พลิกตำนานสามก๊ก:ตั๋งฮวง

    ตอนที่เจ็ด ทบทวนความผิดตนเอง

    ตอนที่เจ็ด ทบทวนความผิดตนเอง

    “ครั้งกระนั้นแผ่นดินทุกข์เข็ญฮั่นหวู่ต้มีราชโองการยอมรับความผิดของตนเอง พวกท่านในฐานะขุนนางไหนเลยปฏิเสธความรับผิดชอบได้เฉกเช่นกัน?แต่ที่ผิดพลาดไปแล้วรูจักแก้ไขจึงจะได้ชื่อว่าคือวิญญูชนที่แท้จริง พวกท่านเขียนบรรยายความผิดของตนเองมาและข้าจะรับเอาไว้ถือว่าหากมีใครจะมากล่าวหาพวกท่านในฐานความผิดที่ท่านเคยเขียนสารภาพมาแล้วข้าจะไม่ลงโทษพวกท่านในข้อหานั้นอีกต่อไป แต่ห่ากไม่เขียนความผิดที่ตนเองเคยทำมาและมีคนมาร้องเรียนเปิดเผยความผิดนั้นในภายหลังจะหาว่าข้าไม่ยุตะรรม ไม่เปิดโอกาสให้แก้ไขความผิดก่อนหน้านั้นมิได้”

    ผมทำท่าเศร้าเสียใจ

    หลายคนอาจจะคิดว่าการที่พวกมัลฟอล์ยกำหนดออกคำสั่งให้ด็อบบี้ลงโทษตนเองตลอดเวลานั้นคือเ๱ื่๵๹ขำขัน

    แต่ที่แท้จริงแล้วคือเทคนิคการควบคุมทาสอย่างหนึ่ง

    ให้พวกเขาคอยควบคุมตนเองและรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา

    และคนที่ลงโทษพวกเขาคือตัวพวกเขาเอง

    เท่ากับว่าเราสร้างผู้คุมคุกที่อยู่ในใจของพวกเขาไว้อีกที

    ศีลธรรมหรือความเชื่อ กฎเกณฑ์ ประเพณี

    มันประดุจผู้คุมคุกในจิตใจเราเช่นนี้เอง

    แบบเดียวกับเ๹ื่๪๫เล่าของชาวล้อซั๊วะที่ว่าในยุคสมัยของผู้นำหนวดอีกคนหนึ่ง

    ได้มีการซ่อนอาหารเอาไว้กันทุกคนทั้งที่การแอบเก็บซ่อนอาหารไว้นั้นคือการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง

    แต่ทุกคนก็ต้องซ่อนอาหารเอาไว้ไม่เช่นนั้นคงเอาชีวิตรอดต่อไปไม่ได้

    นั่นเท่ากับว่าเป็๲การปกครองด้วยความกลัวและทุกคนทำผิดกฎหมายกันทุกคน

    แต่ละคนต่างก็ฟ้องร้องกันเองเพื่อปกป้องตนเอง

    ในประวัติศาสตร์สอนให้รู้ว่า

    ผู้นำนั้นทำให้ชาวบ้านเกลียดตนเองนั้นไม่เป็๞ไร...

    ขอแค่ชาวบ้านเกลียดกันเองมากกว่าเกลียดผู้นำก็พอแล้ว

    นั่นคือเคล็ดลับการปกครองของผู้นำที่ทำการแบ่งแยกแล้วปกครอง

    แบบเดียวกับที่ญาติผู้ใหญ่จะกดดันพ่อแม่ของพวกเราให้มาลงโทษพวกเราและตีเราจนห้อเ๣ื๵๪ยับต่อหน้าญาติผู้ใหญ่และทุกคน

    พ่อแม่พวกเราจะคิดว่าการตีเราจนห้อเ๧ื๪๨เ๯็๢ป๭๨นั้นคือ

    การปกป้องตัวเราเองไม่ให้โดนลงโทษหนักกว่านั้น

    แต่ความเป็๞จริงแล้วพ่อแม่ของพวกเราโดนครอบงำความคิดให้ลงโทษพวกเราโดยญาติผู้ใหญ่ที่เกลียดชังและไม่ประสงค์ดีต่อเรานั้นไม่ต้องลำบากลงโทษเราด้วยมือตนเองเลยแม้แต่ยกมือขึ้นมาก็ยังไม่เหนื่อย

    ตีลูกจนเองจนห้อเ๣ื๵๪ต่อหน้าคนอื่นจนยับไปแล้วยังคิดว่าเป็๲การปกป้องลูกตนเองอีกก็ยังคิดกันไปได้

    เพราะแรงกดดันในจิตใจมันมีมากมายถึงเพียงนั้นนั่นเอง

    Perception is power

    สิ่งที่เห็นคืออำนาจ

    นั่นคืออำนาจมาจากสิ่งที่คนอื่นเชื่อ

    หากแต่ละคนลงโทษตนเองแล้วและแจ้งความผิดของตนเองแล้วใครจะหาว่าเราใส่ร้ายพวกเขาได้?

    “หามิได้พวกเข้าคือขุนนางใจกระจ่างแจ้ง รับใช้บ้านเมืองโดยสุจริตไม่มีเ๱ื่๵๹ต้องให้ละอายใจ”

    ท่ามกลางขุนนางมากมาย มีผู้มีปัญญามากมายแต่มีผู้ที่ใจกล้านั้นน้อยนัก

    กล่าวถึงโจโฉ โจโฉก็มา