“ได้เ้าค่ะ!” นางรับคำอย่างร่าเริงหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารจานละหนึ่งคำวางเรียงบนจานใบใหญ่ค่อยลงมือกินรสชาติอาหารแต่ละจานล้วนชั้นหนึ่งแตกต่างจากอาหารที่นางได้กินหน้าโรงครัวนักนางกินไปคิดว่าเป็เพราะเหตุใดอาหารที่ตนได้กินจึงแตกต่างจากอาหารของนายท่าน?
“เป็ไงบ้าง?”เขามองวงหน้าน่ารักกำลังเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางช่างไม่หวาดกลัวสิ่งใดเสียบ้างเลย
“อร่อยมากเ้าค่ะเนื้อเป็ดนุ่มเป็พิเศษ อร่อยกว่าที่ข้าน้อยกินวันก่อนตั้งเยอะ”นางคิดเอาไว้ว่าพรุ่งนี้ต้องไปขอแบ่งอาหารของนายท่านจากพ่อครัวถานเสียหน่อยของอร่อยขนาดนี้เหตุใดจึงยังไม่เคยกินมาก่อน?รสชาติอาหารอร่อยกว่าทุกร้านในเมืองเป่าจูเสียอีก
นายท่านก้มหน้าก้มหน้ารับประทานอาหารเงียบๆอยู่พักใหญ่ก็วางตะเกียบลง “เ้ากินเสียสิ! ข้าจะไปอาบน้ำแล้ว”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”ซินเอ๋อร์ยิ้มกว้างหยิบเอาจานและตะเกียบที่เขาให้นางชิมอาหารก่อนเลื่อนมาตรงหน้าแล้วลงมือกินอาหารเหลือต่อจากเขาอย่างมีความสุขทำเอาองครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนหันมามองหน้ากันก่อนเงยขึ้นมองเพดานความเมตตาก็คล้ายกับฝนที่ตกไม่ทั่วฟ้านางเพิ่งมาแต่กลับได้กินอาหารเลิศรสสำรับเดียวกับท่านอ๋องใหญ่แล้ว พวกเขาทั้งสองได้แต่ทำตัวเป็อากาศก่อนจะเดินตามหลังนายท่านไปเฝ้าหน้าห้องนอน
ซ่งจิงเทียนลอบตรวจค้นข้าวของและเสื้อผ้าทุกตัวของนางทั้งในห้องเล็กและห้องอาบน้ำเรียบร้อยทำให้ท่านอ๋องใหญ่คลายความระแวงนางลงไปได้บ้างเขาจึงคิดจะทดสอบนางเผื่อว่านางจะมองเห็นโอกาสแล้วคิดลงมือในขณะที่อยู่ในห้องนอนตามลำพัง
“เ้ามาช่วยถอดเสื้อผ้าให้ข้า”ซินเอ๋อร์ที่มักจะประจบท่านพ่อด้วยการไปช่วยหยิบเสื้อตัวนอกมาให้ท่านพ่อใส่แทนท่านแม่เมื่อเห็นนายท่านสั่งเช่นนั้นก็นึกขึ้นได้ว่านางควรจะประจบเขาไว้ให้มากเพื่อให้เขาลดความระแวงในตัวนางลงนางรีบเดินเข้าไปใกล้ถอดสายรัดเอวอย่างคล่องแคล่วใบหน้าน้อยๆที่ยื่นเข้ามาใกล้หน้าอกของเขายามที่ต้องยื่นมือไปด้านหลังช่างใกล้จนจินเสวี่ยหลงแทบลืมหายใจเขาสั่งโดยลืมไปว่านางจะต้องขยับเข้ามาใกล้ชิดตนมากนางยื่นมือมาแหวกสาบเสื้อนอกเขาแล้วเลื่อนเสื้อออกทางปลายแขน เขาก้มหน้าลงมองนางซินเอ๋อร์ที่สูงระดับไหล่เงยหน้าขึ้นยิ้มประจบรอยยิ้มของนางสดใสจนจินเสวี่ยหลงเผลอเหม่อไปครู่ ใบหน้าใต้หน้ากากร้อนผ่าว
“นายท่านร้อนหรือเ้าคะ?”นางเห็นใบหน้า่ด้านล่างแก้มของเขาเป็สี ระเรื่อก็ใ จินเสวี่ยหลงได้สติรีบหันหน้าหนี
“อืม...อาจจะใช่”
“ท่านไปนั่งที่เตียงก่อนประเดี๋ยวข้าไปพัดให้ท่าน” เขาขยับจะปฏิเสธแต่ก็เกรงว่านางจะรู้ว่าคำพูดที่เอ่ยไปก่อนหน้านั้นเป็คำโกหกจึงต้องเดินไปนั่งที่ริมเตียงนางเดินไปหยิบพัดกลมแล้วเดินกลับมา ยกเก้าอี้หัวโล้นมานั่งใกล้ๆแล้วเริ่มพัดให้เขา “อากาศคืนนี้ก็เย็นสบายนี่เ้าคะ หรือว่านายท่านเป็คนขี้ร้อน”
“เ้าเล่าเื่ที่บ้านเ้าให้ข้าฟังหน่อยปะไร?”ชายหนุ่มคิดหาหนทางล่อหลอกให้นางพูดออกมาเพื่อจะได้จับผิดทว่าเื่ปั้นน้ำเป็ตัวสำหรับเ้าแมวน้อยเก้าชีวิตตัวนี้ช่างเป็เื่สามัญยิ่งนักนางหยิบยกเอาบ้านท่านตาท่านยายบนูเามาเป็บรรยากาศครอบครัวของตนเอง เล่าเสียจนจินเสวี่ยหลงเห็นภาพว่าครอบครัวของนางเป็คนูเาที่อาศัยหาของป่ามาขายนางมีครอบครัวใหญ่ทั้งลุงป้าน้าล้วนอาศัยอยู่ใกล้กันซินเอ๋อร์เล่าถึงคนในครอบครัวไปตามจริงเพียงแต่ปกปิดว่าครอบครัวของนางเป็ขุนนางในเมืองเป่าจูแค่นั้น
“หากท่านไม่รังเกียจจะขึ้นเขาไปเที่ยวบ้านข้าบ้างก็ได้นะเ้าคะข้าจะพาท่านไปล่ากระต่ายหรือไม่ก็ล่ากวางในป่าลึก” นางเอียงคอสบตาเขาั์ตาแป๋วเพราะรู้ว่าท่าทางเช่นนี้ท่านพ่อตกหลุมพรางนางบ่อยที่สุด
“เอาเถอะไว้ข้ามีโอกาสจะไปกับเ้าก็แล้วกัน” ท่านอ๋องใหญ่ตัดบท ‘ใครจะไปกับเ้ากันงานข้าออกเยอะแยะ ท่าทางเ้าก็วุ่นวายมิใช่เล่น’ นางบอกให้เขาเก็บพัดแล้วไปนอนที่ห้องเล็กก่อนจะล้มตัวลงโบกมือดับเทียนในห้องก่อนจะถอดหน้ากากครึ่งบนนั้นสอดไว้ใต้หมอน
คืนนี้เขาให้แมวดำขึ้นไปซุ่มอยู่บนขื่อถึงสองตัวเพื่อจับตาดูนางองครักษ์เงาทั้งสองมองลงมาเห็นสองหนุ่มสาวนั่งสนทนากันด้วยท่าทีผ่อนคลายต่างก็นึกในใจว่าท่านอ๋องกับนางดูท่าสนิทสนมกันขนาดนี้ยังให้พวกตนมานั่งเฝ้าดูอีก
ซินเอ๋อร์เข้าไปในห้องนอนเล็กนางเลื่อนประตูปิดก่อนจะล้มตัวลงนอนนางเหลือบมองบนขื่อห้องเห็นเงาตะคุ่มอยู่คนละขื่อก็รู้ว่าคืนนี้นายท่านมีคนเฝ้าจึงไม่คิดจะย่องเข้ามาในห้องเขาทว่าเลยเที่ยงคืนกลับรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างแรงจนไม่อาจกลั้นจึงค่อยๆเลื่อนประตูด้วยความระมัดระวังย่องออกมานางเดินตัวลีบชิดผนังห้องเพื่อจะมิไปเฉียดใกล้เตียงของนายท่านแต่มิคาดว่าเงาดำจากบนขื่อที่คอยจับจ้องนางนั้นพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
“อย่าขยับ! ไม่งั้นข้าเชือดเ้าแน่!” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังอยู่เหนือศีรษะนางยังมิรู้ตัวก็ถูกชายชุดดำกดจนหมอบอยู่ที่พื้น
“โอ๊ย!” ซินเอ๋อร์ไม่มีโอกาสร้องห้ามนางรู้สึกว่าหัวเข่าตนเองดังกร๊อบ!
อ๋องใหญ่ประสาทหูว่องไวนักเขาได้ยินเสียงนางเปิดประตูเล็กแล้วจึงสอดมือไปใต้หมอนด้านข้างหยิบเอาหน้ากากมาสวมไว้ครั้นองครักษ์เงาดิ่งลงจากขื่อมากดร่างของนางจนได้ยินเสียงเขากระแทกพื้นพร้อมเสียงนางร้องขึ้นเขาจึงลุกพรวดพราด
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ขะ ข้าเจ็บ!”เสียงร้องขึ้นคล้ายประท้วงของนางตามมาด้วยเสียงครวญครางเ็ป “เข่าข้า.....อู๊ย!........” นางยังคงคุกเข่าก้มหน้าอยู่ เขาลุกขึ้นจุดเทียนที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวอย่างว่องไว
“ปล่อยนาง!” แมวดำรีบปล่อยมือจากร่างนางเมื่อเห็นว่านางไม่มีพิษสงจึงะโขึ้นขื่อไปอ๋องใหญ่ตรงเข้ามาประคองร่างที่สองมือค้ำไปด้านหน้าร้องโอดโอยไม่เลิก“เ้าลุกขึ้นมาทำไม? คิดจะทำอันใดหรือ?”
“ข้าน้อยปวดเบาเ้าค่ะแค่คิดจะออกไปส้วมแค่นั้นเอง” เมื่อเขาประคองนางลุกขึ้นซินเอ๋อร์ยังอยู่ในท่างอเข่า “เจ็บ!....หรือว่าเข่าข้าจะหลุดแล้ว!”นางอุทานด้วยความใเมื่อรู้สึกหัวเข่าชาไปหมด แต่อาการปวดปัสสาวะยังคงอยู่“นายท่านข้าขอไปส้วมก่อนเถิดจะอั้นไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ”
คืนนี้หร่วนเจ๋อเล่ยอยู่เวรยามดึกเมื่อได้ยินเสียงตึงตังข้างในก็ร้องถามเข้ามา “นายท่านมีอันใดขอรับ?”
“ไม่มีอะไรแล้วแค่เื่เข้าใจผิด”จินเสวี่ยหลงร้องตอบออกไปก่อนที่องครักษ์หร่วนจะพังประตูเข้ามาเสียก่อน
ซินเอ๋อร์เกรงว่าตนเองจะปล่อยราดลงมานางแทบจะกระทืบเท้าหากว่าอีกเท้าจะยังใช้การได้ “ขะ ข้าจะราดแล้วนะ นายท่าน”
-----------------------------
