ภายในห้องทำงานสุดหรูที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ณัฐวีณ์กำลังนั่งขะมักเขม้นกับเอกสารงานที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ของเขา อากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศคุณภาพสูงช่วยบรรเทาให้ความร้อนจากนอกห้องทำงานเบาบางลงจนเหลือเพียงความเย็นฉ่ำที่ช่วยคลายความเครียดเกร็งจากการทำงานลงได้
“บอสคะ คุณอภิสราขอเข้าพบค่ะ” เสียงของเลขาหน้าห้องชายหนุ่มดังขึ้นเรียกความสนใจจากเอกสารต่างๆ บนโต๊ะมองไปยังประตูห้องทำงานขนาดใหญ่ของตัวเองแล้วถอนหายใจเบาๆ
“เชิญเธอเข้ามาได้ครับ” สิ้นเสียงของชายหนุ่มประตูห้องทำงานของเขาก็ค่อยๆ เปิดออก ปรากฏร่างบางสูงสง่าที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็สวยสมส่วนเสมอ ใบหน้าสวยเด่นคลี่ยิ้มกว้างขึ้นมาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเ้าของห้องมองมาที่เธอ ณัฐวีณ์ส่งยิ้มบางๆ ขึ้นให้กับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขา
“วันก่อนไหมไปหาพี่วีที่บ้านแต่คนที่บ้านบอกว่าพี่วีไม่อยู่ แล้วทั้งวันไหมก็มีงานตลอดเลยไม่ได้มาหาพี่วี กลางวันนี้พี่วีว่างไหมคะเราไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันนะ” อภิสราพูดพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่ม ณัฐวีณ์เพียงแค่ยิ้ม หลังจากเกิดเื่วันนั้นขึ้นอภิสราก็เหมือนจะเข้ามาดูแลมาหาเขาบ่อยขึ้นจากเมื่อก่อนตอนที่เขาจะประกาศแต่งงานกับขวัญฤทัย
“ครับ พี่เองก็มีเื่จะบอกไหมเหมือนกัน” ณัฐวีณ์มองใบหน้าของสาวสวยตรงหน้าที่ฉีกยิ้มกว้าง ผู้หญิงที่เขาเห็นมาั้แ่เด็กๆ และรักเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่ง แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายแสดงออกมากมายว่าคิดกับเขาเกินคำว่าพี่ชาย แต่อย่างไรเสียความรู้สึกของเขาก็บอกว่าอภิสราอาจจะรู้สึกกับเขาเป็เพียงความผูกพันที่เขาคอยดูแลเธอมาั้แ่เด็กและเขาก็เชื่อว่านั่นไม่ใช่ความรักหรอก การกระทำของหญิงสาวคล้ายกับอาการน้องสาวที่หวงพี่ชายมากๆ มากกว่า เพียงแค่หญิงสาวตรงหน้าจะรู้ตัวเมื่อไหร่เท่านั้น
“ตอนนี้ก็เลยเวลาพักมาแล้วงั้นเราไปกันเลยไหมครับ อ่อ แต่พี่ไปได้ไม่ไกลนะเพราะเดี๋ยว่บ่ายพี่มีประชุม” ณัฐวีณ์บอกพร้อมกับจัดการเก็บเอกสารตรงหน้าให้เป็ที่เป็ทางพร้อมลุกขึ้นยืนขยับสูทตัวสวยให้เข้าที่เล็กน้อย
“ค่ะ เราไปทานที่ไหนก็ได้ขอแค่ไหมได้ทานกับพี่วีก็พอ” อภิสราทำหน้ามุ้ยตอนแรกแต่สุดท้ายหญิงสาวก็คลี่ยิ้มออกมา ทำให้คนมองนึกขำกับหญิงสาวตรงหน้า
หนุ่มสาวทั้งสองคนเลือกที่จะมาทานอาหารที่ร้านข้างในห้ามสรรพสินค้าใกล้ๆ กับที่ทำงานของณัฐวีณ์ อภิสราถือโอกาสเกาะแขนของชายหนุ่มแสดงความเป็เ้าของเต็มที่ แต่ชายหนุ่มก็ค่อยๆ แกะมือของหญิงสาวอย่างระวัง อภิสราเห็นชายหนุ่มทำแบบนั้นแม้จะรู้สึกไม่ค่อยพอใจแต่ก็ไม่ดื้นรั้นกับเขา ตอนนี้เธอมีโอกาสจะพิชิตใจของณัฐวีณ์อีกครั้งเพราะเธอแน่ใจว่าเขาไม่มีทางกลับไปหาขวัญฤทัยที่หักหลังตัวเองแน่นอน
“พี่วีคะ นั้น...ใช่คุณขวัญหรือเปล่าคะ” อภิสราร้องถามขึ้นเมื่อเธอหันไปเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือขวัญฤทัย ณัฐวีณ์หันไปมองยังทางที่อภิสราชี้ให้ดูและใบหน้าที่กำลังฉายแววอบอุ่นอยู่ตลอดเวลาของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อชายหนุ่มแน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นคือขวัญฤทัย เธอก็ไม่ได้มาคนเดียวแต่กลับมีร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนอยู่ข้างกาย ภาพนี้ทำให้ชายหนุ่มกัดฟันข่มโทสะเอาไว้ ทั้งความหึงหวงและความไม่พอใจปะทะเข้ามาในหัวใจอย่างจัง
“เอะ ! คนที่ยื่นอยู่ข้างๆ นั้นใครหรอคะ ใช่นาย เอ่อ คุณภาคินหรือเปล่า” สิ้นคำพูดของอภิสราดูเหมือนว่าร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเธอจะแสดงสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดถึง ‘ภาคิน’ อภิสราพอใจกับท่าทีของณัฐวีณ์ แม้ว่าเธอจะยังไม่แน่ใจหรอกว่าผู้ชายคนนั้นคือภาคิน
“ถ้าอย่างนั้นไหมว่าเราไปทักเขาหน่อยดีไหมคะ เพราะดูเหมือนว่าเขาก็มาทานข้าวด้วยกันเหมือนเรา” ณัฐวีณ์เดินนำอภิสราไปหาคนทั้งคู่ทันทีโดยที่หญิงสาวยังไม่ทันพูดจบ ตอนนี้เธออยากจะทำให้ความสัมพันของทั้งสองคนไม่สามารถกลับเข้ามาประสานกันได้ใหม่ ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นสร้างรอยร้าวให้เธอมีโอกาสแล้วเธอก็จะทำให้มันแตกละเอียดเอง
“พี่วี !” ขวัญฤทัยร้องขึ้นอย่างใเมื่อหญิงสาวหันมาอีกทางและเห็นว่าใครคนหนึ่งกำลังตรงดิ่งมาทางเธอด้วยสายตาดุดัน เสียงของหญิงสาวทำให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ หันมาให้ความสนใจด้วย และพอดีกับที่ณัฐวีณ์และอภิสราเดินมาถึงตัวทั้งสองคน
“อ้าวคุณขวัญ นึกว่าคุณมากับใครที่แท้ก็คู่นอน เอ้ย ! ขอโทษนะคะฉันพูดผิด มากับ...” อภิสราจงใจพูดลากเสียงแล้วปรายตาไปมองภาคินที่มองมาทางเธออย่างไม่พอใจ
“สามี” หญิงสาวพูดแล้วยิ้มหวานส่งออกไป ต่างกับขวัญฤทัยที่ตอนนี้หน้าซีดไปหมดแต่เธอไม่ได้หน้าซีดเพราะถ้อยคำร้ายกาจของอภิสรา แต่เพราะใบหน้าของผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนนั้นต่างหาก ทั้งใบหน้าและสายตาบอกให้เธอรู้ว่าเขากำลังจะะเิและคนที่โดนะเินั้นไม่ใช่ใครนอกจากเธอ !
“ทำไมหน้าซีดอย่างนั้นละคะคุณขวัญ ว่าแต่มาทานข้าวเหมือนกันหรอคะเนี่ยไม่คิดเลยว่าจะพบพวกคุณสองคนที่นี่ อย่างว่าแหละค่ะไหมเข้าใจเพิ่งจะคบกันอย่างเปิดเผยหลังจากหลบ ๆ ซ้อน ๆ มานานมันก็ต้องอยากควงกันไปไหนมาไหนเป็ธรรมดาอยู่แล้ว” ยิ่งอภิสราพูดก็เหมือนยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับร่างสูงข้างๆ เธอ หญิงสาวััได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากณัฐวีณ์ด้วยความโกรธซึ่งนั้นก็คือสิ่งที่เธอพอใจ
“คุณหยุดพูดไปเลยคุณไหม ผมอยากรู้จริงๆ ว่าคุณไม่ละอายบ้างหรือไงถึงเข้ามาแทรกคนที่กำลังจะแต่งงานกัน แล้วยังมาทำเหมือนตัวเองไม่ได้ผิดอะไร” ภาคินที่ฟังมานานทนไม่ไหวเมื่อเห็นสีหน้าขาวซีดของขวัญฤทัยและสีหน้าสะใจยิ้มร่าของผู้หญิงอีกคน
“อะไรกันคะ จนถึงตอนนี้คุณยังจะโทษว่าเื่ที่คุณกับคุณขวัญนอนด้วยกันเป็เพราะฉันหรอ ขอโทษนะคะแต่ฉันไม่มีเวทมนต์ที่จะเสกให้พวกคุณสองคนเกิดพิศวาสกันขึ้นมา นอกจากพวกคุณเองนั้นแหละที่พิศวาสกันเอง”
“นี่หยุดพูดเลยนะคุณ !” อภิสราไม่กลัวหญิงสาวเชิดหน้าขึ้นท้าทายชายหนุ่ม ทำให้ภาคินเองแทบอยากจะเข้าไปลากผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ให้ออกไปพ้นๆ
“พี่วีคะ ไหมว่าเราไปทานข้าวกันเถอะปล่อยให้พวกเขาสองคนสวีทกันไปจะได้ไม่ขัดจังหวะพวกเขา” เมื่อพูดจบอภิสราก็เตรียมจะพาณัฐวีณ์ที่ยังคงจ้องนิ่งไปยังร่างบางของขวัญฤทัยที่ตอนนี้ใบหน้างามซีดเซียวหมดแล้วและยังไม่ยอมสบตาเขาอีก แต่ดูเหมือนว่าณัฐวีณ์จะไม่ขยับตามแรงดึงเบาๆ ของหญิงสาวทำให้อภิสราต้องเรียกชายหนุ่มอีกครั้ง
“พี่วีคะ ?” อภิสราพยายามจะพาชายหนุ่มออกจากบริเวณนี้เพราะเธอเริ่มไม่แน่ใจกับสายตาที่กำลังลุกเป็ไฟของณัฐวีณ์เสียแล้ว แต่แล้วอยู่ ๆ ร่างสูงก็เดินตรงไปข้างหน้าเข้าหาร่างบางของขวัญฤทัยมือหนาคว้าหมับไปที่ข้อมือของหญิงสาวอย่างแรงจนร่างบางร้องออกมาเบา ๆ ท่ามกลางความใของทุกคน
“ไอ้วีปล่อยขวัญนะเว้ย” ภาคินพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วงหญิงสาวที่ใบหน้างามเริ่มบิดเบี้ยวกับแรงบีบที่ชายหนุ่มส่งผ่านมายังเธอ แต่ยิ่งภาคินเข้ามายุ่งก็เหมือนยิ่งทำให้คนที่กำลังโมโหหึงออกแรงมากขึ้นไปอีก ขวัญฤทัยเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหวสิ่งที่เจ็บไม่ใช่ร่างกายแต่เป็จิตใจของเธอ ยิ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุดันของชายหนุ่มก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบด้วยความกลัว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังคงไม่เชื่อใจเธออยู่ดีหญิงสาวรู้ดีว่าต่อให้พูดจนปากฉีกณัฐวีณ์ก็ไม่มีทางเชื่อว่าเธอกับภาคินไม่ได้มีอะไรกัน
“มากับผม !” เสียงลอดไรฟันของณัฐวีณ์ดังขึ้น แต่ร่างบางของขวัญฤทัยไม่ยอมขยับไปตามแรงดึงของชายหนุ่ม
“ไม่ค่ะ ! พี่วีมากับคุณไหมก็ไปกับเธอสิคะ ส่วนขวัญมากับพี่คินและขวัญก็จะไปทานข้าวกับพี่คิน” เสียงหวานเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนทั้งสี่เริ่มเป็ที่สนใจของคนที่เดินผ่านไปมาบ้างแต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สนใจผู้คนรอบข้าง
“ทั้ง ๆ ที่จะแต่งงานกับผมในอีกไม่กี่วันคุณก็ยังเลือกไปกับมันอีกหรือไง !” ทั้งภาคินและอภิสราอึ้งไปทันที แต่งงานอย่างนั้นหรอแสดงว่าณัฐวีณ์ไม่ยอมยกเลิกการแต่งงานกับขวัญฤทัย
ทำไม !
ทั้งๆ ที่ผู้หญิงคนนี้สวมเขาให้ทำไมพี่วียังจะแต่งงานกับเธอ !
“แต่งงาน ! หมายความว่าแกยังจะแต่งงานกับขวัญใช่ไหม” ภาคินถามด้วยความดีใจแต่คนฟังกลับตีความหมายไปอีกทาง
“ใช่ ! ฉันจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้วันอาทิตย์หน้าแกอย่าหวังเลยว่าจะพาขวัญไปมีความสุขด้วยกัน ! มานี่ !” จบประโยคยังไม่ทันที่ภาคินจะแก้คำพูดใด ณัฐวีณ์ก็ออกแรงกระชากข้อมือบางของขวัญฤทัยจนหญิงสาวแทบจะล้มลงเพราะแรงดึงของชายหนุ่ม ร่างสูงก้าวเท้ายาวๆ ดึงร่างบางที่แทบจะวิ่งตามเขาอย่างรวดเร็ว ขวัญฤทัยทั้งหวาดกลัวทั้งไม่เข้าใจ เธอเลือกที่จะปิดปากไม่ร้องอะไรและปล่อยตัวให้ชายหนุ่มพาไปตามที่เขา้า
ณัฐวีณ์พาร่างบางของขวัญฤทัยมายังลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าที่ตอนนี้ไร้ผู้คน ร่างสูงกระชากร่างบางให้เข้าไปในรถคันหรูของตัวเองโดยที่หญิงสาวยอมทำตามแต่โดยดีและตัวเองก็เดินอ้อมขึ้นไปนั่งอีกด้าน เมื่อเข้ามาในรถขวัญฤทัยเริ่มรู้สึกถึงการคุกคามทางสายตาของชายที่ตนรักหญิงสาวค่อย ๆ หันไปมองหน้าชายหนุ่ม และก็ต้องหลบสายตาเมื่อมันเต็มไปด้วยความโกรธกริ้ว
“มากินข้าวกับมันมีความสุขนักใช่ไหม หรือเพราะจะต้องแต่งงานกับผมแล้วถึงอยากจะอำลามัน แล้วคืนนี้จะไปต่อกันที่ไหนล่ะใช่ที่ห้องของคุณหรือเปล่า !”
“พี่วี ! ขวัญไม่เคยทำอะไรแบบนั้นนะคะ พี่วีก็รู้”
“ใช่ ! ผมรู้ ! เพราะทีกับผมแค่จูบคุณยังจะไม่ยอมเลย แต่ทีมันกลับไปนอนทอดตัวให้ถึงบนเตียง !”
“พี่วี !!”
เพี๊ยะ !
ขวัญฤทัยกระแทกฝ่ามือบางลงบนใบหน้าหล่อเหลาของณัฐวีณ์อย่างแรง ชายหนุ่มมองร่างบางที่กล้าตบเขาด้วยอารมณ์กริ้วโกรธที่หนักกว่าเดิม ร่างสูงกระชากร่างบางให้เข้ามาหาตัวอย่างแรงและเร็วจนขวัญฤทัยตั้งตัวไม่ทัน พร้อมทั้งประกบปากกดจูบที่ดิบเถื่อนใส่หญิงสาวที่ยังไม่ทันตั้งตัว
“ไม่”
ริมฝีปากบางพยายามร้องหาอิสระให้ตัวเองแต่ก็ไม่มีโอกาส มือบางทุบตีอกหนา ร่างกายดิ้นรนเพื่อจะหลุดพ้นพันธนาการ
“จะดิ้นทำไม”
ณัฐวีณ์พูดเสียงต่ำร่างหนาไม่สนใจกำปั้นน้อย ๆ ที่ไม่อาจทำอะไรเขาได้ ริมฝีปากหนาละออกจากปากบางของหญิงสาวซึ่งบวมเจ่อและหันไปซุกไซร้ซอกคอขาวหอมกรุ่น ส่วนมือใหญ่ของเขาก็ตะปบนู้นนี้ไปทั่วร่างงาม แม้จะหวาดกลัวและรุนแรงแต่ขวัญฤทัยก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอไม่อาจจะต่อต้านััของชายที่ตนรักได้เลย ร่างบางเริ่มจะหยุดดิ้นเร้าเมื่อมือหนาเข้าไปกอบกุมทรวงอกอิ่มของหญิงสาวและบีบคั้นอย่างเบามือต่างจากความรุนแรงในคราแรก เมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มผ่อนตามตัวเองชายหนุ่มก็ละจากซอกคอขาวมาที่ริมฝีปากบวมเจ่อ และบรรจงจุมพิษอ่อนหวานเร้าร้อนอย่างโหยหา ร่างบางที่เขาสวมกอดอยู่นี้ต่อให้อย่างไรเขาก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้เลย แม้จะรู้ว่ามีคนทำเช่นนี้กับเธอมาแล้วก่อนหน้าเขาแต่เขาก็ยัง้าเธอ...ขวัญฤทัย
ขวัญฤทัยรู้สึกมึนงงเมื่อชายหนุ่มมอบจูบแสนหวานแต่ดีกรีความเร้าร้อนไม่ลดลง ร่างบางเริ่มจะขาดสติยินยอมต่อเขาปล่อยให้มือหนาที่เริ่มจะลงต่ำไปที่หน้าท้องแบนราบทำอะไรตามใจตัวเอง แต่ก่อนที่อะไร ๆ จะเลยเถิดไปมากกว่านี้ในรถคันหรูของชายหนุ่ม ณัฐวีณ์ก็ผละออกจากร่างบางอย่างอ้อยอิ่ง สายตาคราแรกที่เขามองเธอมันช่างอ่อนหวานราวกับพี่วีคนเดิมของเธอกลับมาแต่เพียงแวบเดียวมันก็กลับไปเป็สายตาดุดันเช่นเดิมจนเธอรู้สึกเสียววาวเมื่อจับจ้องดวงตาคู่นั้น
“ระหว่างผมกับไอ้คินใครมันทำให้คุณเร้าร้อนได้มากกว่ากัน หึ !” ขวัญฤทัยอึ้งไปทันทีกับคำพูดของชายหนุ่ม หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่อ ก่อนที่มือบางจะเริ่มขยับจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางพร้อมกับร่างสูงของณัฐวีณ์ที่ออกรถด้วยความเร็ว แม้ว่าจะหยุดลงมือจัดการกับร่างบางข้าง ๆ ที่เอาแต่นิ่งเงียบได้ แต่ความรู้สึกจริง ๆ ของเขาที่อยากจะจัดการพาเธอเข้าโรงแรงและทำอะไร ๆ ให้มันลุล่วงนั้นยังไม่จางหาย แถมยังต้องพยายามอดกลั้นความคิดฝ่ายนั้นเอาไว้ทำให้ใบหน้าหล่อเหลายิ่งดุดันเพราะความอดกลั้นเข้าไปอีก
ไม่นานต่อจากนี้รถคันหรูของณัฐวีณ์ก็มาจอดอยู่หน้าสำนักงานของขวัญฤทัย หญิงสาวกำลังจะเปิดประตูรถออกไปแต่มือหนาของชายหนุ่มก็คว้าที่ข้อมือบางของหญิงสาว
“โอ้ย !” แม้ว่าครั้งที่เขาจะจับมันเบา ๆ แต่เพราะก่อนหน้านี้ชายหนุ่มทั้งบีบทั้งกระชากจนช้ำไปหมดทำให้ร่างบางต้องร้องเพราะความเจ็บ ณัฐวีณ์ใจกระตุกวูบกับเสียงร้องของหญิงสาวชายหนุ่มปล่อยมือของเธอลงทันที และรีบปรับสีหน้าจากห่วงใยเป็นิ่งสงบ
“รีบกลับเข้าไปซะและอย่าได้เที่ยวไปไหนกับผู้ชายคนอื่นสองต่อสองอีก ต่อไปนี้ทุกเย็นผมจะมารับคุณกลับบ้าน ขืนปล่อยให้กลับเองผมคิดว่ามันจะไม่ถึงบ้านแต่ถึงม่านรูดซะมากกว่า”
“ไม่ต้องถึงม่านรูดหรอกค่ะ ถ้าคิดจะทำเื่อย่างว่าจริง ๆ บนรถแบบที่พี่วีคิดจะทำกับขวัญเมื่อครู่ก็ทำได้” พูดจบร่างบางก็รีบก้าวลงจากรถคันหรูทันทีและรีบวิ่งเข้าไปยังที่ทำงานของตน ขวัญฤทัยข่มกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจและน้อยใจเอาไว้อย่างสุดกลั้นก่อนที่มันจะ รินไหลลงบนใบหน้างามของเธอเมื่อห้ามไม่อยู่อีกต่อไป
ณัฐวีณ์ยิ่งร้อนรุ่มเขารู้ว่าหญิงสาวต้องวิ่งไปร้องไห้ไปแน่ ๆ เมื่อคิดถึงเื่ที่เขาทำกับเธอวันนี้ร่างสูงแทบจะวิ่งเข้าไปขอโทษร่างบางและซับน้ำตาของเธอเอาไว้พร้อมทั้งกอดปลอบร่างน้อย ๆ ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของตัวเอง