เสียงกรีดร้องของหญิงสาวถูกกลบด้วยเสียงก้องกังวานของ มีดสั้นปริศนา ที่แหวกอากาศยามค่ำคืนในตรอกซอยแคบๆของเมือง หลงเหลียง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและดุเดือด หลี่เฟิ่ง เคลื่อนไหวราวกับสายลมวิชาตัวเบาที่ ไป๋เฟิง สอนผสานเข้ากับกระบวนท่ามีดสั้นอย่างลื่นไหลมีดสั้นในมือของเขาส่องประกายแสงสีเงินวูบวาบ ฟาดฟันผ่านเสื้อผ้าของเหล่า นักเลง อย่างแม่นยำไม่ได้หมายเอาชีวิต แต่หมายเอาชัยชนะที่เด็ดขาดและน่าอับอาย
นักเลงหลายคนล้มลงไปกองกับพื้นบางคนมีรอยกรีดที่แขน บางคนถูกมีดสั้นเกี่ยวข้อเท้าจนเสียหลักแต่ไม่มีใครได้รับาเ็สาหัส หลี่เฟิ่งตั้งใจที่จะไม่สังหารใครในเมืองนี้เพราะเขารู้ดีว่าการสร้างความวุ่นวายโดยไม่จำเป็จะยิ่งทำให้เื่ยุ่งยากขึ้นเขา้าแค่สั่งสอนและปกป้องผู้บริสุทธิ์
หัวหน้ากลุ่มนักเลงที่เคยถูกหลี่เฟิ่งจัดการไปเมื่อวานมองดูเพื่อนร่วมแก๊งที่ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความตกตะลึงดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนความเจ็บแค้น
"ไอ้... ไอ้ปีศาจ!"เขาะโ
หลี่เฟิ่งก้าวเข้าไปหาหัวหน้ากลุ่มนักเลงอย่างช้าๆมีดสั้นปริศนาในมือของเขายังคงจ่ออยู่ที่คอของอีกฝ่ายเช่นเดิม
"บอกข้ามา... ใครส่งพวกเ้ามา?"หลี่เฟิ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เ็าราวกับลมหนาวจากขั้วโลก
หัวหน้ากลุ่มนักเลงตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวก่อนหน้านี้เขาเคยเชื่อมั่นในอำนาจของ เถ้าแก่หวัง ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น แต่ตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่เหนือกว่าอำนาจใดๆ
"ข้า... ข้าไม่รู้!"หัวหน้ากลุ่มนักเลงพยายามปฏิเสธ"พวกข้าแค่รับคำสั่งจากเถ้าแก่หวัง ให้มาสั่งสอนพวกที่ชอบแข็งข้อ!"
"เถ้าแก่หวังงั้นรึ..."หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง
ในจังหวะนั้นเองก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านหลังของหลี่เฟิ่งเขาไม่จำเป็ต้องหันไปมองก็รู้ว่ามีคนกำลังมา และไม่ใช่พวกนักเลงแน่ๆ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ใครกล้าก่อความวุ่นวายในเมืองหลงเหลียง!"เสียงทุ้มต่ำปนอำนาจดังขึ้น
หลี่เฟิ่งลดมีดสั้นลงอย่างรวดเร็วแล้วหันไปมอง เขาเห็น ทหารยาม หลายสิบนายในชุดเกราะสีเข้มกำลังวิ่งกรูกันเข้ามาในตรอกซอย นำโดยชายวัยกลางคนสวมชุดขุนนาง ท่าทางภูมิฐานใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่หลี่เฟิ่งอย่างพิจารณา
หลี่เฟิ่งรีบเก็บมีดสั้นเข้าที่เดิมอย่างรวดเร็วเขาหันไปช่วยพยุงหญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลัว
"ท่านไม่เป็อะไรนะครับ"หลี่เฟิ่งเอ่ยถาม
หญิงสาวพยักหน้าอย่างสั่นเทาก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากตรอกซอยทันทีที่เห็นทหารยามเข้ามา
"เ้าเด็กหนุ่ม! เ้าเป็ใคร! ทำไมถึงมาสร้างความวุ่นวายในเมืองนี้!"ขุนนางคนนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
หลี่เฟิ่งไม่ตอบเขาเหลือบไปมองพวกนักเลงที่ล้มกองอยู่กับพื้นซึ่งบัดนี้ต่างพากันลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและรีบวิ่งหนีออกจากตรอกซอยไปอย่างรวดเร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้พวกเขากลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับหลี่เฟิ่งอีกครั้ง และกลัวที่จะต้องถูกขุนนางลงโทษ
"ข้าถามว่าเ้าเป็ใคร!"ขุนนางคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ดวงตาของเขาจ้องมองหลี่เฟิ่งอย่างไม่วางตา"กล้าดียังไงถึงมาทำร้ายผู้คนในเมืองของข้า!"
"ข้า... ข้าแค่ผ่านมาเห็นคนถูกรังแกจึงเข้าช่วยเหลือขอรับ" หลี่เฟิ่งตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้สงบที่สุดเขาจำคำสอนของ ไป๋เฟิง ได้"อย่าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง"
ขุนนางคนนั้นหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม"ช่วยเหลือ? ดูสภาพพวกนักเลงพวกนี้สิ! พวกมันโดนเ้าเล่นงานจนเละไม่เป็ท่า! นี่คือการช่วยเหลือของเ้าหรือ!?"
"พวกมันเริ่มก่อนขอรับ"หลี่เฟิ่งกล่าว
ขุนนางคนนั้นไม่สนใจคำพูดของหลี่เฟิ่งเขามองไปที่รอยขาดบนเสื้อผ้าของพวกนักเลง และรอยแผลเล็กๆ ที่แขนพวกนักเลงเ่าั้เป็ลูกน้องของเถ้าแก่หวัง ซึ่งเป็คนสนิทของเขาเอง
"พาตัวเด็กคนนี้ไป!"ขุนนางสั่งทหารยาม"เอาไปสอบสวนที่จวนเ้าเมือง!"
ทหารยามหลายนายก้าวเข้ามาหาหลี่เฟิ่งหลี่เฟิ่งรู้สึกได้ถึง อันตราย ที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้ามาไม่ใช่อันตรายจากโจรป่าหรือนักเลงข้างถนน แต่เป็อันตรายจาก อำนาจ ที่ยิ่งใหญ่กว่า
เขาเหลือบไปเห็นดวงตาของขุนนางที่จ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจนราวกับว่าหลี่เฟิ่งเป็ภัยคุกคามต่อความสงบสุขที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจอมปลอมในเมืองแห่งนี้
หลี่เฟิ่งไม่ได้ขัดขืนเขาปล่อยให้ทหารยามจับกุมตัวเองอย่างง่ายดาย เขาเชื่อว่าหากขัดขืนตอนนี้จะยิ่งทำให้เื่เลวร้ายลงไปอีก
เขาถูกพาตัวไปที่จวนเ้าเมืองซึ่งเป็อาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เมื่อไปถึงหลี่เฟิ่งก็ถูกนำตัวเข้าไปในห้องสอบสวนที่มืดมิดและเย็นะเื
ขุนนางคนนั้นนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ดวงตาของเขามองหลี่เฟิ่งด้วยสายตาเ็า
"เ้าเด็กหนุ่ม... เ้าเป็ใครกันแน่?"ขุนนางถามซ้ำอีกครั้ง"ดูจากฝีมือของเ้า เ้าไม่น่าจะเป็คนธรรมดาจากชนบท"
หลี่เฟิ่งยังคงนิ่งเงียบ
"ไม่ยอมพูดงั้นรึ?"ขุนนางยิ้มแสยะ"ดี... ข้าจะให้เวลาเ้าคิดทบทวน"
เขาโบกมือให้ทหารยามทหารยามสองคนเข้ามากดตัวหลี่เฟิ่งลงกับพื้น แล้วจับมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกเส้นหนาหลี่เฟิ่งรู้สึกถึงความเ็ปที่ข้อมือและข้อเท้า แต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉย
"พวกเ้า... จัดการให้มันรับรู้ถึงความเ็ปเสียหน่อย"ขุนนางสั่งด้วยน้ำเสียงที่เ็า "ให้มันบอกมาว่าใครส่งมันมา! และมันมีจุดประสงค์อะไรที่มาในเมืองนี้!"
ทหารยามคนหนึ่งหยิบแส้หนังขึ้นมาหลี่เฟิ่งหลับตาลง เตรียมพร้อมรับความเ็ป
แต่ในวินาทีที่แส้กำลังจะฟาดลงมาเขาก็ััได้ถึงพลังงานลึกลับบางอย่างที่ไหลเวียนออกมาจาก มีดสั้นปริศนาที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของเขามีดเล่มนั้นสั่นะเืเล็กน้อย ราวกับมันกำลังตอบสนองต่ออันตรายที่คืบคลานเข้ามา
ความรู้สึกที่แท้จริงของหลี่เฟิ่ง:
ในขณะที่ถูกทรมานหลี่เฟิ่งไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเท่าที่ควรความเ็ปทางกายไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอน เขานึกถึงคำสอนของ ไป๋เฟิ่ง"จงอย่าให้ความแค้นเข้าครอบงำจิตใจของเ้าจนผิดเพี้ยนไปจากวิถีแห่งธรรม"
เขาตระหนักว่าการถูกจับตัวมาในครั้งนี้เป็โอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น อย่างเถ้าแก่หวังและความเชื่อมโยงของพวกเขากับ "พันธมิตรไร้เงา"
เขาปล่อยให้ทหารยามทรมานเขาไปเรื่อยๆโดยไม่ปริปากพูดอะไร แม้ร่างกายจะเ็ป แต่จิตใจของเขายังคงแน่วแน่เขาสังเกตเห็นว่าขุนนางคนนั้นดูเหมือนจะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองนี้ได้ไม่ว่าจะเป็ทหารยาม หรือแม้กระทั่งกลุ่มนักเลงของเถ้าแก่หวัง
"มันคงไม่ใช่แค่ขุนนางธรรมดาแน่ๆ"หลี่เฟิ่งคิดในใจ "มันต้องเป็คนของพันธมิตรไร้เงาหรือไม่ก็ถูกพันธมิตรไร้เงาควบคุมอยู่เื้ั"
ในระหว่างการสอบสวน หลี่เฟิ่งได้ยินบทสนทนาบางอย่างที่หลุดออกมาจากปากของขุนนางและทหารยาม ทำให้เขาปะติดปะต่อเื่ราวได้มากขึ้น
"รายงานนายท่านเ้าเมือง! เด็กคนนี้มันปากแข็งจริงๆขอรับ!" ทหารยามคนหนึ่งกล่าว
คำว่า "เ้าเมือง" ทำให้หลี่เฟิ่งเข้าใจทันทีขุนนางคนนี้คือเ้าเมืองของหลงเหลียง!
"ฮึ่ม! ไม่ต้องรีบร้อน"เ้าเมืองกล่าว "ข้าจะให้มันได้รับบทเรียนที่สาสม! ไม่ว่ามันจะเป็ใคร มาจากไหนก็ต้องจำไว้ว่า เมืองหลงเหลียง แห่งนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของ พันธมิตรไร้เงา และไม่มีใครกล้ามาหือกับเรา!"
คำว่า "พันธมิตรไร้เงา" ดังขึ้นในหูของหลี่เฟิ่งอย่างชัดเจนราวกับสายฟ้าฟาด!
ความโกรธแค้นที่ถูกกดเอาไว้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกครั้งเืในกายของเขาเดือดพล่าน ดวงตาของเขาแข็งกระด้างราวกับก้อนหินเขารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ความสงบสุขที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจอมปลอมในเมืองนี้แท้จริงแล้วมันคือการควบคุมของศัตรูที่เขาออกตามหามาตลอด
สายตาที่จับจ้อง ของเ้าเมืองไม่ได้มองเขาเป็แค่เด็กหนุ่มที่ก่อเื่วุ่นวายอีกต่อไปแล้ว แต่มันมองเขาเป็ ภัยคุกคาม ต่ออำนาจอันชั่วร้ายที่พวกมันสร้างขึ้น
หลี่เฟิ่งรู้สึกถึงอันตรายที่แท้จริงที่กำลังคืบคลานเข้ามาแต่มันไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้ ตรงกันข้ามมันกลับจุดประกายความมุ่งมั่นในใจของเขาให้ลุกโชนยิ่งขึ้น
"ในที่สุด... ข้าก็เจอพวกมันแล้ว!"หลี่เฟิ่งคิดในใจ
แม้ร่างกายจะถูกจับมัดและได้รับความเ็ป แต่จิตใจของเขายังคงแน่วแน่ เขาจะต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้และเขาจะต้องเปิดโปงความจริงเื้ั "พันธมิตรไร้เงา" ที่ควบคุมเมืองหลงเหลียงแห่งนี้อยู่
การเผชิญหน้าที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว หลี่เฟิ่ง จะต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีไม่ว่าจะเป็วิชาที่ร่ำเรียนมา ไหวพริบปฏิภาณ และ มีดสั้นปริศนาคู่ใจเพื่อต่อสู้กับอำนาจมืดที่ควบคุมเมืองแห่งนี้
เขาจะพิสูจน์ให้พวกมันเห็นว่าแม้จะถูก สายตาที่จับจ้อง และถูกมองว่าเป็ภัยคุกคามแต่ แสงแห่งคุณธรรม ย่อมส่องสว่างเหนือความมืดมิดเสมอ...