ณ บ้านอินทร
ผมเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ เผลอหันไปมองที่เตียงซึ่งมีอินทรกำลังนั่งชันตัวอยู่ และกำลังมองมาที่ผมเช่นกัน ผมรีบหลบสายตาคู่นั้น แล้วเดินไปหยิบฟูกที่มุมห้องมาปู
“มานอนที่เตียงด้วยกันเถอะ” ไม่ใช่การสั่งแต่คล้อยกับน้ำเสียงกำลังอ้อนอยู่
ผมหันไปมองอินทรที่กำลังขยับตัวไปอีกฝั่งของเตียง เพื่อให้มีพื้นที่ว่าง แล้วเขาก็ล้มตัวนอนตะแคงหันหน้ามาทางผม
ตึก ตัก ตึก ตัก
ผมไม่ค่อยไว้ใจตัวเองสักเท่าไหร่ถ้าผมขึ้นไปนอนที่เตียงกับเขา ความรู้สึกวันนั้นที่เขาเ็าใส่ผมหลังจากที่เราเสร็จเื่บนเตียงมันยังตราตรึงอยู่ในใจ วันนั้นมันจุกอกจนพูดไม่ออก แต่สุดท้ายตอนนี้ผมก็ย้ายมานอนบนเตียงกับเขาเป็ที่เรียบร้อย
บ้าเอ๊ย!! ทำไมร่างกายมันตอบสนองไวก็เสียงในหัวก็ไม่รู้ แล้วดูสายตาที่อินทรจ้องผมดิ ตาย ๆ อย่าทำแบบนี้ได้ไหม ผมกำลังจะตัดใจได้อยู่แล้วเชียว
ผมรีบพลิกตัวตะแคงหันหน้าไปอีกฝั่ง สู้สายตานั้นไม่ไหวหรอก แค่นี้ก็ไม่รู้จะหักห้ามใจยังไงแล้ว
มันไม่ได้รู้สึกอึดอัดนะ แต่ก็ไม่สบายใจเสียทีเดียว เพราะเสียงลมหายใจของเขามันดังอยู่ไม่ไกลจากผมสักเท่าไหร่
เอะ! ทำไมถึงรู้สึกว่ามีการขยับที่เข้ามาใกล้ที่ด้านหลังมากกว่าเดิมล่ะ ผมไม่กล้ากระดิกตัวแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้เริ่มรู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที
“ขอนอนกอดได้ไหม?” เสียงอินทรดังขึ้นเบา ๆ
“...” เอิ่ม....
“ได้ไหมครับ...นที”
ตึก ตัก ตึก ตัก
ผมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ เอาไงดีวะ ทำไมต้องทำเสียงอ้อนขนาดนี้ด้วย ใครมันจะปฏิเสธได้
ผมพยักหน้าหนึ่งที
เพียงแค่นั้นด้านหลังของผมก็ไม่มีช่องว่างอีกเลย อินทรสอดแขนข้างขวามาที่ใต้คอของผม ส่วนข้างซ้ายพาดมาที่เอวแล้วกระชับกอด
ผมไม่กล้าขยับ รู้แค่ว่าทั้งร่างมันเกร็งไปหมด หัวใจยังเต้นแรงจนกลัวว่าอีกคนจะได้ยิน
“ฝันดีครับ” เสียงกระซิบดังใกล้ ๆ หูผม จนขนลุกซู่ไปหมด
“ฝ..ฝันดีครับ” ผมรีบหลับทันที และรับรู้ถึงการกระกอดที่แน่นขึ้นจากอินทร
ไม่คิด ไม่ฝัน ว่ามันจะมีวันนี้ วันที่คนที่ผมแอบชอบจะมานอนกอดผมแบบนี้
วันต่อมา
เวลา 05:45 น.
(วันที่ 14 สิงหาคม 2568)
ผมลืมตาขึ้นมาในอ้อมกอดของอินทร ใบหน้าของผมกำลังซบอยู่ที่แผงอกแกร่งของเขา เดี๋ยวนะ? เมื่อคืนผมจำได้แม่นว่าผมนอนหันหลังและเขาก็กอดผมจากด้านหลัง แต่ตอนนี้เราทั้งคู่กำลังนอนหันหน้าเข้าหากัน ลมหายใจของเขาแ่เบาอยู่เหนือหน้าผากของผม
ผมเงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองใบหน้าของเขาที่ยังหลับสนิท เขาดูอ่อนโยน ไม่มีร่องรอยของความดุดัน ไม่มีหน้ากากของตำรวจ
แต่แล้วภาพคืนนั้นก็ย้อนกลับมา เราทั้งคู่ร่วมเตียงกัน แต่พออินทรตื่นขึ้นมากลับดูเ็าต่อผม ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีความหมาย
ผมจำได้แม่น น้ำเสียงที่ห่างเหิน สายตาที่ไม่กล้าสบ มันเจ็บจนเหมือนมีบางอย่างบีบรัดอยู่กลางอก ผมกลัว...กลัวว่าวันนี้จะซ้ำรอยเดิม
ผมพยายามยกแขนของเขาออกจากตัวของผมอย่างเบามือที่สุด แต่...
ผึ่บ!
เขากลับกระชับกอดผมแน่นกว่าเดิม
“…”
อินทรค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เราทั้งคู่สบตากัน แววตาของเขาเหมือนกำลังสื่อความหมายบางอย่างที่ผมไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด
"อึดอัดไหมที่ฉันอยู่ใกล้แบบนี้" น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความกลัวว่าผมจะรู้สึกไม่สบายใจ
“...” ไม่รู้จะตอบยังไงดี ความรู้สึกหลากหลายตีรวนอยู่ในอก แต่สุดท้ายผมก็ส่ายหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ
อินทรคลี่ยิ้มออกมา แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ สายตายังไม่ละจากผมแม้แต่วินาทีเดียว
จนริมฝีปากของเราัักัน ผมหลับตาพริ้ม ยอมให้เขาทำตามใจตัวเอง
อินทรขยับปากช้า ๆ แต่มั่นคง มือของเขายกขึ้นมาประคองแก้มผมไว้ นิ้วโป้งลูบเบา ๆ
อินทรค่อย ๆ ถอนจูบออก สบตากับผมอีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจผมสั่นไหว
“ขอทำแบบคืนนั้นได้ไหม”
กึก! ความเ็ปที่เคยฝังลึก อยู่ ๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง
“แต่ผู้หมวดไม่ได้ชอบผู้ชายหนิครับ”
อินทรจูบผมอีกครั้งอย่างแ่เบา เพื่อหยุดคำพูดนั้น แล้วเอ่ยตอบ
“นายคือข้อยกเว้น”
“...” คำพูดที่ออกจากปากอินทรเหมือนน้ำที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งผากของผม
เขาประทับจูบลงมาอีกครั้ง หนักแน่นเหมือนจะกลืนทุกคำถามของผมไปกับริมฝีปากนั้น ผมตอบรับอย่างเต็มใจ
เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างผม ผ้าห่มร่วงลงไปกองที่ข้างเตียง ริมฝีปากของเรายังคงเชื่อมกัน อินทรสอดมือเข้าไปใต้เสื้อด้านหลังของผม แล้วดึงตัวผมให้แนบชิดกับเขามากขึ้น ความปรารถนาของเขาแผ่ซ่านมายังผมอย่างไม่รู้จบ
อินทรถอดเสื้อของตัวเองออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ แล้วไม่ลืมที่จะถอดให้ผมด้วย
อินทรเปลี่ยนท่ากลับมาเป็นั่ง แล้วจับผมให้ขึ้นมานั่งบนตักของเขา ผมทำตามอย่างว่าง่าย อินทรยิ้มอย่างพอใจ แล้วจูบต่อทันที มันไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเดิม เพราะเริ่มมีการสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวตวัดหยอกล้ออยู่ด้านในโพรงปาก ผมสอดมือเข้าไปในเรือนผมของเขา ขยำเบา ๆ ตามจังหวะอารมณ์
“อื้อ!”
อินทรเลื่อนใบหน้าซุกไซ้ไปที่ซอกคอของผม ผมเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้เขาสำรวจซอกคอของผมได้ถนัด ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาสร้างความวาบหวามไปทั่วร่างกาย อินทรขบเม้มเบาๆ ทิ้งร่องรอยในการจับจองเป็เ้าของ
“อื้อ!” ผมเผลอหลุดคางออกมาอย่างห้ามไม่ได้
มือของอินทรค่อยๆ เลื่อนลงต่ำจากแผ่นหลังมาที่บั้นท้ายของผม บีบเคล้นเป็จังหวะ พร้อมกับบางอย่างที่กำลังแข็งตัวดันอยู่ด้านล่างก้นของผม เป็เครื่องยืนยันว่าความ้าของเขากำลังจะประทุออกมา
อินทรพลิกตัวผมให้ลงไปนอนราบกับเตียง พร้อมกับถอดกางเกงขาสั้นของผม ผมยกสะโพกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เขาถอดได้อย่างง่ายดาย แล้วเขาก็ถอดของตัวเองออกเช่นกัน
อินทรกดจูบมาที่ริมฝีปากอีกครั้ง มือเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างกายของผม เลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนัักับส่วนด้านล่างของผมที่กำลังแข็งตัว เขากุมมันไว้แน่น
“อ๊ะ!” ผมสะดุ้ง
เขาใช้ปลายนิ้วโป้งวนเป็วงกลมที่ส่วนหัวตรงนั้นของผมช้า ๆ
“อ้า!” เสียวชะมัด เอวผมลอยขึ้นโดยอัตโนมัติ ผมจิกเล็บเข้าที่ไหล่ของอินทรแน่น
“โอ๊ย!”เขาร้องออกมา
“ขอโทษครับ” ผมรีบผละมือออกจากไหล่อินทร เพราะเผลอเอาเล็บไปจิก
เขาจับมือผมไปว่างที่ไหล่เหมือนเดิม “ไม่เป็ไร ทำต่อเถอะ”
“...”
แล้วเขาก็จูบผมต่อ พร้อมกับมือที่ยังวนอยู่ส่วนหัวตรงนั้นของผม อ้า...เสียวชะมัด
เขาละจากจูบ เลือนลงมาที่หน้าอก กดจูบที่เม็ดแดงเล็ก ๆ ของผม แล้วลากปลายเรียวลิ้นวนรอบ ๆ สลับกับขมเม้มเบา ๆ
อินทรเอียงตัวไปหยิบบางอย่างที่หัวเตียง เขายกกล่องทิชชู่ออก แล้วหยิบถุงยาง เดี๋ยวนะ! เขาเตรียมไว้อยู่แล้วเหรอ
“...”
อินทรแกะซองออกออกด้วยปาก แล้วทำการสวมมันเข้ากับส่วนนั้นทันที
“...” ผมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
อินทรจับส่วนนั้นมาจ่อที่ปากทางเข้าของผม เขาเงยหน้ามาสบตากับผม แววตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา เขาจับมันวนไปมารอบ ๆ ปากทางเข้า
“อ๊า...” เสียว
“ขอเข้าไปนะครับ” ดูทำหน้าเข้าสิ ใครมันจะกล้าปฏิเสธได้ลงคอ
“ครับ”
อินทรยิ้มหวานให้ผม โอ๊ยยยย หลงหัวปักหัวปำแน่ ๆ แบบนี้
เขาค่อยๆ ดันแท่งร้อนเข้ามาในตัวของผม
“อ๊าส์..” ผมเผลอจิกเล็บลงที่หลังของเขา
อินทรแช่มันไว้ก่อน ยังไม่มีการขยับ
"ไหวไหมครับ" เขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า
ครั้งแรกมันก็เจ็บนะ แต่ตอนนั้นอารมณ์มันพลุ่งพล่านมากกว่านี้ จึงไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มันดูตั้งใจไปหน่อย หมายถึงผมเนี่ยที่ตั้งใจไปหน่อยมันเลยรู้สึกเกร็ง
“ผ่อนคลายหน่อยนะ จะได้ไม่เจ็บ”
ผมพยักหน้า แล้วค่อย ๆ คลายความเกร็งนั้น
อินทรก้มจูบหน้าผากเป็การปลอบใจ แล้วค่อย ๆ ขยับเอวเข้าออกช้าๆ อย่างอ่อนโยน ความอึดอัดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความสุขสม อินทรเริ่มขยับเร็วขึ้น
ผมเงยหน้าขึ้น จิกเล็บลงที่หลังของอินทร ร่างกายของเราโยกคลอนไปตามจังหวะรักที่เร่าร้อน พร้อมกับจูบที่ดูดดื่ม
“อ๊ะ..อ๊ะ...อ๊ะ...”
“อ๊ะ..อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ..อ๊ะ...อ๊ะ...”
“อ๊ะ..อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ..อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ..อ๊ะ...อ๊ะ...จะเสร็จแล้ว”
“อ๊าส์...”
ร่างกายของเราทั้งคู่เกร็งกระตุก พร้อมกับน้ำขาวขุ่นที่พุ่งออกมา อินทรทิ้งตัวลงทับที่ร่างของผม เสียงหายใจหอบถี่ รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจกันและกัน
ครืด......
เสียงโทรศัพท์ของอินทรดังขึ้น
“...”
“...”
เราหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ก่อนจะประสานสายตากันอีกครั้ง อินทรจูบผมหนึ่งครั้ง แล้วค่อยๆ ถอดส่วนนั้นออกผม ความอบอุ่นยังโอบล้อมกายของเราอยู่
“แป๊บนะ”
ผมพยักหน้า
อินทรขยับตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง แล้วกดรับสาย
ติ๊ด!
“ครับน้าอร…” เสียงของเขายังคงอบอุ่นจากการััก่อนหน้า
ผมมองอินทรด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสุขสม แต่แล้วสีหน้าของอินทรก็เปลี่ยนเป็ซีดเผือด
ตุบ! โทรศัพท์ในมือหลุดไปกองกับเตียง
“...”
อินทรปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายโลก เสียงสะอื้นของเขาบาดลึกเข้ามาในโสตประสาทของผม
ผมดึงอินทรเข้ามากอด "เกิดอะไรขึ้นครับ"
"แม่ตายแล้ว..ฮึก..แม่ตรอมใจตามพ่อไปแล้ว" อินทรพูดเสียงสั่นเครือปนสะอื้นจนแทบจับใจความไม่ได้
“...” ร่างกายชาวาบไปหมด เืในกายเหมือนถูกแช่แข็ง ความเ็ปแล่นแปลบเข้ามาจนจุก
ความรู้สึกผิดบางอย่างถาโถมเข้ามาในใจของผมอย่างรุนแรง มันเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบลงกลางหน้าอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า อินทรต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปในเวลาไล่เลี่ยกัน การที่พ่อของอินทรเสียชีวิต มันต้องเกิดจากกฎอันโง่เขลาที่ผมเคยตั้งไว้แน่ ๆ แต่ไม่รู้เพราะอะไรระยะเวลาการตายของพ่ออินทรมันถึงเร็วกว่าสองสัปดาห์ และตอนนี้แม่ของอินทรก็ต้องมาตายตามไปอีกคน
ผมคือคนที่พรากทุกคนไปจากอินทร
ผมควรสารภาพความจริงอันโหดร้ายนี้ออกไป แม้จะรู้ว่ามันจะทำให้อินทรเ็ป แต่ผมก็ไม่อาจเก็บงำความผิดนี้ไว้ได้อีกต่อไป
ผมค่อย ๆ ผละกอดออกจากอินทร สบตากับเขาที่กำลังแดงก่ำด้วยน้ำตา
"ผมขอโทษ” น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจะกลายเป็เสียงกระซิบ
“ขอโทษอะไร?” อินทรไม่เข้าใจในคำพูดนั้นของผม
“ผมเคยตั้งกฎนี้ไว้...ถ้ามีคนตายจากฆาตกรต่อเนื่อง แล้วภายในสองสัปดาห์ หากผู้หมวดยังจับตัวฆาตกรไม่ได้ คนใกล้ตัวของผู้หมวดจะต้องตายไปครั้งละคน"
“...” อินทรชะงัก แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความเศร้าโศกเสียใจกลายเป็ความโกรธและผิดหวัง
อินทรผลักผมออกจากตัวเขาอย่างแรงจนหลังผมไปกระแทกเข้ากับหัวเตียง
“โอ๊ย!!!”
อินทรลุกออกจากเตียง ผมรีบไปคว้าแขนของเขาไว้แต่ถูกสะบัดออก
ผมรีบไปกอดเขาจากด้านหลังเพื่ออธิบายทุกอย่างทั้งน้ำตา
"แต่รอบนี้พ่อของผู้หมวดเสียชีวิตเร็วกว่าสองสัปดาห์ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...ฮึก..และผมก็ไม่ได้อยากให้แม่ของผู้หมวดต้องมาตายตามไปแบบนี้..ผมขอโทษ"
อินทรกระชากแขนผมออก แล้วผลักผมลงไปกองกับพื้น
“อั๊ก!” ความปวดร้าวที่ก้นแล่นปี้ดขึ้นมา
"ฆาตกรตัวจริงก็คือมึง! มึงพรากทุกคนไปจากกู! ไอ้เหี้ย!! คนที่สมควรตายคือมึง! คือมึงคนเดียว!!!" เขาตะคอกจนหน้าสั่น
“...”
อินทรเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ผมรีบไปคว้าข้อเท้าเขาไว้
"ผมขอโทษ...ฮึก..ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็แบบนี้"
เขาสะบัดเท้าจนมือผมหลุดออก
“ขอโทษ...ฮึก...ผมขอโทษ” ผมอ้อนวอนขอโทษเขาอีกครั้ง
อินทรสวมเสื้อผ้าอย่างลวกๆ ทั้งน้ำตา เขาหยิบกุญแจรถ เปิดประตูห้อง
เขาหันมามองผมเป็ครั้งสุดท้าย ในแววตาคู่นั้นมีแต่ความเกลียดชัง
ปัง! ประตูปิดลง
“...” เหลือเพียงผมที่นั่งตัวเปล่าอยู่กลางห้อง จมอยู่กับความรู้สึกผิดและหัวใจที่แตกสลาย
ผึ่บ!
ผมเห็นตัวเองในห้องนี้ แสงจากโคมไฟสลัว ๆ เหมือนจะแหลกสลาย ผมกำลังยืนกุมขมับอยู่กลางห้องด้วยอาการปวดที่รุนแรง ก่อนที่ร่างผมจะทรุดลงไปกองที่พื้น เหมือนร่างที่ไม่มีชีวิต ปฏิทินตั้งโต๊ะ วงกลมด้วยหมึกแดงเข้ม
วันที่ 17 สิงหาคม 2568
พร้อมกับข้อความลอยขึ้นกลางอากาศ
‘หมดหน้าที่ของนที’
และหัวใจของผมที่หยุดเต้น
ผึ่บ!
ผมลืมตาขึ้นมาสุดแรง หอบหายใจจนเจ็บปอด หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก เหงื่อชื้นเต็มฝ่ามือ ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับ ปฏิทินบนโต๊ะหัวเตียง
14 สิงหาคม 2568
หัวใจเย็นวาบ เหมือนน้ำแข็งสาดใส่กลางอก ผมเหลือเวลา 3 วัน
แค่ 3 วันเท่านั้น
ผมกำลังจะตายทั้งที่ยังไม่ได้ไถ่โทษให้กับอินทร เขาเกลียดผม แต่ผมรักเขา รักมากจนไม่อยากจะเสียเขาไป
‘ฆาตกรตัวจริงก็คือมึง! มึงพรากทุกคนไปจากกู! ไอ้เหี้ย!! คนที่สมควรตายคือมึง! คือมึงคนเดียว!!!’
ความตายใกล้เข้ามา มันคือคำพิพากษาที่ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนที่สมควรตายมากที่สุดก็คือผม คือผมคนเดียว...