ตอนที่ 38: เข้าสู่สมรภูมิ
ลมหนาวจากเทือกเขาทางเหนือพัดกระหน่ำไม่หยุด กลิ่นหิมะและควันไฟลอยอบอวลทั่วค่ายทหารเมืองอี้หนาน
ฤทธายืนตรงกลางลานฝึกในพิธีอำลาค่ายฝึกงาน ร่างสูงโปร่งที่ครั้งหนึ่งยังดูเป็เด็กน้อย บัดนี้กลับแผ่พลังน่าเกรงขาม แม้ไม่ได้ตั้งใจ
หนึ่งปีฝึกงานที่กองทัพได้แปรเปลี่ยนเขาอยางลึกซึ้ง ขณะเดินดูค่ายฝึกงาน
เขาเหยียดยิ้มบาง คิดถึง่เวลาที่ผ่านมา ก่อนที่จะเดินออกจากค่ายฝึก
สองปีครึ่งหลังาเมืองฝู่หลง ฤทธากลับไปสำนักเย่วจี ไปที่เรือนไม้ไผ่
“ศิษย์คารวะอาจารย์” ฤทธาทำการคารวะ
“กลับมาก็ดีแล้ว ดูโตขึ้นนะ” ไป๋ิมองดูศิษย์ด้วยความภาคภูมิใจ
“อาจารย์ คิดว่าข้าควรไปทำงานที่ใดดีหรือขอรับ” ฤทธาอยากรู้ความคิดอาจารย์
ไป๋ิ ส่งพลังลงไปที่เท้า เกิดม่านพลังล้อมทั้งสองคน ม่านปิดกั้นเสียง
“แผนคร่าวๆ เป็อย่างนี้นะ พวกเ้าไปทำงานที่กองทัพ ข้าจะหาโอกาสวางมือ หานเย่ว จะหาโอกาสาเ็ เจี้ยนหรงจะเป็เ้าสำนักคนต่อไป หลังวันจบการศึกษาจริง ให้เ้าและเพื่อนขึ้นทะเบียนเป็ทีมรบแล้วเ้าเลือกทำงานที่หอิญญายุทธ์ แค่นี้แหละ”
ไป๋ิ บอกแผนคร่าวๆ
แต่ฤทธายังประมวลผลตามไม่ทัน เขาพยายามทวนคำ
“ครับอาจารย์” ฤทธารับคำ แล้วลาอาจารย์ “รองเ้าสำนักเจี้ยน ขึ้นเป็เ้าสำนัก”
ระหว่างทางเขาขึ้นไปคารวะอาจารย์ปู่และบูรพาจารย์ ที่เขตหวงห้าม
อาจารย์ปู่ผู้เคยคอยแนะแนวชีวิตให้เขา...ได้ละสังขารอย่างสงบในวันฤดูใบไม้ผลิแรกหลังา ทิ้งเพียงคำสั่งเสียว่า
"จงใช้ชีวิตอย่างที่เ้าปรารถนา...อย่าให้ใครพรากมันไปได้..."
วันนั้นเขานั่งเงียบข้างหลุมศพนานนับวัน
ฤทธาไม่เคยลืม
เขากลับบ้านไปหาแม่ใน่หยุดสั้น ๆ และยังได้พบต้าหวังที่ร้านขายอุปกรณ์
ต้าหวังหัวเราะร่าเมื่อเห็นฤทธา
"โตจนเป็หนุ่มใหญ่แล้วสิ!"
พวกเขานั่งดื่มชาร่วมกัน พูดคุยถึงเื่ราวในอดีตอย่างอบอุ่น
แต่แล้ว เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว — จากปีสี่จบลง ปีสุดท้ายของการศึกษาในสำนัก แม้จะยังไม่ได้จบจริง
การต้องไปฝึกงานหนึ่งปีได้กลายเป็บททดสอบครั้งหนึ่งในชีวิตฤทธา
และเมื่อมันสิ้นสุดลง มันแค่สิ้นสุดก้าวแรกกับการฝึก ก้าวต่อไปปลายทางของมัน...คือสนามรบจริง
หนึ่งเดือนหลังจบการฝึกงาน ฤทธาใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ก่อนต้องจากไปทำงานอีกห้าปี ครอบครัวเขารู้กติกาดี ว่าต้องทำงานในชื่อสำนักอีกห้าปี ทุกคนรู้ดีว่ายังน้อยไปกับสิ่งที่ได้รับมา ฤทธา ชีต้าร์ นิล ๆ กอดลาพ่อ แม่ ก่อนไปทำงานอีกทวีปหนึ่ง
ณ.ทวีปเหนือ เมืองอี้หนานเมืองด่านป้อมปราการ
ที่ลานกลางเมืองอี้หนาน ฤทธา, ซูคิม, จิมมี่ และเรโซ่ รวมตัวกันอีกครั้ง ทีมแสงเงา อดีตแชมป์ศึกสี่สำนักด้วยวัยเพียงสิบห้าและสิบหกปี
"พวกเรากลับมาแล้ว" จิมมี่หัวเราะตบไหล่ฤทธาแรง ๆ
"พร้อมจะลุยจริง ๆ แล้วสินะ" ซูคิมยิ้มเย็น สายตามุ่งมั่น
เรโซ่ยักไหล่ "คราวนี้ของจริงแน่นอน"
พวกเขานั่งประชุมกันที่เต็นท์บัญชาการ พร้อมกับตรวจสอบแต้มสะสมที่ได้รับจากสนามประลองกลาง
แต่ละคนมีแต้มตามผลงานที่แสดงมาตลอดหนึ่งปี
ฤทธาหนึ่งแสนหนึ่งพันแต้ม ซูคิมเจ็ดหมื่นหกพันเก้าสิบแต้ม จิมมี่แปดหมื่นสี่พันสามร้อยแต้ม เรโซ่เจ็ดหมื่นหกพันแต้ม บางคนแลกแต้มไปบ้างแล้วก่อนรู้แผน
ระบบแลกเปลี่ยนชัดเจน
หากมี หนึ่งแสนแต้ม จะสามารถเลื่อนยศเป็ "นายกอง" ได้ทันที พร้อมบังคับบัญชาทหารหนึ่งร้อยคน
“พวกท่านคิดอย่างไร” ฤทธาถามทุกคน
“ก่อนอื่นจำจุดประสงค์แรกที่เราตั้งทีมกันได้หรือไม่” ซูคิมถามทุกคน
“เราจะเป็ทีมรบ ที่เปลี่ยนานี้ ให้มนุษย์ไม่ต้องถูกกดขี่อีกต่อไป” เรโซ่บอกปณิธานของพวกเขา ตอนตั้งทีมใหม่ๆ
“เราจะต้องเริ่มสร้างกองกำลังของเรา กองทหารหนึ่งร้อยคน นี่แค่จุดเริ่มต้น” จิมมี่กล่าว
“ตอนนี้ให้เริ่มจากกองทหารก่อน” ซูคิมดึงสติทุกคน
“เราจะเริ่มจากกองร้อยเล็กๆ” ฤทธาทิ้งคำพูดให้ทุกคน
“เอาล่ะ ตามที่คุยกันไว้ ทีมเราไม่มีหัวหน้า ทุกคนมีหน้าที่ต่างกันไป เื่ทหารยุทธวิธีเป็ของฤทธา ข้าการเมืองการปกครอง จิมมี่วิศวกรรมการผลิตรต่างๆ เรโซ่ข่าวต่างๆ ของสมาคมการค้าและหอิญญายุทธ ฤทธาว่าแผนของเ้ามา ข้ารู้เ้าคงคิดมาดีแล้ว”
ซูคิมสรุปหน้าที่แต่ละคนอีกครั้งแล้วหันมามองทางฤทธา
ฤทธาลูบคาง คิดวิเคราะห์รวดเร็ว ก่อนเสนอว่า
"ข้าจะใช้แต้มแลกยศ...จะได้คุมกำลังเองในภารกิจใหญ่"
เขาหันไปหาจิมมี่ "ส่วนศิษย์พี่ เอาแต้มไปแลกอุปกรณ์เครื่องมือซ่อมแซมและะเิตามที่เราคุยไว้"
หันหาซูคิม "พี่ซูเอาไปแลกอาวุธกับเกราะให้ทหาร และอุปกรณ์ค่ายกล"
แล้วหันหาเรโซ่ "นายเอาไปแลกเสบียงและยาไว้ สนับสนุนเส้นทาง"
“หลังเราฝึกกองร้อยของเราให้เก่งสักหนึ่งปี ปีหน้าก็จะแยกเป็สี่กอง แล้วค่อยเป็ กองพันต่อไป พวกท่านก็คิดแบบข้าใช่หรือไม่” ฤทธาหันไปยิ้มให้ทุกคน
ทั้งสามไม่มีใครคัดค้าน พวกเขาต่างมีความคิดไปในทางเดียวกัน
สู่ป้อมปราการเหนือ
หลังการเลื่อนยศ ฤทธาในเครื่องแบบนายกองใหม่เอี่ยม บนอกมีวัสดุิญญาเป็รูปโล่อันเล็กๆ สามารถเก็บบันทึกละอองิญญาได้ เอาไว้บันทึกคะแนนเวลาฆ่าสัตว์อสูรหรือปีศาจ ฤทธานำกำลังหนึ่งร้อยคน เคลื่อนพลสู่ป้อมปราการแห่งหนึ่งริมพรมแดนเหนือสุด
หิมะขาวปกคลุมทุกตารางนิ้ว ค่ายทหารไม่เหมือนค่ายฝึกงานที่อยู่ในเขตเมือง ค่ายนี้พอออกไปนอกกำแพงก็เจอสัตว์อสูรได้ไม่ยาก
แม่ทัพจงลู่ ผู้เคยพบกันที่เมืองฝู่หลงเมืองด่านทวีปตะวันตก เป็ผู้บัญชาการสูงสุดที่นี่
เขายิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นฤทธาเข้ามาคารวะ
"สำนักเย่วจีส่งมือดีมา...ข้าจำเ้าได้ พวกเ้าทำได้ดีที่ฝู่หลง" จงลู่ตบบ่าเขาแรง ๆ
"แต่ที่นี่...มันยิ่งกว่านั้นอีกสิบเท่า"
ฤทธาก้มศีรษะรับ เขาเข้าใจดี
ครั้งนี้ไม่มีบททดสอบ ไม่มีผู้คุมสอบ ไม่มีใครคอยช่วยเหลือ มีแต่ความจริง...ที่ว่าสนามรบ ไม่เคยปราณีใคร
แม่ทัพจงลู่สั่งโดยตรง “มีภารกิจที่เหมาะกับพวกเ้าพอดี ยังไม่ต้องรบ ไม่ต้องปะทะ แค่สำรวจ”
เขากางแผนที่ออกมา
"ข้าอยากได้แผนที่ใหม่ ในรัศมสองร้อยกิโลเมตร จากป้อมนี้เข้าไปในแดนปีศาจทางด้านเหนือ เ้าและคนของเ้ามีเวลาหนึ่งเดือน"
ฤทธากำแผนที่เก่า ๆ ในมือ สายตาแน่วแน่
เขารู้ว่านี่ไม่ใช่งานธรรมดา ต้องบุกเข้าไปในดินแดนศัตรู อาจเจอการลอบโจมตี การซุ่มโจมตี หรือกับดักปีศาจก็ได้ทั้งนั้น
แต่ฤทธาไม่ได้หวั่นไหว นี่คือหนทางของเขา
ในขณะที่เตรียมการออกเดินทาง ฤทธาได้พบกับบุคคลหนึ่งที่ไม่คาดคิด
เซี่ยงหลง พี่ชายของเซี่ยงหยาง ศัตรูเก่าแห่งสำนักเย่วจี ที่ใส่ร้ายยอนมิน
ชายหนุ่มวัยยี่สิบ ใบหน้าหล่อคมเข้ม ท่าทางภาคภูมิ ติดตรายศ "นายพัน" บนอกเสื้อเกราะหนา
"โอ้? นี่ศิษย์เย่วจีที่ร่ำลือว่ามาที่ทัพเหนือ คือศิษย์น้องหรือนี่"
เซี่ยงหลงกวาดตามองฤทธาด้วยแววเยาะหยัน
"ไม่รู้ว่าจะรอดในแดนปีศาจได้กี่วัน" เขาประชดเพื่อดูอาการฤทธา
ฤทธาเหลือบมองเขานิ่ง ๆ ไม่พูดสักคำ ไม่มีประโยชน์จะเถียงกับคนที่ถือยศและอำนาจเป็เครื่องมือ
เวลาจะเป็เครื่องพิสูจน์
เซี่ยงหลงขบฟันแน่นเมื่อเห็นฤทธาเมินเฉย
เขาได้แต่พากองทหารเดินผ่านไป เขาไม่อยากทำอะไรแถวกระโจมท่านแม่ทัพ
เขาสั่งการกองกำลังในสังกัดของเขาให้เพ่งเล็ง เด็กใหม่จากเย่วจี อย่างฤทธาไว้ให้ดี
แต่ฤทธาและทีมแสงเงาไม่ได้สะทกสะท้าน พวกเขาเงียบขรึม เตรียมตัวอย่างจริงจัง ค่ำคืนก่อนออกเดินทาง ที่ค่ายทหารนอกเมือง
ฤทธา, ซูคิม, จิมมี่ และเรโซ่ นั่งล้อมวงข้างกองไฟในป้อม หลังจัดเตรียมคนและอุปกรณ์เดินทาง
"ในที่สุด..." จิมมี่พูดเสียงเบา
"จริงๆ แล้ว ข้าก็ตื่นเต้นนะ" ซูคิมยิ้มบาง ๆ
"ข้าพร้อมลุยเต็มที่" เรโซ่กล่าวขณะเคี้ยวอาหาร เขากำน่องไก่ในมือ
ฤทธากล่าว .. “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...เราจะกลับมาพร้อมกัน"
ทุกคนพยักหน้าแน่วแน่
กองไฟสว่างวาบ แสงสีส้มสะท้อนในดวงตาพวกเขา
เด็กหนุ่มเหล่านี้...ได้กลายเป็นักรบเต็มตัวแล้ว
จบตอน.