“เห…ถ้าชนะจะขออะไรก็ได้เป็การตอบแทนได้ด้วยเหรอชักจะถูกใจโลกนี้มากขึ้นทุกทีๆ แล้ว งั้นก็รีบๆ อธิบายกฏมาเร็วๆ เลย”
ไอ้จุดที่จะใช้วิซในการปะลองนั่นก็เหมือนตอนแข่งการ์ดกับอสึโมริหากแต่ในแอสทรัลวิซไม่ใช่เพียงการ์ดเกมที่เล่นกันบนโต๊ะทั่วไป แต่เป็เหมือนเวทมนตร์ดังนั้นกฏในการรต่อสู้จะต้องไม่เหมือนกันแน่นอน
“ในการประลองวิซ หรือก็คือในการดูเอลนั้นมีกฏพื้นฐานอยู่ 5ข้อ”
ไอริสยืนนับนิ้วพลางอธิบายต่อ
【1】เพลเยอร์แต่ละคนจะได้รับไลฟ์พ้อยต์ (แต้มชีวิต)คนละ 1,000แต้ม
【2】เพลเยอร์ที่ไลฟ์พ้อยต์เหลือ 0จะถือว่าพ่ายแพ้ในการดูเอล
【3】สามารถถือการ์ดไว้บนมือได้ั้แ่ 1-5ใบ ส่วนที่เหลือให้ตั้งเป็สำรับไว้ (วิซแบบเดียวกันจะใช้ได้แค่เพียง 3ครั้งเท่านั้น) และทุกๆครั้งที่การ์ดในมือลดลง 1 ใบ จะสามารถจั่วคืนขึ้นมาจากสำรับได้ 1 ใบ
【4】ตราบใดที่ไม่ได้ละเมิดกฏพื้นฐานในการดูเอลเพลเยอร์แต่ละคนจะสามารถสร้างกฏขึ้นมาใหม่ได้ 3 ข้อ
【5】ผู้ที่พ่ายแพ้ในการดูเอลจะต้องยอมให้ของตามจำนวนกฏที่ตั้งขึ้น
“เอาล่ะ กฏพื้นฐานในการดูเอลก็ประมาณนี้ล่ะนะ เ้าเข้าใจกฏทั้ง5 ข้อแล้วหรือยัง?”
“อื้ม ขอบใจนะ อธิบายเข้าใจง่ายมาก”
มีจุดที่แตกต่างจากตอนเล่นกับอสึโมริ นั่นก็คือข้อ【4】กับข้อ【5】แล้วยังเป็กฏข้อสำคัญในการดูเอลอีกด้วย
หากสามารถสร้างกฎที่เป็ประโยชน์กับตัวเองขึ้นมาได้ตั้ง 3 ข้อทางนี้ก็จะยิ่งมีโอกาสชนะมากขึ้นแต่ในขณะเดียวกันก็หมายความว่ายิ่งเพิ่มกฏมากเท่าไรก็ยิ่งจะต้องแบกรับความเสี่ยงในกรณีพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายมากขึ้นเท่านั้นและในกรณีเลวร้ายที่สุดการพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการจบชีวิตลงได้เลยเหมือนกัน
“ขอถามเพื่อความแน่ใจหน่อยนะ พวกคนในแอสทรัลมักจะดวลกันแบบนี้เสมอเลยเหรอ?”
โชมะถามอีกฝ่ายออกไปด้วยความคาดหวังและไอริสก็พยักหน้ากลับมาเป็คำตอบ
“เราได้ใช้ ‘วิซแห่งความว่างเปล่า’ในการห้ามไม่ให้ใช้ความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น ณ แอสทรัลแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็การปล้น การข่มขืนหรือการฆ่า และถึงแม้ว่าจะพยายามสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่นร่างกายอีกฝ่ายก็จะไม่ได้รับผลนั้นอยู่ดี”
“เข้มงวดจังนะว่าแต่ทำไมถึงต้องอุตส่าห์ห้ามไม่ให้คนใช้ความรุนแรงด้วยล่ะ?”
"แรกเริ่มเดิมทีมนุษย์ก็มักจะต่อสู้กันเองมาั้แ่อดีตกาลแล้วหากแต่การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจกลับรุนแรงเสียจนมีผู้ต้องเสียสละชีวิตเป็จำนวนมากไม่รู้ว่าเป็โชคดีหรือว่าโชคร้ายกันแน่ แต่ด้วยเหตุการณ์นั้นเองเราจึงได้กลายมาเป็เทพเ้าสูงสุดในที่สุด…และเพื่อไม่ได้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนั้นอีกเป็ครั้งที่สองเราจึงได้นำเอาวิธีการสู้กันอย่างสันติเฉกเช่นการ ‘ดูเอล’มาใช้แทนกระบวนการพิพากษาแทน แต่ในการดูเอลเองก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นกันดังนั้นเราจึงไม่เคยเห็นผู้ใดประลองการ์ดเป็งานอดิเรกเลยสักครั้งและทุกคนไม่ว่าใครก็จะสร้างกฏขึ้นมาหนึ่งข้อเสมอ”
เพราะแบบนั้น…
ไอริสว่าก่อนจะมองมายังโชมะด้วยสายตาจริงจัง แล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายขึ้นมา
“แล้วเ้าล่ะ จะสร้างกฏแบบไหน?”
“ฉันไม่สร้างกฏหรอก”
ใบหน้าของไอริสปรากฏร่องรอยของความอึดอัดใจขึ้นเมื่อได้รับคำตอบผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้
“เอาจริงเหรอ? ถึงการกำหนดกฏขึ้นมาจะมีความเสี่ยงก็จริงแต่ถ้าไม่สร้างกฏอะไรเลยตัวเ้าเองก็จะเสียเปรียบนะ?”
“จะเสียเปรียบหรือเปล่า ฉันคนนี้จะตัดสินเอง”
“...ถ้าเริ่มการดูเอลแล้วถึงเ้าจะอยากสร้างกฏขึ้นมาทีหลังก็ไม่ทันแล้วนะ”
“เข้าใจแล้วน่า ยิ่งกว่านั้นรีบๆ กำหนดกฎขึ้นมาได้แล้ว จะได้รีบๆ ดวลกันสักที”
“เป็ผู้ชายที่ชื่นชอบการต่อสู้ซะจริงนะถึงไม่ต้องรีบเราก็คิดเอาไว้แล้วล่ะน่า เป็กฎที่ใช้เวลาคิดถึง 50ปีเพื่อที่จะเอาชนะอสึโมริให้ได้เชียวนะ”
หลังจากที่พูดด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจหนักหนาไอริสก็เริ่มสาธยายกฏให้ฟัง
“กฎจะมีทั้งหมด 2 ข้อ คือ ‘เราสามารถใช้วิซได้ 1 ใบ ในขณะที่เ้าจะใช้ได้ 5 ใบ’ และ ‘หากเ้าใช้วิซจนหมด แม้ว่าเราจะเหลือไลฟ์พอยท์อยู่เพียงน้อยนิดก็จะถือว่าเราเป็ผู้ชนะโดยทันที’”
“อย่างนี้นี่เอง” โชมะว่าพลางเริ่มใช้ความคิด
ในมือของไอริสจะมีไพ่อยู่แค่ใบเดียวเท่านั้นในขณะที่โชมะจะมีอยู่บนมือทั้งหมด 5 ใบถ้าฟังแค่ถึงตรงนี้ดูยังไงฝ่ายที่ได้เปรียบจากกฎข้อนี้ก็คือโชมะไม่ผิดแน่
‘เฟรมพิวลา’ (เปลวเพลงที่โอบอุ้ม)ที่ใช้ไปเมื่อกี้เป็วิซประเภทโจมตี โดยมีผล ‘สร้างความเสียหายให้กับเป้าหมาย’แค่เขาใช้เ้านี่ 2 ใบ ไอริสก็มีไลฟ์พอยท์เป็ 0 แล้ว
แต่ว่านี่เป็กฎที่ไอริสใช้เวลาคิดถึง 50 ปี คงไม่ชนะได้ง่ายๆ ขนาดนั้นหรอกมั้ง
ที่สำคัญคือไอ้ไพ่ใบเดียวที่ไอริสจะใช้นั่น...คือไพ่อะไรกันแน่
การ์ดนั่นน่าจะมีรูปแบบประมาณนี้
--------- ‘เป็วิซที่สามารถทำให้ไลฟ์พอยท์ของโชมะเหลือ 0 ได้ในใบเดียว’
หรือไม่ก็
---------‘เป็วิซที่สามารถป้องกันจากการโจมตีทุกรูปแบบในใบเดียว’
มีความเป็ไปได้เกือบ 100% ที่จะเป็อย่างหลังสินะ
ถ้าลองพิจารณาจากกฏข้อ 2 ของไอริสก็มีความเป็ไปได้ว่าเ้าตัวจะใช้วิซชนิดป้องกันแบบพิเศษเหมือนกันถ้าเป็แบบนั้นจริงการ์ดที่อีกฝ่ายใช้ก็อาจเป็‘วิซที่สามารถป้องกันการโจมตีได้มากกว่าหนึ่งครั้งในใบเดียว’ ก็เป็ได้
ยกตัวอย่างเช่นวิซใบนั้นเป็วิซประเภท‘ทำให้ความเสียหายที่เกิดจากเพลเยอร์อีกคนเป็ 0 ได้ 5 ครั้ง’ ในกรณีนั้นโชมะจะต้องสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายมากกว่า5 ครั้ง ด้วยการใช้วิซเพียง 5 ใบ และ 5ใบนั้นก็จะต้องใช้คอมโบสร้างความเสียหายจนไอริสไลฟ์พอยท์เหลือ 0 ด้วย
แต่ไอ้การบอกว่าป้องกันการโจมตีได้ 5ครั้งนั่นมันก็เป็แค่การคาดคะเนของโชมะเท่านั้น ไม่แน่ว่าไอริสอาจจะใช้วิซที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ก็ได้
ไม่สิ…
นั่นจะต้องไม่ใช่การ์ดที่สามารถป้องการโจมตีได้มากกว่า 5ครั้งอย่างแน่นอน
วิซที่ไอริสมีอยู่นั่น…ตอนนั้นเธอดูท่าทางมั่นอกมั่นใจมากว่า‘เรามีวิซสุดแข็งแกร่งที่เราคิดมาแล้วเป็อย่างดี’
นอกจากนี้ถ้าเป็วิซที่เ้าตัวภาคภูมิใจในพลังการป้องกันอันแข็งแกร่งซะขนาดนั้นก็หมายความว่าการ์ดนี้มีเอฟเฟก‘ทำให้ค่าความเสียหายที่อีกฝ่ายจะได้รับจะเป็ 0 ได้ 5 ครั้งและหลังจากที่รับการโจมตีครบทั้ง 5 ครั้งแล้ว การ์ดใบนี้ก็จะถูกทำลายลง’
ถ้าใช้จุดแข็งอันนั้นให้เป็ประโยชน์ ดาเมจทั้งหมดก็จะไม่มีความหมายเลยอย่างนั้นซินะ
แต่ว่าในกฏข้อที่ 2 นั่นอาจจะมีขึ้นมาเพื่อหลอกล่อให้โชมะคิดไปว่า ‘ไอริสจะใช้วิซป้องกันแบบพิเศษ’ได้เหมือนกัน
มีความเป็ไปได้ว่าไอริสจะใช้วิซโจมตีใส่การ์ดบนมืองของโชมะจนทำให้ไลฟ์พ้อย์ของเด็กหนุ่มเหลือ 0 ได้ ด้วยการจู่โจมเพียงครั้งเดียว
แต่ว่าไอริสพูดเอาไว้นี่... ว่าเป็กลยุทธที่ใช้เวลาคิดตั้ง 50ปี
ใช้เวลาไปตั้ง 50 ปี เธอคงไม่ใช้แผนการอย่าง‘เอาชนะได้ด้วยการใช้วิซโจมตีเพียงครั้งเดียว’ หรอก เพราะถ้าโชมะกับไอริสร่ายเวทพร้อมกันก็มีโอกาสที่จะยังตัดสินแพ้-ชนะได้ในครั้งเดียวจึงมีความเป็ไปได้ต่ำมากที่ไอริสจะใช้การ์ดจำพวกโจมตีแบบพิเศษ
แต่ถึงอย่างนั้นความเป็ไปได้ที่อีกฝ่ายจะใช้การ์ดโจมตีก็ไม่ใช่0
ทว่า...
หากรวมเข้ากับข้อมูลที่ได้มาก่อนหน้านี้การจะทำลายแผนของไอริสไม่ใช่เื่ยากอะไรเลย
“เอาอย่างนั้นก็ได้ กฏที่ว่านั่นฉันไม่ขัดข้อง”
หลังจากใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 นาทีโชมะก็เอ่ยตอบไอริสเมื่อได้ยินเช่นนั้นไอริสก็มีสีหน้าใพลางมองมายังโชมะ
“จะเริ่มเลยงั้นเหรอ? เราก็เข้าใจความรู้สึกอยากสู้เร็วๆ ใจจะขาดของเ้าอยู่หรอกนะ แต่ไม่จำเป็จะต้องรีบแบบนั้นก็ได้”
“แน่นอน ฉันว่าเราเสียเวลามานานมากไปแล้วด้วยซ้ำ”
“เอาเถอะในเมื่อเ้าว่าเช่นนั้น...หากเ้ารู้สึกไม่พอใจกฏเ้าจะร้องขอการพิจารณาก็ทำได้เช่นกันแบบนี้ดีแล้วแน่นะ?”
“ในการดูเอลสามารถร้องขอการพิจารณาได้ด้วยเหรอ?”
“ใช่ ในการดูเอลจะมีิญญาผู้ตัดสินหรือก็คือกรรมการมาช่วยในการพิจารณาหลายๆ อย่าง เช่นพิจารณาถึงกฏที่ถูกเสนอขึ้นมาใหม่ให้มีความชัดเจนหรือตัดสินแพ้ชนะในบางกรณีที่ไม่อาจตัดสินผลการประลองอย่างเด็ดขาด โดยดูจากไลฟ์พอยท์ที่เหลืออยู่หรือไม่ก็จำนวนวิซที่ใช้ไปซึ่งิญญาผู้พิจารณาจะมีจุดยืนเป็กลางและไม่มีทางเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเด็ดขาด”
“อย่างนี้นี่เอง แต่ว่าที่นี่คือ ‘โลกที่ถูกปิดตาย’ นะจะเรียกคนตัดสินออกมาได้เหรอ? เ้านั่นจะมาที่นี่ได้หรือไง?”
“หากเป็สถานที่ที่มีการตกลงดูเอลแล้วเป็ที่เรียบร้อยไม่ว่าจะเป็ที่ไหน ิญญาผู้ตัดสินก็สามารถไปเยือนได้ทั้งนั้นในตอนที่เราได้ดวลกับอสึโมริ แม้ชายคนนั้นจะได้ใช้วิซสร้าง ‘เขตแดน’แห่งนี้ขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกจับตามองทว่าพลังในการหยั่งรู้ของิญญากลับมีพลังเหนือกว่าวิซที่ใช้สร้าง ‘เขตแดน’แห่งนี้ขึ้นมาเสียอีก และผู้ที่ให้กำเหนิดิญญาผู้ตัดสินก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็เราที่จงใจสร้างพวกเขาออกมาให้มีพลังเหนือกว่าวิซยังไงล่ะ”
“ไอ้ฉันก็คิดว่าเป็ผู้หญิงที่ดูเย้ายวนดีอยู่หรอกที่ไหนได้เป็คุณแม่หรอกเหรอเนี่ย”
“ไม่ใช่คุณแม่สักหน่อย! เราไม่เคยแม้แต่จะทำอะไรอย่างนั้นเลยนะ! ที่ว่าให้กำเนิดน่ะเราหมายถึงสร้างิญญาพวกนั้นขึ้นมาต่างหากเล่า!”
“รู้อยู่แล้วล่ะน่า”
“แล้วทำไมถึงต้องมาเรียกเราว่าคุณแม่ด้วยล่ะ?”
“ก็ฉันอยากจะทำให้เธอตื่นเต้นสักหน่อยก่อนการประลอง”
“ใครจะไปตื่นเต้นกับเื่ไร้สาระแบบนี้กัน!”