ตอนที่ 37 นักบัญชีหลี่ผู้มีจิตใจโสมม
หานชีเยวี่ยคว้ามือไว้“คุณย่าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ถึงแม้จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหานชีเยวี่ยในชาตินี้ก็จะเลือกเผชิญหน้าไปพร้อมกับครอบครัวไม่ใช่ปล่อยให้ครอบครัวต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง
“อาเยวี่ย หนูไปรออยู่ในบ้านเถอะ”หานชีเยวี่ยรินน้ำร้อนให้กับอู๋ฮุ่ยหลิงและโจวหย่วนหยาง สองสามีภรรยาก่อนจะหยิบลูกอมนมตรากระต่ายสีขาวออกมาให้กับเจ้าตัวน้อยหลายเม็ด
เมื่อเจ้าตัวน้อยเห็นลูกอมก็ดีใจเป็นที่สุดรีบหยิบลูกอมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ น้ำลายไหลย้อย อร่อยหวานจับใจ
“คุณย่า ให้ฉันอุ้มเองเถอะค่ะเดี๋ยวเสื้อผ้าของคุณย่าจะเปื้อนเอา”
อู๋ฮุ่ยหลิงเห็นลูกชายทำตัวไม่เรียบร้อยจึงรีบยื่นมือไปรับเจ้าตัวน้อยจากอ้อมกอดของย่าเฒ่าหานแต่ย่าเฒ่าหานกลับไม่ยอมปล่อยเจ้าตัวน้อยคืนอู๋ฮุ่ยหลิงไปง่ายๆยิ่งมองก็ยิ่งหลงรักเจ้าตัวเล็กคนนี้
อู๋ฮุ่ยหลิงและโจวหย่วนหยางชายหนุ่มรูปงามและหญิงสาวหน้าตาสะสวย ลูกที่เกิดมาก็ย่อมต้องหน้าตาหน้าตาดีเจ้าตัวน้อยนี้ไม่ต้องพูดเลยว่าน่ารักน่าชังขนาดไหน
ย่าเฒ่าหานอุ้มเจ้าตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าเช็ดปากให้
เจ้าตัวน้อยไม่งอแงกลัวคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อยสงบเสงี่ยมอยู่ในอ้อมกอดของย่าเฒ่าหาน ปล่อยให้คุณย่าดูแล พร้อมกับส่งเสียงเรียก“ทวด” เป็นระยะๆ ทำเอาย่าเฒ่าหานยิ้มแก้มปริ
หานชีเยวี่ยเห็นคุณย่าเป็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ
“พี่ฮุ่ยหลิง พี่โจว เชิญนั่งพักก่อนนะคะเดี๋ยวฉันจะไปทำกับข้าว”
พอได้ยินดังนั้น อู๋ฮุ่ยหลิงก็รีบพูดว่า“ไม่ต้องลำบากหรอกจ้ะ เดี๋ยวพวกเราก็ไปแล้ว”
“มาถึงบ้านแล้วก็ถือว่าเป็นแขกต้องอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิคะ” หานชีเยวี่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
แม้บนใบหน้าจะมีรอยยิ้มแต่ในใจของหานชีเยวี่ยกลับกำลังคิดหาทางที่จะสืบหาข่าวเพื่อยืนยันว่าโจวหย่วนหยางอยู่หน่วยเดียวกับพี่รองของเธอหรือไม่
บางเรื่อง ถ้าหากเตือนล่วงหน้าได้ก็อาจจะสามารถหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมได้ไหมนะ?
แต่หานชีเยวี่ยก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่สามารถพูดตรงๆ ได้ ถ้าเจอหน้ากันแล้วพูดตรงๆ ว่า อีกสองปีคุณจะตายคงไม่มีใครดีใจแน่ๆ คงจะโกรธจนลงไม้ลงมือกันเป็นแน่
ช่วงนี้เธอวุ่นวายกับเรื่องที่บ้านจนลืมเรื่องของพี่รองไป วันนี้ที่โจวหย่วนหยางมา ก็นับว่าเป็นโอกาสอันดีอู๋ฮุ่ยหลิงไม่รู้ว่าหานชีเยวี่ยกำลังคิดอะไรอยู่ จึงยังคงปฏิเสธอย่างสุภาพ
“น้องชีเยวี่ยจ๊ะพรุ่งนี้เช้าพวกเราต้องออกจากเมืองไปประจำการแล้ว ไม่มีเวลากินข้าวหรอกจ้ะ”
อู๋ฮุ่ยหลิงชอบคนในครอบครัวหานมากรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นย่าเฒ่าหานหรือหานชีเยวี่ย ต่างก็เป็นคนจริงใจการได้ติดต่อกับคนแบบนี้ ทำให้รู้สึกสบายใจมาก
เมื่อได้ยินอู๋ฮุ่ยหลิงปฏิเสธย่าเฒ่าหานก็รีบพูดขึ้นว่า “ไม่ได้หรอก ญาติมาถึงบ้านทั้งทีจะปล่อยให้กลับไปมือเปล่าได้ยังไง”
ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านจะไม่ค่อยดีแต่ย่าเฒ่าหานก็เป็นคนใจกว้าง ชอบต้อนรับแขกเสมอ ท่านมักบอกกับคนในบ้านอยู่เสมอว่าต่อให้ลำบากแค่ไหน ก็ไม่มีทางปล่อยให้แขกกลับไปทั้งที่ท้องยังว่าง
“ใช่ค่ะ พี่ฮุ่ยหลิงหรือว่าพี่รังเกียจที่บ้านเรายากจน?” หานชีเยวี่ยพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม
อู๋ฮุ่ยหลิงรู้สึกกระอักกระอ่วน รีบพูดว่า“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ น้องชีเยวี่ย อย่าคิดแบบนั้นนะถ้าฉันเป็นคนแบบนั้นฉันก็คงไม่มาที่นี่หรอก”
“งั้นก็อยู่กินข้าวเถอะ ยังไงก็ขับรถมากลับไปใช้เวลาไม่นาน ยายไม่เคยนั่งรถยนต์หรอกแต่ได้ยินมาว่ามันสนุกมาก”ย่าเฒ่าหานพูดพลางเล่นกับเจ้าตัวน้อยอย่างอารมณ์ดี
“พี่ฮุ่ยหลิง พี่ดูสิคะคุณย่าฉันชอบเจ้าตัวน้อยมากเลย ถ้าพี่กลับไปแบบนี้คุณย่าฉันคงเสียใจจนกินข้าวไม่ลงแน่ๆ” หานชีเยวี่ยเบะปากบอกให้อู๋ฮุ่ยหลิงดูสองคนยายหลาน
อู๋ฮุ่ยหลิงมองแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้จริงอย่างที่ชีเยวี่ยพูด คุณย่าหลงเจ้าตัวน้อยมากจริงๆ
“พี่ฮุ่ยหลิง บอกให้นะคะที่บ้านฉันพี่ชายเยอะ แต่ยังไม่มีใครแต่งงานเลย คุณย่าฉันฝันอยากจะมีเหลนมากคาดว่าหลังจากที่พวกพี่กลับไป หูของพี่ชายฉันคงไม่ได้พักแน่ๆ ”
“บ้านเธอมีพี่ชายเยอะเหรอ?” อู๋ฮุ่ยหลิงถามด้วยความอยากรู้
“ฉันมีพี่ชายหกคนค่ะนอกจากพี่รองที่เป็นทหารแล้ว คนอื่นๆ ก็ทำไร่ทำนาอยู่ที่บ้านค่ะ”
หานชีเยวี่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจแต่สายตากลับแอบมองไปที่โจวหย่วนหยาง
“อ้อ พี่รองของเธอเป็นทหารด้วยเหรอ?”อู๋ฮุ่ยหลิงถาม
“ใช่ค่ะพี่รองของฉันเป็นทหารมาหลายปีแล้วค่ะ”
ทันใดนั้น โจวหย่วนหยางก็พูดขึ้นว่า“พี่ชายของเธอชื่อหานซวงหยางรึเปล่า?”
หานชีเยวี่ยแสร้งทำเป็นตกใจ “พี่โจวรู้จักพี่รองของฉันด้วยเหรอคะ?”
“อยู่หน่วยเดียวกันฉันจำได้ว่าเขาน่าจะเป็นคนแถวนี้”
“ตายจริงงั้นเธอคงเป็นหัวหน้าของหลานชายฉันนี่เอง งั้นยิ่งต้องอยู่กินข้าวด้วยกันใหญ่เลย”
ย่าเฒ่าหานไม่คิดว่าจะมีความเกี่ยวข้องกันแบบนี้ยิ่งไม่ยอมให้สองสามีภรรยาโจวหย่วนหยางกลับไปง่ายๆ
“งั้นพวกเราก็อยู่กินข้าวด้วยแล้วกันเถอะครับพอกลับไปจะได้เล่าเรื่องที่ครอบครัวให้ซวงหยางฟัง” โจวหย่วนหยางตัดสินใจพูด
“คุณย่า ถ้ามีอะไรอยากฝากไปให้หลานชายก็ฝากพวกเราไปได้นะคะ!” เมื่อรู้ว่าสามีรู้จักกับพี่ชายของหานชีเยวี่ยอู๋ฮุ่ยหลิงก็รีบพูดขึ้น
“ไม่ได้เจอซวงหยางมาหลายปีแล้วคิดถึงมันจริงๆ เดี๋ยวรอสะใภ้กลับมา จะให้เตรียมของฝากให้รบกวนพวกเธอเอาไปให้มันด้วยนะ”
เพราะความสัมพันธ์ของหานซวงหยางทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
อู๋ฮุ่ยหลิงจึงอาสาไปช่วยหานชีเยวี่ยทำกับข้าวมื้อเย็นเดิมทีตั้งใจจะทำซุปไข่ใส่ธัญพืช
แป้งผสมน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเหลือแค่เอาลงหม้อต้ม
หานชีเยวี่ยคิดว่าอาหารแบบนี้ดูไม่ค่อยเหมาะที่จะต้อนรับแขกจึงเริ่มนวดแป้งทำแป้งทอด แป้งทอดวันนี้นั้น หานชีเยวี่ยใช้แป้งสาลีอย่างดี
เธอคิดว่าปกติคนในบ้านไม่ค่อยได้กินแป้งสาลีจึงทำแป้งทอดเยอะหน่อย เพื่อให้ทุกคนได้กินอิ่มอร่อย
อู๋ฮุ่ยหลิงพยายามห้ามหานชีเยวี่ยบอกว่าไม่ต้องทำอะไรมากมาย กินอะไรก็ได้แต่หานชีเยวี่ยก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตานวดแป้งเพื่อทำแป้งทอดทั้งเด็ดผักล้างผักอย่างขะมักเขม้น เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังตั้งใจต้อนรับแขกจริงๆ
อู๋ฮุ่ยหลิงจึงช่วยหานชีเยวี่ยทำกับข้าวทั้งสองคนคุยกันอย่างสนุกสนาน ในขณะเดียวกันข่าวที่ว่ามีทหารขับรถยนต์มาที่บ้านหานก็แพร่สะพัดไปทั่ว
คนในชุมชนนอกจากตอนที่หัวหน้าระดับสูงมาเยี่ยม ก็ไม่เคยเห็นรถยนต์มาก่อนตอนนี้พวกเขาแทบไม่มีสมาธในการทำงานกันแล้ว
ทุกคนต่างก็พูดคุยกันว่าคนที่ลงมาจากรถยนต์เป็นใคร
บางคนเดาว่าซวงหยางคงจะได้รับความดีความชอบทางกองทัพจึงส่งคนมาแจ้งข่าวดี บางคนก็บอกว่า ซวงหยางคงจะได้เลื่อนตำแหน่งจึงขับรถยนต์กลับมาบ้าน
ในที่สุด เรื่องนี้ก็ถึงหูผู้นำชุมชนเขานั่งไม่ติดเบาะอดรนทนไม่ได้ อยากจะรีบไปดูให้เห็นกับตา ปกติแล้วถ้ามีรถยนต์มาที่ชุมชนจะต้องมาที่บ้านเขาก่อน แต่นี่กลับตรงไปที่บ้านหานทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
“ท่านผู้นำชุมชนครับทำไมถึงมีรถยนต์ไปที่บ้านหานได้ล่ะ?” นักบัญชีหลี่เข้าไปถามผู้นำชุมชน“รถยนต์มาที่ชุมชนเรา ก็ควรจะต้องมาหาผู้นำชุมชนอย่างท่านก่อนไม่ใช่หรือ?”
ผู้นำชุมชนจ้องไปที่นักบัญชีหลี่อย่างไม่พอใจฮึ่ม ในใจเขาก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่ได้โง่จนฟังไม่ออกว่านักบัญชีหลี่กำลังกวนน้ำให้ขุ่น
“ไม่มีอะไรทำก็รีบกลับบ้านไปตัดฟืนไปอย่าคิดร้ายมาก”
เมื่อเห็นว่าผู้นำชุมชนไม่หลงกลนักบัญชีหลี่ก็รู้สึกผิดหวัง แต่เขาก็ได้แต่มองผู้นำชุมชนเดินจากไป