ความเร็วหมัดของวั่งซูนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมากเมื่อรวมเข้ากับมีดของฉิงเฉาที่ถูกแทงออกมาพร้อมกันทันทีที่ปะทะเสียงคมมีดทิ่มแทงบางสิ่งบางอย่างก็ดังขึ้น
ฉวัะ!
อย่างไรก็ตามภาพที่ปรากฏกลับทําให้ฉิงเฉาตกตะลึงจนอ้าปากค้างเพราะในปัจจุบันหลังจากที่เขาฟันมีดออกไปแล้วแม้หมัดของเด็กหนุ่มจะถูกพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วทว่ามีดของเขากลับทําได้เพียงทิ่มบาดลงไปเล็กน้อย
“เป็นไปไม่ได้!’’วินาทีนั้นฉิงเฉาอุทานด้วยความไม่อยากเชื่อ ถึงจะอย่างนั้นก่อนที่เขาจะได้ทําอะไรเด็กหนุ่มตรงหน้าก็แค่นเสียงเย็นชา
ทันใดนั้นมีดในมือของฉิงเฉาก็ถูกแรงมหาศาลของหมัดซัดจนกระเด็นหลุดมือไปพริบตา หมัดก็พุ่งตรงเข้าสู่ช่วงท้องของเขา
กร็อบ!
เสียงแตกร้าวจากภายในดังขึ้นฉิงเฉาที่สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจึงมีใบหน้าซีดเผือดก่อนจะลงไปนอนดิ้นด้วยความเจ็บปวด
วั่งซูไม่สนใจฉิงเฉาเขามองไปที่หมัดของเขาที่มีบาดแผลและเลือดเพียงเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจเขาตะหนักได้ทันทีว่าหากเป็นมีดธรรมดาเช่นนี้ เขาสามารถต่อกรกับมันได้ยิ่งเป็นมีดทําครัว เขาคงสามารถพังมันได้ ดังนั้นแล้วเขาจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้รับความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์นี้มา
“อ๊ากกกก…’’ฉิงเฉาร้องโหยหวนออกมาก่อนมองไปยังเด็กหนุ่มด้วยความหวาดกลัวแล้วพยายามคลานหนีแบบตื่นตะหนกในความคิดของเขาเด็กหนุ่มมันไม่ได้เล่นของมาแล้ว แต่มันต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับชายหนุ่มปีศาจคนนั้นแน่ๆดังนั้นเขาจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับมันอีก
เห็นดังนั้นมุมปากของวั่งซูก็แสยะยิ้มก่อนที่ความแค้นในใจนับแสนนานจะถูกสลายหายไปบัดนี้เขาจึงรู้สึกราวกับได้เกิดใหม่อย่างแท้จริง
“ไสหัวไปซะ!และอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!’’ โดยไม่สนใจพวกฉิงเฉาอีกวั่งซูก็เดินจากไปอย่างไม่แยแสพร้อมคําข่มขู่ที่เย็นชา
เห็นเด็กปีศาจเดินจากไปถึงพวกฉิงเฉาจะโกรธแต่พวกเขาก็ทําอะไรไม่ได้นอกจากกลัว กลัวเป็นอย่างมาก!
บัดซบ!ถ้าขืนพวกฉันกลับมาอีกก็เป็นไอ้งั่งสิวะ!
บัดนี้พวกฉิงเฉาตัดสินใจแล้วว่าหลังจากที่ไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวพวกเขาจะไม่กลับมาที่หมู่บ้านแห่งนี้อีก…
…
Casinoat Venetian Macao ชั้นที่ 40
“ทําไมตระกูลเย่หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ถึงได้ส่งบัตรเชิญงานเลี้ยงมา?’’มองไปยังบัตรรับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้นในคืนนี้เทาก้านที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ประหลาดใจ
“เป็นไปได้ว่าเย่ฟางเทียนอาจอยากทําความรู้จักกับคุณ’’หูเฟิงที่ยืนข้างๆกลอกตาเขาจําได้ว่าตอนที่เขายุ่งเกี่ยวกับเสิงเทียนหม่ามันก็ยังไม่มีจดหมายเชิญเช่นนี้มา เขาจึงรู้สึกสงสัยว่าทําไมตระกูลเย่ถึงได้ส่งมันมา
“ลุงหูคิดว่าควรจะทํายังไงดี เราควรเข้าร่วมดีไหม?’’เทาก้านพยักหน้าก่อนถามหูเฟิง หลังจากที่เขาได้รับมอบหมายจากมู่หลินเขาก็ได้ลาออกจากบริษัทของตัวเองและเข้าควบคุมคาสิโนแห่งนี้อย่างจริงจังดังนั้นในช่วงเวลาเจ็ดวันที่ผ่านมาเขาจึงสนิทกับหูเฟิงมากขึ้น
“เรื่องนี้คุณควรตัดสินใจด้วยตัวเองแต่ถ้าเป็นผมๆจะเลือกเข้าร่วมมัน เพราะงานนี้นอกจากจะมีสามตระกูลใหญ่เข้าร่วมแล้วส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทของเพื่อนปรมาจารย์มู่ทั้งนั้น ดังนั้นแล้วถ้าเราไม่ไปบางทีพวกเขาอาจฟ้องปรมาจารย์มู่ก็ได้!’’ หูเฟิงให้คําแนะนําช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมาหลังจากช่วยจัดการอะไรหลายๆอย่างด้วยกันพวกเขาก็สนิทกันมากขึ้นทั้งนี้ก็เพราะอยากทําให้มู่หลินเห็นประโยชน์ของพวกเขาเหมือนกันและนี่ก็เป็นเหตุผลที่พวกเขาสนิทกันได้ไว
“ไหนๆก็ไหนๆแล้วนายคิดว่ายังไงหลินไห่?’’เทาก้านเห็นด้วยจึงหันไปหาชายหนุ่มผมสีเงินที่นั่งอีกมุมหนึ่งแน่นอนว่าเขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลินไห่
หลังจากที่หลินไห่ถูกหูเฟิงสั่งสอนด้วยความที่ยําเกรงในฝีมือของอีกฝ่ายและเคารพมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วเขาจึงยอมเชื่อฟังเทาก้านง่ายๆ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เขากลัวว่ามู่หลินจะมาจัดการเขา!
ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน!
“ฉันคิดว่าเราควรที่จะเข้าร่วมแล้วทําความรู้จักกับพวกเขาสักหน่อย!’’หลินไห่เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังก่อนเสริมต่อ “อีกอย่างตามที่ลุงหูบอกพวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ การได้เชื่อมสัมพันธ์กับพวกเขาจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรพลาด!’’
จากการเป็นผู้ฝึกยุทธ์และทํางานในมาเก๊ามานานหลินไห่จึงมีข้อมูลมากพอสมควร แต่ตอนนี้ด้วยความที่มีหูเฟิงอยู่เขาจึงไม่กลัวว่าการไปครั้งนี้จะทําให้โดนดูถูกได้
ด้านเทาก้านที่ได้ฟังรายละเอียดแม้จะประหลาดใจแต่เขาก็เห็นด้วยอย่างไม่ลังเล
…
ณคฤหาสน์ตระกูลเย่ บัดนี้กลิ่นอายแตกต่างจากเมื่อเจ็ดวันก่อนอย่างสิ้นเชิงอาจบอกได้ว่ามันเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายที่มืดมิด
ภายในห้องโถงใหญ่เย่ฟางเทียนยืนมองคนตระกูลเย่ด้วยท่าทางน่ากลัว“วันนี้ฉันหวังว่าทุกคนจะสนุกกับงานเลี้ยงนะ!’’
“ครับ!’’ถึงจะรู้สึกกลัวในท่าทางของผู้นําตระกูลแต่คนอื่นๆต่างพยักหน้าขานรับอย่างไม่ใส่ใจอะไร
แต่ในท่ามกลางพวกเขาจะมีก็เพียงสองคนที่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของชายชรา
หนึ่งคือชายวัยกลางคนเย่ฉวนเย่ฉวนนั้นมองว่าหลังจากที่พ่อของเขาถูกชายหนุ่มคนหนึ่งหักหน้าไม่ยอมมาอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปเลย อย่างไรก็ตามปกติแค่ถูกหักหน้าก็ไม่หน้าจะขนาดนี้เขาจึงสงสัยว่าบางทีอาจมีบางอย่างที่มากกว่านั้น
ส่วนชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นหลานของเย่ฟางเทียนอย่างเย่หลงก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกับพ่อของเขาเขารู้สึกว่าปู่ของเขาดูน่ากลัวขึ้นและแตกต่างจากเดิมเพราะปู่ของเขามักเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบงานเลี้ยงใหญ่โตแต่งานเลี้ยงที่กําลังจะจัดขึ้นในคืนนี้กลับเป็นอีกฝ่ายที่จัดมันขึ้นเอง!
หรือว่าบางทีเขาต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง?
อดคิดไม่ได้สองพ่อลูกเย่ฉวนและเย่หลงก็มองหน้ากันอย่างแปลกๆ
…
เวลาเดียวกันในวิลล่าแห่งหนึ่งที่เพิ่งเกิดแสงสว่างสีครามเจิดจ้าออกมาหลังจากที่มันหายไปก็ปรากฏชายหนุ่มคนหนึ่งเขาดูมีผิวขาวใสและความหล่อเหลามากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดและชายคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มู่หลิน!
ระดับหลอมรวมเต๋าขั้นกลาง!
บัดนี้ มู่หลินได้มาถึงการบําเพ็ญเพียรขั้นกลางของระดับหลอมรวมเต๋าแล้ว!
“เจ็ดวันแล้วสินะที่ฉันเอาแต่เก็บตัว…’’รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมา มู่หลินก็ยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนพึมพํา“แต่ทําไมวันนี้ฉันถึงรู้สึกเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเลยนะ…’’
ตั้งแต่ที่อยู่ในแดนเต๋ามู่หลินมักมีลางสังหรณ์เฉียบคมเสมอแต่ในตอนนี้เมื่ออยู่ในโลกต่อให้จะมีอะไรขึ้นจริง เขาก็ไม่สนใจและไม่เกรงกลัว
ทําไมน่ะเหรอ?ก็เพราะเขาคือจุดสูงสุดแห่งแดนเต๋ายังไงล่ะ!
แล้วแบบนี้ยังต้องมีอะไรให้กลัวอีก?เหอะ! ไร้สาระทั้งนั้น!
โดยไม่รอช้ามู่หลินทําอาหารทานเองแล้วอาบนํ้าแต่งตัวในชุดเดิมๆมันเป็นชุดที่เขานํามาจากเมืองหลวง
“นี่ก็เจ็ดวันมาแล้วการบ่มเพาะของเขาคงถึงขั้นตันเถียน...ดังนั้นคงถึงเวลาแล้วที่จะมอบภารกิจให้เขาไปทําและพิสูจน์ความสามารถของเทาก้าน!’’หลังจากที่แต่งตัวเสร็จ มู่หลินก็เตรียมออกจากวิลล่าเขามีเป้าหมายที่จะไปหาวั่งซูและมอบภารกิจให้อีกฝ่ายไปทํา
ถูกต้อง!ภารกิจครั้งนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ความสามารถของวั่งซูแล้ว...มันยังเป็นการพิสูจน์การตัดสินใจของเทาก้านอีกด้วย!
ดังนั้นหากทั้งสองคนสามารถแสดงความสามารถออกมาได้พวกเขาก็จะได้รางวัลจากมู่หลิน!
รางวัลที่ยิ่งใหญ่...ยิ่งใหญ่จนแดนเต๋ายังต้องอิจฉา!