“เ้าคิดจะอยู่กับเขาแบบนี้ไปถึงเมื่อใด?”
“ข้าไม่มีวันไปจากพี่อวี่ซี”นางปรายตามามองชายหนุ่มตรงหน้า “ไม่ว่าผู้ใดจะดีกว่าเขาสักแค่ไหน?ข้าก็จะจงรักภักดีกับเขาเพียงผู้เดียว”
หู่ซิ่นสือได้ยินนางยืนยันหนักแน่นเช่นนั้นก็นึกหมั่นไส้“อืม...หากเ้ามั่นใจถึงเพียงนั้นเห็นทีใต้เท้าเซี่ยผู้นี้คงดีกับเ้ามากเทียว”
ใบหน้าที่ยังคงแดงเพราะฤทธิ์สุราของนางเชิดขึ้น“แน่นอน อ๊ะ!ว่าแต่ท่านมาที่นี่ในยามบ่ายเพราะ้าสนทนากับฟังข้าเล่นผีผาแค่นั้นหรือ?”
“ก็คงเป็เช่นนั้น”
“เอาเถอะข้ายังพอเล่นผีผาให้ท่านฟังไหว”นางลุกขึ้นไปหยิบผีผาที่วางไว้ริมห้องขึ้นมาบรรเลงบทเพลงให้เขาฟังทว่าชายหนุ่มฟังอยู่เพียงสามเพลงก็ขอตัวกลับ เมื่อเห็นเขาลับหายไปทางประตูด้านหน้า สวีเม่ยก็รีบร้องหาฟั่นชุนหลัน
“เ้าไปไหนมา?ข้ากำลังจะออกไปชานเมืองสักหน่อย”
“เอ่อ!ข้ากำลังงงที่ตนเองมานอนอยู่ข้างประตูเล็กด้านหลังหอซิงเยว่ได้อย่างไร?”สวีเม่ยเห็นท่าทีเงอะงะของนางก็รีบโบกมือ
“เ้ารีบไปเก็บขนมใส่กล่องแล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ข้าเตรียมไว้มาเถอะ”
“คุณหนูจะไปเยี่ยมเสี่ยวหลงอีกแล้วหรือ?”
“อย่าถามมากอยู่เลยดีที่คุณชายหู่กลับไปเร็ว ไม่งั้นข้าก็คงออกไปมิได้”
สองนายบ่าวเตรียมของแล้วก็รีบรุดออกทางประตูเล็กเดินลัดเลาะตรอกด้านหลังแล้วเรียกรถม้ารับจ้างคันที่ใช้ประจำออกไปนอกเมือง หู่ซิ่นสือที่ซุ่มรออยู่ด้านนอกเห็นดังนั้นก็รีบตามไปรถม้าคันเล็กออกจากประตูเมืองไปทางทิศตะวันออกด้วยความที่กลัวว่าพวกนางจะสังเกตเห็นตน องครักษ์หู่จึงตามอยู่ห่างๆออกจากกำแพงเมืองไปไม่ไกลนัก ปรากฏกลุ่มชายฉกรรจ์อาวุธครบมือพุ่งมาขวางรถม้าเอาไว้
“คนในรถออกมาเดี๋ยวนี้หากยอมไปกับพวกเราแต่โดยดีจะไว้ชีวิตทั้งหมด”
สวีเม่ยตั้งสติอย่างรวดเร็วนางร้องถามออกไป “พวกเ้าจะมาปล้นทรัพย์เช่นนั้นหรือ?พวกเขามิได้มีเงินมากนักหรอกแต่หากพวกเ้า้าก็ให้ไปได้อย่าคิดทำร้ายพวกเราเลย”
“พวกข้า้าตัวเ้าแม่นางสวี หากยอมไปกับพวกข้าแต่โดยดีก็จะไว้ชีวิตสาวใช้กับคนขับรถม้านี่”
สวีเม่ยกับฟั่นชุนหลันหันไปสบตากัน“พวกเขาหวังจะทำร้ายข้านี่เอง”
นางคณิกาคนงามจึงแหวกผ้าบังด้านหน้ารถม้าออกมา“ที่แท้พวกเ้าถูกนางปีศาจนั่นส่งมาเพื่อกำจัดข้า นี่คงดักรอข้านานแล้วกระมัง?”
ชายร่างใหญ่ถือดาบใบหน้าถมึงทึงด้านหน้าะโออกมา“เ้าก็รู้ตัวดีอยู่แล้วอาจหาญยุ่งเกี่ยวกับผู้มีอำนาจวาสนามากกว่าก็ย่อมได้รับความเดือดร้อน”
“หึ! เ้ามันพวกโจรไร้คุณธรรมจะขอร้องไปก็คงมิได้รับความเห็นใจ เสียดายใต้เท้าเซี่ยไม่อยู่หาไม่แล้วชีวิตของพวกเ้าคงจะมิได้เห็นตะวันพรุ่ง”สวีเม่ยหันไปพยักหน้าให้กับฟั่นชุนหลัน สาวใช้คนสนิทจึงยื่นกระบี่ให้นาง“วันนี้อย่างมากก็สู้ตายกับพวกเ้า”
“สตรีอ่อนแอเช่นเ้าอย่าคิดสู้กับพวกเราให้เหนื่อยแรง”
“อย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลยแน่จริงก็เข้ามา” สวีเม่ยกระโจนออกไปยืนขวางอยู่หน้ารถม้าด้วยท่าทีองอาจหู่ซิ่นสือที่แอบดูอยู่รู้สึกแปลกใจที่นางกล้าต่อกรกับบุรุษที่มารุมล้อมทั้งห้านางถอดฝักกระบี่ออกแล้วกวัดแกว่งด้วยความคล่องแคล่ว
‘ที่แท้นางก็เป็วรยุทธ์แต่ยามอยู่ในหอซิงเยว่แสร้งทำตนเป็สตรีอ่อนแอ’
หู่ซิ่นสือพอจะดูออกว่านางไม่ถึงกับฝีมือสูงส่งแต่ก็พอจะต่อสู้กับชายทั้งห้าได้ไม่ลำบากนับว่าพอใช้ได้เขาลอบสังเกตอยู่นาน ร่ำๆจะออกไปช่วยนางหลายครั้งแต่เมื่อเห็นว่านางสามารถเอาชนะไปได้แล้วสามคนเขาก็พ่นลมหายใจยาวออกมาไม่นานนักคนทั้งห้าก็แตกตื่นเตลิดหนีไปชายวัยกลางคนที่รับจ้างขับรถม้ายืนปรบมือชื่นชม
“แม่นางสวียังเก่งกาจเช่นเดิมเรารีบไปกันเถอะก่อนพวกมันจะไปพาพวกกลับมา”
“จริงด้วยคุณหนู”
รถม้าคันเล็กรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วหู่ซิ่นสือเองก็รีบควบม้าตามมิให้คลาดสายตาเขาอยากรู้ว่านางยังมีความลับใดซ่อนไว้อีกรถม้าคันนั้นขับวกวนไปจนถึงหมู่บ้านเห็นหนึ่ง แต่ก็วิ่งอ้อมไปยังท้ายหมู่บ้านจนถึงบ้านเล็กที่ซ่อนอยู่หลังกอไม้ใหญ่รถม้าคันนั้นถูกนำไปจอดซ่อนไว้ด้านหลังเรือนหู่ซิ่นสือผูกม้าไว้ไกลพอที่พวกนางจะไม่เห็นแล้วย่องเข้าไปด้านหลังสตรีงดงามผู้หนึ่งจูงเด็กผู้ชายออกมาต้อนรับ
“พี่สะใภ้ไม่ต้องมารับพวกข้าดอก เข้าไปข้างในก่อนเถิด” สวีเม่ยรีบร้องสั่งสองแม่ลูกจึงพากันเข้าไปข้างใน
“ผู้ใดตามเ้ามางั้นหรือ?จะเป็ใครไปได้อีกเล่า? คงเป็คนของคุณหนูใหญ่น่ะสินางคิดแค้นข้านักถึงขั้นอยากจะเอาชีวิต”
“เดือดร้อนเ้าจนได้แล้วนี่เมื่อใดเ้าจะออกจากหอซิงเยว่?”
“ข้าต้องรอให้พี่อวี่ซีจัดการเื่ในจวนของเขาเรียบร้อยเสียก่อน”
ฟั่นชุนหลันเปิดเอาขนมในกล่องออกมาจัดใส่จานแล้วเลื่อนไปตรงหน้าสองแม่ลูกชุนเหรินหยิบขนมบิครึ่งก่อนป้อนลูกชายที่นั่งอ้าปากรอ “ค่อยเคี้ยวนะเสี่ยวหลง”นางหันมามองสวีเม่ย “ข้าเป็ห่วงพวกเ้าสองพี่น้องเหลือเกิน หากเื่ทุจริตของเ้าเมืองหยางถูกเปิดเผยเสียก่อนท่านพี่จะหนีไปกับพวกเราทันหรือ?”
“เตรียมตัวมาขนาดนี้พวกเราต้องหนีทันแน่ ขาดหลักฐานอีกไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเงินทองที่ข้ากับพี่อวี่ซีเก็บสะสมมาก็มิใช่น้อยขอเพียงเ้าเมืองหยางถูกทางการจับได้พวกเราก็สิ้นกังวลในการหนีไปจากที่นี้แล้ว”
“่นี้พี่อวี่ซีไม่อยู่คนของคุณหนูใหญ่ก็ติดตามข้าตลอดเห็นทีท่านกับเสี่ยวหลงอาจจะต้องย้ายไปอยู่กับท่านพ่อท่านแม่จะปลอดภัยกว่า”
ชุนเหรินพยักหน้า“ข้าเชื่อเ้า พรุ่งนี้จะรีบพาเสี่ยวหลงเดินทาง ว่าแต่พวกเ้าเถิดเพิ่งเจอเหตุร้ายคืนนี้พวกเ้าก็พักที่นี่ดีกว่า หากเดินทางกลับทันทีเกรงว่าพวกเขาจะดักทาง”
สวีเม่ยเห็นด้วยนางจึงให้ฟั่นชุนหลันไปเตรียมห้องพักให้คนขับรถม้า พร้อมเพิ่มค่าจ้างให้อยู่รอรับพวกนางกลับเพิ่มขึ้น
“พวกเ้าอย่าได้เกรงใจข้าไม่เอาข้าจ้างเพิ่มดอกเห็นแม่นางสวีมาตั้งหลายปีนางมีน้ำใจช่วยเหลือข้าและครอบครัวมาตลอดรอเพียงคืนเดียวไม่นับเป็อันใด”
เมื่อคนทั้งสามคิดจะพักค้างแรมหู่ซิ่นสือจึงจำต้องเฝ้าอยู่ด้วยความเป็ห่วง หากคนร้ายเป็คนของคุณหนูใหญ่แห่งจวนเ้าเมืองหยางจริงเมื่อตามมาถึงที่นี่เห็นทีคงจะฆ่าชุนเหรินกับเสี่ยวหลงเป็แน่หู่ซิ่นสือลอบยิ้มเมื่อได้รู้ความจริงว่าที่แท้ใต้เท้าเซี่ยนั้นเป็พี่ชายของสวีเม่ยมิใช่สามีที่เลี้ยงนางเอาไว้ลับๆ
หู่ซิ่นสือจึงกลับออกไปขี่ม้าที่ซ่อนไว้แล้วควบมาที่หน้าบ้านของชุนเหรินคนทั้งหมดที่อยู่ในบ้านสังเกตเห็นชายหนุ่มควบม้าตัวใหญ่ก็ใ
“นั้นคือผู้ใด?”ชุนเหรินเพิ่งได้ยินเื่มีคนตามฆ่าน้องสามีก็ยังหวาดหวั่น
“เอ๊ะ!คุณชายหู่นี่” สวีเม่ยร้องออกมาด้วยความแปลกใจ นางเดินไปหน้ารั้วบ้าน “คุณชายหู่ท่านตามข้ามาหรือ?”
หู่ซิ่นสือยิ้มกว้าง“ใช่! ข้าสอบถามคนที่เห็นรถม้ามาตลอดทาง ขี่ม้าตามหาเ้าวนไปมาตั้งหลายรอบ”
******************