“โอ้ว ถึงสักที เรารีบกลับบ้านกันเถอะข้าจะพาพวกเ้าทำอะไรสนุกๆ” ไป๋ซู่ซินกล่าวอย่างตื่นเต้น
“อะไรสนุกหรือขอรับ แต่ลองดูก็ได้” แม้จะสงสัยว่าแม่เลี้ยงจะพาพวกตนไปทำอะไรแต่เด็กพวกนี้ก็พยักหน้าพร้อมจะทำตามด้วยความเต็มใจ
หลังจากที่นำของที่ซื้อมาจากตลาดทั้งหมดมาจัดสรรให้เข้าที่เข้าทางไป๋ซู่ซินก็นับเงินที่เหลือ ซึ่งเหลือเพียงเก้าเหรียญทองกับอีก 229 อีแปะเท่านั้น
‘เห้อเงินน้อยมากไม่พอที่จะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เด็กๆเลย ส่วนผ้าห่มเอาไว้ก่อนแล้วกันเพราะนี่ยังหน้าร้อนอยู่ ยังไม่ค่อยจำเป็นัก เอาเท่าที่จำเป็ก่อนละกัน’
“นี่พวกเ้ามานี่สักเดี๋ยว”ไป๋ซู่ซินกวักมือเรียกลูกเลี้ยงทั้งสาม
“ข้าจะเก็บเงินทั้งหมดไว้ในกล่องนี้แล้วเ้าลั่วหาน นำไปซ่อนหรือเก็บไว้ที่ไหนก็ได้ในบ้าน ข้าจะให้เ้ารับหน้าที่พิทักษ์เงินของครอบครัวเ้าจะได้มั่นใจว่าข้าจะไม่เอาเงินนี้ไปใช้สุรุ่ยสุร่าย”
“ท่านไม่เห็นต้องทำถึงเพียงนี้เลย”ลั่วหานพูดขึ้น
“ไม่เป็ไร ข้าเต็มใจเ้ารีบๆ เอาเงินไปเก็บซะ ข้าจะไปวางลอบดักปลาก่อน แล้วจะพาพวกเ้าไปทำเื่สนุกๆตอนนี้พวกเ้าก็พักก่อนแล้วกัน อีกหนึ่งเค่อ ข้าจะกลับมา” ไป๋ซู่ซินพูดจบก็รีบไปหยิบลอบดักปลาแล้วตรงไปที่ลำธารทันทีถึงปลาในลำธารจะขายได้เงินไม่มากมายเท่าปลาิญญาในมิติฟาร์ม แต่เงินจะมากจะน้อยอย่างไรก็คือเงิน
พอวางลอบดักปลาเสร็จ ไป๋ซู่ซินก็กลับมาที่บ้านแล้วพูดกับเด็กๆว่า“ข้าวางลอบดักปลาเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวพอสักครึ่งชั่วยามค่อยไปยกขึ้น รอบนี้เราจะลองขายให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านดูไม่ต้องเข้าไปในอำเภอแล้วเพราะหากต้องนั่งเทียมเกวียนอีกก็เสียดายเงินและยังเสียเวลา”
“ส่วนเื่ต่อมา ก่อนที่ข้าจะป่วยและสลบไปนั้นตัวข้าได้ปลูกผักไว้หลังบ้าน แต่พวกเ้าคงไม่สังเกตเห็นมันหรอกเพราะว่าข้าเอาหญ้าแห้งมาคลุมไว้วันนี้ข้าจะพาพวกเ้าไปรดน้ำผักและถอนหญ้า”
เด็กทั้งสามสบตากันอย่างงุนงง
‘อะไร นางน่ะหรือปลูกผัก! แล้วปลูกก่อนจะสลบไปน่ะหรอ? นี่ก็ผ่านมาสี่ห้าวันแล้วข้าไม่ได้สังเกตหลังบ้านเลยรึไงกัน’
‘ปลูกผักให้ขึ้นมันยากกว่าตกปลาอีกนะมันจะเป็ไปได้อย่างไร แต่ถ้านางปลูกไม่ขึ้น วันนี้นางจะซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพิ่มอีกทำไมหรือว่านางจะปลูกผักได้สำเร็จ? เอ้ะ! แต่เมื่อวานนางก็ทำบะหมี่ใส่ผักผักนั้นทั้งเขียวทั้งอวบ!’
ไม่รอช้าทุกคนจึงไปที่หลังบ้านไป๋ซู่ซินนำหญ้าและฟางที่คลุมแปลงผักออก ผักในตอนนี้โตกว่าเมื่อเช้าอีกแล้วคาดว่ามะรืนคงเก็บได้
“พวกเ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ ทีแรกข้าเองก็ใเหมือนกันว่าผักที่ปลูกมันงามมากข้าเลยคิดว่าหากเก็บผักพวกนี้แล้วจะลงเมล็ดชุดใหม่ แต่ผักบางชนิดเก็ไม่จำเป็ต้องถอนเพียงใช้การตัดผักก็งอกใหม่แล้วเป็การประหยัดค่าเมล็ดพันธุ์ได้อีกด้วยตอนนี้ ส่วนพวกเ้าก็ถอนหญ้าก่อนแล้วกัน”
ปกติแล้ววัชพืชจะไม่ค่อยมีเท่าไรเพราะคุณภาพดินไม่ดีนักแต่เมื่อเทียบแล้ววัชพืชก็ยังมีมากกว่าผักที่ปลูกแต่ตอนนี้พวกวัชพืชเหล่านี้ต่างได้รับอานิสงส์จากอมายาวารีที่นำมารดแปลงผักกันอย่างถ้วนทั่วทำให้พากันเติบโตไวจนน่าขนลุก
“เดี๋ยวข้าจะไปหาบน้ำมารดแปลงผักพวกนี้ก่อนนะขอรับ”ลั่วหานพูดขึ้นมา
“ไม่ต้องๆเ้าคิดว่าข้าจะใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดให้เด็กอย่างเ้าไปหาบของหนักๆเช่นนั้นหรือ” เมื่อได้ยินดังนั้นไป๋ซู่ซินจึงรีบเอ่ยห้ามทันที
‘ใช่ปกติหน้าที่หาบน้ำมาใช้อาบ ใช้กินของบ้าน หากท่านพ่อไม่อยู่ ข้าก็หาบไม่ใช่หรืออย่างไร’
ไปซู่ซินเดินไปหาบน้ำจากลำธารแล้วแอบนำอมายาวารีหยดไปสองหยด จากนั้นก็ให้เด็กๆนำไปรดแปลงผักให้ถ้วนทั่วส่วนนางก็ไปหาบอีกรอบเพื่อเอาใส่ถังเพื่อไว้ใช้อาบน้ำและทำอาหาร
พอหาบน้ำรอบที่แปดไป๋ซู่ซินก็แวะดูลอบดักปลาเพื่อยกขึ้นแล้วนำปลาใส่ถัง จากนั้นก็วางลอบดักปลาทิ้งไว้สำหรับดักปลาเพื่อขายในวันพรุ่งนี้จากนั้นจึงให้เด็กทั้งสามนำไปขายให้ชาวบ้านในหมู่บ้านก่อนที่จะมืดค่ำ
‘รอบนี้ก็ได้มา 30 กว่าตัว เอาใส่ไว้ในมิติสักครึ่งหนึ่งละกันแล้วค่อยเอาไปรวมขายในอำเภอพรุ่งนี้เพราะไม่รู้ว่าปลาพวกนี้จะขายให้คนในหมู่บ้านได้หรือไม่ นี่เป็หมู่บ้านชาวประมงเชียวนะชาวบ้านบางส่วนก็ออกเรือหาปลาคงไม่ค่อยมีใครขาดแคลนปลาสักเท่าไร’
แต่การคาดการณ์ของไป๋ซู่ซินได้ผิดไปถนัด ทีแรกนางว่าจะไปด้วยแต่ด้วยชื่อเสียงที่กลายเป็ชื่อเสียของเธอมันเหม็นโฉ่ไปสามบ้านแปดบ้านคงไม่มีใครอยากสนทนาหรือเจรจาซื้อขายด้วยเป็แน่ นางจึงให้เด็กๆไปขายกันเองปรากฏว่าด้วยความน่ารักน่าชังกิริยามารยาทดี และที่สำคัญปลาน้ำจืดสดๆ ที่เค้าว่ากันว่าจับไม่ง่ายเลย แต่เด็กตระกูลหวังกลับนำมาขายได้ใครไม่ซื้อก็บ้าแล้ว
ตอนนี้ปลาที่นำไปขายสิบกว่าตัวขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วโดยไป๋ซู่ซินตั้งราคาไว้ว่าให้ขาย 15 อีแปะทั้งหมดทุกขนาดแต่ก็มีแต่ขนาดใหญ่ๆทั้งนั้น ได้เงินมา 255 อีแปะระหว่างนั้นก็มีชาวบ้านบางคนสงสัยจึงถามขึ้นมา
“นี่พวกเ้า ไปเอาปลามาจากไหนมีแต่ตัวใหญ่ๆมากมายถึงเพียงนี้ หากมีตัวสองตัวข้ายังพอเข้าใจ”
“นั่นน่ะสิพวกเ้าจับมันอย่างไร?”
พอถูกซักไซ้มากๆ เข้าเด็กทั้งสามก็ทำตัวไม่ถูกอีกทั้งตอนนี้ยังไม่มีไป๋ซู่ซินมาช่วยพูดให้เหมือนตอนอยู่ตลาดอีกจะโกหกก็ไม่เคยโกหกเสียด้วย
‘ท่านพ่อสอนข้าว่าไม่ให้โกหกข้าจะทำอย่างไรดี?’
“คือพวกข้าก็เอามาจากลำธารนั่นแหละ ท่านน้าเป็คนจับได้”
‘ข้าไม่ได้โกหกครั้งนี้ท่านน้าเป็คนวางลอบดักปลาเองจริงๆ’ พวกเด็กๆ คิดพลางภูมิใจในความฉลาดของตัวเอง
ชาวบ้านทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าท่านน้านี่หมายถึงไป๋ซู่ซินแม่เลี้ยงใจั์ใช่หรือไม่
“พวกเ้าหมายถึงแม่เลี้ยงของพวกเ้าไป๋ซู่ซินหรือบ้านเ้ามีท่านน้าคนอื่นเดินทางมาพักที่บ้าน?”
“แม่เลี้ยงของข้าสิ ครอบครัวพวกข้ามีเพียงเท่านี้ไม่มีท่านน้าคนอื่นหรอก”
‘ห้ะ อะไรนะ ไป๋ซู่ซินนางน่ะหรือจับปลาได้หรือปลาในลำธารชอบคนใจร้าย?’
‘นางหายดีป่วยั้แ่เมื่อไรกัน?’
แต่ก็มีชาวบ้านบางส่วนไม่อยากจะเชื่อเลยพยายามถามว่าจับปลาอย่างไร ใช้เหยื่อแบบไหนหรือใช้อุปกรณ์อะไรเพราะที่ขายรอบนี้เป็ปลาน้ำจืด
“ข้าไม่รู้เลย อย่างที่ข้าบอกท่านน้าเป็คนนำมันมาให้พวกข้า ข้ามีหน้าที่ขายเท่านั้นหากพวกท่านสงสัยลองไปถามท่านน้าเองจะดีกว่า”
พอชาวบ้านได้ยินดังนั้นจึงต้องแยกย้ายกันอย่างไม่เต็มใจเพราะใครล่ะจะกล้าไปถามไป๋ซู่ซิน หากไปถามคงโดนด่าตะเพิดเป็แน่แท้