ป่ายซือ ปรณัมแห่งดวงดารา

    ตอนที่ 2 :ทวีปจตุรัสประกายนภา

    ตอนที่ 2 : ทวีปจตุรัสประกายนภา


    ในโลกนี้ มีทวีปประกอบไปด้วย 8 ทวีป ได้แก่  'ทวีปหงสา ทวีปมณีทมิฬ ทวีปนภา ทวีปโลกาพินาศ ทวีปจันทรานภาลัย ทวีปมรกตขจี ทวีปจตุรัสประกายนภา และทวีปทวิภพ'
    ผ่านไป 4 ชั่วยาม (8 ชั่วโมง)"ท่านโลก ในเมืองนี่ ผู้ฝึกยุทธลมปราณ ที่ชั้นสูงที่สุดคือชั้นไหนหรือ" ป่ายซือถาม เนื่องจากไม่อาจสัมผัสระดับลมปราณที่สูงกว่าตนเองได้
    "ชนชั้นลมปราณแห่งดาราทมิฬ หน่ะ ที่แข็งแกร่งที่สุดท่ามกลางนี้"เสียงแห่งโลกตอบกลับภายในความคิดของป่ายซือ
    ป่ายซือครุ่นคิดอยู่ครูนึงก่อนจะเดินมุ่งเข้า ไปยัง หน้ากำแพงเข้าเมืองที่มีทหารยาม อยู่ 4 คน ยืนเฝ้า ด้านซ้าย 2 ขวา 2 ระดับอยู่ในชนชั้นลมปราณแห่งดาราเมฆา ทั้ง 4 คน เมื่อป่ายซือ จะเดินเข้าไปยังในเมือง ทหารคนนึงก็ ใช้หอกที่ถืออยู่ขวางป่ายซือ แล้วถามว่า
    "เจ้ามิใช่คนในเมือง เหตุจักเข้าเมืองอย่างนั้นหรือ"ทหารยามถามด้วยน้ำเสียงขลึงขลัง
    "ข้ามิมีครอบครัวตอนนี้ข้าอยู่ตัวคนเดียว ข้าเลยอยากมาหางานทำในเมืองสักหน่อย มิทราบว่า ท่านจะช่วยข้าได้หรือไม่" ป่ายซือถามพร้อมกับ ตีหน้าเศร้า
    "เจ้าต้องแจ้งทางเจ้าเมือง ก่อน เจ้าจึงสามารถเข้างานได้ดังนั้น เจ้าจงเอาแผนที่ นี่ซะแล้วตรงไปตามทางที่บอกไว้ไปยังตำหนักเจ้าเมือง และขอเข้าพบซะ" ทหารยามตอบโดยท่าทีมิเกรงกลัวเด็กผู้นี้เนื่องจากป่ายซือ มีระดับลมปราณเพียงชนชั้นลมปราณแห่งดาราหงสา ขั้นที่ 6 เท่านั้น ทหารยามจึงมิคิดว่าป่านจักเป็นภัยอันตรายแต่อย่างใด
    หลังจากกล่าวเสร็จทหารยามก็หยิบแผนที่มาจากแหวนมิติแล้วยืนให้ ป่ายซือ
    "ขอบคุณท่านพี่ทหารยาม มากๆ" ป่ายซือกล่าวด้วยรอยยิ้ม"แฮะๆ ไม่ต้องคิดมาก เจ้าจงดูแลตัวเองดีๆด้วยหล่ะ ไอ้หนุ่ม"ทหารกล่าวอย่างเรียบเนียน
    หลังจากป่ายซือได้รับแผนที่ ป่ายซือจึง เดินไปยังตำหนักเจ้าเมืองและ ทำการ ทำสัญญาเป็นบุคคลในเมือง  ในขณะนั้นก็มีเด็กหนุ่มร่างกำยำแววตาเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลา มีนามว่า "หลายเยี่ย"เดินมายัง ท่านเจ้าเมืองแล้วกล่าวว่า 
    "อีกไม่นานก็จักมีการแข่งขันรุ่นเยาวแล้ว ท่านจักส่งผู้ใดไปยังเมืองหลวงบ้างกระนั้นหรือ?" 
    "ข้าก็ยังมิอาจตัดสินใจได้ ตอนนี้ข้าต้องการ อีกแค่คนเดียวเท่านั้น ข้าจักส่งไปสัก 3 คน ไปลงแข่ง ตอนนี้ข้ามี เจ้า!! และหยาจื่อ ข้าขาดเพียงคนเดียวเท่านั้น เจ้าลองไปสรรหาดูนะ" เจ้าเมืองตอบ
    "ขอรับท่าน " หลายเยี่ยตอบอย่างหนักแน่น"เอ่อ..คือ คนนี้คือใครอย่างนั้นหรือท่านเจ้าเมือง"หลายเยี่ยถาม
    "อ้อ นี่คือ ป่ายซือ เขาเข้ามาทำสัญญาเป็นบุคคลในเมืองหน่ะ เจ้ามีอะไรหรือ?"เจ้าเมืองถาม 
    หลายเยี่ยหันไปถามป่ายซือ "เจ้ามีใบหน้าที่อ่อนเยาวยิ่งนัก ข้าอยากให้เจ้าลงแข่งขันรุ่นเยาวที่เมืองหลวง สักหน่อย เจ้าจะปฏิเสธหรือไม่"
    "ตุ้บ !!" ท่านจะเมืองทุบโต๊ะอย่างตกใจป่ายซือแสยะยิ้มนิดนึงก่อนกล่าวมาว่า "ถ้าหากข้ามิได้ผลประโยชน์อันใด จากการแข่งขันหล่ะก็ข้า ก็มิอาจรับข้อเสนอได้"
    "เจ้ามิต้องคิดมาก หากผู้ใดชนะในการแข่ง และได้อันดับหนึ่งจักได้รับการตบรางวัลอย่างสง่างาม ข้าจำได้ว่า รางวัลจะเป็นเงิน 1 ล้าน เหรียญทอง เจ้าจักปฏิเสธ หรือไม่?" หลายเยี่ยถามด้วยใบหน้าเย้ยหยันเพราะเขาคิดว่า ป่ายซือมิอาจจะชนะได้หรอก เพราะป่ายซือมีขั้นลมปราณน้อยกว่าเขาตั้ง 4 ขั้น หลายเยี่ยอยู่ในชนชั้นลมปราณแห่งดาราหงสา ขั้นที่ 10 จึงรู้ได้ว่าเขามีโอกาสได้รางวัลมากกว่าป่ายซือ
    "ตกลง !! " ป่านซือตอบกลับไปอย่างรวดเร็วหลังจากหลายเยี่ยพูดจบ
    "เอาหล่ะท่าอย่างนั้นเดี๋ยวข้าระเตรียมที่พักให้กับเจ้านะ ป่ายซือ ไว้ให้เจ้าฝึกฝนและบ่มเพาะพลัง" เจ้าเมืองกล่าว
    "ขอบคุณท่านเจ้าเมือง~" ป่ายซือกล่าวด้วยรอยยิ้ม
    หลังจากนั้นท่านเจ้าเมืองส่งคนรับใช้ นำป่ายซือไปยังที่พัก หลังจากป่ายซือได้ที่พักแล้ว ป่ายซือ ก็ถามท่านโลกว่า
    "นี่ท่านโลก นี่ข้าอยู่ทวีปใดอย่างนั้นหรือ เหตุใด ที่ นี่จึงมีการแข่งขันรุ่นเยาวกัน ที่ของข้ามิเคยมีนี่น่า?"
    "ที่นี่คือทวีปจตุรัสประกายนภา ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ ทวีปทวิภพที่เจ้าเคยอยู่ ทวีปนี้เมือง ด้วยกันที่หมด 7 เมือง ซึ่งได้แก่ เมืองหลวง เมืองแก้ว เมืองนักปราชญ์ เมืองนภา เมืองจุติ เมืองหมอกดารา และ เมืองหมอกทมิฬที่เจ้ากำลังอยู่นี่แหละ " ท่านโลกกล่าว
    "หืมหมายความว่าข้ากำลังอยู่ ในเมือง ที่มีความสามารถเกี่ยวกับวิชาหมอกเป็นพื้นฐานอยู่สินะ "ป่ายซือกล่าวด้วยท่าทีเบื่อหน่าย
    หลังจากนั้นป่ายซือ ก็ทำการนั่งบ่มเพาะพลังต่อ อากาศต่างๆรอบตัวเริ่มหมุนเวียนเป็นรูปวงแหวนล้อมป่ายซือที่เป็นแกนกลางก่อให้เกิดเป็นพลังมากมายซึมเข้าไปยังตัวของป่ายซือข้อมูลเกี่ยวกับวิชาพื้นฐานของวิชาหมอก ค่อยๆเข้ามายัง จุดชีพจรและจุดตันเถียน ก่อให้เกิดเส้นลมปราณเป็นสีน้ำเงินสีเมฆคร้ำ จนป่ายซือลืมตาขึ้น "วุบบ!!"
    "ฮ้ะ ฮ่าา ไม่อยากจะเชื่อว่าข้าจะสามารถ ได้รับกระบวนท่าแห่งหมอกมาตั้ง 2 วิชาแหน่ะ วิชาแรก หมอกดูดกลืน เป็นวิชาที่สร้างหมอกรายล้อมศัตรูแล้ว หมอกนั้นจะดูดกลืนลมปราณของศัตรูเรื่อยๆจนหมดสิ้นลมปราณ และวิชาที่ 2 หมอกอัคคี เป็นการสร้างหมอกที่มีความร้อนถึง 500 องศา บนฝ่ามือ ใช้สำหรับปล่อยออกไปก็ได้หรือใช้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งที่ฝ่ามือก็ได้ ช่างวิเศษยิ่งนัก เห้อ...แต่ก็เทียบกับวิชาประจำตระกูลข้ามิได้อยู่ดีอ่ะนะ~" -.- ป่ายซือกล่าวกับตัวเองอย่างจริงจัง

    6 วันผ่านไป 
    ณ เมืองหลวง  "เฮ ~~~ " เสียงผู้คนมากมายที่มารับชม
    การแข่ง มี ทั้งหมด  16 คู่ ซึ่งป่ายซือ ปะทะ หยางชานจากเมืองหมอกดารา ซึ่งเป็นคู่สุดท้าย หลังจากนั้นก็มาถึงการแข่งขันของป่ายซือ
    ป่ายซือ เดินเข้าไปยังสนาม เสียงผู้คนมากมายกระซิบ"เฮ้ยดูไอ้อ่อน นั่นสิ อยู่แค่ขั้นลมปราณแห่งดาราหงสาขั้นที่ 6 จะไปสู้อะไร กับ ลมปราณแห่งดาราหงสาขั้น ที่ 9 ได้~ไก่อ่อนเอ้ยยย"
    "โห่ววว เสียงดูแคลนมากมายส่งมายังป่ายซือ
    "เห้ ไอ้ก่อนอ่อน รีบๆ ยอมแพ้ไปซะ ข้าไม่อยากทำร้ายเด็กอย่างเจ้าชิ้วๆ" หยางชานกล่าวพลางเย้ยหยัน
    ป่ายซือแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะกล่าวว่า "ใครกันน๊าาไก่อ่อน กลัวข้ามากสินะเลยอยากให้ข้ายอมแพ้หน่ะ ฮ่ะ ฮ่าๆ" 
    "เหอะ อย่าพูดมากให้เสียเวลาซะ ข้าจะกระชากแขนขาของเจ้าซะ ย๊ากกก" หยางชาน ระเบิดลมปราณขั้นที่ 9  ออกมา แต่ทว่า
    ป่ายซือกลับยังมีสีหน้าที่นิ่งเงียบ เย็นชา ไม่รู้ร้อนรู้หนาว

    จากผู้เขียน เมื่ออ่านแล้วน่าเบื่อป่ะเนี่ย  ค้างไปดิ่คับ555+ฝากติดตามด้วยนะครับ สามารถบริจาคได้ที่ True wallet : 0645303024เริ่มต้นที่ 1 บาทขอรับ ขอขอบคุณยอดบริจาคไส้แห้งทุกผู้หน่ะขอรับ