Ep 14 : ขอบคุณ และ คำขอ
“ข้าต้องขอบคุณท่านมากจริงๆ ท่านนักผจญภัย”
เสียงของชายร่างเล็กที่มีหนวดยาวรุงรังเสมือนชานต้าครอสต์เอ่ยขึ้นกับผม แม้ผมจะเห็นแค่ครั้งเดียว แต่ก็จำอีกฝ่ายได้ดี นั่นก็คือดวอร์ฟที่ต่อสู้กับอสูรแพะแล้วาเ็อยู่นั่นเอง
ซึ่งรอบๆ เขาก็มีเหล่าเอลฟ์และดวอร์ฟอยู่หลายคนที่กำลังก้มหน้าขอบคุณผมอยู่
ผมเสยผมด้วยความอายเล็กน้อยและตอบกลับไป
“ไม่เป็ไรครับ นี่เป็หน้าที่ของผมที่เป็นักผจญภัยอยู่แล้ว” ผมรู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายเล็กน้อย
มองจะกวาดตามองพวกเขา ซึ่งก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกเล็กน้อย เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ดวอร์ฟและเอลฟ์เท่านั้น ทว่ามีเผ่าตัวตุ่น มนุษย์วัวและอารัคเน่อยู่ประปราย
“ที่นี่ไม่ใช่มีแค่ชนเผ่าเอล์ฟกับดวอร์ฟเท่านั้นหรอกหรือ?” ผมเอ่ยถาม จากที่ผมเห็นก็รู้แล้วล่ะว่าไม่ได้มีแค่สองเผ่านี้ แต่ผมอยากรู้ว่าทำไมพวกเขาถึงมาอยู่รวมกันเสียมากกว่า
ดวอร์ฟที่เอ่ยขอบคุณผมก็พูดออกมา
“เพราะว่า ขุนพลจอมมารได้ไล่ฆ่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ หมู่บ้านที่ถูกโจมตีไม่มีที่ไปก็ย้ายอพยบมายังหมู่บ้านของข้า ซึ่งพวกมัน้าให้พวกข้าไปบอกนักผจญภัยให้ไปบุกดันเจี้ยน แต่พวกข้าก็ตั้งสู้รับ ไม่ได้ไปบอกจนมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ ถึงจะไปบอก แต่ก็ไม่แน่ว่าพวกนักผจญภัยจะมาช่วยเหลือพวกเรา เพราะยังไงพวกเราก็เป็เผ่าพันธุ์ที่แตกต่างจากพวกเขาที่เป็มนุษย์”
คำพูดนี้ทำให้ผมตระหนักได้ถึงความกีดกันและแบ่งแยกระหว่าง เผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่เช่นเดียวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์
เพราะแตกต่างจึงถูกให้เกลียด ถูกข่มเหงและไม่เป็ที่ต้อนรับ แม้ว่าบางเผ่าพันธุ์จะเป็ที่ต้อนรับสำหรับมนุษย์ แต่ว่าอีกหลายเผ่าพันธุ์ไม่เป็เช่นนั้น
ผมรู้สึกแย่กับการที่มนุษย์มาแบ่งแยกสิ่งที่ไม่เหมือนกับตน มันทำให้รู้ว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุด
แต่ผมก็คิดกลับมามันก็แล้วแต่เมืองที่ผู้คนถูกสั่งสอนมาละมั้ง เพราะยังไงผมก็เป็มนุษย์ แต่ก็ไม่คิดจะเข้าข้างฝ่ายมนุษย์เช่นกัน
ผมคิดและวิเคราะห์ออกตามเห็นสมควร ถ้าถูกก็บอกว่าถูก อันไหนผิดก็ผิด
ผมคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อมองหมู่บ้านที่ถูกทำลายไปเล็กน้อย นี่เป็โอกาสดีสำหรับผมที่จะชักชวนพวกเขา
“นี่ผมคิดว่าจะสร้างเมืองขึ้นมาละ จะมาอยู่กับผมไหม”
ผมไม่คิดจะอ้อมค้อมอะไรทั้งนั้น เพราะนี่ถือว่าเป็โอกาสที่ยื่นมาให้ผมที่้าหา SP ให้แก่ตัวเอง อันที่จริงก็ไม่จำเป็ว่าต้องเป็มนุษย์เพียงอย่างเดียวเสมอไปนิ
เพราะเผ่าพันธุ์อื่นๆ เอง ก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากมนุษย์เช่นกัน
ดวอร์ฟนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ดูท่าเขากำลังงุงงงและสงสัยผม นักผจญภัยส่วนใหญ่ตระเวนไปตามเมืองต่างๆ ออกเดินทางเพื่อค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ทว่าผมกลับเลือกที่จะสร้างเมือง มันทำให้ผมดูแตกต่างจากคนทั่วไปในความคิดของพวกเขา
“คือ... ผมพยายามสร้างเมืองทีุ่์อย่างพวกคุณ อยู่กับมนุษย์ได้โดยไม่มีการกีดกัน แบ่งแยกเพราะแตกต่างกัน และถ้าพวกคุณมาช่วยผมสร้างเมือง ไม่สิมาอยู่ในเมืองของผมที่จะสร้าง ผมจะขอรับรองความปลอดภัยให้และให้ที่พักอาศัยอยู่ด้วย แต่เื่ของการทำงานอย่างเกษตรกรรม การทำชลประทานหรือการผลิตอาวุธ ผมอยากขอให้ช่วยเหลือตรงจุดนั้น ที่จะเป็แหล่งรายได้ ค้าขายสำหรับในการเรียกผู้คนมาเมืองของผม คิดว่ายังไงบ้างครับ”
ผมเอ่ยขอเสนอสุดพิเศษราวกับฮันนี่แทรปออกไป การจะซื้อใจผู้คน เราควรเสนอความ้าอย่างจริงใจออกไป นั้นคือสิ่งที่ผมรู้ ข้อเสนอนี้มันเร้าใจและยากต่อการปฏิเสธ
สิ่งนี้เองก็ทำให้พวกเขามีรายได้ ไม่ต้องออกแรงไปในขนของไปยังในเมือง เพื่อทำการค้าขายและยังถูกกดราคาอีกด้วย และเขาก็ไม่ต้องกังวลเื่ความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายขึ้นกับเขา เพราะว่าผมเองก็เป็จอมมารเช่นกัน
ซึ่งก็มีหน้าที่ในการปกครองคนในเมือง (ในอนาคต) ของผม
เท่ากับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวเลย
ดูเหมือนว่าหัวหน้าหมู่บ้านที่เป็ดวอร์ฟเขา ชั่งใจเล็กน้อย
“ข้าขอปรึกษากับคนในหมู่บ้านก่อนนะครับ”
เขาบอก ก่อนจะหันไปพูดคุยกับคนในหมู่บ้านของเขา มีการถกเถียงกันหลายอย่าง ส่งเสียงดังเล็กน้อย
ซึ่งในตอนนั้นเ้าเพียวสไลม์ก็ะโขึ้นมาเกาะบนไหล่และคลอเคลียตรงแก้มของผม ซึ่งผมก็ลูบเพียวสไลม์เล็กน้อย
ดูท่าจะปลอดภัยดีแถมยังร่าเริงอีกเสียด้วย ผมคงจะต้องให้รางวัลเ้าเพียวสไลม์นี้บ้างเสียแล้วล่ะ หลังจากนี้ละนะ
ส่วนเด็กสาวคนนั้นที่มากับผมก็หันมามองผมและก้มหัวขอบคุณที่ช่วยเหลือคนในหมู่บ้านล่ะมั้ง โดยข้างๆ ก็มีเอลฟ์สาวที่น่าจะเป็แม่ของเธอยืนอยู่ เธอเห็นผมก็โค้งตัวขอบคุณด้วยเช่นกัน
ผมพยักหน้าให้เป็การตอบรับเล็กน้อย
ในที่สุดหัวหน้าหมู่บ้านดวอร์ฟก็หันกลับมาหาผม ดวงตาของเขามั่นใจอย่างมาก เหมือนจะได้ข้อสรุปกันแล้วล่ะ
“ท่านนักผจญภัย เื่นี้ข้าได้ปรึกษาหารือกันแล้ว ข้าขอตอบรับคำ้าของท่าน เนื่องจากท่านได้ช่วยเหลือคนของข้า โดยไม่กลัวว่าจะเปลื้องอิลิเซอร์ที่มีราคาแพงหูฉี่แม้แต่น้อย”
เขายืนมือออกมาด้านหน้า ผมยิ้มออกมาให้เขาก่อนจะจับมือตอบรับคำพูดของเขา
“แล้วท่านจะสร้างเมืองเมื่อไร”
หลังจากนั้นผมก็ลดมือลงและคำถามนั้นของดวอร์ฟก็พูดออกมา ทำให้ผมชะงักค้างไปชั่วครู่
(ฉิบหาย... ผมลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย)
ผมนึกในใจ เพราะไม่รู้ว่างานของจอมมารมีอะไรอีกไหมหลังจากนี้ ทำให้ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ผมควรจะสร้างเมืองตอนไหนดี จากที่สตาร์ไลท์พูดบอกว่าอีก 1 ปีให้หลังจะต้องสร้างดันเจี้ยนขึ้นมา นั้นคงเป็่เวลาที่ได้เริ่มต้นของการสร้างดันเจี้ยนเป็แน่ เพราะในหนึ่งปีที่เกิดมา ควรเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากๆ นั้นเป็สิ่งที่จอมมารมือใหม่ต้องทำ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะสร้างก่อนไม่ได้เหมือนกัน นั้นเป็เวลาบอกว่าต้องสร้างขึ้นมาเฉยๆ เพราะมีเวลาหนึ่งปี ทำให้ผมยังไม่คิดว่าจะสร้างเมืองตอนไหนดี
แต่ถ้ารอไปหนึ่งปี คนเหล่านี้ก็อาจจะถูกจอมมารโจมตีอีกก็เป็ได้ เป็เื่ที่มีปัญหา
“เอ่อ...”
ผมเกือบจะพูดว่า “ไม่รู้เหมือนกัน” ออกไป ทว่าก็มีร่างแสงสีขาวนวลปรากฏขึ้นข้างๆ ของผม หญิงสาวที่มีละอองแสงของดวงดาวล้อมรอบ
โรไรน่า นั่นเอง...
เธอปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ของผม ซึ่งก็ทำให้ทุกคนดูใไม่น้อย เหมือนได้เห็นหญิงสาวที่ตาหน้าสวยและดูดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“หลังจากนี้ ท่านต้องเข้างานสังสรรค์ [พรัวกริมวัล] อีกหนึ่งเดือน ฉะนั้นสร้างหลังจากนั้นก็ได้ค่ะ” โรไรน่าพูดขึ้นมา ราวกับว่า เธอจ้องมองและติดตามทุกการเคลื่อนไหวของผมอยู่ตลอดเวลา
ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่มาปรากฏตัวขึ้นในตอนที่ผมกำลังลำบากอย่างนี้อยู่แน่ ผมเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายเล็กน้อย และร่างของโรไรน่าก็สลายหายไปเป็เศษละอองดวงดาว
เธอปิดบังเื่ที่ผมเป็จอมมารกับพวกเขา ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าหากหลุดพูดออกไป ปฏิกิริยาของพวกเขาจะแตกต่างจากนี้ไปอย่างแน่นอน ดีไม่ดีอาจจะย่ำแย่ลง เพราะคิดว่าผมไปหลอกพวกเขาให้หลงกล
กู๊ดจ๊อบ โรไรน่า!
“ก็หลังจากนี้อีกประมาณเดือนหนึ่งครับ เมื่อถึงตอนนั้นผมจะพาทุกคนไปยังเมืองของผมและผมอาจจะของแรงของทุกคนในการสร้างเมืองขึ้นมาด้วยนะครับ โดยเฉพาะเผ่าดวอร์ฟและเผ่าตัวตุ่น ที่ต้องขุดอุโมงค์ใต้ดิน เพื่อส่งน้ำทำการเกษตรและเอาไว้ใช้สอย ส่วนเผ่ามนุษย์วัว ผมอาจจะใช้พวกคุณขาย [นมวัว] ของคุณ อาจจะเป็สินค้าที่เป็แหล่งรายได้อย่างหนึ่งก็ได้”
ผมเอ่ยกับพวกเขา ซึ่งพวกเขาก็พยักหน้ารับ ดูท่าพวกเขาจะคลายความกังวลไปได้เยอะพอสมควร และแสดงความดีใจออกมาไม่น้อย
อย่ามาถามผมนะว่า นมวัว จากมนุษย์วัวมันมาจากไหน รู้กันอยู่แล้ว ก็หนองโพคู่มหึมาคู่นั้นไงล่ะ!
(เอาล่ะ... ที่นี้ก็น่าจะมีสินค้าขึ้นชื่อสองอย่างล่ะนะ)
ผมคิดในใจ หนึ่งคือคุณภาพของอาวุธที่ดวอร์ฟเป็คนตี เื่นี้รับประกันว่า ดีกว่าพวกที่มนุษย์ตีขึ้นมาเสียอีก สอง นมวัวสุดแสนอร่อย ที่น่าจะเป็สินค้าขึ้นชื่อ พอเรียกผู้คนให้มาเมืองผมได้อยู่
ส่วนเื่ทำเลที่ตั้ง ผมคงคิดว่าน่าจะอยู่ใกล้กับดันเจี้ยนของจอมมารสักแห่งสองแห่ง เหมือนกับว่ามาพักผ่อนและเตรียมตัวที่เมืองของผม ก่อนจะไปตะลุยดันเจี้ยนล่ะนะ
เป็เมืองที่มาพักผ่อนหย่อนใจ ฮันนีมูนและเตรียมพร้อมออกไปตะลุยดันเจี้ยน นี่คือคอนเซ็ป
ผมอยากสร้างเมืองแบบนั้น นี่แหละคือความคิดของผมในตอนนี้
รู้สึกช่างน่าสนุกเสียจริง!
* นิยายเื่นี้แนวอ่านสบายและเพลิน ใครชอบเกิดใหม่ไปต่างโลก ได้สกิลเทพ ก็ขอให้ไปอ่านเื่อื่นนะครับ เื่นี้ดำเนินเื่ไปเรื่อยๆ ครับ บทหนึ่งจะมีตอนไม่เกิน 30 ตอน ครับ
ปล. ถ้าชอบกดให้กำลังใจ และเฟบเอาไว้ด้วยนะครับ