มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 44 วางแผนสำหรับอนาคต

    ตอนที่ 44 วางแผนสำหรับอนาคต

     

    ยิ่งเหล่าชายหนุ่มได้เห็นใบหน้าของขมิ้นใกล้ๆ หัวในของพวกเขาก็ยิ่งเต้นเร็วขึ้น เพราะขมิ้นนั้นงดงามและน่าหลงใหลมาก ไม่ว่าจะมองจะมุมไหนก็บอกได้เลยว่าเธอเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเจอมา แม้แต่หญิงงามอันดับหนึ่งของหมู่บ้านยังเทียบไม่ติดเลย.....

     

    “กล้วย! ทำไมไม่นำแม่หญิงข้างๆ เอ็งให้พวกพี่รู้จักหน่อยละ?” ไอ้แดงได้สติกลับมาคนแรกจากการหลงไปกับความงามของขมิ้น จากนั้นเขาจึงได้ยิ้มอย่างเขินๆ แล้วขอให้กล้วยช่วยแนะนำตัวขมิ้นให้เขาได้รู้จักว่าเป็นใครมาจากไหน.....

     

    “นี่พี่สาวขมิ้น เธอเป็น..........”

     

    “ข้าเป็นข้ารับใช้ของนายท่านกล้วย” ทว่าก่อนที่กล้วยจะได้พูดจบ หญิงสาวขมิ้นก็ได้พูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก ซึ่งเธอไม่ค่อยชอบคนเหล่านี้ที่มองเธอด้วยสายตาที่น่ารังเกียจ.....

     

    หือ?

     

    ข้ารับใช้?!

     

    คำตอบของขมิ้นทำให้ไอ้แดงและชายหนุ่มคนอื่นๆ ถึงกับมึนงงและหัวสมองโล่งไปหมดเลย เพราะเขาไม่อาจปรับความรู้สึกให้ทันเหตุการณ์ได้.......

     

    “ก็อย่างที่พี่สาวขมิ้นบอกไปนั่นแหละจ๊ะ! ตอนนี้ข้าต้องไปจัดการเรื่องชาวหุบเขาก่อน เอาไว้พวกเราค่อยมาคุยกันนะจ๊ะ!” กล้วยเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ อย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่อาจที่จะทำอะไรได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงรีบขอตัวและเดินจากกลุ่มของไอ้แดงไปในทันที......

     

    อ้า!

     

    เห้ย!

     

    “พวกเอ็งได้ยินแบบที่ข้าได้ยินหรือไม่วะ?” หลังจากที่กล้วยและขมิ้นเดินจากไปแล้ว ไอ้บุญที่อยู่ข้างๆ กับไอ้แดงก็ได้พูดถามขึ้นโดยที่สายตาของเขายังจ้องมองไปที่กล้วยและขมิ้น.......

     

    “ข้ามิได้หูหนวกนะโว้ยที่จักไม่ได้ยิน ข้าได้ยินเต็มๆ สองหูของข้าเลยละ!” ไอ้ยอดได้ตอบกลับทันทีอย่างไม่อยากเชื่อ เขาอยากให้นี่เป็นความฝันที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะเขารู้สึกอิจฉากล้วยมากๆ ที่มีหญิงสาวที่สวยงามแบบนั้นมาเป็นข้ารับใช้.......

     

    “ข้าละอิจฉาไอ้หนูกล้วยมันจริงๆ เลยโว้ย! ถ้าข้าได้แม่หญิงคนนั้นมาเป็นเมียละก็......ข้ายอมไม่ออกมาจากเรือนทั้งเดือนเลย!” ไอ้ไก่เองก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับไอ้ยอด เขารู้สึกว่าตัวของเขานั้นร้อนไปทั้งตัวเลยเมื่อมองไปที่เรือนร่างของขมิ้น เพราะมันดีและน่าหลงใหลเกินไป......

     

    “พวกเอ็งเลิกคิดอะไรที่มันเป็นอกุศลได้แล้ว อีกอย่างพวกเอ็งไม่เห็นหรืออย่างไรว่าแม่หญิงขมิ้นนั้นหาใช่ง่ายเลย ถ้าข้าเดาไม่ผิดนางคงแข็งแกร่งพอกับผู้มีพลังระดับนายพันเลย!” ไอ้แสนที่อยู่ในกลับและมีอายุมากที่สุดได้พูดขึ้นเพื่อเตือนชายหนุ่มคนอื่นๆ เพราะถึงเขาจะรู้สึกชื่นชมกับความสวยของขมิ้น แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่านี้ เนื่องจากตัวเขานั้นมีภรรยาและลูกแล้ว แต่ที่เขาอยากจะเตือนชายหนุ่มคนอื่นๆ ให้รู้คือความแข็งแกร่งของขมิ้นที่เขาสัมผัสได้......

     

    “พี่สาวว่ากระไรนะ? แม่หญิงขมิ้นที่มีร่างกายบอบบางเช่นนั้นรึมีพลังระดับนายพัน? มิใช่ว่าพี่แสนอยากจะเก็บไว้กินเองหรอกหรือถึงได้พูดให้พวกเรากลัว?” ไอ้แดงหันไปถามนายแสนด้วยความไม่อยากเชื่อ เพราะเขาสัมผัสไม่ได้เลยว่าขมิ้นจะแข็งแกร่งแบบนั้น......

     

    “เอ็งนี่ปากหมาจริงไอ้แดง! ข้ามีเมียมีลูกแล้ว ข้าไม่คิดอะไรที่มันผิดศีลดอก ถึงแม้ว่าการมีเมียหลายคนจะเป็นเรื่องธรรมดาก็เถอะ แต่ข้ารักเมียของข้าคนเดียวโว้ย ส่วนเรื่องความแข็งแกร่งของแม่หญิงขมิ้นคนนั้น ถ้าพวกเอ็งไม่เชื่อพวกเอ็งก็สามารถไปลองของได้เลย” นายแสนรีบพูดตะคอกใส่ไอ้แดงอย่างดังในทันที เพราะคำพูดของไอ้แดงมันจะทำให้เขาทะเลาะกับเมียได้......

     

    “โถ่.......ข้อแค่หยอกเล่นเท่านั้น ทำไมพี่แสนถึงต้องโกรธด้วยเล่า!” ไอ้แดงได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะเขารู้นิสัยของนายแสนดีว่าเป็นคนอย่างไร.......

     

    “เอาเถอะ! พวกเรารีบไปหาท่านผู้ใหญ่ก่อน ข้าไปสายเดี๋ยวจะถูกว่าเอาได้!” นายแสนได้แต่ส่ายหน้ากับนิสัยของไอ้แดง ก่อนที่จะเลิกคิดมากและบอกให้ทุกคนไปหาผู้ใหญ่สุขต่อ.....

     

    อื้ม!

     

    ณ ลานกว้างกลางหมู่บ้านท่าเสด็จ.......

     

    “ไอ้เรือง! ถ้ามันเป็นอย่างที่เอ็งว่ามาจริงๆ สถานการณ์ภายนอกคงจักมิสู้ดีเท่าไหร่แล้ว ไอ้พวกยักษ์มันเริ่มเหิมเกริมไอ้ใหญ่ ถึงแม้ว่าไอ้เท้าเคหะยักษ์จะแข็งแกร่งมาก แต่มนุษย์เราเองก็ใช่ว่าจะอ่อนแอเสียเมื่อไหร่ ไหนจะมีหลายเผ่าพันธุ์ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกมันอีก ถ้าพวกเราสามารถรวบรวมคนเหล่านั้นได้ การที่จะถวงคืนแผ่นดินของเราคงมิใช่เรื่องยากนัก!”

     

    ผู้ใหญ่สุขพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่จริงจังหลังจากที่ได้ฟังเรื่องต่างๆ ภายนอกที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาได้รู้มาว่ามีหลายเมืองและหลายหมู่บ้านแล้วที่ถูกพวกยักษ์โจมตีและจับตัวไปเป็นทาส นอกจากมนุษย์แล้วเผ่าวานร เผ่ามัจฉา เผ่าปักษาและเผ่าสัตว์วิเศษเองก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน.......

     

    “มันก็ใช่อยู่ถ้าเรารวบรวมคนเหล่านั้นมาได้จะทำให้พวกเราชนะ แต่การกระทำนั้นมันมิใช่ง่ายเหมือนดั่งคำพูดน่ะสิ เพราะค่ายต่อต้านหลายค่ายได้ถูกล่วงรู้ถึงที่ตั้งโดยเหล่าผู้ทรยศที่เห็นแก่เงินและอำนาจ พวกมันขายพี่น้องของตัวเองเพื่อแลกกับตำแหน่งเล็กๆ และเงินจำนวนหนึ่ง แม้แต่ท่านพระยานรงค์จันทร์สีครามเองก็ยังมิวายต้องถูกจับตัวไปเพราะถูกสงสัยว่าเป็นกบฏ ซึ่งคนที่ทำให้ท่านพระยานรงค์จันทร์สีครามถูกข้อหานั้นก็คือคนสนิทของท่านเอง!”

     

    หมื่นเรืองดูเหมือนจะโกรธมากเมื่อพูดถึงเรื่องคนสนิทของพระยานรงค์จันทร์สีครามที่ทรยศเพราะอยากได้ตำแหน่งเจ้าเมืองจันทร์สีคราม ซึ่งเขาเองก็รู้สึกคนทรยศคนนี้ดี และรู้ว่าชายคนนี้ไม่ได้เก่งเรื่องการต่อสู้ แต่เก่งเรื่องการใช้ยุทธวิธีต่างๆ .......

     

    เฮ้อ!

     

    “นั่นแหละมนุษย์! เพราะความโลภจึงได้นำมาซึ่งความกิเลส ถ้ามิใช่เพราะคนเช่นนี้ มีหรือที่บ้านเมืองของเราจะชิบหายเยี่ยงนี้!” ผู้ใหญ่สุขเองก็ไม่ชอบคนเช่นนี้ แต่ไม่ว่าจะที่ไหนก็มักจะมีคนแบบนี้อยู่เสมอ แม้แต่คนในหมู่บ้านนี้ก็อาจจะมีใครสักคนที่จะเป็นแบบนั้นหากว่าถูกความโลภเข้าครอบงำจิตใจแล้ว.......

     

    “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ในตอนนี้หมู่บ้านของเอ็งได้เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้แล้ว ข้ารู้สึกเสียใจจริงๆ ที่นำพาภัยมาสู่พวกเอ็ง แต่เอ็งไม่ต้องเป็นห่วงนะ พวกข้าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องที่นี่เอาไว้ให้ได้ ถึงแม้ว่าจะต้องตายกลายเป็นร่างไร้วิญญาณก็ตามแต่!” หมื่นเรืองคิดว่าการได้มาอยู่ที่นี่มันเป็นเพราะโชควาสนาที่นำพาพวกเขาให้มาเจอกัน ซึ่งการที่เขาได้นำภัยอันตรายมาสู่หมู่บ้านนี้แล้ว เขาก็ต้องสู้และปกป้องที่นี่เอาไว้ให้ได้ไม่ว่าอย่างไร.......

     

    “เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องที่เอ็งจะต้องทำอยู่แล้วละไอ้เรือง! ลองเอ็งไม่ทำดูสิ ข้าเอาเอ็งตายแน่!” ผู้ใหญ่ยิ้มกว้างพร้อมกับพูดหยอกหมื่นเรือนอย่างเป็นกันเอง.....

     

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!

     

    “ว่าแต่ข้าได้ยินมาจากพวกชาวบ้านบอกว่าที่นี่มีโคลงคชสารพงไพรด้วยอย่างนั้นรึ? ไหนละ ทำไมข้าถึงไม่เห็นเลย?” หมื่นเรืองได้ยินเรื่องของฝูงคชสารพงไพรมาจากชาวบ้าน แต่เขาไม่เห็นว่าจะมีฝูงคชสารพงไพรอยู่ตรงไหนในหมู่บ้านเลย เขาจึงได้ถามด้วยความอยากรู้.......

     

    “ท่านพ่อใหญ่คชราชได้พาโคลงของท่านกลับเข้าป่าไปจัดการบางเรื่องอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าจักได้กลับมาเมื่อใด แต่ถ้าท่านพ่อใหญ่คชราชกลับมาเมื่อใดเอ็งจะได้พบท่านเองนั่นแหละ! ว่าแต่เอ็งคิดจะทำเยี่ยงใดต่อไปหลังจากนี้?” ผู้ใหญ่สุขได้อธิบายเรื่องนี้ให้หมื่นเรืองฟัง ก่อนที่จะถามถึงความคิดของหมื่นเรืองเกี่ยวกับเรื่องในอนาคตต่อไปนี้.......

     

    “เป็นเช่นนั้นเอง! อื้ม.......เรื่องหลังจากนี้ข้าคิดว่าจะทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดก่อนแล้วค่อยเริ่มทำอย่างอื่น เพราะที่นี่ไม่มีกำแพงสำหรับใช้ป้องกันหรือแม้แต่หอคอยเฝ้าระวัง ดังนั้นเราจึงต้องสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาป้องกันหมู่บ้านเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!” หมื่นเรืองคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดตอบออกมา ซึ่งเขาคิดว่ามีแค่สองเรื่องหลักๆ ที่ต้องทำให้เสร็จ หนึ่งคือเรื่องการสร้างเครื่องป้องกันเพื่อความปลอดภัยหรือก็คือกำแพง ส่วนอีกเรื่องนั้นก็คือหน่วยสอดแนมที่เป็นเหมือนหูกับตาที่เอาไว้คอยสอดส่องศัตรูให้รู้ก่อนจะมาถึง.......

     

    “เป็นความคิดที่ดียิ่งนัก ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็จะสั่งให้พวกชาวบ้านไปช่วยกันตัดไม้เอาไว้ รวมถึงทำเชือกด้วยป่านป่าอย่างดีเอาไว้มัดก็แล้วกัน!” ผู้ใหญ่สุขพยักหน้ารับฟังและเห็นด้วยกับความคิดของหมื่นเรือง เพราะการมีกำแพงมันจะช่วยป้องกันพวกเขาได้ระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงกำแพงไม้ แต่ไม้และเชือกที่นำมาใช้นั้นล้วนแต่เป็นของชั้นดี โดยเฉพาะป่านป่าที่เหนียวและทนทานเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ใช้มีดลงอาคมคงยากที่จะตัดให้ขาด.......

     

    ดี!

     

    “งั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน ว่าแต่เจ้าหนูกล้วยกับท่านพระฤๅษีคงไปไหนกัน ทำไมถึงไม่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ละ?” หมื่นเรืองพยักหน้าเบาๆ อย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะหันมองรอบๆ เพื่อดูว่ากล้วยและพระฤๅษีคงไปไหน เพราะการประชุมครั้งนี้เป็นอะไรที่สำคัญมาก......

     

    “ท่านพระฤๅษีคงอยู่ที่วัดท่าเสด็จกับพระผา ส่วนเจ้าหนูกล้วยข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน” ผู้ใหญ่สุขรู้เพียงแค่ที่อยู่ของพระฤๅษีคง แต่เขาไม่รู้ว่ากล้วยอยู่ที่ไหน ดังนั้นเขาจึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่รู้......

     

    “ข้ารู้จ๊ะพ่อผู้ใหญ่! ท่านหมื่นเรือง! ก่อนหน้านี้พวกข้าพึ่งพบกับเจ้าหนูกล้วยและแม่หญิงที่งดงามผู้หนึ่งแถวๆ หน้าวัดขอรับ” ทันใดนั้นเสียงของไอ้แดงก็ดังขึ้นเพื่อบอกว่าตนเห็นกล้วยที่หน้าวัด ซึ่งในขณะที่เขาพูดนั้นเขาได้นึกถึงใบหน้าและเรือนร่างของขมิ้นไปด้วย......

     

    หือ?

     

    “สงสัยเจ้าหนูกล้วยคงไปจัดการเรื่องชาวหุบเขาที่พักอยู่แถวนั้น เช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ” ผู้ใหญ่สุขรับรู้ได้ในทันทีว่ากล้วยไปทำอะไรตรงนั้น ส่วนเรื่องหญิงสาวที่ไอ้แดงว่านั้นผู้ใหญ่สุขคิดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงคนเมื่อคืนที่เขาเห็น.......

     

    “นางคงจักเป็นชาวหุบเขาที่เก่งเรื่องธนูมนต์เป็นแน่ ฝีมือการยิงธนูของพวกนางนั้นเป็นเลิศไม่แพ้ใครเลยก็ว่าได้ เพราะข้าที่พ่อเดชเล่าให้ข้าฟัง พวกนางยิงเพียงดอกเดียวก็สามารถฆ่าไอ้พวกอสุรกายข้ารับใช้ของไอ้พวกยักษ์ได้ถึงสามตน แถมยังยิงได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำด้วย!” หมื่นเรืองเองก็รู้ว่าหญิงสาวที่ว่านั้นเป็นใคร เพราะเขาได้ฟังรายงานจากพ่อเดชแล้วถึงความสามารถของขมิ้นและกลุ่มนักธนูมนต์ของเธอ......

     

    “ธนูที่สามารถฆ่าอสุรกายได้พร้อมกันถึงสามตน?!” ผู้ใหญ่สุขถึงกับตาลุกวาวและเป็นประกายอย่างมากเมื่อได้ยินแบบนั้น เพราะเขารู้ว่าลูกธนูแบบนั้นจะต้องเป็นลูกธนูมนต์วิญญาณแน่ เพราะการที่จะสร้างลูกธนูแบบนั้นได้จะต้องสร้างมาจากวิญญาณของสัตว์ร้ายที่มีสติปัญญาและมีระดับพลังตั้งแต่ระดับหัวหมู่ขั้นกลางขึ้นไป........

     

    “ใช่! ฝีมือร้ายกาจนัก หากว่าเป็นข้าที่ต้องรับมือกับพวกนาง ข้าเองก็ยังมิกล้ารับประกันว่าจักสามารถต้านทานและเอาชนะได้หากถูกเว้นระยะและไม่สามารถประชิดตัวได้!” หมื่นเรืองพยักหน้าเพื่อเป็นการยืนยันความสามารถของขมิ้นและกลุ่ม ก่อนที่จะพูดเปรียบตัวเองถ้าต้องถูกรุมยิงโดยนักธนูมนต์หลายสิบคนพร้อมๆ กัน......

     

    อื้ม!

     

    กลับมาที่กล้วยอีกครั้ง.......

     

    หลังจากที่เขามาถึงพื้นที่ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้กับชาวหุบเขาแล้ว เขาก็ได้พูดคุยกับหญิงชราผู้ที่มีอายุมากที่สุดในหมู่บ้านชาวหุบเขา ซึ่งเธอได้เล่าเรื่องราวต่างๆ มากมายที่กล้วยยังไม่รู้ให้เขาฟัง รวมถึงการทำนายที่มีในหมู่บ้านของพวกเขาด้วย ซึ่งกล้วยได้คิดว่าเรื่องนี้มันดูไม่สมเหตุสมผลนัก......

     

    แต่เขาก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธความหวังที่คนเหล่านี้มีให้กับตัวเขาได้ ดังนั้นเขาจึงได้ออกคำสั่งให้ทุกคนย้ายที่พักไปยังพื้นที่ว่างใกล้ๆ กับเรือนของเขา ยังไงรอบๆ นั้นก็มีพื้นที่ว่างอยู่มากอยู่แล้ว ถ้าคนเหล่านี้ไปอยู่เขาน่าจะช่วยเหลืออะไรได้ง่ายขึ้น อีกอย่างการอยู่ที่วัดมันก็ไม่เหมาะสมเท่าไหร่.......

     

    ซึ่งผู้คนจากหมู่บ้านชาวหุบเขาก็ตอบรับคำของกล้วยและพากันย้ายไปยังพื้นที่ว่างใกล้ๆ กับเรือนของกล้วยทันที และเมื่อพวกเขาไปถึงแล้วทุกคนก็ช่วยกันเคลียร์พื้นที่สำหรับสร้างบ้านพัก โดยมีคนส่วนหนึ่งออกไปหาไม้เพื่อมาทำเสาบ้านรวมถึงผนังบ้านด้วย ส่วนหลังคานั้นพวกเขาคิดที่จะใช้ฟางข้าวที่ยังเหลืออยู่ภายในหมู่บ้านมาทำ.........

    คล้ายกับเรื่องมหาศาสตรากู้แผ่นดิน ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577