ในที่สุดข้าก็พบเ้า (1)
และแล้วเหตุการณ์ก็เป็ไปอย่างคาดเอาไว้เพราะในวันรุ่งขึ้นปาล์มก็ถูกเพื่อนของเอกสองคนที่มีมาอายุมากกว่าเขาสองปีลากตัวมาที่ห้องของชมรมคาราเต้ซึ่งเอกเป็ประธานชมรมในตอนแรกปาล์มพยายามจะขัดขืนแต่คิดไปคิดว่าก็เห็นว่าเปล่าประโยชน์เพราะยังไงก็สู้พวกเขาไม่ได้อยู่ดีเขาถูกหิ้วมาอย่างหน้าตาไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ขณะที่นักเรียนหลายคนต่างยืนมองอย่างใและไม่มีใครกล้าที่จะยื่นมือเข้ามายุ่ง
แหงล่ะ ขืนทะเล่อทะล่าเข้ามามีหวังได้เจ็บตัวฟรีๆแน่นอน คงไม่มีใครอยากจะหาเื่ใส่ตัวหรอก
มีเพียง มิว ที่เห็นเหตุการณ์ตลอดและพยายามที่จะเข้ามาห้ามแต่เธอก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้
เฮ้อ...อย่างน้อยก็ยังมีมิวที่เป็ห่วงเขาอยู่บ้างแม้ว่าจะช่วยอะไรไม่ได้ก็ตามเขาคิดพลางถอนหายใจทำหน้าเจื่อนๆ
“ไม่เห็นจะต้องจับกันแรงขนาดนี้ก็ได้นี่นา” ปาล์มทำเสียงแข็งขณะที่ถูกมือหนาๆกำแน่นบริเวณต้นแขนขวา
“รู้สึกกลัวขึ้นมารึไงน้องชาย”อีกฝั่งทำเสียงหยันแสดงอาการเยอะเย้ยคล้ายพวกจิ๊กโก๋หน้าปากซอย
ใช่ ....ปาล์มยอมรับว่าเขากำลังกลัว แต่เื่แบบนี้เขาเจอจนชินจนไม่รู้จะโวยวายไปทำไมเขาสามารถคาดเดาเื่ราวทั้งหมดนี้ได้รวมทั้งจุดสิ้นสุดของมันพล็อตเื่ก็คล้ายๆเดิมๆ พวกมันก็คงจะพาเขาไปพบหัวหน้าใหญ่ของพวกมันก็คือพี่เอกนักเรียนผู้เก่งกาจอันดับหนึ่งของโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ สาเหตุมาจากที่เขาดันทำพลาดไปทำให้พี่เอกเสียหน้าเข้าเมื่อวานเลยต้องยอมรับผลกรรมนั้นสุดท้ายก็คงจะไม่แคล้วโดนต่อยจนร่วงลงไปนอนกองกับพื้น
ใช้เวลาราวสิบนาทีพวกเขาก็มาถึงยังห้องของชมรมปาล์มแหงนมองไปรอบๆก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศของความตึงเครียดและจริงจัง ฝาผนังถูกทาด้วยสีเข้มช่าเหมาะกับจิตใจที่แข็งแกร่งของนักสู้ไม้บางแผ่นมีร่องรอยของการหักกร่อนมองดดูแล้วน่าจะมาจากการถูกกระแทกและเหมือนว่าห้องนี้จะถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยสำหรับปาล์มโดยเฉพาะสังเกตจากการที่ไม่มีสามาชิกชมรมมาฝึกซ้อมกันเลยแม้แต่คนเดียวอีกทั้งข้าวของยังถูกจัดเก็บเข้าที่อย่างเป็ระเบียบและบอสใหญ่เอกที่ยืนตระหง่านกอดอกในชุดซ้อมสีขาวอยู่ด้วยใบหน้าอันเคร่งขรึมเบื้องหน้าเขา โดยด้านหลังของเขาก็มีคนยืนเป็ฉากหลังอีกสองคนแต่ละคนมีขนาดตัวใหญ่ล่ำไม่แพ้กัน
ปาล์มถูกเหวี่ยงตัวล้มลงกับพื้นอย่างแรงโดยที่เขายังไม่ทันไม่ทันตั้งตัวจึงรู้สึกเจ็บบริเวณข้อศอก
“โอ้ย เจ็บนะเฟ้ย” เขาเผลอหลุดปากร้องเสียงดังหันมาขณะจ้องตัวคนเหวี่ยงตาเขียว แต่อีกฝั่งคล้ายไม่สนใจยังคงยืนแสยะยิ้มอยู่ราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังมองลูกแกะน้อยเชื่องๆตัวหนึ่ง
“ไง เจอกันจนได้นะ หวังว่าแกคงไม่ลืมว่าเมื่อวานทำอะไรเอาไว้”เอกพูดเสียงแข็ง พลางก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆ
“ช่วยแสดงความเป็พระเอกให้รุ่นที่เห็นอีกทีสิ”
ปาล์มค่อยพยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างเร็ว เขายืนนิ่งห่างจากเอกไม่กี่ก้าวขณะที่เอกเดินเข้ามาใกล้ทุกขณะ
“แล้วจะเอายังไง” ปาล์มกัดฟันพูดออกไป
“แกยังกล้าต่อรองเหรอ ความจริงคนอย่างแกไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้ด้วยซ้ำ พวกเราก็แค่อย่างจะสั่งสอนให้สำนึกว่าคนที่รอวดเก่งกับพวกเรามันควรจะได้รับจุดจบแบบไหน”
พูดจบเอกก็ง้างหมัดแล้วยกเข้าที่หน้าท้องของปาล์มอย่างเต็มแรงทำเอาผู้ที่ถูกต่อยถึงกับทรุดนั่งลง
“โอ้ย” ปาล์มกัดฟันมือกุมท้อง
เอกใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากของตัวเอง “จุ๊ จุ๊ จุ๊ อย่าร้องเสียงดังไปสินี่แค่เพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ เรามาดูกันว่าข้าจะทำให้แกทรมาณได้มากแค่ใหนกับความอวดดีโง่ๆของแก”
พอเอกพูดจบพวกของมันก็หัวเราะชอบใจกันใหญ่
ความสิ้นหวังเริ่มค่อยๆแผ่ซ่านเข้ามาในหัวของปาล์มทีละน้อยเขารู้ดีว่าเป็ไปได้เลยที่เขาจะใช้กำลังเอาชนะคนพวกนี้อีกทั้งตอนนี้เขามีคู่ต่อสู้ที่ยืนอย่ตรงหน้าถึงห้าคนด้วยกัน
ปาล์มถูกเพื่อนของจับให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ผั๊วะ !
เขารู้สึกว่าถูกบางอย่างกระแทกเข้าใบหน้าจนเกิดอาการชาเขาถูกต่อยอีกหมัด
ปาล์มดิ้นขัดขืนอย่างสุดกำกลังทว่าเขาก็ถูกล็อคแขนเอาไว้อยู่แบบนั้นเขาพยายามจะสะบัดให้หลุดอีกครั้งแต่ก็ไร้ผล
พลัง พลัง พลัง
ปาล์มพยายามที่จะรวบรวมทุกอย่างที่เขามีอยู่ข้างใน
ทนไม่ไหวแล้ว !เขาะโออกมาสุดเสียงสร้างความตะลึงให้กับคู่ต่อสู้
“อะ อะไรกันนี่” เอกทำหน้าใ เมื่อเห็นปาล์มสะบัดตัวหลุดออกจากการควบคุมได้ “นะ นี่แกบ้าไปแล้ว”เขาเผลออุทานออกมา
ย้าก ! ไม่สนแล้วเฟ้ย
ด้วยความเ็ปและความโมโห ทำให้ปาล์มพุ่งเข้าไปหาเอกที่ยืนขวางหน้าอยู่เขาสาวหมัดชุดใหญ่เข้ากระแทกหน้าท้องของเอกอย่างรวดเร็ว ทำให้เอกที่ไม่ทันได้ตั้งตัวกระเด็นกลิ้งไปใกล
“เกิดอะไรขึ้นไอ้ลูกหมาอย่างแกทำไมถึงได้มีพลังขนาดนี้”
“โอวสุดยอด นี่คือพลังของของเราอย่างนั้นรึ” แม้แต่ปาล์มก็เริ่มตะลึงในความสามารถของตัวเองเขาไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะมีพลังแฝงถึงเพียงนี้
“เป็แบบนี้ได้ไงเนี่ยเจ๋งชะมัดแฮะ“ เขาอุทานอย่างตื่นเต้น ทั้งๆที่เขาก็ไม่เคยออกกำลังกายเลยนี่นา
คนที่เหลืออีกสี่คนที่ยืนรายล้อมปาล์มอยู่ต่างกรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“แบบนี้พวกเราต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกซะหน่อยแล้ว” พวกมันทำเสียงคำรามพยายามข่มขวัญปาล์ม
ชั่วเสี้ยววินาที ขณะที่พวกมันกำลังลงมือ ปาล์มก็เอียงตัวหลบหลีกทั้งลูกเตะและหมัดของคู่ต่อสู้ได้อย่างคล่องแคล่วคล้ายกับเขาอ่านทิศทางการต่อสู้ของคู่ต่อสู้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
เฮ้ย ช้าเกินไปแล้ว พวกแก ....
ปาล์มตอบโต้โดยการะโเตะรุ่นพี่สองคนกระเด็นกลิ้งลงกับพื้นพลางเหวี่ยงตัวหลบเข้าประชิดตัวอีกคนด้วยความรวดเร็วแล้วกระแทกหมัดตรงเข้าบริเวณปลายคางอย่างจังจนฝ่ายตรงข้ามล้มตัวสลบลงคาที่
ปาล์มรู้สึกว่าเืภายในตัวของเขากำลังสูบฉีด เกิดเป็ความเร่าร้อนที่พุ่งพล่านประทุอยู่ข้างในร่างกายเขารู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก โอว ....รสชาติของการต่อสู้เป็เช่นนี้เองเขาเคยดูหนังและเล่นเกมส์มามากมาย แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ตรงเช่นนี้มาก่อน
“หึหึ หึ เหลืออีกสองคนแล้วสินะ” ปาล์มพยายามเก็กหน้าหล่อทำเสียงเนิบชี้มือตรงไปยังคนที่เหลืออีกสองคนแล้วกระดิกนิ้วชี้เล็กน้อยเป็เชิงท้าท้าย
อาการของเขายิ่งทำให้คู่ต่อสู้โกรธจนหน้าแดงเป็พริกถึงกับควันออกหูพวกเขาปรี่เข้ามาหาอย่างรวดเร็ว อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะเข้าถึงตัวของปาล์มอยู่แล้ว ปาล์มอาศัยช่องว่างจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีย่อตัวก้มลงแล้วแตะกวาดขาของคนทั้งคู่จนหงายหลังก้นคะมำกระแทกพื้นแล้วพุ่งเข้าไปรัวมัดชุดใส่อย่างไม่ยั้ง เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้หมดหนทางตอบโต้แล้วเขาก็ยืนขึ้นกอดอกก่อนที่จะหัวเราะร่าเสียงดังออกมา
“ฮ่าฮ่า ฮ่า นี่สินะความรู้สึกของผู้ชนะรสชติมันเป็อย่างนี้นี่เอง” เขายังคงยืนหัวเราะอยู่อย่างนั้น
“ฮ่าฮ่า ฮ่า “
“ฮ่าฮ่า”
“ฮ่า”
เอ๋ ?????
ปาล์มเริ่มมีอาการมึนงง ตาของเขาเบิกกว้าง
ภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือเอกและบรรดาลูกสมุนทั้งสี่คนยังคงยืนรายล้อมเขาดังเช่นปกติ และดูเหมือนเขายังคงอ้าปากหัวเราะค้างอยู่ ซึ่งทำให้ทุกคนมีสีหน้างงเล็กน้อยกับอาการผิดปกติขิองเขา
นี่เราคิดไปเองเหรอเนี่ย ......โธ่ .....เวรกรรมแท้ๆ
ปาล์มรู้สึกเวนาและสมเพชในความเพ้อเจ้อและฟุ่งซ่านของตัวเอง พระเ้าช่วยสมองของเขาคงจะผิดปกติไปแล้วแน่ๆ ถึงได้มโนไปได้ใกลขนาดนี้
“นี่แกยังปกติดีอยู่รึเปล่าเนี่ย”เอกเอียงคอถามอย่างสงสัย
ปาล์มรีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็วพลางจ้องมองเอกเขม็ง เห็นทีว่าเขาจะต้องสู้ตายซะแล้ว
“เอาเว้ย” เขาสาวมัดไปยังใบหน้าของเอกทันที ใส่ก่อนย่อมได้เปรียบเห็นๆ แต่เอกก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดายแล้วะโเตะเข้าที่ชายโคลงของปาล์มอย่างจังความเ็ปแผ่ซ่านจนเขาร้องลั่น
“เฮ้อ กระจอกชะมัดเลยนะแก ที่จริงข้าไม่อยากจะรังแกมดปลวกอย่างแกหรอกนะแต่ใครใช้ให้แกดันทำแสบเองนี่นา ถ้าไม่ปรามกันซะบ้าง แกก็คงไม่รู้ถึงความน่ากลัวของรุ่นพี่หรอก” เอกเดินมาหยุดตรงด้านหน้าของปาล์มที่กำลังนอนขดตัวไปมาแล้วใช้ฝ่าเท้าเหยียบลงบนใบหน้าของเขากดลงกับพื้นท่ามกลางการหัวเราะชอบใจของพวกลิ่วล้อ
“คนอย่างแกก็เป็ได้แค่พวกหนอนกิ้งกือเท่านั้นเองอย่าสะเออะมาเทียบชั้นคนอย่างข้า ไอ้หนอนหนังสือเอ้ย กลับลงดินของแกไปซะ”เขาพูดพลางขยี้เท้าไปมา
ปาล์มกำหมัดแน่น พยายามรวบรวมกำลังที่เหลือทั้งหมดฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งเขารู้ดีว่าฝีมือของเราและเอกต่างกันราวฟ้ากับก้นเหว แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจเื่นั้นแล้วแค่ได้ชกหน้าคืนสักหมัดก็นับว่าคุ้มค่า
เขาดันตัวขึ้นมาสุดแรงจนหลุดจากการเหยียบหน้าของเอกแล้วหมัดขวาของเขาก็ซัดเข้าไปยังบริเวณโหนกแก้มของเองอย่างจัง
ปัก !!
เสียงของหมัดกระแทกใบหน้า ทั้งห้องเงียบกริบ แม้แต่เอกยังตะลึง
แรงหมัดอันน้อยนิดแทบไม่ระคายผิวของเอกแต่สิ่งที่เขาใก็คือการฮึดสู้ของปาล์มซึ่งในตอนแรกเขาคิดว่าปาล์มน่าจะเหมือนกับกับพวกอ่อนแอทั่วๆไปที่ขี้กลัวจนขึ้นสมองเมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้แต่สิ่งที่เขาเจอกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เขาเปลี่ยนใจอย่างกระทันหันซึ่งในตอนแรกเขาคิดเพียงว่าแค่จะสั่งสอนให้รู้สำนึกธรรมดาแต่เมื่อปาล์มกล้าที่จะท้าทายเขาขนาดนี้ก็จงพร้อมเตรียมรับความเกรี้ยวกราดอย่างไร้ความปราณีของเขาได้เลย
“ไอ้ขยะเอ้ย นี่แกกล้าต่อยหน้าข้าเลยรึ” เอกทำเสียงแข็งถลึงตาใส่ท่าทางของเขาทำเอาพวกที่ยืนอยู่ถึงกับตัวสั่น
“แหะ แหะ ถึงหมัดจะไม่แรงแต่ก็โดนเป้าสินะ” ปาล์มทำเสียงอ่อยเพราะเขาเริ่มรู้สึกหมดแรง และกำลังเตรียมใจยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะมาเยือน เห็นทีวันนี้น่าจะโดนหนักแน่นอนบางทีอาจจะต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวัน
“ซวยชะมัดเลยเรา”
“กระทืบมันเลย” เอกออกคำสั่งชัดเจน เสียงของเขาดูน่ากลัวขึ้นอีก
ตุบตับ ตุบตับ
สิ้นคำสั่ง พวกที่ยืนอยู่ก็กรูกันเข้ามารุมยำปาล์มทันที ฝ่าเท้าลอยมาจากทั่วทิศทาง นับเป็ประสบการณ์ใหม่โดยแท้ปาล์มพยายามที่ปัดป้องและปิดจุดที่สำคัญอย่างพัลวัล แต่ก็โดนเข้าจังๆหลายทีเขาเริ่มรู้สึกชาตามร่างกาย ตอนนี้เขาลืมความกลัวไปเสียสนิทประสาทสั่งการของเขามีเพียงปกป้องตัวเองจากตรงนี้ให้มากที่สุดเขาเริ่มรู้สึกเจ็บบริเวณลำตัว แผ่นหลัง หน้าท้อง และหน้าอก เขาอาจจะช้ำในในบางจุดเขากัดฟันแน่นอย่างอดทน แต่พวกนั้นก็ยังไม่ยอมหยุดเสียที และคล้ายสติของเขากำลังเลือนลางลงไปทุกขณะ
พลัง พลัง เขา้าพลัง
และในตอนนั้นเองขณะที่จิตของเขากำลังดำดิ่งลงไป อยู่กึ่งกลางของการสิ้นสติเขาก็รับรู้ได้ถึงจุดของความร้อนเล็กๆที่เกิดขึ้นตรงกลางบริเวณหน้าอกจากจุดกำเนิดค่อยๆแผ่เป็เส้นสายกระจายไปทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็วปาล์มเริ่มมีอาการเกร็งและตัวชา ความร้อนค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็ทวีอย่างหาสาเหตุไม่ได้คล้ายกับมีคนสุมกองไฟขนาดใหญ่อยู่ในตัวของเขา จนเขารู้สึกว่ามันกำลังจะเผาผลาญร่างของเขาและพร้อมจะพวยพุ่งออกมาประดุจทำนบเขื่อนที่กำลังจะพังทลาย
“อ๊ากกกกกก”
ปาล์มะโออกมาสุดเสียง ทำเอาอีกฝั่งชะงัก
“เฮ้ย อะไรกันเนี่ย”
ภาพที่เห็นต่อหน้าทุกคนก็คือร่างกายของปาล์มมีออร่าจางๆห่อหุ้มเอาไว้ขณะที่เ้าตัวกำลังหมดสติอยู่ แสงนั้นปรากฏอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก็ค่อยๆจางหายไป