บทที่4 : ปะทะผู้เล่น
พรมแดนระหว่างแผ่นดินประจิมและแผ่นดินบูรพาถูกแบ่งด้วยธารน้ำขนาดเล็กที่กว้างแค่สองเมตรเท่านั้นรัศมีรอบธารน้ำหนึ่งกิโลเมตรเป็ทุ่งหญ้ากว้างที่มีสัตว์อสูรหน้าตาน่ากลัวเดินเต็มไปหมด
เป็สัตว์อสูรที่มีตัวเป็กวาง หัวเหมือนหงส์ มีปากเหมือนจระเข้มีลายไทยหยาบๆ เป็หงอน น่าจะเป็ตัวละครในวรรณคดีหรืออะไรสักอย่างอริสาหยิบเอาแว่นขยายออกมาส่อง
“นั่นคือเหมราอัสดร ระดับ 25-30 ธาตุคู่ปฐี-อาโป โอ้โห... ระดับขนาดนี้ผู้เล่นใหม่จะฆ่าพวกมันยังไงกันล่ะเนี่ย”
เหมราอัสดร <ปฐี-อาโป>
ระดับ ๒๕
ค่าเื ๒,๑๔๕/๒,๑๔๕
สัตว์อสูรกินเนื้อพรมแดนสองแผ่นดินสัตว์ผสมระหว่างกวาง, จระเข้และตัวเหม ิัแข็งแรงทนทานเหมือนหนังจระเข้เป็สัตว์อสูรที่โจมตีก่อน
“เืมากกว่าฉันตั้งเจ็ดเท่า” ณัฐพงษ์ครุ่นคิดค่าเืของเขาตอนนี้มีแค่สามร้อยกว่าๆ เท่านั้นเอง ถ้าให้ออกไปปะทะน่าจะไม่รอดอย่างแน่นอน“ไม่มีตัวอื่นแล้วหรือไงกันนะ ถ้าเป็แบบนี้ฆ่าผู้เล่นด้วยกันอาจจะง่ายกว่าอีก”
“ถ้าพวกเรารุมฆ่าก็น่าจะจัดการได้นะแล้วมาแบ่งชิ้นส่วนกัน” ปกป้องเอ่ยเสนอความเห็นสองสาวก็ดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงามด้วย
รัตติไม่ได้ตอบโต้เพียงมองเหล่าสัตว์อสูรพวกนั้นอย่างตั้งใจถึงจะเป็สัตว์ผสมในวรรณคดีที่ไม่รู้อะไรมากไปกว่าภาพลักษณ์แต่เขาไม่คิดว่าคนสร้างเกมนี้ขึ้นมาจะทำให้พวกมันเป็สัตว์ที่ฆ่าได้ง่ายด้วยการให้ผู้เล่นมือใหม่รุมโจมตี
เขาสังเกตพฤติกรรมอยู่พักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างปลงๆแล้วกันไปมองผู้เล่นในกลุ่มทั้งสี่
“ผมว่าเราคงฆ่าพวกมันไม่ได้หรอก คงต้องหาตัวอื่น”
“ทำไมล่ะครับพี่รัตติถ้าฆ่าตัวเดียวแล้วแบ่งส่วนกันมันง่ายกว่าฆ่าคนละตัวนะ”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นที่จะบอกก็คือเหมราอัสดรเป็สัตว์กินเนื้อที่อยู่รวมกันเป็กลุ่มเท่าที่ผมดูในกลุ่มของพวกมันรวมกัน 5-6 ตัวต่อกลุ่มถ้าเราโจมตีก็เท่ากับเราต้องเผชิญหน้ากับพวกมันเป็กลุ่มเลยนะ ลองสังเกตดูดีๆ สิ”
หนุ่มสามทั้งสี่หันไปลองสังเกตดูรัตติก็ใช้โอกาสนี้เปิดกระดานข่าวสารเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์อสูรชายแดน
มีหลายกระทู้ไม่แนะนำให้โจมตีเหมราอัสดรต่อให้ระดับเท่ากันแล้วก็ตามยิ่งไม่แนะนำให้มีการข้ามฟากเพราะอีกฟากของธารน้ำก็มีสัตว์อสูรระดับเดียวกับเหมราอัสดรอยู่สัตว์อสูรพรมแดนต่อให้ยืนเฉยๆ แต่ถ้าถูกมองเห็นมันก็จะโจมตีใส่อยู่ดี
รัตติหน้าซีดลงเล็กน้อย โชคดีที่เขาไม่หุนหันพลันแล่น ไม่อย่างนั้นคงได้ตายยกกลุ่มรอบๆ พรบแดนไม่ได้มีสัตว์อสูรตัวเดียวเพียงแต่อสูรที่เฝ้าอยู่ที่ขอบพรมแดนสองแผ่นดินมีอยู่สายพันธุ์เดียวต่างหาก...
“จริงด้วยพี่อยู่กันเป็กลุ่มๆ แถมถ้าตีไม่ระวังกลุ่มอื่นก็อาจจะเข้ามาช่วยสกรัมเราด้วยแย่เลยแบบนี้” ณัฐพงษ์ร้องโอดโอย โชคดีจริงๆ ที่รัตติเอ่ยเตือน
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะถ้าอยู่ที่นี่จนกว่าจะล้มพวกมันได้ก็คงอีกนาน” อัยยาพูดขึ้นอย่างผิดหวังอริสาพยักหน้าเห็นด้วย เกมนี้ยากไปจริงๆ
“ไม่หรอก ตัวนั้นคงไม่ได้มีไว้ให้ผู้เล่นมือใหม่ฆ่าน่ะ”รัตติพูดเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อนึกไปถึงนักดาบสาวลึกลับผู้มาจากอีกแผ่นดินคนนั้น
ทั้งฝีมือดีและต้องมีระดับสูงแน่ๆถึงจะสามารถข้ามพรมแดนได้อย่างไร้รอยขีดข่วนแบบนั้นอย่างเลวร้ายก็แค่ดาบสั้นพังไปเล่มหนึ่งเท่านั้นเอง
ควรรู้ไว้ว่าาแในพิริยภพถึงจะหายเร็วกว่าโลกภายนอกแต่มันก็ยังช้าเกินไปอยู่ดีถ้าเกิดาเ็แล้วได้รับการรักษาทันทีไม่ว่ายังไงก็ต้องเหลือแผลไว้อย่างน้อยสองถึงสามวันเชียวนะ
“ถ้าไม่ได้มีไว้ให้มือใหม่ฆ่าแล้วจะมีไว้ทำไมกัน”อริสาพูดเสียงขุ่น
“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” รัตติไหวไหล่ตอบอย่างเฉยชา“แต่ถึงเราจะฆ่าเ้าตัวเหมราอัสดรไม่ได้ เราก็ยังมีตัวอื่นที่สามารถฆ่าได้อยู่นะ”
“ตัวอะไรเหรอ?” สี่หนุ่มสาวหันมาถามอย่างสนใจ
“ดูเหมือนจะเป็สุนัขป่า ชื่อคิมี? ชื่อแปลกจังแฮะ”
“คิมี?”
“เ้าตัวนั้น” รัตติชี้ไปที่ด้านหลังของพวกเขาเห็นเป็สุนัขขนสีเหลืองขุ่นสั้นหยิกเล็กน้อย มีแผงคอหนาคล้ายสิงโต หางเป็พุ่มลิ้นห้อยปากมีเขี้ยวแหลมคมเป็พิเศษขนาดตัวเท่ากับสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ริทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)ตัวโตเต็มวัย หน้าตาดูไม่เชื่องสักนิด
อริสาหันแว่นขยายไปทางมันทันที
“คิมี ระดับ 11 ธาตุปฐี”
คิมี <ธาตุปฐี>
ระดับ ๑๑
ค่าเื ๗๖๖/๗๖๖
สัตว์อสูรกินเนื้อพรมแดนสองแผ่นดินมีความเร็วสูง มีความสามารถในการฟื้นฟูเมื่ออยู่ในทุ่งหญ้า สัตว์อสูรรักสงบ
ข้อมูลสัตว์อสูรยังคงมีน้อยเท่าเดิมแต่เมื่อขึ้นว่าเป็สัตว์อสูรพรมแดนสองแผ่นดินแสดงว่าเ้าตัวนี้พวกเขาก็สามารถฆ่าเอาชิ้นส่วนได้ยิ่งเป็สัตว์อสูรรักสงบที่จะไม่โจมตีผู้เล่นก่อนอย่างนี้ก็สามารถซุ่มโจมตีได้แล้วและขึ้นชื่อว่าสัตว์อสูรรักสงบมันจะไม่โจมตีก่อนด้วย
“ถ้าเป็เ้าตัวนี้ล่ะก็... ฆ่าได้แน่”พวกเขามองหน้ากันแล้วพยักหน้าเบาๆ เป็อันเห็นพ้อง
“เราถอยห่างจากรัศมีของเหมราอัสดรก่อนแล้วกันไม่อย่างนั้นการต่อสู้จะดึงดูดความสนใจของพวกมัน” รัตติเรียกให้คนพวกนั้นถอยออกมา“แล้วลองหาดูนะครับว่ามีพวกคิมีอยู่ตรงไหนอีกบ้างถึงจะเหมือนสุนัขแต่ไม่รู้ว่าพฤติกรรมเหมือนสุนัขที่ชอบอยู่กันเป็ฝูงมั้ย”
“ไม่ฆ่าเ้าตัวนี้แล้วแบ่งกันเหรอ” อริสาถามถ้าใช้วิธีนี้จะผ่านภารกิจได้ง่ายขึ้น
“มันก็ได้หรอก แต่ผมคิดว่าจะลองฆ่าเป็ของตัวเองดีกว่า”ในแง่ของการฆ่าเพื่อทำภารกิจอย่างเดียววิธีของหนุ่มสาวเหล่านี้ก็คงใช้ได้แต่รัตติไม่คิดอย่างนั้นตัวสัตว์อสูรพรมแดนไม่เหมือนสัตว์อสูรรอบหมู่บ้านที่เป็สัตว์ป่าไม่ใช่สัตว์พันธุ์ผสมราคาวัตถุดิบที่ได้จากเ้าตัวพวกนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
รัตติไม่ได้บอกจุดประสงค์ของตัวเองที่จะฆ่าคนเดียวเขามองเหล่าเพื่อนใหม่ที่จ้องเขาอย่างขออธิบาย ชายหนุ่มเพียงยิ้มแล้วบอกปัด
“ถ้าจะรุมฆ่าตัวนั้นก็จัดการเลยครับ ไม่ต้องแบ่งส่วนของผมเดี๋ยวผมเดินหาเองก็ได้”
“ได้ไงล่ะพี่รัตติ ยังไงเราก็เดินทางมาด้วยกันนา”ณัฐพงษ์เอ่ยพลางส่ายหน้า ปกป้องเอ่ยเสริมขึ้นมาทันที
“ผมว่าพี่แบ่งเอากับพวกเราดีกว่าจะได้รีบเคลียร์ภารกิจไปเร็วๆ”
“ไม่เป็ไรหรอก แบ่งกันไปเถอะ ผมจะลองฆ่าเองดู”
รัตติพูดยืนยันกับพวกเขาอีกพักใหญ่กว่าจะยอมได้ทั้งสี่คนที่เพิ่งรู้จักกันนี้เลยตัดสินใจลงมือฆ่าคนละตัวแทนที่จะฆ่าตัวเดียวเพื่อแบ่งชิ้นส่วนแทนชายหนุ่มยิ้มขำมองการกระทำของพวกเขาที่คิดว่านี่อาจจะเป็เงื่อนไขแฝงของภารกิจก็ได้ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้มีมั้ยก็แค่้าวัตถุดิบเท่านั้น
ชายหนุ่มออกเดินไปตามพุ่มไม้เพื่อมองหาตัวคิมีดูแล้วสัตว์อสูรภายในเกมนี้ก็ไม่ได้ชุกชุมเท่าไหร่เพราะเดินมาสิบห้านาทีแล้วก็ไม่ได้เจอตัวคิมีเลย เจอก็แต่งูพิษบ้างลิงป่าบ้างเท่านั้นซึ่งเป็สัตว์ทั่วไปที่อยู่ทุกที่ในป่าไม่จัดเป็สัตว์อสูรพรมแดน
“หรือจะมีตัวนั้นตัวเดียวกันว้า”
ถ้าเป็อย่างนั้นอาจจะต้องไปกลับไป...
“เห~ ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอมือใหม่แถวชายแดนอย่างนี้เลยนะ”เสียงทุ้มเย้ยหยันดังขึ้นเหนือหัวของรัตติพอเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นชายหนุ่มในชุดเกราะประหลาดสะพายกระเป๋าเป้หนังสัตว์ที่เอวเหน็บปืนลูกโม่ทรงโบราณในซองหนังเช่นกัน
ปืนเหรอ?
“นาย... คนจากแผ่นดินประจิมสินะ” รัตติระมัดระวัง ดวงตาหรี่ลงอย่างไม่ไว้วางใจ
“เห็นแบบนี้แล้วก็ต้องรู้สิว่าคนละแผ่นดินกัน”อีกฝ่ายหัวเราะหยันอีกครั้ง “กับมือใหม่ก็ไม่อยากสนใจหรอกนะ แต่นายดูแล้วขัดตาว่ะฆ่าเลยได้มั้ยนะ?”
“ฉันไปทำอะไรให้นายขัดตายรึไง”
“แค่ท่าทางนายมันเหมือนคนบางคนเท่านั้นแหละเห็นแล้วขัดตาไง”
“ท่าทางเหมือนบางคน?”
“ไม่จำเป้นต้องรู้หรอก ตายๆไปซะเพื่อความสบายใจของฉันก็แล้วกัน!” ชายหนุ่มชักปืนออกมายิงอย่างไม่ให้ตั้งตัวถึงสองนัดติดกันรัตติที่ระวังตัวอยู่แล้วะโหลบ แล้วหลบเข้าไปหลังต้นไม้ใหญ่ ใช้เป็โล่กำบังปืนถูกยิงออกมาติดกันอีกสามนัดก่อนจะมีเสียงปลอกะุดังขึ้นการเว้นจังหวะ่นั้นสั้นมาก ผู้ใช้ปืนคนนี้ดูจะชำนาญอาวุธปืนไม่ธรรมดาทีเดียว
รัตติเค้นเสียงไม่พอใจในลำคอ อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเปลี่ยนะุวิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิตสถานการณ์นี้สุ่มสี่สุ่มห้าปะทะกันไม่ใช่เื่ดีแน่นอน
“อย่าหนีสิ วิ่งแบบนั้นเดี๋ยวพวกสัตว์อสูรก็วิ่งใส่หรอก”ผู้ใช้ปืนเอ่ยเสียงไม่พอใจ ปากกระบอกปืนหันมาทางรัตติ เล็งที่หัวแล้วยิ่งตามไปเสียงปืนดังขึ้นสามครั้งติดกัน
รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจ้องเล็งหัวที่เป็จุดตายที่มองเห็นง่ายที่สุดทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น รัตติก็ก้มตัวลงอย่างรวดเร็วลูกปืนเฉียวหลังหัวเขาไปเพียงนิดแล้วเจาะเข้าไปในต้นไม้ รอดตายอย่างหวุดหวิด แต่พอกำลังจะวิ่งต่อเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกสองนัด
ปัง! ปัง!
“อั่ก!” รัตติล้มลงเืไหลออกจากขาและสีข้างะุฝังลงไปในร่างกาย ความเจ็บแล่นแปล๊บขึ้นมาจนต้องยกมือไปกดแผลตามสัญชาตญาณ
“คิดว่าแค่พวกมือใหม่จะหลบลูกปืนหรือไง โคตรโง่”มือปืนแดนประจิมเปลี่ยนลูกปืนแล้วเดินเข้ามา“ปล่อยไว้อย่างนี้ค่าเืก็หมดแล้วตายไป แต่ฉันจะทำให้แกตายสบายหน่อยนัดเดียวดับแน่”
เขาเอาปากกระบอกปืนจ่อท้ายทอยความร้อนจากปากกระบอกไหม้เนื้อของรัตติจนเจ็บแสบ กลิ่นไหม้ลอยเข้าจมูกเขาเจ็บแต่ก็ไม่ได้ร้องออกมา ความรู้สึกเจ็บภายในเกมเขาได้รับจนเคยชินยังไงระดับความเจ็บนี้ก็น้อยกว่าความเป็จริงอยู่สามส่วน
รัตติจ้องหน้ามือปืนเขม็งจดจำใบหน้านั้นไว้ในใจ “จำไว้เลยผมจะต้องกลับไปแก้แค้นแน่”
“ฮ่าๆ จะแก้แค้นฉันเรอะ พวกมือใหม่ก็อย่างนี้ตายไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอกโว้ยเอาไว้แกมีปัญญาข้ามพรมแดนให้ได้ก่อนเหอะค่อยมาแก้แค้นไอ้มือใหม่”มือปืนหนุ่มหัวเราะเสียงดัง กำลังจะกดไกปืนเพื่อปลิดชีพผู้เล่นใหม่ตรงหน้า
ผลัวะ!
ยังไม่ทันกดปืนก็ถูกเตะกระเด็นอย่างรวดเร็วยังไม่ทันเห็นหน้าคนลงมือชัดๆ มือปืนก็ถูกต่อยกระเด็นตามปืนไปติดๆล้มกลิ้งลงกับพื้นรัตติมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของคนที่มาช่วยเหลือกว่าจะรู้ตัวทุกอย่างก็จบแล้ว
“ไอ้พวกประจิมนี่ก็ชอบข้ามแดนมาหาเื่กันจังคราวนี้เป็พลปืนไฟ?” เสียงทุ้มเข้มเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเอ่ยจบก็หันไปทางรัตติให้เห็นหน้าชัดๆเป็คนที่คุ้นเคย เป้นชายคนที่แนะนำเขาตอนเขาแถวผิดนั่นเอง
“เป็อะไรรึเปล่าผู้เล่นใหม่”
“เจ็บหนักเลยล่ะครับ แต่ยังไม่ตายครับ” รัตติตอบไม่เกรงใจ
“เสียงแข็งเชียว ท่าทางจะแค้น... เอานี่ กินยาแก้ปวดกับห้ามเืก่อนนะ”ชายหนุ่มในชุดเสื้อกั๊กลายไทยหัวเราะ มือที่พันด้วยเชือกขาวยื่นตลับยามาให้
“ขอบคุณ”
“ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงเราก็อยู่ฝ่ายเดียวกัน”คำพูดประโยคเดิมนี่ทำให้รัตติค่อนข้างวางใจ ยัดก้อนยากลิ่นเข้าปากรสชาติขมติดลิ้นยิ่งกว่าบอระเพ็ดสีหน้าของรัตติเหมือนจะตายให้ได้เพราะยาขมแทนลูกปืน
อาการปวดลดลง เืหยุดไหลไปแล้วแต่ลูกะุที่คาอยู่ในร่างยังไม่ออกมารัตติได้แต่กัดฟันขยับร่างกายที่เกือบจะไร้เรี่ยวแรงและหนึบชาออกจากตรงนี้ไปพิงต้นไม้ชายในชุดนักมวยยิ้มให้กับพฤติกรรมของรัตติแล้วหันไปทางพลปืนไฟที่ลุกขึ้นมายืนพร้อมกับถือปืนลูกโม่กระบอกใหม่ไว้สายตาจับจ้องนักมวยตรงหน้าด้วยความโมโห
“ชิ พวกแดนบูรพานี่จมูกไวจริง”
“ไม่หรอกถ้าไม่ใช่เพราะนายยิงปืนลั่นป่าขนาดนั้นคงไม่มีใครรู้ว่าพวกประจิมข้ามแดนมา”ชายในชุดนักมวยไหวไหล่อย่างยียวน
“เหอะ! ที่แกมาอยู่แถวนี้ก็คิดจะข้ามพรมแดนเหมือนกันล่ะสิ”
“มาทำภารกิจต่างหาก ไม่ได้ข้ามมาฆ่าคนอย่างนายหรอก”
“ปากดี!”
ปัง!
มือปืนหนุ่มยืนใส่ทันทีหลังพูดจบความความขุ่นเคืองชายนักมวยเอียงตัวหลบเล็กน้อยแล้วพุ่งเข้าโจมตีประชิดมือปืนหนุ่มเดาะลิ้นดึงเอามีดสั้นออกมาต้านรับนักมวยพลางยิงตัวนักมวยนั่นเพื่อจำกัดความเคลื่อนไหวไม่ให้ประชิดตัวต่อให้นักมวยจะมีความเก่งกาจแค่ไหนก็ไม่ถึงระดับที่เร็วไปกว่าลูกะุปืน
กว่าจะเข้าประชิดตัวได้ก็โชกเืไปไม่น้อยมือปืนทักษะต่อสู้ระยะประชิดไม่ค่อยมีจะสู้กับนักมวยที่สู้ประชิดตัวได้เก่งกาจที่สุดได้ยังไงโดนต่อยเข้าไปไม่กี่ทีก็สลบไปแล้ว ยังไม่ทันได้ปิดฉากก็มีมือที่สาม ที่สี่ ที่ห้าและอีกสองสามคนออกมาห้ามทั้งสองฝ่าย
“หยุดมือ!”
“หยุดก่อนสุกัลย์”
หนึ่งป้องกันพลปืนอีกหนึ่งห้ามปรามนักมวยรัตติที่มองอยู่วงนอกยังคงมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาเ่าั้อยู่ดีดูแล้วน่าจะระดับสูงอยู่มาก
“ขอโทษที่คนของลงมือนะ” เสียงนุ่มของหญิงสาวในชุดผ้าคลุมปิดหน้ามิดชิดเอ่ยกับฝ่ายของสุกัลย์นักมวยร่างใหญ่เขาพ่นลมหายใจแล้วส่ายหน้าไปมา
“คนที่พวกคุณต้องขอโทษคือผู้เล่นใหม่ทางนั้นต่างหากเขาเกือบถูกหมอนี่ฆ่าตายแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเธอมีกฎไม่รังแกผู้เล่นใหม่กันหรอกเหรอ”
“เอ๊ะ? งั้นหรอกเหรอ เ้าอรรณพลงมือกับผู้เล่นใหม่”หญิงสาวพูดเสียงเครียดขึ้นมาจากนั้นก็หันไปมองทางรัตติที่ยังยืนอึ้งตามสถานการณ์ไม่ทันอยู่พอเห็นหน้าเขาก็กลายเป็ยฝ่ายหญิงที่นิ่งอึ้งบ้าง “ขอโทษด้วยนะผู้เล่นใหม่...พรรคพวกของเราลงมือเกินเลยไปบ้าง เราจะชดเชยให้คุณ”
“อ่า... เอ่อ...”คนที่จะได้รับการชดเชยยังคงดึงสติกลับมาไม่ได้ ดวงตามองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างฉงนสงสัย
“ทำไม? ไม่พอใจเหรอ?”
“เปล่า คือผม... ก็ไม่ได้้าของชดเชยอะไรขอแค่หมอนั่นตายได้มั้ยจะได้ช่วยลดความแค้นของผมลงบ้าง”ทั้งลูกปืนทั้งรอยไหม้ที่เกิดขึ้นจากกระบอกปืน ความเจ็บจนชานี้ความแค้นเคืองนี้... ขอแค่ให้อีกฝ่ายตายสักทีเถอะมันจะได้ลดลงบ้าง
“ขอโทษที หมอนี่ตายไม่ได้ ในตอนนี้น่ะนะ”หญิงสาวส่ายหน้าไปมา ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก “งั้นเอาเป็อย่างนี้ก็แล้วกันฉันมีดาบชั้นจัตวาที่ตีโดยช่างเหล็กของฝ่ายบูรพาฉันยกให้คุณพร้อมกับเงินอีกห้าพันอัฐแล้วเลิกราต่อกันเพียงเท่านี้นะ?”
“ใช้เงินแก้ปัญหาเหรอครับ” รัตติเบ้ปากอย่างไม่พอใจ
“ในตอนนี้ก็คงใช้เงินแก้ปัญหาไปก่อนหรือนายคิดว่าตัวเองมีปัญญาจะต่อสู้กับพวกฉันเพื่อฆ่าเ้าอรรณพเหรอ รับๆของไว้แล้วไปฝึกฝีมือเถอะ” หญิงสาวชุดคลุมโบกมือ น้ำเสียงไม่ได้เย้ยหยันหรืออะไรเธอพูดด้วยข้อเท็จจริงเท่านั้น
จริงอย่างที่เธอบอก ถ้าสุกัลย์ไม่ปรากฏตัวเขาคงตายไปก่อนแล้วถ้าตอนนี้ดันทุรังจะเอาชีวิตอีกฝ่ายคงไม่เป็ผลดียิ่งกับฝ่ายของนักมวยหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากแทรกมาเลยสักนิดก็คงเป้นการบอกให้เขาตัดสินใจเองและไม่คิดจะยื่นมือช่วยอีกรัตติพ่นลมหายใจหนักๆ ระบายความหงุดหงิดออกมาแล้วตั้งสติไว้
“ก็ได้ครับ ผมจะรับของคุณไว้”
“ดีแล้วๆ” หญิงสาวในชุดคลุมพูดอย่างพอใจ หยิบของยัดใส่มือของรัตติอย่างรวดเร็ว“ของพวกนี้ก็เอาไปตั้งตัวแล้วกัน อ้อแล้วก็... ถ้าอยากแก้แค้นก็รีบพัฒนาฝีมือถ้าพัฒนาช้าเ้าอรรณพก็คงเก่งมากไปกว่านี้ เจอกันคราวหน้าก็คงเหมือนเดิม เข้าใจมั้ย?”
“อา... ครับ” รัตติขมวดคิ้วตอบ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเตือนเขาขนาดนี้ทำไมดูแล้วเหมือนจะสนับสนุนให้เขาเก่งไวๆ อย่างไรอย่างนั้น
ไม่ใช่แค่รัตติที่สงสัยพวกสุกัลย์ก็สงสัยพวกแดนประจิมมีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากปกติแต่ยังไม่ทันได้ถามพวกแดนประจิมก็วิ่งหายไปจากสายตาแล้วการเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วจนแม้แต่พวกสุกัลย์อยากจะตามไปก็ไม่ทันแล้ว
“ผมขอบคุณด้วยนะครับที่ช่วยชีวิตไว้”รัตติหันมาขอบคุณพวกสุกัลย์อย่างจริงใจ พวกเขาต่างยิ้มแล้วโบกมือให้
“ไม่เป็ไรหรอก นายเองก็ถือว่าโชคดีมากแล้วถ้าเป็ปกติพวกประจิมไม่ยอมความกันง่ายๆ อย่างนี้หรอกนะ”เพื่อนของสุกัลย์โบกมือให้อย่างขบขัน
“ใช่ๆ พวกประจิมเพี้ยนๆ อย่างนี้มานานแล้วถ้าไม่พอใจพวกเราตรงนี้ก็คงโดนฆ่าเหี้ยนเลยล่ะ นายโชคดีมากแล้วจริงๆ”
พวกเขาเล่าถึงวีรกรรมของผู้เล่นแดนประจิมให้ฟัง พวกนั้นมีความได้เปรียบในด้านการพัฒนาแต่เสียเปรียบในด้านทรัพยากรทำให้มีการข้ามเขตมาบ่อยๆ แต่เพราะผู้เล่นทั้งสองฝ่ายไม่ถูกกัน NPC และMPC ของแผ่นดินไม่เป็มิตรกับคนต่างแดนด้วยแล้ว ยิ่งเป็การจุดชนวนการปะทะกันผู้เล่นแผ่นดินประจิมที่ข้ามพรมแดนมาได้ระดับสูงกว่าผู้เล่นแผ่นดินบูรพาอยู่แล้วหากปะทะกันฝ่ายแผ่นดินประจิมจะฆ่าอย่างไม่มีความลังเล และฆ่าได้จำนวนมากด้วย
นอกจากพรมแดนหมู่บ้านตรงนี้ยังมีพรมแดนอื่นอีกที่ผู้เล่นทั้งสองแผ่นดินปะทะกันมีแค่ตรงพรมแพนหมู่บ้านเริ่มต้นเท่านั้นที่เป็จุดปะทะกันน้อยที่สุดจึงถึงไม่มีเลยเพราะทางผู้เล่นแกนนำของแผ่นดินประจิมออกกฎไว้ไม่ให้รังแกผู้เล่นใหม่เนื่องด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่มีใครทราบได้
รัตติฟังแล้วขมวดคิ้วเหมือนจะจับเค้าลางอะไรได้ แต่เขายังคิดไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่
“แล้วนี่มาทำภารกิจรับตราแห่งความภักดีใช่มั้ย?ให้ช่วยหรือเปล่า”
“อ้อ ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง... อ๊ากกก! จิ้มแผลผมทำไม!?” รัตติร้องลั่นเมื่อมีผู้หญิงในกลุ่มคนหนึ่งยื่นนิ้วมาจิ้มแผลเขาจากข้างหลัง
“าเ็ขนาดนี้จะไปฆ่าใครได้ล่ะคะกลับไปหมู่บ้านรักษาแผลผ่าเอาลูกะุออกก่อนดีกว่าหรือถ้าคุณไม่รังเกียจหมอระดับไม่สูงอย่างฉันก็จะผ่าออกให้แต่ไม่รับประกันว่าไม่ติดเชื้อนะ”
“...” เล่นพูดมาขนาดนี้แล้วใครจะกล้ารักษากับคุณล่ะครับ
“ถ้างั้นพวกเราล่าให้แล้วนายก็เดินทางกลับหมู่บ้านไปแล้วกันเออ น้ำรินทำแผลให้เขาด้วยนะไม่งั้นเดี๋ยวล้มตายกลางทางก่อนถึงหมู่บ้าน”สุกัลย์เอ่ยให้หญิงสาวที่จิ้มแผลรัตติเป็คนทำแผลให้ อาชีพของเธอคือหมอนั่นเอง
“รับทราบ ภารกิจก็ฝากด้วยนะ”
“โอเค”
พวกเขาทั้งหมดพยักหน้ารับแล้วแล้วก็เดินจากไปคนละทางทำให้รัตติงุนงงนิดหน่อย เขาเลยหันมาถามน้ำริน
“พวกคุณมาทำภารกิจกันสินะ”
“ใช่”
“ภารกิจอะไรที่มาทำที่พรมแดนหมู่บ้านเริ่มต้นไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่ค่อยมีผู้เล่นระดับสูงหรอกเหรอ... หรือจะเป็ภารกิจลับ?”
+ + + + + + + * * + * * + + + + + + +
Writer Talk:
่นี้ไม่สบาย อาจจะอัพนิยายช้าหน่อยนะ Orz