“ฉันมีชุดสีขาวสำหรับใช้ใส่ตอนฤดูร้อน” ดวงตาของเธอเป็การสุกใสขึ้นเมื่อมองเขาอยู่
“เราไม่ห่วงเื่แฟชั่นให้เสียเวลาหรอก”แบรดจูบแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะกลิ้งตัวลงนอนเคียงข้างเชียล่าดึงเสื้อด้านหน้ามาปิดบังเนื้อตัวไว้ด้วยสัญชาตญาณ มือไม้เขาไต่อยู่ตรงคางรั้งใบหน้าให้หันมาทางเขา
“คุณจะแต่งงานกับผมในเม็กซิโกพรุ่งนี้ได้ไหม?”เขาถาม แต่แล้วก็ยิ้มออกมา “อ้อ..ไม่ใช่พรุ่งนี้หรอกผมคิดว่าเมื่อเราพูดกันรู้เื่คืนนี้แล้วก็ต้องเป็วันถัดไป”
“ไม่มีใครห้ามฉันได้หรอกค่ะ”เชียล่าตอบด้วยเสียงแ่เบา หัวเราะออกมาอย่างเริงใจ
“ตอนหัวค่ำวันนี้ผมได้ตรวจสอบอะไรไว้บ้างแล้วใบสำคัญที่เรา้าสำหรับจะใช้ในพิธีแต่งงานคือบัตรประจำตัวประชาชนกับวีซ่าของนักทัศนาจรเท่านั้น”แบรดเริ่มอธิบายให้เธอฟัง
“ฉันมีเป็ตันเลยค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ทั้งบัตรประจำตัวนักศึกษาใบขับขี่ เครดิตการ์ด พาสปอร์ต..เราจะไปมีความสุขด้วยกันนะคะที่รัก” เธอถอนหายใจซุกร่างเข้าไปในอ้อมแขนเขา ลืมตามองเพดานห้องอย่างเคลิ้มฝัน “ฉันรู้นะคะว่ามันจะต้องเป็อย่างนั้น”
“ก่อนที่เราจะทำให้ฝันนี้เป็ความจริงเราก็ต้องแต่งงานเสียก่อน ซึ่งหมายถึงว่า เราจะต้องมีการวางแผนกันบ้าง” เขาค่อยๆ รั้งร่างเธอให้ลุกขึ้นนั่ง “และไอ้การที่จะเอาแต่นอนคว่ำหน้าอยู่มันก็ไม่ช่วยให้คิดอะไรออกหรอก”
เชียล่าลุกขึ้นนั่งเอนๆพิงหลังอยู่กับหมอน ขณะที่แบรดนั่งตรงขอบเตียงเธอรวบผมที่รุ่ยร่ายให้เรียบร้อยขึ้น จับขอบเสื้อนอนด้านหน้าให้เข้าที่ไปพลาง
“แล้วแผนการของคุณเป็ยังไงล่ะคะ”เธอถาม แน่ใจว่าเขาจะต้องกะการไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วแบรดเป็คนชอบเตรียมการไว้ก่อนเสมอไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
“เื่แรกคือเื่การเดินทาง”เขาเริ่มต้นขึ้น “มอเตอร์ไซค์ของผมอาจพาเราไปและกลับได้อย่างประหยัดแต่การเดินทางเป็ระยะไกลขนาดต้องข้ามไปตั้งครึ่งค่อนรัฐเท็กซัสมันคงไม่สะดวกสบายแน่ เพราะต้องมีทั้งคุณทั้งผมและยังกระเป๋าเดินทางของเราสองคนอีกแม้ผมจะเกลียดไอ้ความคิดบ้าๆ นี่สักเท่าไหร่ก็ตาม แต่เมื่อมาคิดๆดูแล้วก็มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้น คือต้องใช้รถคันที่พ่อแม่ให้คุณนั่นแหละผมอยากรู้ว่าคุณมีชื่อเป็เ้าของหรือเปล่า..ผมไม่อยากให้ยุ่งยากเวลาข้ามเขตแดน”
“ชื่อฉันเองค่ะ” เธอตอบพร้อมพยักหน้าอย่างจะให้ความมั่นใจกับเขา “ทั้งชื่อในทะเบียนประกันภัย และทุกสิ่งทุกอย่างเลย”
“ถ้าเราจะต้องขับรถเป็ระยะทางไกลๆเพื่อไปแต่งงานกันอย่างนี้ก็ออกจะโง่ไปสักหน่อยถ้าจะไม่แวะพักในเม็กซิโกสักสองสามวันจริงไหม?”
“แน่นอนที่สุด” รอยยิ้มอย่างพึงพอใจฉาบขึ้นบนใบหน้า ดวงตาเธอเปล่งประกายระยับ “แล้วในเม็กซิโกนั่น เราจะไปเมืองไหนกันดีล่ะคะ?”
“ฮัวเรซ..”
“ฮัวเรซ..!” เชียล่าอุทานออกมาด้วยความใ“แต่นั่นน่ะมันต้องใช้เวลาขับรถทั้งวันเชียวนะคะทำไมเราไม่ข้ามเข้าลาเรโด หรืออีเกิ้ล พาสล่ะไปทางไหนมันก็ยังใกล้กว่าฮัวเรซตั้งแยะ”
“เบาๆ หน่อยสิ..” แบรดเตือนพร้อมกับขมวดคิ้วนิ่วหน้าขึ้นมาทันที “ผมรู้จักเส้นทางกับภูมิประเทศแถวนั้นดีน่าแต่มันยังมีเื่อื่นที่จะต้องมาประกอบการตัดสินใจด้วย ลองคิดดูสิถ้าพ่อแม่ของคุณเกิดรู้ขึ้นมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นและรู้ว่าเรากำลังวางแผนจะทำอะไรกัน เขาจะต้องพยายามขัดขวางเราอย่างแน่นอนและจะต้องคาดว่าเราจะต้องข้ามพรมแดนแน่ เพราะฉะนั้นเขาก็จะต้องเดาถูกว่าเราจะต้องข้ามตรงเขตใกล้ที่สุดที่คุณเอ่ยออกมานั่นแหละผมไม่แน่ใจเลยว่าพ่อของคุณจะไม่คิดว่าเราโง่พอที่จะขับรถไปไกลถึงฮัวเรซนี่เป็ทางด้านจิตวิทยานะ” เขาจบลงด้วยการขยับมุมปากคล้ายจะยิ้ม
“คุณพูดถูก” แต่เชียล่ากำลังมีความรู้สึกว่าแบรดออกจะโอ้อวดตัวเองมากเกินไปเธอไม่ชอบลักษณะการพูดจาที่เหมือนจะเหยียดหยันความคิดของพ่อแม่ตัวเองเช่นนี้เลย
“รู้อยู่แล้ว ว่าผมจะต้องพูดถูก”หางเสียงของเขาบอกความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเธอก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วยแบรดทำให้เชียล่าต้องนึกไปถึงพวกเด็กๆที่กำลังเล่นซ่อนหาและยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงตรงนี้
“จะยังไงก็ตา..” แบรดพูดต่อ “ผมรู้ว่าการขับรถอ้อมไปถึงฮัวเรซนั้นมันจะต้องดีกว่าเมืองอื่นแน่”
“ฉันยังไม่เคยไปถึงกุยดาด ฮัวเรซเพราะฉะนั้น คราวนี้คุณคงต้องทำตัวเป็ไกด์พาฉันเที่ยวนะคะ” เธอว่า
“ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง” ดวงตาที่ฉายแววชวนไหลหลงนั้นมองกวาดไปทั่วเรือนร่างซึ่งปกปิดไว้เพียงเสื้อนอนแนบเนื้อบางๆ เพียงตัวเดียวสายตาระเรื่อยลงไปถึง่ขาเปลือยเปล่า
“เพียงแต่จะต้องมีเงื่อนไขว่าเราจะไม่ใช้เวลาทั้งหมดจนลืมความสุขส่วนตัวของเราหรอกนะ”
ออกจะน่าแปลกใจที่คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้เธอเกิดความรู้สึกปรารถนาขึ้นมาซึ่งทำให้เชียล่าไม่ใคร่สบายใจเท่าไรนัก
“แต่เราก็จะใช้เวลาอยู่แต่ในโรงแรมไม่ได้นี่เราก็ต้องออกไปไหนมาไหนหาอะไรกินบ้าง” เธอว่า
“ก็อาจจะใช่” แบรดคล้อยตามแต่ริมฝีปากเหยียดเป็เส้นตรง และแล้ว เขาก็ลุกขึ้นจาเตียง หันหลังให้เชียล่า “ซึ่งนั่นมันก็ทำให้อีกปัญหาหนึ่งตามมา”
“อะไรหรือคะ?” เธอเอียงคอถาม
“เงินไงล่ะ”
เธอตัวแข็งไปทันทีการที่เกิดปากเสียงกันขึ้นเมื่อตอนบ่ายวันนี้ ยังทำให้เธอไม่อาจลืมความขมขื่นเ็ปจากการพูดจาถึงเื่นี้กันได้เชียล่าก้มลงมองมือตัวเองที่วางอยู่บนเสื้อนอน
“ฉันคิดว่าเราไม่ควรพูดกันเื่นี้อีกแล้ว”เธอตอบเรียบๆ
“เชื่อเถอะว่าผมเองก็ไม่อยากหยิบยกเื่นี้ขึ้นมาพูดเหมือนกัน”แบรดยกมือขึ้นบีบนวดต้นคอ น้ำเสียงเครียดขึ้น “ที่จริงมันก็ไม่ใช่เื่ง่ายนักหรอกที่ผมจะพูดเื่นี้แต่ความเป็จริงก็คือ ผมไม่มีเงินเหลือเลยสักแดงเดียว” เขาเน้นเสียงหนักๆ“ค่าแรงอาทิตย์นี้ต้องจ่ายเป็ค่าเช่าห้องเหลืออีกไม่กี่เหรียญแล้วก็ยังจะต้องอยู่ไปจนกว่าจะถึงเวลาเงินออกครั้งต่อไปก็คืออาทิตย์หน้าโน่น”
“โอ..” เพียงคำเดียวนั้นมันก็หมายถึงความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่
“ให้ตายสิ..ผมเกลียดตัวเองจริงๆ”แบรดพึมพำเสียงเครียด “เชียล่าคุณมีเงินของตัวเองบ้างไหมล่ะ ผมหมายถึงนอกจากเงินฝากที่จะต้องได้ตอนอายุยี่สิบเอ็ดนะ ผมไม่อยากให้คุณไปขอยืมเงินพ่อมันเท่ากับเป็การทำลายศักดิ์ศรีของผมที่จะต้องหนีไปกับคุณด้วยเงินของเขา”
เชียล่ารู้สึกใไม่น้อยเพราะขณะนี้มันเท่ากับเขากำลังเอ่ยขอเงินเธอตรงๆ แบรดเป็คนหยิ่งมาตลอดจนเกือบจะประสาทเสียเพราะเื่นี้ ไม่เคยยินดีรับเงินจากเธอเลยสักครั้งแต่ขณะนี้เขากำลังจะใช้เงินของเธอเพื่อแต่งงานกัน
มันเป็สัญญาณที่ดีมันย่อมหมายถึงว่าบัดนี้เธอสามารถจูบใจให้แบรดยอมใช้เงินของเธอบ้างแล้วในลักษณะที่เขาจะไม่รู้สึกละอายใจว่า มีชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินของเธอด้วยอนาคตดูช่างสดใสเหมือนสีกุหลาบเสียเหลือเกิน พ่อแม่อาจจะเสียใจกับการหนีตามกันไปครั้งนี้แต่เชียล่ารู้ดีว่า ในที่สุดแล้วทั้งพ่อและแม่ก็จะต้องยอมรับเมื่อเธอกับแบรดแต่งงานกันแล้ว
“ฉันมีเงินส่วนตัวอยู่ค่ะ” บอกเขาตรงๆ “จากที่พ่อฝากไว้ให้ในธนาคารอาจจะสัก..หมื่นเหรียญได้ละมัง ท่านเก็บไว้เป็ทุนการศึกษาปีนี้ของฉัน”
แบรดทำเพียงแค่เอี้ยวไหล่มามองหน้าก่อนจะย้ำถามว่า
“แต่มันเป็เงินของคุณจริงๆใช่ไหมล่ะ?”
“ก็เป็ของฉันทั้งหมดนั่นแหละค่ะไม่มีใครต้องมาเซ็นเบิกร่วมด้วยหรอก” มันคล้ายกับเธอให้ความมั่นใจกับเขา
“ดี” เขาพยักหน้าด้วยท่าทางเคร่งขรม“ถ้าอย่างนั้นเราก็พอจะใช้เงินนั้นได้ พรุ่งนี้คุณไปถอนมาเลยนะเราจะได้ใช้มันเป็ใบเบิกทาง”
แล้วเื่งานกับเื่เรียนของคุณล่ะ?”
“เื่เรียนไม่เป็ไรหรอกพอหลบได้ผมจะจัดการให้ทอมยื่นใบลาป่วยให้ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก” เขาสอดนิ้วเข้าไปในเรือนผม“เพราะฉะนั้นวันนี้เราสองคนก็มีอะไรจะต้องทำทั้งวันผมควรกลับไปก่อนดีกว่า เราต่างคนต่างจะได้มีเวลาพักผ่อนกันบ้าง”
“คุณต้องไปจริงๆ น่ะหรือคะ?”เชียล่าถอนใจ
“ก็เฉพาะครั้งนี้เท่านั้นเขาพูดพลางพยักหน้า“ผมจะพบคุณตอนบ่ายตรงหน้าดรงแรมนะเราจะได้ตกลงกันว่าจะพบกันที่ไหนเวลาเท่าไหร่” เขาแตะจูบเบาๆ“และ..จำไว้ด้วยว่า..คุณจะต้องไม่ให้ใครล่วงรู้แผนการทั้งหมดนี่เป็อันขาดผมไม่อยากให้เราต้องเสียโอกาสถ้าพ่อแม่คุณเกิดรู้เื่เข้า”
“ค่ะ” เธอรับคำอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก
“อย่าลืมล็อกประตูเสียด้วยล่ะ”เขาบอกพร้อมกับยิ้มกว้างให้ “ขอให้คิดแต่เพียงว่าอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงเราก็จะเดินทางไปเม็กซิโกด้วยกันเท่านั้นก็พอแล้วนะฮันนี่”
เธอฝืนยิ้มให้แต่เมื่อเขาลดมือลงจากไหล่เชียล่าก็เหน็บหนาวไปทั้งตัวรู้สึกไม่สบายใจหนักขึ้นขณะแบรดค่อยๆ แฝงกายหายไปในความมืดเธอเดินไปปิดและล็อกประตูห้องเสีย เนื้อตัวสั่นระริกเมื่อคลานกลับขึ้นเตียงบอกตัวเองอยู่ว่า..มันเป็อารมณ์เ้าสาวละมัง..