เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง หยางลี่เจินกำลังจัดเตรียมตัวเองสำหรับการเดินทางต่อ เธอรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อยหลังจากค่ำคืนที่ยาวนาน
ขณะที่เธอกำลังจัดผมอยู่หน้ากระจก เหวินเจาเหยียนก็เดินเข้ามาในห้อง ท่าทางของเขายังคงนิ่งขรึม แต่สายตาที่มองเธอแฝงไปด้วยบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง
“เ้ากำลังทำอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“จัดตัวเองให้ดูดีหน่อย” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม “คุณไม่คิดว่ามันสำคัญเหรอ?”
“ไม่” เขาตอบทันที “ไม่มีใครสนใจว่าเ้าจะดูดีหรือไม่ในสถานการณ์แบบนี้”
เธอหันมามองเขาด้วยสายตาตำหนิเล็กๆ “คุณนี่ไม่มีความโรแมนติกเลย”
เขาส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “สิ่งที่ข้าอยากพูดจริงๆ คือ… ทำไมเ้าชอบพูดจาแปลกๆ แบบนั้น?”
“แปลกยังไง?” เธอถามกลับ ยกคิ้วด้วยความสงสัย
“ทุกครั้งที่เ้าพูด มันทำให้คนอื่นมองเ้าเหมือนเป็ตัวประหลาด” เขากล่าว น้ำเสียงของเขาดูเหมือนตำหนิแต่กลับแฝงความอ่อนโยน “อย่าทำตัวเองให้เป็จุดสนใจ เ้าอาจจะลำบาก และมันจะทำให้ข้าลำบากไปด้วย”
คำพูดของเขาทำให้หยางลี่เจินหลุดหัวเราะ “คุณกำลังห่วงฉัน หรือแค่ไม่อยากให้ตัวเองเดือดร้อนกันแน่?”
“ทั้งสองอย่าง” เขาตอบโดยไม่ลังเล
คำตอบตรงไปตรงมาของเขาทำให้เธอยิ้มกว้างขึ้น
“ไม่คิดว่าคุณจะพูดอะไรแบบนี้ได้น่ารักเหมือนกันนะ”
“ใครบอกว่าข้าพูดน่ารัก?” เขาหันมามองเธอด้วยคิ้วที่เลิกขึ้นเล็กน้อย “ข้าพูดความจริง”
เธอยักไหล่ “ก็ได้ค่ะ คุณพูดความจริงที่… น่ารัก”
เหวินเจาเหยียนส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป “รีบจัดการตัวเองให้เสร็จ เราจะออกเดินทาง”
หยางลี่เจินมองตามหลังเขาพลางยิ้ม “บางทีเขาก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่นะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบเตรียมตัวตามที่เขาสั่ง
เช้าวันใหม่ที่สดใส หยางลี่เจินเดินตามเหวินเจาเหยียนออกไปที่ลานหน้าห้องพัก โรงเตี๊ยมเล็กๆ เริ่มคึกคักขึ้นเมื่อผู้คนในเมืองเริ่มออกมาทำกิจวัตรประจำวัน เธอยืนมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้นเล็กๆ กับบรรยากาศใหม่
เหวินเจาเหยียนที่ยืนตรวจสอบม้าหันมามองเธอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูเหมือนจะมีความอ่อนโยนแฝงอยู่ลึกๆ
“เ้าชอบมองไปรอบๆ แบบนั้นจนทำให้คนอื่นมองตามหรือ?”
หยางลี่เจินหันกลับมามองเขา ยิ้มเล็กๆ “ฉันแค่ตื่นเต้นกับที่ใหม่ๆ คุณไม่คิดเหรอว่าที่นี่สวย?”
“ไม่สำคัญว่าที่นี่สวยหรือไม่” เขาตอบทันที “สำคัญว่าเ้ากำลังทำตัวเป็จุดสนใจ”
“แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ?” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงยียวน “การทำให้คนอื่นสนใจก็ไม่ได้แย่นี่นา”
เหวินเจาเหยียนส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังปนเอ็นดู “เ้าทำตัวให้คนมองมากเกินไป ข้าต้องระวังมากขึ้น และสุดท้ายข้าก็ต้องลำบากเพราะเ้า”
หยางลี่เจินยิ้มกว้างทันที “คุณกำลังบอกว่าคุณเป็ห่วงฉันใช่ไหม?”
เขาหันมามองเธอ ดวงตาเรียบนิ่ง แต่คำพูดที่ออกมาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ “ข้าห่วงเ้าเพราะเ้าเป็คนที่ข้าต้องดูแล ไม่ใช่เพราะอย่างอื่น”
เธอยิ้มออกมาอีกครั้ง “แต่ฉันก็คิดว่าคุณดูน่ารักดีเวลาพูดอะไรแบบนี้”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะให้น่ารัก” เขาตอบเสียงเข้ม ก่อนจะหันกลับไปตรวจสอบม้าต่อ
หลังจากที่เตรียมทุกอย่างพร้อมสำหรับการเดินทาง หยางลี่เจินและเหวินเจาเหยียนเดินออกมาที่ลานหน้าโรงเตี๊ยม หยางลี่เจินยังคงมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ สายตาของเธอกวาดไปที่ถนนที่เริ่มคึกคักจากผู้คนที่ออกมาทำงานในยามเช้า
“เ้าดูตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งเคยเห็นโลกครั้งแรก” เหวินเจาเหยียนกล่าวขึ้น น้ำเสียงเรียบ แต่ในแววตาแฝงความเอ็นดูไว้เล็กน้อย
“ฉันแค่ชอบบรรยากาศแบบนี้” หยางลี่เจินตอบ พร้อมกับหันมายิ้มให้ “มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้อยู่ในหนังย้อนยุคยังไงก็ไม่รู้”
เขามองเธอด้วยสายตาสงสัย “หนังย้อนยุค? เ้าหมายถึงอะไร?”
เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรค่ะ… ฉันพูดไปเรื่อยเปื่อย”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังแต่ไม่ได้ดุร้าย “เ้าชอบพูดอะไรที่แปลกๆ อย่าทำให้ตัวเองดูแตกต่างมากเกินไป มันจะทำให้เ้าลำบาก… และข้าด้วย”
หยางลี่เจินยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “อ้าว แล้วคุณจะลำบากอะไรล่ะ?”
เขายืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบๆ “เพราะข้าต้องคอยตามแก้ปัญหาให้เ้า”
เธอหัวเราะเบาๆ “คุณดูเหมือนจะเป็ห่วงฉันมากเลยนะ”
เขาหันมามองด้วยสายตาเ็าเล็กๆ “อย่าทำให้ข้าดูเหมือนคนที่มีเวลาว่างมาคิดเื่ไร้สาระแบบนั้น”
หยางลี่เจินหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะพูดเบาๆ “แต่ถึงคุณจะไม่พูด ฉันก็รู้ว่าคุณแค่เป็ห่วงฉัน”
“เ้าคิดไปเอง” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะก้าวไปที่ม้า พร้อมออกคำสั่ง “ขึ้นม้า เรามีเส้นทางอีกไกลที่ต้องไป”
เธอยังคงยิ้มขณะเดินไปที่ม้า ความเ็าของเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกกลัวหรือห่างเหินอีกต่อไป ตรงกันข้าม มันกลับทำให้เธอรู้สึกถึงความห่วงใยที่เขาแสดงออกในแบบของเขาเอง