ภายในห้องหออันอบอวลไปด้วยเครื่องหอมรัญจวนและแสงสีนวลตาจากโคมมงคลสีชาด เหยาเหยานั่งนิ่งอยู่บนเตียงวิวาห์ เสียงหัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนเอียงอาย
เป้ยจิ้งหานทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง ร่างสูงสง่าเอื้อมมือไปหยิบจอกสุรามงคลขึ้นมาสองจอก ก่อนจะยื่นส่งให้นางด้วยรอยยิ้มละมุน "ตามประเพณี... เราต้องดื่มสุราประสานใจร่วมกัน"
แขนเรียวบางและลำแขนแกร่งเกี่ยวเข้าหากัน สองสายตาสบประสานขณะที่ต่างฝ่ายต่างดื่มด่ำสุรามงคลในจอกของกันและกัน พิธีวิวาห์ที่สืบทอดมาแต่โบราณกาลนี้ เปรียบเสมือนพันธสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ว่านับจากนี้... สองชีวิตจะผูกพันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวชั่วนิรันดร์
'ในที่สุด...' เหยาเหยาคิดในใจ ใบหน้าหวานซับสีระเรื่อราวผลอิงเถา[1] 'ข้าก็ได้เป็นภรรยาของพี่หานอย่างแท้จริงแล้ว ความฝันอันเลือนรางที่ไม่เคยกล้าคิดฝันในวัยเยาว์ บัดนี้กลับกลายเป็นความจริงอันแสนหวาน!'
เป้ยจิ้งหานวางจอกสุราลง นัยน์ตาคมกริบยามมองสบประสานกับเหยาเหยาพลันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเปี่ยมล้นด้วยห้วงรักลึกซึ้ง ฝ่ามืออุ่นหนาทาบลงบนแก้มนุ่มอย่างทะนุถนอม "เหยาเหยา... เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารอคอยวันนี้มาเนิ่นนานเพียงใด"
"นานเพียงใดหรือเจ้าคะ..." เหยาเหยาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ
"ตั้งแต่วันที่เจ้ายังเป็นเพียงทารกน้อยในอ้อมอกของท่านผู้หญิง คอยจ้องมองข้าด้วยดวงตากลมโตใสกระจ่างคู่นั้น" เป้ยจิ้งหานระบายยิ้มละไม "ในยามนั้นข้ายังเยาว์นัก ย่อมมิอาจเข้าใจความรู้สึกของตนเอง รู้เพียงแต่ว่าเด็กหญิงผู้นี้ช่างแสนพิเศษ และข้าปรารถนาจะปกป้องนางไปชั่วชีวิต... ยามที่เฝ้ามองเจ้าเติบโตขึ้นในแต่ละวัน ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งหยั่งรากลึกในหัวใจ จนข้าตระหนักได้ว่า เจ้าคือสตรีเพียงนางเดียวที่ข้าอยากจะใช้ลมหายใจที่เหลืออยู่ร่วมกัน"
หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวยด้วยความซาบซึ้งระคนตื้นตันใจ
'พี่หานรอคอยข้ามาถึงสิบหกปี...' หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านด้วยความอบอุ่นที่เอ่อล้น 'เขาเฝ้ามองข้าเติบโต คอยเป็นร่มเงาปกป้องข้ามาโดยตลอด มิเคยเร่งรัด มิเคยทวงถามสิ่งใด... ความรักของพี่หานช่างมั่นคง อดทน และอ่อนโยนเหลือเกิน'
นางช้อนสายตาขึ้นสบประสาน นัยน์ตาคู่งามสะท้อนเพียงภาพของบุรุษตรงหน้า "พี่หาน... ข้าก็รักพี่หานมาเนิ่นนานแล้วเช่นกัน เพียงแต่ยามเป็นเด็กยังมิเดียงสาจึงมิอาจจำแนกความรู้สึก... ทว่าในยามนี้ ข้าประจักษ์แจ้งแล้วว่า พี่หานคือบุรุษคนเดียวที่ข้าปรารถนาจะเคียงคู่ไปจนแก่เฒ่า"
รอยยิ้มเปี่ยมสุขปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เป้ยจิ้งหานโน้มกายลงมา รั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมอกแกร่งอย่างทะนุถนอมประหนึ่งกำลังโอบอุ้มแก้วตาดวงใจอันเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า
"นับจากนี้ไป เจ้าคือพระชายา... เป็นสตรีของข้าแต่เพียงผู้เดียว" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วชิดใบหู "ข้าขอให้คำมั่นสัญญา ว่าจะรักและถนอมเจ้าสุดหัวใจ จะปกป้องเจ้าและทุกความลับของเจ้า ข้าจะทำให้ดวงหน้าของเจ้ามีแต่รอยยิ้ม และโอบล้อมเจ้าไว้ด้วยความสุขตราบสิ้นลมหายใจ"
ภายใต้แสงโคมมงคลสีแดงนวลตา ในห้องหอที่อบอวลไปด้วยไอรัก สองดวงใจที่ถักทอสายใยผูกพันกันมาตลอดสิบหกปี ในที่สุดก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์
---
อรุณรุ่งของวันถัดมา คู่สามีภรรยาใหม่ต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมเยียนและกราบกรานบิดามารดาของฝ่ายเจ้าสาว เหยาเหยาและเป้ยจิ้งหานจึงเดินทางกลับสู่จวนสกุลซ่ง
ทันทีที่ฝีเท้าก้าวพ้นธรณีประตู เสิ่นว่านอวี๋ผู้เป็นมารดาก็ถลาเข้ามาสวมกอดบุตรสาวตัวน้อยไว้แนบอกด้วยความโหยหา
'ท่านแม่!' เสียงในใจของเหยาเหยาร้องก้องด้วยความยินดีที่ได้พบหน้าครอบครัวอีกครั้ง 'ข้าคิดถึงท่านแม่เหลือเกินเจ้าค่ะ เพิ่งจากกันเพียงราตรีเดียวแท้ๆ แต่กลับรู้สึกเนิ่นนานราวแรมปี'
เสิ่นว่านอวี๋ซึ่งได้ยินเสียงความคิดของบุตรสาวอย่างแจ่มชัด ก็ยิ้มทั้งน้ำตาพลางลูบหลังลูกสาวแผ่วเบา "แม่ก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน... เป็นอย่างไรบ้าง จิ้งหานดูแลเจ้าดีหรือไม่"
"ดียิ่งเจ้าค่ะท่านแม่" เหยาเหยาระบายยิ้มหวานหยด แก้มเนียนซับสีระเรื่ออย่างเคอะเขิน
ซ่งติ้งหย่วน พี่รองผู้แสนหวงแหนน้องสาวดั่งจงอางหวงไข่ รีบก้าวเข้ามาสำรวจดูน้องสาวด้วยความกังวลระคนห่วงใย "เจ้าตัวเล็ก! เสี่ยวหานมิได้รังแกหรือทำให้เจ้าต้องลำบากใจใช่หรือไม่? หากมันกล้าทำสิ่งใดให้เจ้าขุ่นเคืองใจแม้เพียงนิด จงบอกพี่รองเถิด พี่จะสั่งสอนมันให้รู้สำนึกเอง!"
เป้ยจิ้งหานยกยิ้มมุมปากอย่างนุ่มนวลประสานมือคำนับ "พี่รองโปรดวางใจเถิด ข้าจะดูแลรักษาเหยาเหยาให้ดีที่สุดด้วยชีวิตของข้า"
ซ่งจิ้งอัน พี่ใหญ่ผู้สุขุมเยือกเย็นก้าวเข้ามาสมทบ สายตาที่มองน้องสาวเปี่ยมล้นไปด้วยความโอบอ้อมอารี "เหยาเหยา... เจ้ายังจำได้หรือไม่ ยามที่เจ้ายังเยาว์วัย เจ้ามักกังวลอยู่เสมอว่ากลัวจะปกป้องครอบครัวนี้ไว้ไม่ได้ กลัวว่าจะไร้ความสามารถจนทำสิ่งใดมิสำเร็จ... ทว่ายามนี้ดูสิ เจ้าทำสำเร็จแล้ว ครอบครัวของเราแคล้วคลาดจากมหันตภัย ทุกคนมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข และตัวเจ้าเองก็ได้ครองคู่กับรักแท้ที่แสนดีงาม"
'พี่ใหญ่...' เสียงสะอื้นในใจของเหยาเหยาดังขึ้น หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันรื้นขึ้นมาคลอเบ้า 'พี่ใหญ่ถึงกับได้ยินเสียงความกังวลที่ข้าซุกซ่อนไว้ลึกที่สุดในก้นบึ้งของหัวใจตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งยังจดจำมันได้จนถึงวันนี้...' "ขอบพระคุณเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ขอบพระคุณทุกๆ คนที่คอยอยู่เคียงข้างและโอบอุ้มเหยาเหยาเสมอมา"
เสิ่นว่านอวี๋กระชับอ้อมกอดรั้งร่างบุตรสาวเข้ามาแนบชิดอีกครา "ลูกรัก... ไม่ว่าวันหน้าเจ้าจะเติบใหญ่หรือออกเรือนไปไกลเพียงใด เจ้าก็ยังคงเป็นแก้วตาดวงใจอันเป็นที่รักยิ่งของสกุลซ่งเสมอ และจวนแห่งนี้จะยังคงเป็นบ้านที่เปิดประตูต้อนรับเจ้าอยู่ตลอดไป"
เหยาเหยาพยักหน้ารับคำ ซบดวงหน้าลงกับอกอุ่นของผู้เป็นมารดา หัวใจดวงน้อยเปี่ยมล้นไปด้วยกระแสความอบอุ่นสายหนึ่ง นางตระหนักดีแล้วว่า ต่อให้ออกเรือนไปไกลแสนไกลเพียงใด สายใยแห่งความรักความผูกพันที่ถักทอครอบครัวนี้ไว้ด้วยกัน ย่อมมิมีวันขาดสะบั้นลงชั่วนิรันดร์
——————
ภายในงานเลี้ยงต้อนรับคู่บ่าวสาว บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเองของคนในตระกูลซ่งที่อยู่กันพร้อมหน้า
ซ่งจงอี้ทอดสายตามองบุตรสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นพระชายาอ๋อง เคียงคู่กับบุรุษผู้สง่างามและคู่ควรอย่างยิ่ง ในอกของบิดาเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขและความภูมิใจจนยากจะหาใดเปรียบ "เหยาเหยาของพ่อ... เจ้าเติบโตเป็นดรุณีที่งดงามเต็มตัว ทั้งยังมีครอบครัวเป็นของตนเองแล้ว พ่อผู้นี้ปลาบปลื้มใจเหลือเกิน"
เจิ้นกั๋วกงผู้เป็นท่านตา แม้สังขารจะล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา ทว่าร่างกายยังคงแข็งแรงกระฉับกระเฉง มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบเกลี่ยเรือนผมของหลานสาวด้วยความรักและเอ็นดูเปี่ยมล้น
"หลานรักของตา... เจ้าได้ดีถึงเพียงนี้ ตาก็หมดห่วงแล้ว ตาอยู่มาจนได้เห็นเจ้าสวมชุดมงคลออกเรือนอย่างสมเกียรติ ยามนี้ต่อให้ต้องหลับตาลาโลกก็คงนอนตายตาหลับแล้ว"
"ท่านตา อย่าได้เอ่ยคำอัปมงคลเช่นนั้นสิเจ้าคะ!" เหยาเหยารีบเข้าไปเกาะแขนท่านตาพลางออดอ้อน "ท่านตาต้องอยู่รออุ้มเหลนตัวน้อยๆ ของท่านตาก่อนนะเจ้าคะ ต้องอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้อายุยืนยาวร้อยปีเลย!"
คำอ้อนของนางเรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากทุกคนในห้องโถง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเปี่ยมสุข
เหยาเหยาทอดสายตามองรอยยิ้มของบุคคลผู้เป็นที่รักรอบกายพลางคิดในใจด้วยความตื้นตัน 'หากเป็นไปตามชะตากรรมเดิมในนิยายเล่มนั้น ป่านนี้ทุกคนคงจบชีวิตลงอย่างอนาถ สกุลซ่งต้องพังพินาศย่อยยับ ท่านตาต้องตรอมใจตายอย่างโดดเดี่ยว... ทว่าในชาตินี้ ทุกคนยังคงอยู่เคียงข้างข้า ยังคงหัวเราะร่วมกัน และข้าก็ได้แต่งงานกับบุรุษที่ข้ารักสุดหัวใจ'
'พวกเราทำสำเร็จแล้วจริงๆ...' หยาดน้ำตาแห่งความปีติรินไหลอาบแก้มเนียน 'พวกเราช่วยกันฉีกกระชากต้นฉบับเดิมอันโหดร้ายนั้นทิ้งไปจนสิ้น และร่วมกันขีดเขียนโชคชะตาเส้นใหม่ที่งดงามและสมบูรณ์แบบที่สุดขึ้นมาด้วยมือของพวกเราเอง'
——————
จวบจนรัตติกาลมาเยือน ก่อนที่จะต้องเดินทางกลับสู่จวนเป่ยกุยอ๋อง เหยาเหยายืนนิ่งอยู่หน้าประตูจวนสกุลซ่ง ทอดสายตามองจวนหลังงามที่นางเติบโตมาด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์
เป้ยจิ้งหานก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ร่างสูงสง่าเอื้อมมือโอบไหล่บางของนางไว้หลวมๆ "คิดถึงบ้านหรือ... ยอดรักของข้า"
"เพียงเล็กน้อยเจ้าค่ะ" เหยาเหยาเงยหน้าขึ้นระบายยิ้มบางเบา "แต่ว่าข้ายินดีมากกว่า ที่ได้เห็นทุกคนยังคงอยู่พร้อมหน้าและมีความสุขถึงเพียงนี้... พี่หานทราบหรือไม่เจ้าคะ ครอบครัวนี้คือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของข้า ตั้งแต่ที่ข้าได้ลืมตาตื่นขึ้นมาในชาตินี้ ข้าก็ได้รับความรักอันล้นพ้นจากพวกเขามาโดยตลอด"
เป้ยจิ้งหานกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นทั้งหมดในกายไปสู่ร่างบาง "นับจากนี้ไป เจ้าจะมีครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ถึงสองครอบครัว... ครอบครัวสกุลซ่งที่ฟูมฟักเลี้ยงดูเจ้ามา และครอบครัวใหม่ที่เราสองคนกำลังจะร่วมกันสร้างขึ้น ข้าขอสัญญาว่าจะปกป้องความสุขของทั้งสองครอบครัวนี้ไว้ด้วยชีวิตของข้าเอง"
เหยาเหยาซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างอันมั่นคงของเขา ปล่อยให้ความอบอุ่นซาบซ่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย
'ชีวิตในชาตินี้ของข้า...' แววตาคู่งามทอประกายแห่งความสุขล้ำเลิศ 'ช่างสมบูรณ์เสียเหลือเกิน'
----------------------------
[1] ผลอิงเถา คือ เชอร์รี