ในรุ่งเช้าของวันแต่งงาน
ฉันคิดขึ้นได้ว่าทางเดียวที่ฉันและลูกจะรอดเงื้อมมือของเอิร์ลชเนดิทไปได้... ก็คือการนำตัวตนของควีนเนตต้าผู้กระหายเงินกลับคืนมา!
งานแต่งงานของควีนเนตต้าในรอบนี้มีแค่ชุดสวยๆ และแขกไม่กี่คนซึ่งล้วนแต่เป็คนสนิทของอันเลน ชเนดิท ไร้ซึ่งงานเลี้ยงฉลองและการเปิดขวดแชมเปญใดๆ เหมือนแค่จัดงานพอเป็พิธีแล้วจดทะเบียนสมรสให้มันจบๆ เดาว่าควีนเนตต้าตัวจริงก็คงไม่ถือสาเื่นี้มากนักตราบใดที่เ้าบ่าวของเธอมีเงินให้สูบใช้ได้ทุกวัน
ฉันในชุดสายเดี่ยวสีขาวบางนั่งอยู่หน้ากระจก พวกสาวใช้พยายามช่วยกันจัดหน้าจัดผม แต้มน้ำมันหอมให้อย่างขะมักเขม้น ซึ่งคงไม่จำเป็สำหรับคืนนี้หรอก ฉันเหลือบมองอันเลนที่เดินหน้าเครียดเข้ามาในห้อง เขาแค่ถอดเสื้อตัวนอกออกและปลดกระดุมคอสองสามเม็ด
พวกสาวใช้พากันทยอยออกไป ส่วนฉันที่รู้สถานการณ์นี้ดีอยู่แล้วว่าคืนนี้เขาจะต้องไปคุยเื่งานก็ทำเป็มองแหวนเพชรเม็ดใหญ่บนนิ้วมือด้วยแอคติ้งแบบนางร้ายไฮโซในละครที่เคยดู ต้องทำตัวเป็ปลิงหิวเงิน เย่อหยิ่งเห็นแก่ตัวเข้าไว้!
"ไม่ใช่ว่าคืนนี้ท่านเอิร์ลจะต้องออกไปหาสมบัติมาให้ฉันผลาญเล่นหรือคะ"
อันเลนเหยียดยิ้ม
"ตรงไปตรงมาดีจังเลยนะครับ เพราะแบบนี้ผมเลยคิดว่าพวกเราไปด้วยกันได้ั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน ดัชเชส้าสมบัติ ส่วนผม้าอำนาจในราชสำนักกับผู้สืบทอดที่เหมาะสม"
หึ! ผู้สืบทอดหรอ? ฝันไปเถอะ! ฉันจะดูดเงินนายมาสร้างตระกูลเรเวนให้กับรีรอยด์ที่น่ารักของฉันหรอกย่ะ! พอรีรอยด์สร้างตัวได้ ฉันก็จะหย่ากับนาย!
"งั้นจะรออะไรอยู่อีกล่ะ รีบไปหาเงินมาให้ฉันกับลูกใช้สิคะ" ฉันหันไปทำหน้าเหวี่ยง
อันเลนหัวเราะ "ไม่ต้องร้อนใจไล่ผมขนาดนั้นก็ได้ เพราะต่อให้คุณมือเติบยังไง ก็ไม่มีทางผลาญเงินผมหมดได้หรอก ฐานะการเงินของผมไม่ได้กระจอกเหมือนสามีเก่าของคุณนะ"
ก็ดี เ้าเครื่องผลิตเงิน!
ฉันมองอันเลนเดินออกจากห้องไปก่อนจะทิ้งตัวนอนอย่างสบายใจ เพราะข้อแรกคือฉันมีเงินใช้จ่ายเต็มมือ ข้อสองคือไม่ต้องกังวลเื่มีลูกเพราะอันเลนไม่ได้อยากมี (เอ่อ..อันที่จริงแล้วมันน่ากังวลอยู่แฮะ ทั้งที่อยู่ในโลกเสมือนแท้ๆ แต่กลับมีเซ็กส์ไม่ได้ นี่มันฝันร้ายชัดๆ) ส่วนข้อสามรีรอยด์จะได้รับการดูแลอย่างดี คงเหลือแต่ข้อสี่แล้วสินะ...
'ซินดริล'
หายนะของเขาจะเริ่มในเช้าของวันต่อมา... ซินดริลถูกเชิญมากินข้าวเช้าด้วยความไม่รู้ของสาวใช้ บนโต๊ะที่มีอันเลน ควีนเนตต้า และรีรอยด์ผู้วางตัวได้สมบูรณ์แบบ
เช้าวันรุ่งขึ้นฉันตื่นขึ้นมาโดยมีสาวใช้ดูแลอย่างดีตามที่อันเลนเคยบอกเอาไว้ ก่อนจะถูกพาลงมาที่โต๊ะอาหารเช้าซึ่งซินดริลเองก็อยู่ด้วยตามคาด เพราะพวกคนใช้คิดว่าเขาเป็ลูกแท้ๆ ของฉัน ส่วนเนื้อเื่ในฉากนี้เ้าหนูซินก็จะทำส้อมตกและเริ่มใช้มือหยิบอาหารเข้าปากทำให้พ่อเลี้ยงที่อดนอนทำงานความดันขึ้น ปรี๊ดแตกฟาดงวงฟาดงากลางโต๊ะอาหาร
และฉันต้องทำให้มั่นใจว่าเื่แบบนั้นจะไม่เกิดขึ้น...
ขณะที่คนรับใช้ทำหน้าอึดอัดกับการใช้ช้อนส้อมของซินดริล ฉันก็คอยเหลือบตามองอยู่เป็ระยะๆ ด้วยความหวาดระแวง เมื่อเห็นว่าส้อมจะเลื่อนหลุดก็รีบเอื้อมมือไปรับไว้ทันที!
ตึ้ง
โต๊ะอาหาระเืไปทั้งแถบ
ดูเหมือนว่าฉันจะเกร็งมากไปหน่อยจนเผลอยกเข่ากระทุ้งเข้ากับโต๊ะอย่างจัง
เขาต้องโวยวายแน่...
ฉันหลับตาปี๋แต่ว่าทุกอย่างก็ยังคงเงียบสนิท อันเลนไม่ได้โวยวายสักนิด เมื่อหันไปมองเขาก็ยังคงตักอาหารเข้าปากเป็ปกติ ฉันถึงได้พ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอก ส่วนซินดริลนั้นเงยหน้ามองฉันอย่างไร้เดียงสา
"ดะ... เดี๋ยวแม่หั่นให้เอง"
มือของฉันสั่นไปหมดแต่ก็ยังดีกว่าให้ซินดริลหั่นเอง เลยถือโอกาสนี้ป้อนอาหารให้เขาจนหมดจานโดยที่ไม่ได้ตักอาหารของตัวเองเข้าปากเลยสักนิด เพราะต่อมความอยากอาหารเพิ่งถูกทำลายไป
โดยที่สองแม่ลูกไม่ทันรู้ตัว ดวงตาสีน้ำแข็งเย็นะเืก็มองมาทางพวกเขาพร้อมกับบรรยากาศที่อึมครึมราวกับมีพายุกำลังก่อตัวขึ้น อันเลนมองควีนเนตต้าที่กำลังเช็ดปากให้ลูกชายอย่างทะนุถนอมก่อนภาพความทรงจำในอดีตจะไหลย้อนเข้ามาในหัว
ไอ้ลูกไม่ได้เื่ แค่จับช้อนแค่นี้ก็ทำไม่ได้รึไง!
แค่นี้ทำไมถึงทำไม่ได้!!!
การทุบตี คำพูดเหยียดหยามและสายตาพวกนั้นที่ทำให้โต๊ะอาหารเหมือนกับคุกน้ำที่แค่ตักอาหารเข้าปากก็ยังอยากจะสำลักออกมา ทั้งทรมานทั้งหายใจไม่ออก ส่วนแม่ในตอนนั้นก็...
เพียะ!!!
ฉันไม่ได้้าให้แกเกิดมาสักหน่อย!
อัลเลนกำช้อนในมือแน่นจนมันงอผิดรูปไป ดวงตาสีฟ้าครามของเขาแผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับหมาป่าที่อยากจะฉีกทึ้งเหยื่อให้เป็ชิ้นๆขณะทอดมองไปยังใบหน้าที่ไร้ความกังวลของลูกเลี้ยงที่ถูกเอาอกเอาใจอย่างดี เขาแทบโยนช้อนลงบนโต๊ะก่อนหุนหันลุกออกไปอย่างหงุดหงิด
'เป็เช้าที่น่ารำคาญชะมัด'
..........
มื้ออาหารที่น่าอึดอัดสิ้นสุดลง ฉันได้เข้าไปยังห้องหนังสือที่รีรอยด์เดินเข้ามาอย่างรีบร้อนก่อนจะพบว่าอันเลนได้จัดการตารางเรียนเอาไว้เรียบร้อย และจ้างครูให้เสร็จสรรพ
"มะ ไม่ไหว นี่มันเยอะเกินไปแล้ว"
"ปกตินะครับ"
รีรอยด์มองตั้งหนังสือที่สูงท่วมหัว
"เศรษฐศาสตร์ ดนตรี เลข ฟันดาบ ปรัชญา ศิลปะ การเมือง... วันหนึ่งต้องเรียนกี่วิชากันเนี่ย! นักศึกษาที่ฮาร์วาร์ดยังไม่เรียนขนาดนี้เลย หลักสูตรยอดมนุษย์เหรอ!"
ฉันมองตารางเรียนของรีรอยด์อย่างไม่อยากเชื่อสายตา ไอ้พ่อเลี้ยงนรกนั่นมันกะฆ่าลูกชายฉันชัดๆ
"ท่านแม่ต้องไปซื้อของในเมืองไม่ใช่หรือครับ"
รีรอยด์ทำสีหน้าเป็เชิงว่าไม่เป็ไร ก่อนครูสอนที่อันเลนเป็คนจ้างจะเดินเข้ามาในห้องพอดี ฉันเลยต้องจำใจออกจากห้องไปทำธุระอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อลงมาถึงรถม้าอย่างดีที่สุดก็เตรียมจอดไว้พร้อมกับผู้ติดตามที่อันเลนส่งมาตามที่ฉันขอ
"จูเลียสินะ"
"ค่ะท่านหญิง" หญิงวัยสี่สิบตอบอย่างนอบน้อม
จูเลียคือหญิงรับใช้ที่ช่วยเหลือซินเดอริออน แต่ในตอนหลัง ก่อนที่พระเอกจะไปเป็อัศวิน เธอถูกโทสะของควีนเนตต้าฆ่าตายเพราะเผลอทำชุดกระโปรงออกงานสุดหรูเปื้อน
ความจริงฉันควรจะส่งจูเลียไปคอยดูซินเดอริออน แต่ในตอนนี้ไม่มีคนใช้ในนิยายคนไหนที่ฉันรู้จักดีไปกว่าจูเลียอีกแล้ว และฉันก็ไม่ค่อยจะไว้ใจคนของอันเลนด้วยสิ...
จะว่าไปคนสมัยนี้เขาซื้อของยังไงกันละเนี่ย? เดินตามร้านคงเมื่อยตาย ไม่มีขายออนไลน์หรอ แล้วจ่ายเงินยังไง สแกนบาร์โค้ด?
ไม่สิ... ก่อนออกมานอกบ้าน ฉันต้องทำหน้าที่ของนายหญิงสำรวจรอบคฤหาสน์ก่อนนี่นา!!! แล้วนี่ฉันจะมาเดินสำรวจเมืองเพื่อ!?
"ท่านหญิง... หน้าแดงมากเลยนะคะ"
"มะ เมืองหลวงนี่ร้อนจริงๆ ไม่ได้กลับมานานเลยนะเนี่ย... ฉันก็แค่อยากมาเดินดูในเมืองก่อนเพราะของใช้ยังไม่ครบหรอกนะ ยังไงซะเื่ในคฤหาสน์มันก็ไม่ได้เร่งด่วนหรอกใช่มั้ยล่ะ"
อย่าเพิ่งปล่อยไก่สิฟร้า~~~ พูดไปก็อยากจะกัดลิ้นตัวเอง (T ^ T)
"เอ่อ... ค่ะ ท่านลอร์ดรับสั่งว่าเื่ในบ้าน ดัสเชสจะทำอย่างไรก็ได้อยู่แล้ว ส่วนเื่เงินให้ก็บอกพ่อบ้านประจำคฤหาสน์ได้เลยค่ะ"
พ่อบ้าน = ตู้กดเงิน
งืมๆ จะเมมโม่ไว้ในหัว...
ไม่นานนักรถก็เคลื่อนมาถึงย่านการค้าในเมืองที่ดูคึกคักเต็มไปด้วยผู้คน ทุกอย่างเหมือนกับร้านในหนังสือภาพนิทาน แม้ว่าฉันจะวางท่าเป็ดัชเชสที่สง่างาม แต่ก็อดหันซ้ายหันขวาไม่ได้จนดูเหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุง ทั้งแผงหนังสือพิมพ์และเครื่องเงินหน้าตาแปลกๆ วางเรียงรายเต็มไปหมด
"จูเลีย ช่วยไปเดินเลือกซื้อพวกของใช้กับของเล่นเด็กมาให้ฉันทีสิคะ ขอแบบดีที่สุดเลยนะ"
"ได้ค่ะ จะให้ทางร้านส่งใบเก็บเงินไปที่คฤหาสน์ใช่มั้ยคะ"
จ่ายเงินแบบแปะโป้งหรอเนี่ย?
ฉันนัดแนะกับจูเลียและคนขับรถม้าก่อนจะแยกตัวออกไป สายตาสอดส่องไปตามถนนมองหาหญิงสาวที่แต่งตัวดูมีรสนิยมหน่อยและไม่มีผู้ติดตาม ก่อนจะทำทีเดินเข้าไปชนจนล้ม
"ว้ายยยย"
"อุ้ย ขอโทษค่ะ ฉันนี่ซุ่มซ่ามจริงๆ ขอโทษด้วยนะคะ" ฉันเดินเข้าไปพยุงเด็กสาวที่แต่งตัวดีและดูเข้าถึงง่ายคนหนึ่ง
"ชุดสวยๆ ของเลดี้เปื้อนหมดเลย ให้ฉันได้ชดใช้ค่าชุดที่เสียหายเถอะนะคะ"
"ไม่เป็หรอกค่ะ" เธอตอบด้วยท่าทีดูเกรงใจ บุคลิกภายนอกแลดูเหนียมอายแต่ก็แต่งตัวมีรสนิยมน่ามอง
"ดวงตาสีอเมทิสต์ หรือว่าท่านจะเป็คนของตระกูลวิโอเรล! สะ เสียมารยาทจริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ"
สีตาของฉันนี่มันสะดุดตาจริงๆ ด้วย...
ฉันรีบโบกมือพัลวันพร้อมยิ้มกลบเกลื่อน
"ก็แค่ญาติห่างๆ เท่านั้นเองค่ะ เื่นี้ฉันเป็คนผิดเอง อย่างน้อยก็ขอชดใช้คืนให้เลดี้โดยการเลี้ยงขนมกับน้ำชาที่ร้านทางด้านนั้นเถอะนะคะ"
เธอพยักหน้าหงึกหงักอย่างไม่เป็ธรรมชาติ ฉันจึงได้แก้ตัวไปอีกว่าเพิ่งมาจากต่างเมืองเลยไม่คุ้นเคยกับเมืองหลวง พร้อมกับหลอกถามวิธีใช้ชีวิตแบบเลดี้ในเมืองกรุง รสนิยมของชนชั้นสูง ห้องเสื้อที่เป็ที่นิยม และอื่นๆ ที่จำเป็ต่อการสวมรอยเป็ดัชเชสหัวสูงที่ชอบใช้เงินฟุ้งเฟ้อ
.
.
.
รถม้าคันหรูมาจอดหน้าคฤหาสน์ อันเลนก้าวลงมาอย่างสง่างามเหมือนเช่นเคย เส้นผมสีบลอนด์ทองสว่างราวกับแสงอาทิตย์ของเขาตรงข้ามกับดวงตาอันเ็า แม้เครื่องหน้าจะหล่อเหลาเพียงใดแต่ก็ดูเย็นะเืไม่ต่างจากน้ำแข็งสลัก
สายตาเฉียบคมของเขาเหลือบเห็นเด็กน้อยผมสีทองน่าตาน่ารักที่กำลังนั่งเขี่ยดินอยู่ไม่ไกลก่อนจะหันไปพูดกับผู้ติดตาม
"คิดมาสักพักแล้วว่าเ้าเด็กหัวทองนั่นหน้าไม่เหมือนกับดัชเชสเลย"
"เรียนท่านลอร์ด เด็กคนนั้นเป็ลูกติดสามีคนเก่าของดัชเชสที่เป็พ่อค้าขอรับ เขาไม่ได้เป็เืเนื้อเชื้อไขของวิโอเรล"
"งั้นก็เป็แค่ตัวไร้ประโยชน์สินะ"
อันเลนเดินไปยืนตรงหน้าของเด็กชายที่กำลังนั่งยองๆ เขี่ยดินเขี่ยทราย ดวงตาของเขามองต่ำอย่างเหยียดหยาม
"ไง ไอ้ลูกไม่มีพ่อ" เขายิ้มเยาะ
ซินเดอริออนเงยหน้ามองพ่อเลี้ยงตาแป๋ว
"ไอ้ลูกม่ายมีพ่อ!"
เด็กน้อยะโกลับไปอย่างไร้เดียงสา
อันเลนที่ได้ยินแบบนั้นก็โกรธจนหน้าแดง เขาคว้าคอเสื้อของเด็กน้อยจนตัวลอยขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว ทำให้ซินเดอริออนหายใจไม่ออก
"นี่แก! ล้อเลียนฉันหรอ!"
ภาพของซิเด็กน้อยในตอนเช้าฉายเข้ามาในหัวของอันเลน ทั้งที่เด็กนี่จับส้อมไม่เป็ด้วยซ้ำแต่ก็ยังกินอาหารได้อย่างสบายใจ ทั้งหน้าตาที่ดูไม่ทุกข์ร้อนนั่นอีก เขาเกลียดมัน! เกลียดจนรู้สึกคลื่นไส้
"ไอ้เด็กสามัญชนไร้ค่าอย่างแกไม่ควรมาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำไป!"
ช่างน่าชังนัก!
"ทำไม... ทำไมไอ้คนไร้ค่าอย่างแกถึงได้ทำหน้ามีความสุขขนาดนั้นกัน แกควรจะอับอายสิ! ควรจะทรมานจนหายใจไม่ออกสิที่แค่กินข้าวด้วยตัวเองก็ยังทำไม่ได้!"
"อื้อ~ ปล่อย!! แม่คร้าบ!!!"
"แม่ไม่มาช่วยแกหรอก หล่อนไม่ใช่แม่จริงๆ ของแกด้วยซ้ำ!" อันเลนตะคอก
ขนาดแม่ของเขาเองก็ยัง...
เขากัดฟันกรอดเมื่อคิดถึงอดีตอันขมขื่นก่อนจะเพิ่มแรงบีบให้มากขึ้นอีก จนร่างของเด็กน้อยในมือดิ้นทุรนทุราย ใบหน้าเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ