครเป็ใครเพราะเหตุนี้ชินอ๋องเลยสวมหน้ากากมาั้แ่เด็กเพื่อตัดปัญหากับการถูกทักผิดคน
"พระชายาล่ะ ไม่ได้พามาด้วยหรือชินอ๋อง" มาถึงไทเฮาก็ถามหาสะใภ้คนเล็กทันที แต่งงานมาจะครบปีแล้วพระนางเพิ่งจะเห็นสะใภ้คนเล็กก็เมื่อวันที่ชินอ๋องและนางกราบไหว้ฟ้าดินเพียงแค่ครั้งเดียวเอง
"นางไม่สะดวกที่จะมาพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่" หยางเล่อตอบออกไปอย่างข้าง ๆ คู ๆ
แต่ไทเฮาก็ไม่ได้เชื่อคำที่ชินอ๋องกล่าวมาสักนิดแค่มองหน้าโอรสคนเล็กพระนางก็พอจะเข้าใจอะไร ๆ อยู่หรอกนะ
"ไม่ชอบนางขนาดนั้นเลยหรืออย่าใจร้ายกับนางนักเลย ชินอ๋องอายุก็ไม่น้อยแล้วแม่อยากจะอุ้มหลานเต็มทน"
"หลานของเสด็จแม่ก็มีอยู่เต็มวังยังไม่พออีกหรือพ่ะย่ะค่ะ"จักรพรรดิหยางลุ่ยเป็ฝ่ายเย้าแหย่พระมารดา
"ฝ่าา มันเหมือนกันที่ไหนล่ะถึงจะเยอะหากแม่คิดจะอุ้มคนใดคนหนึ่งก็มักจะมีปัญหาตามมาเสมอ แม่ไม่เอาด้วยหรอกรออุ้มลูกของชินอ๋องดีกว่า"
"เสด็จแม่คงจะยังไม่รู้หลังคืนเข้าหออาเล่อก็หนีขึ้นเหนือ หนำซ้ำยังส่งชายาไปอยู่ตำหนักในอีก อย่าว่าแต่รออุ้มหลานเลยชินอ๋องจะจำหน้าชายาของตัวเองได้หรือเปล่าก็ไม่รู้" จักรพรรดิหยางลุ่ยได้ทีก็ฟ้องมารดาเื่ของน้องชายทันที
"แม่คงจะบังคับชินอ๋องมากเกินไปหากนางไม่ใช่บุตรสาวของราชครูหยวนแม่คงจะพานางเข้าสู่วังหลังแล้ว ไปกักขังนางไว้ที่ตำหนักในไม่ใช่ว่านางแอบคลอดบุตรแล้วหรอกนะ"
"ไม่มีทางพ่ะย่ะค่ะ นางไม่มีวันท้องได้แน่นอนหวั่งซุนไม่พลาดหรอกพ่ะย่ะค่ะ"
"เฮ้อ..เป็แม่ที่ผิดแต่ก็เอาเถอะแม่จะไม่ยุ่งก็ได้แล้วแต่ชินอ๋องจะจัดการเถอะหากเจอคนที่รักจริงและอยากแต่งเข้าเมื่อใดก็ขอราชโองการหย่าจากฝ่าาก็แล้วกันเพราะแม่ไม่คิดว่าเ้าจะให้คนรักมาเป็แค่ชายารองหรอกใช่ไหม"
"เสด็จแม่ลูกขออภัยพ่ะย่ะค่ะที่ทำให้ผิดหวัง"
"ช่างมันเถอะนางก็เพิ่งจะสิบห้าสิบหกเองถึงจะไม่ได้รักก็ควรจะไปเยี่ยมเยือนนางบ้าง พรุ่งนี้ก็จะกลับขึ้นเหนือแล้วไม่ใช่หรือ"
"พ่ะย่ะค่ะ"
"ชีวิตของคนไม่ได้ยืนยาวอย่างที่ลูกคิดนะอาเล่อ"
ไม่ใช่ไม่รู้ว่าชีวิตคนเรามันสั้นนักแต่หากไม่ได้รักและทนฝืนอยู่กันไปอย่างนั้นมันจะไม่ยิ่งแย่กว่าหรือดูไปก็เหมือนว่าเขาเป็คนใจร้าย ไม่จริงเขาไม่ได้ใจร้ายตำหนักเก่าที่เขาให้นางอยู่มันก็เคยเป็ตำหนักที่เขาชอบที่สุดเมื่อตอนเป็เด็กมีตรงไหนที่เขาใจร้ายกับนางกัน ชินอ๋องยังคงเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งที่ตัดสินใจทำไปมันดีกับเขาและนางแล้ว