มนุษย์
เช้าวันแรกของเทอมใหม่ในเซนเทียน่ามารีอาร์ ข่าวลือเกี่ยวกับผู้อาศัยในหอคอยต้องสาปแพร่กระจายไปไวราวกับเชื้อโรค ขณะนี้ นักเรียนทุกชั้นปีต่างตรงมามุงดูประตูบานใหม่สีน้ำเงินในห้องนั่งเล่นที่เคยถูกปิดตายและสภาพเก่าแก่มาหลายชั่วอายุคน บัดนี้สีของมันงดงามราวกับเพิ่งทำขึ้นใหม่ สีน้ำเงินเข้มสีคล้ายกับหอคอยต้องสาปนั่น นี่คือสัญญาณว่ามีนายใหม่ที่พร้อมจะบงการมันแล้ว
“เขาลือกันว่าเป็เด็กผู้ชายรูปงามล่ะ”
“ไม่นะเป็ชายแก่มีวิชาอาคมแก่กล้าต่างหากถึงจะเข้าไปอยู่ในที่นั้นได้”
“อาจมีเชื้อเทพเ้าก็ได้นะ แต่ว่าอยากเห็นจังเลย” หลากหลายเสียงต่างสันนิษฐานไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้ที่มาใหม่และได้อาศัยอยู่ในหอคอยสีน้ำเงินที่เชื่อว่าเป็หัวใจแห่งมวลัมันต้องคำสาปให้ปิดตาย และไม่มีใครเคยเข้าไปอาศัยได้นั้นคือผู้ใด
“หลีกทาง ๆ เด็ก ๆ ทำไมถึงไม่ไปรอรายงานตัวที่ห้องโถงใหญ่กันมัวมาทำอะไรอยู่ตรงนี้” ทรอยอาร์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในเื่การฟูมฟักัพยายามแหวกฝูงชนเข้ามาอย่างยากลำบากและมายืนขวางเท้าสะเอวทำพุงยื่นอยู่หน้าประตู
“คือพวกเราอยากรู้ครับอาจารย์ว่าใครคือผู้ที่ได้เข้าไปอยู่ที่หอคอยสีน้ำเงิน มันปิดตายมาหลายชั่วอายุคนแล้ว แม่ของผมอยาก รู้มาก เลยให้ผมมาเฝ้าดู แม่เห็นแสงสว่างเรืองของมันเมื่อคืนนี้” เด็กชายผมสีเขียวั์ตาสีฟ้าเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น
“เอาล่ะ ๆ เื่นี้ไว้อธิบายกันทีหลังนะพวกเธอต้องรีบไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อรายงานตัวพร้อมกับต้อนรับน้อง ๆ ปีหนึ่งด้วย แยกย้ายกันไปเร็วเข้า!” ทรอยอาร์ตัดปัญหาพยายามโบกมือไล่เด็กมุงให้ออกไปแต่ทว่า...เสียงดานประตูเหล็กก็ลั่นขึ้น ทุกสายตาหันกลับไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว ความใคร่รู้ทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง และจับจ้องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อบานประตูเปิด เผยให้เห็นใครคนหนึ่งที่ก้าวเดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่จริง...มนุษย์หรือนี่!!!~” หลายคนพูดเป็เสียงเดียวกันบ้างก็เป็ลมล้มพับ บ้างก็กรีดร้องโหยหวนราวกับถูกผีเข้า บางส่วนก็รีบถอยไปไกล
“มนุษย์ สิ่งอัปมงคลบนโลกเซนเทีย!!” เสียงหนึ่งะโดังขึ้นเปรียบเสมือนจุดฉนวนะเิให้หลายคนทำตามเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายจนทรอยอาร์ยากจะควบคุม เขาถูกชนและเบียดเสียดจนต้องย้ายพุงย้อย ๆ ไปอยู่อีกฝากของประตูและมีเด็กหลายสิบคนพุ่งเข้าหาเนย่าอย่างมุ่งร้าย
ผู้มาเยือนใหม่ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อทุกคนรุมขับไล่เธอ ะโด่าทอ บ้างก็สวดมนต์ไล่ และบางคนก็พุ่งมาหาเธอเพื่อทำร้าย เนย่ามัวยืนตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เธอถอยกรูดไปที่ประตูที่เธอเพิ่งออกมา ตอนเธอเป็หัวขโมย โดนไล่ทุบตีก็เพราะเธอสร้างความเดือดร้อนให้ แต่เธอยังไม่ได้ทันทำอะไรเลยในที่นี้เธอแค่ออกมายืนอยู่ตรงนี้ เด็กพวกนี้เป็อะไรกันไปหมด และราวกับว่าอำนาจแห่งหอคอยปกป้องเธอ มีม่านบาง ๆ มากั้นระหว่างเธอกับพวกเด็กโตเ่าั้ ทุกคนไม่สามารถเข้าถึงตัวเธอได้ เนย่าตั้งสติหลังพิงไว้กับบานประตูเธอกำหมัดเตรียมพร้อมจะสู้ ใครหน้าไหนเข้ามาเธอจะไม่ยอมเจ็บตัวฟรีแน่
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงทรงอำนาจประกาศก้องทรีบาส อาจารย์ใหญ่แห่งเซนเทียน่าฯ ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับมาดามรีรีน ทุกคนหยุดนิ่งและถอยเปิดทางให้อาจารย์ใหญ่ได้เข้ามาหาเด็กมนุษย์
“อย่าใไปเลยเด็กน้อย” ทรีบาสเดินฝ่าม่านคุ้มกันเข้ามาอย่างง่ายดาย คุกเข่าลงให้อยู่ในระดับเดียวกับเนย่าพลางจับกำปั้นน้อย ๆ ของเธอให้คลายมันลง ถึงตัวจะเล็กผอมบางขนาดนี้เด็กหญิงก็ยังไม่คิดจะหนี ช่างเป็เด็กที่น่าทึ่งจริง ๆ แต่ก็น่าสงสารที่ ร่างเล็ก ๆ ตรงหน้ายังคงมีอาการตัวสั่นเทาอยู่บ้าง เพราะเด็กหญิงไม่รู้จักที่นี่ แล้วใครต่อใครก็ต่างมามุ่งทำร้ายเธอ
ทรีบาสลูบหัวเนย่าเบา ๆ พร้อมกับลุกขึ้นยืนและใช้ตัวกำบังเธอไว้จนมิด เห็นทีเขาจะต้องรีบอธิบายเื่ทุกอย่างให้เด็กน้อยที่เขาพามาฟังทั้งหมดเสียแล้ว รวมถึงเหล่านักเรียนที่เริ่มจะไม่น่ารักของเขาด้วย มาดามรีรีนโบกพัดไล่เด็กมุงให้ถอยระยะออกไปและหันมาสบตาเด็กหญิงด้วยท่าทีเป็ห่วง
“นี่คือเนย่านักเรียนปีหนึ่งของที่นี่ซึ่งเขาได้ถูกเลือกมาเหมือนพวกเธอ พวกลูกครึ่งอสุรเทวาทั้งหลาย” ทรีบาสผายมือทั้งสองข้างกางกั้นระหว่างเด็กหญิงและพวกเด็กโตที่ยืนกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างแค้นเคือง ‘นี่มันบ้าชัด ๆ สติดีกันบ้างไหมนั่น’ เนย่าคิด
“แต่เธอเป็มนุษย์เผ่าพันธุ์ที่โสโครกที่สุดในจตุรภพ” เด็กโตคนหนึ่งผิวคล้ำั์ตาสีแดงเอ่ยขึ้นอย่างโกรธขึ้งหน้าตาบึ้งตึงไม่แพ้คนอื่น
“ไม่...ไม่ เธอคงเข้าใจผิด เราเองในหมู่ลูกครึ่งอสุรเทวาต่างถูกเลือกมาที่นี่เพื่อทำภารกิจในการฟูมฟักัเนย่าก็เช่นกัน กฎเคยบัญญัติไว้ถึงผู้ที่มีสิทธิ์ฟูมฟักว่า จะต้องเป็พวกเราแค่สามภพ ส่วนภพของมนุษย์นั้นห้ามไว้ แต่ตอนนี้หน้าประวัติศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จงยอมรับและเชื่อในสิ่งที่พ่อแม่ัผู้ที่เลือกเนย่ามาตัดสินใจ” ทรีบาสเอ่ย เขาหมุนตัวกลับมายิ้มให้เนย่าอย่างอารี
“ไปกันเถอะเนย่าเพื่อนใหม่รุ่นเดียวกับเธอกำลังรออยู่” ทรีบาสตัดบทไว้แค่นั้นไม่ให้ใครได้เอ่ยต่อ เขาจูงมือเล็กของเนย่าเดินฝ่าฝูงชนออกไป
หลายคนเงื้อง่าแขนขาใส่เด็กหญิงท่าทางเอาเื่ แต่ก็ไม่มีใครเข้าถึงตัวเธอได้ม่านพลังของหอคอยยังคงปกป้องเธออยู่ ท่ามกลางสายตาชิงชังรังเกียจของเหล่าลูกครึ่งอสุรเทวาทั้งหลาย ไม่มีใครเห็นด้วยเื่นี้ แต่เมื่อผู้เป็ใหญ่แห่งโรงเรียนเอ่ยขอ พวกเขาก็จำต้องทำตาม
ในระหว่างที่เดินตามทรีบาสมานั้นเด็กหญิงเอาแต่ครุ่นคิดว่าเหตุใดผู้คนในโลกนี้ถึงได้รังเกียจเธอนัก เธอเป็มนุษย์เพียงคนเดียวในโลกแห่งนี้หรือไรกันนะ เธอพยายามผ่อนลมหายใจไล่ความโกรธและนึกถึงข้อดีของการมาอยู่ที่นี่เอาไว้ ถ้าไม่ติดว่าให้สัญญากับคนที่เดินจูงมือเธออยู่ตอนนี้ เธออาจจะหันไปชกใครสักคนที่ทำท่าทีเสียมารยาทกับเธอ หรืออาจจะทุ่มแจกันใบโตแถวนี้ใส่หัวไปแล้วก็ได้ ‘เย็นไว้เนย่า เย็นไว้’
“อย่าได้กังวลไปเด็กน้อย เธอจะเข้าใจทุกอย่างหลังจากการปฐมนิเทศนักเรียนปีหนึ่งจบลง” ทรีบาสก้มลงมาส่งยิ้มอย่างเมตตาให้เนย่า ราวกับรู้ความคิดของเด็กหญิง
ห้องโถงขนาดใหญ่ประดับด้วยโคมไฟแก้วสีรุ้ง รูปวาดฝาผนังสีสันสวยงามเกี่ยวกับัและผู้ฟูมฟักมีอยู่โดยรอบ แม้เนย่าจะไม่เข้าใจถึงภาพต่าง ๆ เ่าั้ แต่เธอก็ยังคงมองดูมันอย่างสนใจ
ภายในมีเก้าอี้ยาวเรียงรายอยู่หลายร้อยตัวเหมือนกับโบสถ์ในโลกของเธอ มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอนั่งรออยู่เต็มไปหมด และเธอก็เป็ที่สนใจของทุกคนเป็อย่างมาก สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เธอราวกับเธอเป็สัตว์ประหลาด บ้างก็ตื่นกลัวและพยายามหลบสายตาเธอ บ้างก็ชี้มือชี้ไม้ให้เพื่อน ๆ มองเธอมากขึ้น
เนย่าถูกพาขึ้นไปยืนอยู่บนเวที เสียงคุยกันจ๊อกแจ๊กเื่เธอทำให้เนย่าอึดอัดจนอยากจะกรีดร้องดัง ๆ ว่า
‘หุบปากซะเ้าพวกหูแหลมทั้งหลาย’ แต่เธอก็ทำไม่ได้ เพราะเกรงว่านอกจากจะถูกเด็กพวกนี้รุมขยี้จนเละ เธออาจจะถูกผู้ใหญ่เพี้ยนๆ ที่อยู่ข้างๆ เหล่านี้โกรธและโยนเธอให้ักินก็เป็ได้
เธอทำได้เพียงจ้องกลับสายตาดูถูกดูแคลนเ่าั้จนทุกคนต้องหลบสายตา ราวกับว่าการได้มองตาของเธอคือคำสาปที่อาจจะทำให้ตายได้
‘ดีหลบหน้าฉันไว้ก็แล้วกัน อย่าให้เจอข้างนอกนะ จะปล้นให้ไม่มีเงินซื้อขนมกินเลยพวกเด็กบ้า’ เนย่าถอนหายใจแรงเพื่อระบายความอึดอัด
เธอไม่ชอบอยู่ในกฎและถูกใครบังคับ แต่เธอดันหนีมาคนเดียวไม่มีเพื่อนร่วมแก๊งมาด้วยอย่างนี้ เห็นทีคงจะต้องทน ๆ ไปก่อนค่อยสร้างแก๊งใหม่เพื่อเอาตัวรอดในโลกใบนี้ให้ได้ซะแล้ว
เด็กและผู้ใหญ่ในโลกนี้สิ่งที่แตกต่างจากเธอก็คงจะผิวพรรณที่ดูผู้ดีจนเกินจริงเนียนใสจนน่าประหลาด อาจจะมีบางคนผิวเข้มบ้างแต่ความเปล่งประกายราวกับมีออร่านั้นช่างดูงดงามและน่าหลงใหล อีกอย่างที่สำคัญคือใบหูเรียวแหลมรับกับใบหน้าสวยหล่อนั่นช่างเข้ากันอย่างลงตัว คงจะมีแค่เธอที่ไม่ได้มีใบหูน่าพิศวงเช่นนั้น มิน่าเล่าแค่เพียงเห็นเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเป็มนุษย์
การจ้องมองเธอและป้องปากกระซิบกระซาบกันนั้น ทำให้เนย่ายิ่งอารมณ์ขุ่น เมื่อไรจะจบ่เวลาน่าอึดอัดนี่เสียทีนะ แต่ใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท้ายสุดของห้องโถงใหญ่ ผมสีดำสนิทั์ตาสีนิลนั้นมองเธอเหมือนเธอก็แค่เด็กธรรมดาคนหนึ่งซึ่งมันทำให้เธอเบาใจลงได้บ้าง เด็กชายไม่ได้มีทีท่ารังเกียจเธอจึงทำให้เนย่าไม่กล้าที่จะใช้สายตาต่อว่าเขา
“เอาล่ะ ในปีนี้ผู้ที่ถูกเลือกมาเป็ผู้ฟูมฟักนั้นมีไม่น้อย และปีนี้เราได้คนพิเศษมาจากโลกที่เราแทบไม่เคยเอ่ยถึงนั่นคือ ‘มนุษย์’ เนย่าคือหนึ่งในผู้ถูกเลือก ฉันอยากให้ทุกคนปฏิบัติกับเขาเหมือนกับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของพวกเธอทุกคน อย่าได้รังเกียจ อย่าได้รังแกเธอ เพราะถ้าเื่รู้ถึงหูฉันเมื่อไรภารกิจในการได้เป็ผู้ฟูมฟักจะถูกปลดในทันที” ทรีบาสเอ่ยทิ้งไว้แค่นั้นและให้เนย่านั่งลงที่เก้าอี้ยาวบนเวทีข้าง ๆ เขา ที่ต้องทำเช่นนี้นั่นเพื่อป้องกันให้การปฐมนิเทศครั้งนี้ลุล่วงไปเสียก่อน ก่อนที่เด็กหญิงมนุษย์จะได้รับรู้และเข้าใจสถานะของตัวเองมากขึ้น
หลังจากการปฐมนิเทศจบลงเนย่าก็ได้มานั่งจิบนมอุ่น ๆ บนยอดหอคอยขาวซึ่งเป็ที่ทำงานและห้องนอนของอาจารย์ใหญ่นามทรีบาส ที่หลายคนเกรงใจและให้ความเคารพ แต่สำหรับเด็กหญิงทรีบาสก็คือตาแก่จอมเพี้ยนที่มีบุญคุณ ทำให้เธอไม่ต้องอดอยากในโลกใบเดิม แต่โลกของเขากับเธอนั้นแตกต่างกันมากเหลือเกิน เขาเหมือนพาเธอมาให้ใคร ๆ หัวเราะเยาะในโลกของเขา แต่สำหรับโลกของเธอแม้จะยากจนอดอยาก แต่เธอก็ยังมีเพื่อนและเป็ที่ยอมรับอยู่ไม่น้อย
“จะเล่าให้หนูฟังได้รึยังคะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหนูถึงถูกรังเกียจจากเด็กทุกคนในโรงเรียนนี้” เนย่าระบายคำถามทั้งหมดออกมาแถบจะในทันทีที่ทรีบาสหย่อนก้นลงบนเก้าอี้นวมสีขาว
“เธอคงจะอึดอัดสินะที่ต้องข้ามเข้ามาอยู่ในโลกที่เธอไม่เป็ที่ยอมรับอย่างนี้” ทรีบาสผ่อนลมหายใจช้า ๆ
“หนูตามท่านมาเพียงเพราะหนูจะได้ไม่ต้องกลับไปสู่วงจรขโมยอีก แต่นี่หนูกลับมาอยู่ในโลกที่มีแต่คนรังเกียจไม่มีใครยอมรับหนูเลย” เด็กหญิงเริ่มมีอารมณ์ ก็ตาแก่เพี้ยนทำท่าทางมีลับลมคมในจนเธอเริ่มรำคาญเสียแล้ว
“ฟังนะเนย่า เธอคือเด็กมนุษย์เพียงคนเดียวในโลกเซนเทีย ซึ่งพวกเราเหล่าลูกครึ่งอสุรเทวาไม่ยอมรับ เพราะเมื่อหลายหมื่นปีก่อนการทำพันธสัญญาระหว่างักับผู้ฟูมฝักนั้นถูกมนุษย์ละเมิดและทำลายลงอย่างโเี้ พวกเขาไม่อยากให้มีอะไรที่เกินการควบคุมของพวกเขา
“พวกเขาทำลายเราทั้งสามภพรวมถึงเผ่าพันธุ์ัที่ใกล้จะสูญหายไปเต็มทีัคือสัตว์เทพที่ต้องรักษาแต่มนุษย์กลับเข่นฆ่าไม่เว้นแม้แต่อีกสามภพเอง ที่เคยอยู่ร่วมในโลกใบเดียวกันมาก่อน เื่นั้นจบสิ้นลงเพราะเทพผู้สร้างเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น”
“เหล่าสัตว์เทพที่เคยปกครองเชื่อมโยงสายใยเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ในโลกเดิมกำลังจะสูญสลายท่านจึงตัดสินใจ แบ่งแยกเผ่าพันธุ์พวกเราออกเป็สี่ ได้แก่เทพ อสูร ภูติ และมนุษย์ เพื่อทำการสร้างโลกใหม่ให้ได้อยู่ร่วมกันอีกครั้งระหว่างสัตว์เทพและผู้ที่มีสายใยเชื่อมโยงกัน มนุษย์เป็เพียงเผ่าพันธุ์เดียวที่ถูกลบออกจากการเป็ผู้ฟูมฟักั และลบความทรงจำเกี่ยวกับภพอื่นออกไปด้วยเพราะจิตใจที่เสื่อมทรามของพวกเขา”
“มีแต่พวกที่เป็ครึ่งอสุรเทวาเท่านั้นที่สามารถฟูมฟักัถูกส่งมายังโลกที่ถูกซ่อน นั่นคือเซนเทีย ในสามภพต่างมีรักและสามารถสืบสายพันธุ์ข้ามกันได้ทำให้มีพลังอำนาจต่าง ๆ แต่มนุษย์คือสิ่งยกเว้น พวกเขาไร้พลังและเวทมนตร์ใด ๆ นอกจากเล่ห์เพทุบายที่เป็ที่กล่าวขวัญจนถึงทุกวันนี้” ทรีบาสอธิบาย
“แล้วทำไมถึงเลือกหนูมา” เนย่าเอ่ยถามอย่างไม่ต้องคิด เธอเป็เพียงมนุษย์ที่ถูกลบออกไปจากสารบบของพวกผู้มีพลังเหนือธรรมชาติไปแล้ว แต่เธอก็ยังมาอยู่ที่นี่เพื่ออะไรกัน
“การเป็ผู้ฟูมฟักนั้นพ่อและแม่ของัจะเป็ผู้เลือกเองเพื่อให้ดูแลสายพันธุ์ของเขาต่อไปและเขาเลือกเธอเผ่าพันธุ์ ‘ต้องห้าม’” ทรีบาสหันกลับมามองั์ตาสีมรกตของเด็กหญิง
“พ่อแม่ของั พวกเขาที่อยู่ในฝันของหนู” เนย่าหวนนึกถึงภาพสองัถูกทรมานและรุมทำร้ายอย่างน่าสงสาร เขามีกันแค่สองแต่พวกที่รุมฆ่าแกงมีมากจนนับจำนวนแทบไม่ได้ ความเ็ปความเศร้าความทรมาน รุมเร้าอยู่ในอกของเธอในยามหลับ แต่บัดนี้ยามเธอตื่นเธอก็ยังรับรู้และััมันได้ และนี่คงเป็เหตุผลที่เธอต้องมาอยู่ที่นี่ เพราะเธอ ได้ถูก ‘เลือก’ แล้ว
“ใช่แล้ว พวกเขาเลือกเธอ นั่นแสดงว่าเธอคือคนพิเศษ เธอคือข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว จากนี้อย่าได้กังวล เธอจะได้เรียนรู้ถึงเผ่าพันธุ์ที่เธอต้องทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อเลี้ยงดูและมอบพลังให้ เธอเข้มแข็งใช่ไหมเนย่า เธอไม่มีทางยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ใช่ไหม” ทรีบาสลุกจากเก้าอี้มาลูบผมสีดำเงาของเนย่าอย่างเอ็นดู
“ค่ะ” เนย่าตอบสั้น ๆ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอไม่ใช่เพราะกลัวอันตราย หรือสิ่งที่เกินความคาดหมายที่จะเกิดขึ้นกับเธอ แต่เธอรู้สึกสงสารและอยากช่วยสองันั่นเหลือเกิน บางทีความทรมานที่เธอรับรู้อยู่อาจจะเบาบางลงไปได้บ้าง
“ดีมากเนย่า ฉันเชื่อใจเธอนะ เธอจะได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็มาต่าง ๆ ของโลกนี้ที่โรงเรียนนี้ เธอจะมีพลังอำนาจไม่ต่างจากพวกเด็กอสุรเทวา และเธออาจจะได้รู้ว่าเหตุใดพวกเขาถึงเลือกเธอก็เป็ได้” ทรีบาสคุกเข่าลงต่อหน้าเด็กหญิงอีกครั้งและลูบแก้มใสของเธอด้วยความเอ็นดู
“หนูจะทำให้ได้ค่ะ หนูสัญญา” เนย่ายิ้มน้อยๆ เงยหน้าขึ้นไล่น้ำตาไม่ให้ไหล เนย่าเข้มแข็งมากพอ ั้แ่เล็กมาเธอเจอเื่เลวร้ายนับครั้งไม่ถ้วนเธอยังผ่านมาได้ ต่อจากนี้ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็พร้อมชนและคงไม่กลัวอะไรอีก ความหวังที่จะช่วยสองัลุกโชนอยู่ในใจนี่คือเป้าหมายใหม่ในการใช้ชีวิตในโลกใหม่ใบนี้ของเธอ