หลังจากเขาขายเนื้อหมูเสร็จ หลินเจิ้งเทียนแบกเนื้อหมูส่วนที่เหลือไว้บนบ่ามุ่งหน้าไปยังบ้านของหมอหลี่ หมอเดินเท้าประจำหมู่บ้าน ผู้เปรียบเสมือนที่พึ่งพิงยามเจ็บไข้ได้ป่วยของชาวบ้านทุกคน
"หมอหลี่ครับ หมอหลี่" หลินเจิ้งเทียนะโเรียกเสียงดังเมื่อมาถึงหน้าบ้าน
ไม่นานนัก ประตูบ้านก็เปิดออก เขาเห็นหลี่เหว่ยถูกหมอหลี่รักษาาแเสร็จเรียบร้อยแล้ว
"อ้าว เจิ้งเทียน มาได้จังหวะพอดีเลย ลุงรักษาพ่อหนุ่มยุวชนปัญญาเสร็จพอดี เด็กคนนี้ถูกลูกสาวของเ้ารักษามาก่อนหน้านี้แล้วตอนนี้แผลไม่เป็อะไรมาก เืของเขาหยุดไหลไปแล้ว" หมอหลี่กล่าวพร้อมกับผายมือเชื้อเชิญให้หลินเจิ้งเทียน เข้าไปในบ้าน
หลินเจิ้งเทียน เขาขมวดคิ้วสงสัย "ชิงชิงไปรักษาให้เด็กคนนี้ได้อย่างไร?" ลูกสาวของเขา เป็เพียงเด็กสาววัย 16 ปี เธอไม่เคยเรียนรู้การแพทย์แผนโบราณมาก่อน
เขาเดินตามหมอหลี่เข้าไปในบ้าน พบเด็กหนุ่มนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ ใบหน้าซีดเซียว แต่ดวงตาของเขาแสดงถึงความเฉลียวฉลาด เด็กหนุ่มคนนี้เป็ยุวชนปัญญาที่จากเมืองหลวง เขาถูกส่งมาทำงานในชนบท แต่เนื่องจากความฉลาดของเขาทำให้สามารถสอบเข้ามาเป็คุณครูที่โรงเรียนประถมในหมู่บ้านหลงเหมินได้
หลินเจิ้งเทียนวางเนื้อหมูลงบนโต๊ะ ก่อนจะกล่าวกับหลี่เหว่ย "พ่อหนุ่มนี้เนื้อหนูส่วนแบ่งของพ่อหนุ่ม รับไว้เสียสิ"
"ขอบคุณมากครับลุงเจิ้งเทียน ที่อุตส่าห์แบ่งเนื้อหมูมาให้ผม" หลี่เหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"ไม่เป็ไร นี้เป็ค่าแรงที่พ่อหนุ่มสมควรจะได้อยู่แล้ว"หลินเจิ้งเทียนกล่าว
หลังจากพูดคุยกับหมอหลี่และหลี่เหว่ยอีกเล็กน้อย หลินเจิ้งเทียนก็ขอตัวกลับบ้าน เขาแบกเนื้อหมูส่วนที่เหลือกลับมาบ้านด้วยในใจที่เบิกบาน เมื่อนึกถึงใบหน้าเปื้อนยิ้มของสมาชิกในครอบครัว
"ทกคนพ่อสัญญาว่าจะทำให้ครอบครัวของพวกเรา ไม่หิวโซ เหมือนกับที่อยู่ในบ้านใหญ่"หลินเจิ้งเทียนกล่าวกับตัวเองด้วยความแน่วแน่
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาเห็นหวังจื้อเหยาและหลินชิงชิงกำลังทำแกงผักป่าอยู่ในห้องครัว ส่วนลูกชายคนเล็กก็วิ่งเข้ามาหาเขาทันทีที่เห็นเขาแบกหมูป่าเข้ามา
"พ่อกลับมาแล้ว!" เสียงเล็กๆ ของหลินเสี่ยวหลงดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
หลินเจิ้งเทียนวางเนื้อหมูลงบนโต๊ะไม้ผุพัง กลิ่นหอมของเนื้อหมูอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน ดวงตาของทุกคนเป็ประกาย
"วันนี้พ่อขายเนื้อหมูป่ามาได้เงินมาเยอะเลยได้คูปองมา 50 ใบกับเงินอีก 80 หยวน" หลินเจิ้งเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ขณะวางเนื้อหมูและกำคูปองไว้บนโต๊ะไม้
"ว้าว! ตอนนี้ครอบครัวเราก็มีเงินกันแล้ว!" หลินเสี่ยวหลง ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
หวังจื้อเหยา ผู้เป็ภรรยายิ้มออกมาอย่างมีความสุข เธอรีบนำเนื้อหมูไปล้างทำความสะอาด ก่อนจะลงมือเตรียมอาหารเย็นอย่างคล่องแคล่ว
กลิ่นหอมของอาหารค่อยๆ โชยไปทั่วบ้าน ไม่นานนัก กับข้าวก็เสร็จเรียบร้อย หวังจื้อเหยาะโเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร
"ทุกคนมาทานข้าวกันเถอะ! วันนี้ชิงชิงเก็บเกี่ยวของจากป่าได้มาเยอะเลย ทุกคนมาลองชิมผักป่าที่ชิงชิงเก็บมา สดกรอบมาก" เธอพูดพลางตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ถ้วยให้ทุกคน
หลินชิงชิง หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย เธอช่วยแม่ยกจานผัดหมูป่ามาวางบนโต๊ะ
"หนูแค่บังเอิญไปเจอผักที่ชายป่า เห็นว่ามันดูน่าทานเลยเก็บมาให้ทุกคนลองชิมดูค่ะ"
หลินเจิ้งเทียนตักผักป่าเข้าปาก เคี้ยวกร้วมๆ ก่อนจะพยักหน้าชม "อร่อยมาก ชิงชิงเก่งจริงๆ"
หลินเสี่ยวหลงรีบตักผัดผักป่าเข้าปากบ้าง เขาตาโตเบิกกว้าง "อร่อยจริงๆ ด้วย! อร่อยกว่าผักที่ผมเคยกินเสียอีก"
หลินชิงชิงอมยิ้มเมื่อเห็นทุกคนทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ผักที่อยู่ในมิติของเธอย่อมต้องเป็ของดีอยู่แล้ว นอกจากอร่อยแล้วยังช่วยบำรุงร่างกายของทุกคนให้แข็งแรง
เมื่อทุกคนทานข้าวเสร็จ หลินชิงชิงก็ยกผลไม้หลากชนิดที่เก็บมาจากมิติออกมาวางบนโต๊ะ "ทุกคนลองชิมผลไม้พวกนี้ดูสิ หวานอร่อยมากเลยนะ"
หวังจื้อเหยาหยิบองุ่นสีม่วงเข้มลูกโตขึ้นมาอย่างสนใจ ก่อนจะส่งเข้าปาก "หวานมากเลย แม่ไม่เคยกินองุ่นที่ไหนอร่อยแบบนี้มาก่อน"
หลินเจิ้งเทียนผู้เป็พ่อหยิบลูกท้อขึ้นมาดู "ลูกท้อพวกนี้มันแปลก ๆ นะ ผิวมันดูเนียนสวยกว่าลูกท้อทั่วไปตั้งเยอะ" ว่าแล้วก็กัดเข้าไปคำโต "โอ้โห หวานฉ่ำชื่นใจจริง ๆ"
"อร่อยกว่าผลไม้อะไรที่ผมเคยกินมาทั้งหมดเลย" หลินเสี่ยวหลงร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นพลางยกแอปเปิ้ลแดงสดขึ้นมาโชว์ "พี่สาวดูสิ แอปเปิ้ลลูกนี้มันแดงเงาวับเลย"
หลินชิงชิงหัวเราะกับท่าทางของทุกคน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ทุกคนค่ะวันนี้ตอนหนูเข้าไปในป่า หนูเจอสมุนไพรล้ำค่าตามที่หนูเห็นในความฝันด้วยนะ หนูเจอทั้งโสมคน และเห็ดหลินจือ"
ทุกคนที่กำลังทานผลไม้อยู่ต่างหยุดชะงัก มองหน้ากันด้วยความใ
"จริงเหรอชิงชิง?" หลินเจิ้งเทียนเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"จริงค่ะพ่อ"เธอกล่าวพร้อมเดินไปหยิบตะกร้าที่บรรจุโสม100ปี และเห็ดหลินจือทั้งดอกเล็กดอกใหญ่มา
หวังจื้อเหยาถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันใจ "ชิงชิงของแม่ ช่างโชคดีเสียจริงๆ" เธอเอื้อมมือไปลูบผมลูกสาวอย่างรักใคร่
หลินเจิ้งเทียน พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ชิงชิง หนูเป็ดาวนำโชคของครอบครัวเราเสียจริง ๆ"
หลินชิงชิงยิ้มกว้าง เธอมีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของทุกคนในครอบครัว
"หนูว่าจะเอาโสมกับเห็ดหลินจือดอกใหญ่ ๆ นำไปขายที่ตลาดมืดค่ะ" เธอพูดแผนการให้ทุกคนฟัง
"ส่วนดอกเล็ก ๆ แม่กับพ่อเก็บไว้กินบำรุงร่างกายนะคะ"
หลินเจิ้งเทียนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มกลับเคร่งขรึมลงทันที ่นี้ทหารแดงออกตรวจตราอย่างเข้มงวด การค้าขายในตลาดมืดเป็เื่ที่เสี่ยงอย่างยิ่ง
"เดี๋ยวพ่อจะไปเป็เพื่อนลูกเอง" เขาเอ่ยด้วยความกังวลใจ
หลินชิงชิงส่ายหน้าเบา ๆ "พ่อไม่ต้องไปด้วยหรอกค่ะ ไปกันเยอะพวกทหารแดงจะยิ่งสงสัยเอาได้ ฉันไปคนเดียวคล่องตัวกว่าค่ะ"
หลินเจิ้งเทียนและหวังจื้อเหยาสบตากันด้วยความเป็ห่วง พวกเขารู้ดีว่าลูกสาวของพวกเขาเป็คนฉลาดแต่สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
"ชิงชิง ระวังตัวด้วยนะลูก" หวังจื้อเหยาเอ่ยเสียงแ่
หลินชิงชิงพยักหน้ารับ "ค่ะแม่ หนูจะระวังตัวให้ดี"
หลังจากพูดคุยกับครอบครัวเสร็จ เธอก็กลับห้องไปพักผ่อน เธอจัดแจงล็อกห้องนอนอย่างแ่าเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามาในห้อง่ที่เธออยู่ในมิติ เธอหลับตาลงและปล่อยให้สติของเธอถูกดึงเข้าสู่ห้วงมิติ
เมื่อเข้ามาในมิติ หลินชิงชิงตรงไปยังห้องปรุงยาทันที เธอหยิบตำราแพทย์เก่าแก่ขึ้นมาเปิดอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน
"พรุ่งนี้ต้องไปตลาดมืดแล้วสินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง "ต้องเตรียมของดีๆ เอาไปขายซะหน่อย"
สายตาของเธอไล่อ่านตัวอักษรที่เรียงรายอยู่บนหน้ากระดาษอย่างตั้งใจ เธอเลือกสูตรสบู่และครีมบำรุงผิวที่ไม่ซับซ้อนนัก เพราะเธอรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเธอพิเศษกว่าใครคือ "น้ำวิเศษ" ที่มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่
หลินชิงชิงลุกขึ้นไปหยิบขวดเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวใสแจ๋วราวกับคริสตัลออกมาจากชั้นปรุงยา เธอเทน้ำวิเศษลงในชามผสมอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเติมส่วนผสมอื่นๆ ลงไปตามสูตร
"น้ำวิเศษนี่มันวิเศษจริงๆ นะ" เธอพูดพลางคนส่วนผสมในชาม "แต่ใช้เยอะไปก็ไม่ดี เดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเอาได้"
เธอนำน้ำวิเศษมาเจือจางลง ก่อนจะคนส่วนผสมไปเรื่อยๆ จนได้เนื้อสบู่และครีมที่เนียนละเอียด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรลอยฟุ้งไปทั่วห้อง
หลังจากเทสบู่แม่พิมพ์เสร็จ หลินชิงชิงก็นึกขึ้นได้ว่าเธอลืมเตรียมภาชนะสำหรับใส่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปขาย
"โอ๊ย! ตายจริงยัยชิงชิงแกลืมเื่สำคัญได้ยังไงเนี่ย" เธอตบหน้าผากตัวเองเบาๆ "พรุ่งนี้ต้องรีบไปหาซื้อในเมืองแต่เช้าเลย"
ถึงแม้จะมีเื่ให้ต้องกังวลอยู่บ้าง แต่หลินชิงชิงก็ยังเธอมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สบู่สูตรและครีมบำรุงผิวของเธอจะต้องขายดีเป็เทน้ำเทท่า เพราะไม่มีใครสามารถปฏิเสธพลังของน้ำวิเศษที่เธอผสมลงไปได้ สบู่ก้อนนี้ ไม่เพียงแต่จะชำระล้างร่างกายให้สะอาด แต่ยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง มีออร่า ราวกับสาวแรกรุ่น
"รอก่อนนะ ตลาดมืด พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเงินเยอะๆ เลย" เธอพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะเก็บข้าวของและเดินออกจากห้องปรุงยา ก่อนจะกลับมาสู่โลกของความเป็จริง เธอล้มตัวลงนอน หลับฝันดี พร้อมกับจินตนาการถึงเงินทองมากมาย ที่กำลังจะไหลมาเทมา
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหลินชิงชิงทานข้าวกับครอบครัวเสร็จ เธอก็จัดแจงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตา
"ทุกคนค่ะ หนูจะเข้าไปในเมืองแล้วนะ" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใส
"เดินทางดีๆ นะลูก ระวังตัวด้วย" หวังจื้อเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง ก่อนจะเดินเข้ามาลูบผมลูกสาวอย่างอ่อนโยน
"พี่สาว กลับมาเร็วๆ นะซื้อขนมมาฝากผมด้วยนะครับ" หลินเสี่ยวหลงโบกมือลาพี่สาวด้วยดวงตากลมโต
"ได้จ้ะน้องเล็กเดี๋ยวพี่ซื้อขนมอร่อยๆ มาฝาก" หลินชิงชิงรับคำ ก่อนจะหยิบตะกร้าหวายใบโปรดขึ้นมาสะพายไหล่ เธอสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ แล้วก้าวเท้าออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังลานหน้าหมู่บ้าน
..................................................
ยัยน้องจะไปตลาดมืดแล้วนะ งานนี้มีแต่รับทรัพย์