มหานครริมฝั่งฉางเจียงเป็เมืองท่าใหญ่ผู้คนพลุกพล่านตลอดเวลาจนเป็เื่ปกติ
ไม่ว่าดึกดื่นอย่างไร โรงเตี๊ยมเลื่องชื่อของที่นี่ ยังมีคนเดินเข้า ๆ ออกๆ ราวผู้คนในเมืองนี้ ไม่้านอนหลับพักผ่อนเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามจะรุ่งสางแล้ว
เวลาเช่นนี้ แสงโคมภายในโรงเตี๊ยมใหญ่และสำนักคณิกาเลื่องชื่อ มักเพิ่งดับสนิท เพราะถึงเวลาซึ่งคนประเภทหนึ่งจำต้องกลับบ้านช่องห้องพัก เพื่อไปประกอบการงาน ส่วนอีกประเภทกลับ้านอนหลับพักผ่อน เพื่อจะได้มีแรงออกเที่ยวเตร่ในคืนต่อไป
เป๋ยโต่วชีซิงเป็โรงเตี๊ยมเลื่องชื่อที่สุด ในมหานครแห่งนี้...
ห้องพักชั้นบนของตึกคะนึงหา ถูกจองไว้ล่วงหน้าหลายวันแล้วแต่แขกเ้าของห้องพิเศษ ด้านในสุดสองห้อง ซึ่งอยู่คนละฟากของตัวตึกเพิ่งเข้าพักหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ราวครึ่งชั่วยาม
แสงไฟภายในห้องพิเศษห้องหนึ่ง สว่างไสวตลอดคืนเนื่องเพราะแขกผู้เป็เ้าของห้อง ไม่ได้นอนหลับพักผ่อนแม้เพียงครู่ภายในดั่งจัดงานเลี้ยง อันไม่มีวันเลิกรา ั้แ่เ้าของห้องมาถึงกระทั่งล่วงมายามนี้ บังเกิดสารพัดสรรพเสียง ประหนึ่งกำลังมีงานพิธีใหญ่โต
เสียงดนตรีกระจับปี่ ดีดพิณบรรเลง ประสานสอดคล้อง สร้างความครึกครื้นยิ่ง
เสียงนักร้องขับกล่อม สดใสกังวาน ยิ่งกว่าเสียงสกุณาใด ๆ จะเทียบเทียม
เสียงดรุณีน้อย หัวเราะคิกคัก ๆ ตลอดเวลา
เสียงเล่นทายนิ้วมือ
“ท่านแพ้แล้วต้องดื่มอีก”
“ท่านมักเอาเปรียบผู้อื่นต้องถูกปรับ”
“คุณชายท่านเมาแล้ว”
นั่นล้วนเป็เสียงของ เยว่จื่อกับอวี้หยวน เสียงซึ่งสามารถหลอมละลายบุรุษเพศได้แทบทุกผู้
บุรุษผู้อยู่ในห้อง เป็บุรุษผู้สวมอาภรณ์ราคาแพงเป็โยชิโอกะ ริวจิ
แม้ถูกกรอกด้วยสุราชั้นดี มาครึ่งค่อนคืน แต่ริวจิยังไม่เมามายดวงตายังแจ่มใส มือไม้ยังว่องไว สติยังสมบูรณ์ยิ่ง ริวจิหัวเราะอย่างมีความสุขยิ่งไม่ว่า่เวลาเช่นใด ริวจิล้วนไม่นำพา มันเองต้องมีความสุข แทบตายอยู่เสมอ
ท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนาน ของผู้คนในห้องนี้ภายในห้องพิเศษอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่คนละฟากของตัวตึกกลับปราศจากสุ้มเสียงใดตลอดราตรี สำหรับที่นี่เื่เช่นนี้จะเกิดขึ้นเนื่องเพราะสาเหตุเพียงสองประการ
ประการแรก ในห้องไม่มีผู้คนอยู่อาศัย
ประการที่สอง ผู้อยู่ในห้องต่างหลับใหลแล้ว
ทว่าเพลานี้ ในห้องพักมีผู้คนอยู่อาศัยทั้งผู้อยู่ในห้องไม่ได้หลับใหลอีกด้วย ผู้อยู่ภายในย่อมเป็บุรุษชุดเขียวผู้สวมชุดราบเรียบ ดาบยาววางไว้ข้างลำตัว กระนั้นกลับดูเหมือนมันยังคงอยู่ในมือบุรุษผู้นั้นตลอดเวลา...
นาคามูระ โยชิอิและโยชิโอกะ ริวจิ เดินทางถึงที่นี่หลังพลบค่ำ
เมื่อมีเงินขาว ๆ ก้อนโต ๆ จำนวนไม่อั้นแม้แต่ปีศาจยังสามารถสั่งให้มันโม่แป้งได้ นับประสาอะไรกับหิมะย่อมสามารถจ้างวานบุรุษกำยำหลายสิบคน ให้ขุดหิมะซึ่งสุมหนาขวางทางออกทั้งซ่อมแซมถนนซึ่งเสียหาย่หนึ่ง เพียงพอให้รถม้าขนาดย่อมเคลื่อนผ่านได้
รถม้าสองคัน สารถีควบขับอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็บรรลุถึงเมืองท่าของแม่น้ำฉางเจียง
หลังการประลอง นาคามูระ โยชิอิจะนอนหลับสนิทเสมอ คืนที่ผ่านมาก็เช่นกัน
ห้าปีที่จากแดนอาทิตย์อุทัย ชีวิตของมันเป็เช่นนี้...
ภายในห้องพักดีที่สุด หรูหราที่สุด ในโรงเตี๊ยมเลื่องชื่อที่สุดกลับมีเพียงเตียงกับโต๊ะเตี้ย ๆ หนึ่งตัว และเบาะรองนั่งอีกสองอันเท่านั้น
เมื่อมีเงินก้อนโต ๆ ท่านสามารถบันดาล ให้กระท่อมซอมซ่อกลายเป็งดงามดั่งบ้านคหบดีผู้ร่ำรวย และสามารถแปลงห้องหรูหรา ให้เรียบง่ายได้ดุจเดียวกัน
นาคามูระ โยชิอิตื่นราวครึ่งชั่วยามแล้ว ย่อมไม่ใช่เพราะเสียงดังอันเกิดจากอีกห้องหนึ่ง ทว่าตอนนี้เป็เวลาที่ต้องตื่นแล้วมันไม่เคยตื่นหลัง่เวลานี้มาก่อน
น้ำร้อนหนึ่งกา ถูกเด็กรับใช้ยกเข้ามา ชาเขียวก็ต้มเสร็จแล้ว
นาคามูระ โยชิอินั่งแน่วนิ่ง เหม่อมองใบชาในถ้วย หากมิได้ยกขึ้นดื่ม
มันไม่ทราบ ตัวเองเหม่อมองอยู่เช่นนั้นนานเท่าไร
รู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนึ่ง กำลังเดินมาทางห้องของมัน
เสียงฝีเท้านั้น หยุดลงตรงหน้าห้อง
นาคามูระ โยชิอิกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ
“เ้าเข้ามา...”
ประตูห้องเปิดออก บุรุษหน้าขาวปราศจากริ้วรอยคิ้วเรียวยาวเดินเข้ามา แม้ไม่ได้หลับนอนตลอดคืนมันกลับยังมีรอยยิ้มแจ่มใสเกลื่อนใบหน้า
โยชิโอกะ ริวจินั่งลงเบื้องหน้านาคามูระ โยชิอิอย่างสำรวม
หลังรับถ้วยน้ำชามาดื่มจนหมด ค่อยเริ่มกล่าววาจา
“หากพวกเราเร่งเดินทาง อีกสองสามวันคงไปถึงหมู่ตึกพันอักษร”
ั้แ่การประลอง เมื่อก่อนพลบค่ำจนถึงเวลานี้ ทั้งสองเพิ่งจะเริ่มพูดจากัน
นาคามูระ โยชิอิกลับส่ายหน้า กล่าวว่า
“ในละแวกนี้ มีคนที่เรา้าพบอีกผู้หนึ่ง”
คิ้วเรียวของริวจิขมวดเข้าหากัน ความไม่พอใจบังเกิดบนสีหน้า
“อีกไม่ถึงหนึ่งเดือน จะถึงงานชุมนุม ซึ่งท่านผู้เฒ่าแซ่กงซุนนัดหมายท่านควรออมกำลังไว้บ้าง เมื่อถึงหมู่ตึกพันอักษร ผู้มีฝีมือคู่ควรกับท่านย่อมมีอีกหลายคน”
“นอกจากคนของตระกูลใหญ่ทั้งห้า คงมีผู้พอจะประลองกับเรา อีกสองหรือสามคนผู้ที่เรา้าไปพบวันนี้ เป็หนึ่งในคนเ่าั้”
หน้าขาวเปลี่ยนเป็ฉงนฉงาย คิ้วเรียวยิ่งขมวดแน่นเข้าหากัน
“อย่างนั้นคนซึ่งท่าน้าพบ ย่อมไปงานชุมนุมครั้งนี้แน่แล้วท่านจะเสียแรง ไปเสาะหาทำไม?”
“ลดไปหนึ่งคนย่อมดีกว่า”
โยชิโอกะ ริวจิเริ่มหงุดหงิด เสียงยิ่งกล่าว ยิ่งดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ท่านทำแบบนี้ ผู้อื่นก็ได้เปรียบน่ะสิ ผู้อื่นต่างเดินทางอย่างสะดวกสบายเมื่อไปถึงยังพบว่า ผู้เข้าร่วมชิงคัมภีร์ ถูกท่านจัดการระหว่างทางเสียมากแล้วถึงเวลานั้นผู้เหลืออยู่ล้วนเป็ยอดฝีมือ ทั้งยังสดชื่นอย่างยิ่งส่วนท่านกลับต้องตรากตรำ ตลอดการเดินทาง ย่อมต้องเสียเปรียบแน่นอน”
โยชิโอกะ ริวจิทอดถอนใจ ลดเสียงเบาลง น้ำเสียงเจือแววห่วงใย
“ข้าพเ้าไม่เข้าใจจริง ๆ ...ท่านกับท่านพ่อคิดอย่างไร เหตุใดหลายเดือนนี้กลับรีบร้อนให้ท่าน ท้าประลองกับเหล่ายอดฝีมือ หากคิดจัดการคนเ่าั้รอให้ถึงเวลาประลองก่อนก็ได้”
นาคามูระ โยชิอินิ่งเงียบ ไม่ตอบคำ
เหตุผลของเื่นี้ ย่อมเป็สิ่งซึ่งมันทราบดี การกระทำของมัน ล้วนมีเหตุผลอันดียิ่ง
มันจนใจในเวลานี้ ไม่สามารถบอกริวจิได้ว่า เหตุใดต้องกระทำเื่เสียเปรียบผู้อื่นเช่นนี้
ดังนั้นมันได้แต่นิ่งเงียบ...
ครั้นโยชิอินิ่งเงียบ ริวจิกลับเข้าใจไปว่า มันคล้อยตามความคิดตนรอยยิ้มยินดีปรากฏบนใบหน้า น้ำเสียงอ่อนลง
“ท่านควรหาเวลาผ่อนคลายบ้าง เมื่อถึงหมู่ตึกพันอักษรย่อมต้องเคร่งเครียดอีกมาก แต่ยามนี้ยังมิใช่”
ริวจิปรบมือสองครั้ง ประตูห้องเปิดออก เด็กรับใช้ทยอยยกอาหารหลากชนิดเข้ามาตั้งบนโต๊ะเตี้ย ๆ ตัวเดียวซึ่งอยู่กลางห้อง
นาคามูระ โยชิอิหยิบถ้วยใส่ข้าวจนพูน เริ่มคีบปลาชิ้นหนึ่งเป็อาหารมื้อแรกหลังการประลอง
ริวจิมองโยชิอิ ด้วยสายตาแสดงถึง ความเคารพนับถืออย่างยิ่ง
เป็ครั้งที่สองในเวลาหนึ่งวัน ซึ่งมันมองผู้อื่นด้วยสายตาเช่นนี้
ผู้ไม่เคยเห็นแววตาเช่นนี้ มักคิดว่าริวจิถือโยชิอิเป็เพียงบ่าวไพร่ไม่ว่าอย่างไรไม่ยอมนับถือเป็สหาย
โยชิโอกะ ริวจิไม่นับนาคามูระ โยชิอิเป็สหายอย่างแน่นอนเพราะสำหรับมันแล้ว ผู้มีบุญคุณใหญ่หลวงต่อมัน ในเวลานี้นอกจากบิดาย่อมมีเพียงนาคามูระ โยชิอิ อีกคนเดียวเท่านั้น
ั้แ่พำนักในแดนอาทิตย์อุทัย มันถือท่านโยชิอิ เป็เสมือนพี่ชายเสมอมา
ท่านโยชิอิคอยดูแลมัน ั้แ่เด็กจนถึงเมื่อห้าปีก่อนท่านจึงต้องเดินทางมาจงหยวน เพื่อช่วยบิดาของมันสร้างรากฐานให้หมู่ตึกบูรพา
ถึงกระนั้นมันก็มักไม่ทราบ ควรทำอย่างไรท่านจึงยินดี...
ทุกวันนี้ท่านโยชิอิ ไม่เหลือความสนใจ ให้กับเื่ใดเลย
มันเองเป็กงจื่อเ้าสำอาง ไม่เคยต้องเอาใจใส่ผู้ใดทว่าเมื่อเห็นท่านโยชิอิ ทานข้าวได้มากอย่างยิ่ง ถึงกับรู้สึกยินดีนักสายตาจดจำอาหารเ่าั้ไว้ วันหลังหวังจะสั่งมาอีก
ครู่ใหญ่ข้าวในถ้วยโยชิอิหมดลง มันค่อยเอ่ยถาม
“เ้ายังไม่ได้พักผ่อนเลยใช่หรือไม่?”
สีหน้าโยชิโอกะ ริวจิกระอักกระอ่วน ราวกับเด็กกระทำผิด แล้วถูกบิดาจับได้กล่าวตะกุกตะกัก
“ข้าพเ้า...ข้าพเ้ากำลังจะไปพักผ่อนอยู่พอดี...”
นาคามูระ โยชิอิส่ายหน้า ดวงตาแน่วนิ่ง จับจ้องใบหน้าบุรุษหนุ่มน้ำเสียงเจือแววห่วงใย
“เราไม่ได้้าตำหนิ ในเื่ส่วนตัวของเ้า เพียง้าให้เ้าคำนึงถึงตัวเองบ้าง”
โยชิโอกะ ริวจิ เมื่อได้ฟังน้ำเสียง เปี่ยมด้วยความห่วงใย ถึงกับน้ำตาคลอก้มคำนับจนศีรษะแตะพื้น
“ข้าพเ้าไม่ดีเอง ทำให้ท่านต้องเป็กังวล ข้าพเ้า...”
นาคามูระ โยชิอิส่งเสียงอืมม์ กล่าวตัดบท
“เอาเถอะ เราบอกแล้วว่ามิได้ตำหนิเ้า ขอเพียงเ้าทราบว่าเพื่อตัวเ้าเองควรปฏิบัติอย่างไรก็พอแล้ว เื่อื่น ๆ แล้วแต่เ้าเถอะ”
โยชิโอกะ ริวจิก้มคำนับอีกครั้ง รับคำอย่างจริงจัง
“ข้าพเ้าทราบ จะไม่ทำให้ท่านพ่อ และท่านต้องเป็กังวล”
นาคามูระ โยชิอิพยักหน้ารับ มองบุรุษหนุ่มครู่หนึ่ง เริ่มกล่าวอย่างจริงจัง
“มีเื่หนึ่ง ควรบอกให้เ้ารู้ไว้ เื่นี้ท่านพ่อของเ้ากับเราตกลงใจแล้ว ขึ้นกับเ้าว่า้าหรือไม่”
โยชิโอกะ ริวจิเห็นท่านโยชิอิ กล่าวเป็จริงเป็จังเช่นนี้บังเกิดความสงสัยยิ่ง
“ขอท่านโยชิอิโปรดบอกด้วย”
นาคามูระ โยชิอิหันมองบุรุษหนุ่มอีกครั้ง กล่าวว่า
“หลังเสร็จงานชุมนุมครั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรเราจะถ่ายทอดวิชาดาบของเราให้กับเ้า”
โยชิโอกะ ริวจิรับฟังจนตะลึงงัน ความปีติยินดีพลุ่งพล่านจนไม่อาจระงับนิ่งอึ้งอยู่นาน ค่อยกล่าววาจาออกมาได้
“ข้าพเ้า...ข้าพเ้าย่อมยินดียิ่ง! ขอบคุณท่าน!”มันก้มศีรษะคำนับจรดพื้นอีกครั้ง
ใบหน้าเฉยชาของโยชิอิ ถึงกับบังเกิดรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย
โยชิโอกะ ริวจิรีบกล่าวต่อ สีหน้าแช่มชื่น
“ท่านมิต้องเป็ห่วง หลายปีนี้ข้าพเ้ารับประทานยาทั้งปฏิบัติตัวตามท่านพี่ทาคาโกะบอกไว้ ไม่เคยบกพร่องสุขภาพนับวันมีแต่จะดีขึ้น...”
แววตานาคามูระ โยชิอิ พลันแปรเปลี่ยน เป็หม่นหมองลงวูบหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อของ ‘นาง’
ริวจิสะดุ้งเฮือก เมื่อรู้ตัวว่าพลั้งปากไปมันเห็นแววตาหม่นหมองของท่านโยชิอิ ถึงกับคิดอยากตบปากตัวเอง ดันหลุดปากเอ่ยชื่อพี่‘ทาคาโกะ’ ต่อหน้าท่านโยชิอิได้
ขณะมันกำลังกระอักกระอ่วน ไม่ทราบควรยกเื่ใดมาสนทนาเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์เช่นนี้ พอดีมีเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่หน้าห้อง
เ้าของเสียงฝีเท้าด้านนอก กล่าวอย่างนอบน้อม
“หน่วยข่าวส่งความเคลื่อนไหวล่าสุด ของเหล่ายอดฝีมือมาถึงแล้วขอรับ”
นาคามูระ โยชิอินิ่งเงียบไม่ตอบคำ ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อย
โยชิโอกะ ริวจิส่งเสียงอืมม์ กล่าวว่า
“รีบนำเข้ามา...”
ประตูห้องเปิดออก เ้าของเสียงภายนอก ก้มคำนับริวจิและโยชิอิจนศีรษะจรดพื้น ประคองกระดาษแผ่นเล็ก ๆ สองแผ่นยื่นให้
ริวจิรับกระดาษทั้งสองแผ่นมา ยื่นส่งต่อให้โยชิอิ ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง
นาคามูระ โยชิอิรับกระดาษทั้งสองแผ่น อ่านอย่างรวดเร็วเที่ยวหนึ่งสีหน้าบังเกิดแววครุ่นคิด แววตาวิตกกังวล จับจ้องข้อความในกระดาษครู่หนึ่งมันก้มอ่านข้อความ ในกระดาษสองแผ่นนั้นอีกครั้ง
ริวจิเห็นอากัปกิริยาเช่นนั้นอดบังเกิดความสงสัยขึ้นไม่ได้...