ตอนที่3
พวกเขาช่างแปลกประหลาดนัก
ตลอดระยะเวลาเก้าวันที่ผ่านมาบรรยากาศในจวนจวิ๋นอ๋องปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกดำ จนกระทั่งเข้าสู่วันที่สิบสาวใช้ที่คอยดูแลคุณหนูจูเหลี่ยวหมินวิ่งหน้าตื่นไปแจ้งกับพ่อบ้าน
ครู่ต่อมา ท่านอ๋องเดินนำหน้าพ่อบ้านเข้ามายังเรือนรับรองอย่างเร่งรีบ
ิญญาสายลมในร่างของจูเหลี่ยวหมินมองดูความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความสับสนมึนงง
เปลือกตาที่เคยหนักอึ้งมาตลอดระยะเวลายาวนานในที่สุดวันนี้เธอก็สามารถเปิดเปลือกตาขึ้นมาได้สักที
ทันทีที่เปลือกตาขยับ แสงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาในดวงตาของเธออย่างไม่เกรงใจสายลมยกมือขึ้นบดบัง ก่อนจะปรากฏเงาร่างสูงใหญ่ยืนทาบทับแสงจ้าเอาไว้ได้พอดี
"เ้าฟื้นแล้วหรือ"
ใบหน้าของคนถามค่อยๆฉายชัดขึ้นจนมองดูชัดเจน สายลมจึงสังเกตเห็นสีหน้าคนถามเขาดูจะไม่ได้ใส่ใจกับตัวเธอมากนัก ติดไปทางเ็าซะมากกว่าแต่สายลมจัดว่าเป็ประเภทพวกมีมารยาทที่ดี เธอจึงตอบว่า "อืม"ด้วยน้ำเสียงแ่เบา และเพิ่งตระหนักได้ถึงอาการคอแห้งก็ตอนนี้แต่เื่นั้นเอาไว้ก่อนเถิด ใครก็ได้ช่วยบอกเธอทีว่าที่นี่คือที่ไหนดูพวกเขาสิพากันแต่งตัวคอสเพลย์กันทั้งหมด แล้วสถานที่แห่งนี้อีกล่ะยังกับโรงถ่ายหนังจีนย้อนยุคนี้คืออะไรกันแน่ เธอมึนงงไปหมดแล้ว
"ให้หมอหลวงตรวจดูสักหน่อย"
ชายคนเดิมกล่าวกับเธอพร้อมกับขยับถอยห่างออกไปเล็กน้อยเพื่อให้ชายอีกคนขยับเข้ามาแทนที่
จากนั้นชายวัยกลางคนก็เอื้อมมือมาแตะข้อมือของเธอการแสดงของเขาดูคล่องแคล่วมาก
ระหว่างที่ชายวัยกลางคนยื่นมือมาแตะที่ข้อมือของเธอสายลมก็แอบสำรวจพวกเขาไปด้วย
สายลมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ทำไมถึงรู้สึกไม่คุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้เอาเสียเลย
"ทูลท่านอ๋องอาการป่วยของคุณหนูจูเหลี่ยวหมินหายเป็ปรกติแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ท่านหมอกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาใจ
'แน่ะๆ ยังอีกสองคนนี้ยังเล่นใหญ่ไม่เลิก'
สายลมมองดูฉากละครเหมือนที่เธอเคยเห็นในซีรีส์ มุมปากอมยิ้มอย่างอดใจไม่อยู่
"คัต"เธอสั่งคัตฉากด้วยตนเอง มองไปยังพวกเขาตรงหน้า มุมปากม้วนขึ้นเป็รอยยิ้มบาง"ผู้กำกับอยู่ที่ไหน" ว่าแล้วก็สอดส่องสายตามองหาทีมงาน
ท่านหมอหันไปสบพระพักตร์กับท่านอ๋องด้วยอาการลนลานเมื่อครู่นี้เขาเพิ่งทูลกับท่านอ๋องไปว่านางหายเป็ปรกติแล้ว ในใจพลันตื่นตระหนก"ขอกระหม่อมตรวจชีพจรของนางอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ"
ชายวัยกลางคนนั่งลงเก้าอี้เอื้อมมือหมายจะตรวจชีพจรซ้ำ แต่ถูกสายลมชักมือกลับไม่ยอมให้ตรวจ"ฉันสั่งคัตแล้ว ยังจะเล่นอะไรอยู่อีก ฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ"
สายลมมองดูพวกเขาด้วยแววตาไม่พอใจมากกว่าเดิม
"ท่านอ๋องกระหม่อมสงสัยว่านางจะสติเลอะเลือนไปแล้วขอรับ"พ่อบ้านยืนอยู่ด้านข้างท่านอ๋องกล่าวเสียงเบา
แต่จวิ๋นอ๋องไม่ได้เชื่อในสิ่งที่พ่อบ้านกล่าวส่งสายตาบอกให้หมอทำการตรวจชีพจรของนางอีกครั้ง
ท่านหมอเห็นดังนั้นจึงทำการตรวจชีพจรของนางอีกครั้ง"คุณหนู ขอข้าตรวจดูอาการของเ้าอีกครั้ง"คราวนี้ท่านหมอกล่าวกับนางก่อน กลัวว่านางจะไม่ให้ความร่วมมือ
"พวกคุณเล่นอะไรกันอยู่ฉันไม่สนุกสักนิด" เธอกอดอกมองดูพวกเขาอย่างเอาเื่ผู้กำกับและทีมงานหายหัวไปไหน ทำไมมีเพียงนักแสดงอยู่ที่นี่หรือว่าพวกเขา้าให้เธอต่อบทให้กันนะ
"อะแฮ่ม"สายลมนั่งตัวตรงมองดูพวกเขาสีหน้าจริงจัง "ฉันไม่ใช่มืออาชีพ แต่ก็เคยเล่นละครเื่สั่นในมหาวิทยาลัยมาก่อนเอาล่ะไหนจะให้ฉันทำอะไรต่อ"
ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาวไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่นางกล่าวสักประโยคเดียว
ท่านหมอกล่าวซ้ำประโยคเดิมอย่างใจเย็น"คุณหนู ขอข้าตรวจชีพจรของเ้าอีกสักครั้งเถิด"
สายลมมองดูท่าทางจริงจังของชายวัยกลางคนเธอจึงยื่นแขนออกไปให้กับเขา "ได้สิ"คราวนี้เธอให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
ท่านหมอเห็นเช่นนั้นจึงแอบผ่อนลมหายใจทำการตรวจชีพจรเสร็จ ก็เปลี่ยนไปตรวจส่วนอื่นของร่างกายต่อจนกระทั่งแน่ใจว่าตนเองตรวจไม่ผิดพลาด จึงได้ทูลกับท่านอ๋อง
"คุณหนูจูเหลี่ยวหมินอาการปรกติดีทุกอย่างพ่ะย่ะค่ะ"
"ต้องแน่อยู่แล้วฉันจะป่วยได้อย่างไร ฉันแข็งแรงดี"สายลมยกแขนขวาขึ้นมาเบ่งกล้ามให้พวกเขาดูสีหน้ามั่นใจ เธอเคยป่วยเสียที่ไหนกัน
"แล้วอาการที่พูดจาไม่รู้เื่เช่นนี้ล่ะท่านหมอ"พ่อบ้านกล่าวถามบ้าง รู้สึกถึงความไม่ปรกติของคุณหนูจูเหลี่ยวหมินอย่างชัดเจน
"คงต้องให้เวลานางปรับตัวอีกสักพัก"ท่านหมอหันไปตอบคำถามกับพ่อบ้าน ค่อยเอ่ยกับท่านอ๋องต่อ"กระหม่อมจะเขียนเทียบยาไว้ต้มในนางดื่มพ่ะย่ะค่ะ"
จวิ๋นอ๋องพยักหน้าหันไปสั่งให้สาวใช้ตามไปรับเทียบยากับท่านหมอ เขาเดินออกจากเรือนรับรองไปโดยไม่หันกลับมามองหญิงสาวอีก
"อ้าว...ไปกันแล้วเหรอ"สายลมเอ่ยถามตามหลังของพวกเขา "แล้วฉันล่ะ พวกคุณจะทิ้งฉันไว้คนเดียวไม่ได้กลับมาก่อนนนน....."
สายลมก้าวลงจากเตียงนอนคิดที่จะวิ่งตามหลังพวกเขาไป จู่ๆ ขาทั้งสองข้างกลับไม่มีแรงเอาดื้อๆเธอก้มมองดูขาทั้งสองข้างด้วยความใ เกิดอะไรขึ้นกับขาของเธอทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้
และไม่มีใครในห้องอยู่ให้เธอได้สอบถามสักคน"นี่พวกเขาไปกันหมดเลยเหรอ"
สายลมนั่งหน้าเศร้าอยู่ข้างเตียงนอนเธอพยายามอยู่หลายครั้งแล้วก็ไม่สามารถใช้ขาทั้งสองได้
"ช่วยด้วยยยยยย!!!"
เธอร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียงทว่าเสียงที่เปล่งออกมายังกับเสียงเป็ด มันแหบแห้งเกินกว่าที่ใครจะได้ยินเธอฟังดูอนาถใจจริงๆ
"ตกลงที่นี่โรงถ่ายละครหรือที่ไหนกันเนี่ย"สายลมยกมือขึ้นเกาหัวตนเอง มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง เธออุตส่าห์ต่อบทให้กับพวกเขาแท้ๆแต่กลับมาทิ้งกันได้ แล้วทีนี้จะทำยังไงดีล่ะ
เป็เวลาอีกสักพักใหญ่ที่เธอนั่งหมดอาลัยอยู่ข้างเตียงก่อนจะได้ยินเสียงประตูเปิดอ้าออกปรากฏร่างหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวซีดคนหนึ่งยกถาดเข้ามาในห้อง
"นี่เธอ"สายลมกวักมือเรียกอีกฝ่ายหย็อยๆ ด้วยสีหน้ามีความหวัง "มาช่วยพยุงฉันที"
สาวใช้ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างแต่ก็พอมีไหวพริบอยู่บ้าง จึงรีบวางถาดไว้บนโต๊ะ รีบเข้ามาพยุงตามคำขอ
"คุณหนูสลบไปหลายวันขาทั้งสองข้างจึงอ่อนแรงเป็ธรรมดาเ้าค่ะ"
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพยุงสายลมขึ้นไปนั่งบนเตียงเสร็จแล้วก็เดินไปยกถาดมาหยุดยืนตรงหน้าเธออีกครั้ง
"อะไร"สายลมมองดูน้ำสีน้ำตาลอมดำในถ้วยด้วยความสงสัย
"ข้าน้อยเพิ่งไปรับยากับท่านหมอมาจึงนำไปต้มให้กับคุณหนูดื่มเ้าค่ะ" สาวใช้ตอบคำถามให้หายสงสัย
"ยา???"สายลมชี้มือมาที่ตนเอง "ให้ฉันดื่ม"
"เ้าค่ะ"
"ฉันสบายดี"สายลมโบกมือปฏิเสธ ยาอะไรก็ไม่รู้หน้าตาดูน่ากลัวชอบกล เธอไม่รู้จักยาแบบนี้มาก่อน"ไม่มียาเม็ดเหรอ" ถ้าจะให้เธอทานยาจริงๆ ก็น่าจะเป็ยาเม็ดสิ
"ยาเม็ดคืออะไรหรือเ้าคะ"สาวใช้รู้สึกสับสน ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับยาเม็ดมาก่อน
"ช่างเถอะ" เธอี้เีเกินกว่าจะอะไรอธิบายให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าใจ"มีอะไรให้ฉันกินหน่อยไหม หิวจัง"
สายลมลูบไปที่ท้องของตนเองรู้สึกหิวจนปวดท้องไปหมด
"บ่าวจะไปยกอาหารมาให้เ้าค่ะ"
"ดีเลย เอามาเยอะๆเลยนะ ฉันหิวมากกกก" สายลมลากเสียงยาว เพราะเธอหิวมากจริงๆ
สาวใช้รับคำ เดินออกจากห้องไปทิ้งให้หญิงสาวอยู่ในห้องเพียงลำพังอีกครั้ง
สายลมยกถ้วยที่มีน้ำสีน้ำตาลอมดำขึ้นมาพิจารณาไอร้อนยังคงพวยพุ่งให้เห็นจางๆเพียงสูดดมกลิ่นก็รู้ว่าต้องมีรสขมอย่างไม่ต้องสงสัยจะต้องเป็สูตรยาโบราณเหมือนที่เธอเคยเห็นในฉากละครโบราณมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างแน่นอน
สายลมไม่คิดว่าวันหนึ่งเธอจะมาพบเจอด้วยตาตนเองแบบนี้
ช่างเป็การแสดงที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวไม่คิดว่าพวกเขาจะเล่นละครได้สมจริงขนาดนี้สายลมนึกชื่นชมผู้กำกับเื่นี้จากใจจริง
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารสายลมกระตือรือร้นกับอาหารในมือหญิงสาวคนนั้นเป็อย่างมาก
ทันทีที่เห็นอาหารกลับต้องแปลกใจอีกครั้ง"โจ๊กข้าว" โจ๊กที่มีแต่ข้าวล้วนๆ ไม่มีเนื้อสัตว์ปะปนสักชิ้นเดียว
"คุณหนูเพิ่งฟื้นจะต้องทานอาหารรสอ่อนสักสองสามมื้อตามคำแนะนำของท่านหมอเ้าค่ะ"
พวกเขาจะให้เธอแสดงละครไปถึงเมื่อไหร่สายลมถอนหายใจยาว ตักโจ๊กเข้าปากจนเกลี้ยงถ้วย "ฉันไม่อิ่ม"เธอบอกไปอย่างไม่เกรงใจ โจ๊กถ้วยเดียว จะไปพออิ่มอะไร
"ทานเยอะจะทำให้ปวดท้องนะเ้าคะ"
"แต่ฉันยังหิวอยู่เลย"สายลมลูบไปที่ท้องของตนเองด้วยสีหน้าเศร้า เวลาคนหิวมากๆสามารถกลายร่างเป็สิงโตเขมือบช้างได้ทั้งตัวและตอนนี้เธอก็กำลังจะกลายร่างเป็สิงโตหิวตาลายจนมองเห็นหัวหญิงสาวคนนี้เป็ซาลาเปาขาวๆ นุ่มๆ ไปแล้ว
"บ่าวจะไปยกน้ำแกงมาให้เพิ่มเ้าค่ะ"
สาวใช้รู้สึกสงสารจึงเดินไปโรงครัวยกน้ำแกงถ้วยใหญ่มาให้ ถึงอย่างนั้นสายลมก็ยังหิวอยู่ดี