[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★

    บทที่ 114 พฤติกรรมหลอกใช้ฟรีๆ ชัดๆ

    "พี่ซุยก็คือพี่ซุยสิ! ยังจะมาหลอกว่าเป็นแฟนคลงแฟนคลับอะไรอีก" เฉียวเซียนอี๋แขวะใส่ 

    "ไป๋ลู่ เธอมันยัยคนไม่ซื่อสัตย์!"  

    ไป๋ลู่เชิดหน้าตอบกลับอย่างมั่นอกมั่นใจ 

    "ก็อาซุยเป็นแฟนคลับฉันจริงๆ นี่นา!"  

    "เหอะ!" เฉียวเซียนอี๋แค่นเสียง 

    "เธอนั่นแหละที่เป็นติ่งพี่ซุย โดยเฉพาะอาการพวกบ้าคนหน้าตาดีเนี่ยชัดเจนมาก!"  

    ไป๋ลู่ยืดอกรับอย่างหน้าไม่อาย 

    "ใช่! ฉันชอบเบ้าหน้าของอาซุย แล้วมันจะทำไมล่ะยะ หรือเธอต้านทานดาเมจใบหน้าหล่อเหลานั่นไหว เธอลองเอามือทาบอกแล้วตอบฉันมาตามตรงซิ ว่าเห็นหน้าอาซุยแล้วเธอไม่หวั่นไหวเลยสักนิด ไม่คิดอยากจะปีนกำแพงหนีเมนตัวเองบ้างเลยหรือไง"  

    เฉียวเซียนอี๋รีบหลับตาปี๋ ส่ายหน้าพรืด 

    "ไม่! ฉันรักเดียวใจเดียวต่อราชาจอเงินลู่! ฉันขอถวายหัวให้ราชาจอเงินลู่คนเดียวเท่านั้น!"  

    "อ้าว หนูเฉียวก็เป็นแฟนคลับราชาจอเงินลู่เหมือนกันเหรอจ๊ะ" ป้าหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ  

    เฉียวเซียนอี๋เบิกตากว้าง "ป้าหลี่ก็เป็นติ่งเขาด้วยเหรอคะ!"

    "ใช่แล้วจ้ะ!"

    "ป้าหลี่!"

    "หนูเฉียว!"

    หญิงต่างวัยทั้งสองคนคุยกันเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ความสัมพันธ์พุ่งปรี๊ดแนบแน่นขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับรู้จักกันมาสิบปี  

    กระทั่งกินมื้อค่ำเสร็จและเตรียมตัวจะกลับ คุณหนูใหญ่เฉียวกับป้าแม่บ้านหลี่ก็แทบจะกอดคอสาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันอยู่รอมร่อ

    มันจะบ้าบอเกินไปแล้วนะ! ไป๋ลู่ได้แต่ลอบมองบนอยู่ในใจ

    ดูท่าพลังของการติ่งดาราจะสามารถทลายได้ทุกกำแพงอายุและฐานะทางสังคมจริงๆ สินะ

    ระหว่างที่นั่งล้อมวงกินข้าวพูดคุยกัน ไป๋ลู่ถึงได้ปะติดปะต่อเรื่องราวและพบความจริงว่า ที่แท้ป้าหลี่ก็ไม่รู้อัตลักษณ์ที่แท้จริงของท่านมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเลยสักนิด แถมคุณป้ายังเข้าใจผิดไปไกลลิบว่าคอนโดหรูห้องนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ช่วยถังเสียอีก  

    หนำซ้ำป้าหลี่ยังทึกทักเอาเองเสร็จสรรพว่า ผู้ช่วยถัง ท่านมหาเศรษฐี และอาซุย ทั้งสามหนุ่มคือหุ้นส่วนทางธุรกิจที่กอดคอกันเปิดบริษัทและมีสถานะเท่าเทียมกันทุกประการ  

    แต่แบบนี้แหละดีแล้ว ขืนคุณป้ารู้ความจริงเข้า มีหวังได้อกสั่นขวัญแขวนจนหัวใจวายตายกันพอดี

    ไป๋ลู่จึงกระซิบเตือนป้าหลี่ด้วยความหวังดี 

    "คุณฮั่วคนที่นั่งวีลแชร์น่ะค่ะ เขาเจ็บป่วยทรมานจากโรคเรื้อรัง หนูได้ยินมาว่าอารมณ์เขาเลยค่อนข้างจะแปรปรวน ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะป้า"  

    "เสี่ยวลู่วางใจเถอะจ้ะ" ป้าหลี่ยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี 

    "ป้ามีหน้าที่แค่ทำความสะอาดกับทำกับข้าว เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอพวกคุณท่านเขาหรอก"  

    ได้ยินแบบนั้นไป๋ลู่ก็ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก

    แต่ทว่าพอหันขวับกลับมา คุณหนูใหญ่เฉียวที่ควรจะยืนอยู่ข้างๆ กลับอันตรธานหายตัวไปเสียแล้ว!

    หญิงสาวสาวเท้าเดินไปดูที่หน้าห้อง 886 และภาพที่เห็นก็ไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้เลยสักนิด คุณหนูใหญ่เฉียวกำลังโค้งตัวลงต่ำ มือเรียวบางลูบไล้แผงปุ่มกดรหัสดิจิทัลบนประตูบ้านของเธออย่างทะนุถนอม  

    ซ้ำร้ายริมฝีปากยังขมุบขมิบพึมพำกับตัวเองไม่หยุด 

    "ราชาจอเงินลู่ต้องเข้าออกบ้านทุกวัน ต้องเอานิ้วแตะที่ปุ่มล็อคพวกนี้... ถ้าปัดเศษขึ้นก็เท่ากับว่า ฉันได้จับมือกับราชาจอเงินลู่แล้วน่ะสิ!"  

    แววตาหยาดเยิ้มกับท่าทางโรคจิตนั่น... ดูยังไงก็เหมือนคนกำลังลวนลามคนรักไม่มีผิดเพี้ยน!

    ไป๋ลู่ขนลุกซู่จนตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง 

    "เฉียวเซียนอี๋! เลิกทำตัวโรคจิตแบบนี้สักทีเถอะยะ ถ้าขืนราชาจอเงินลู่มาเห็นเข้า เธอคิดว่าเขาจะมองเธอเป็นตัวอะไรฮะ!"  

    เฉียวเซียนอี๋หาได้สะทกสะท้านไม่ เธอยังคงลูบไล้ปุ่มล็อคประตูด้วยสายตารักใคร่ลึกซึ้งสุดหัวใจ 

    "ก็ถ้าเธอหุบปากซะ มันก็ไม่มีใครรู้หรอก"  

    ไป๋ลู่ตีหน้าตายสนิท ชี้นิ้วตรงดิ่งไปยังมุมเพดาน "มีกล้องวงจรปิดย่ะ"  

    "กรี๊ดดดดด!" เฉียวเซียนอี๋กรีดร้องเสียงหลง ยกสองมือขึ้นปิดหน้าปิดตาแน่น แล้วสับตีนแตกวิ่งหนีเตลิดไปในทันที  

    ไป๋ลู่ถึงกับอึ้งกิมกี่จนพูดไม่ออก ..................  

    เอาจริงๆ เธอไม่ได้รังเกียจหรอกนะ ถ้าคุณพ่อสุดที่รักคิดจะหาแม่เลี้ยงมาประดับบารมีสักคน

    ตราบใดที่พ่อมีความสุข เธอก็ย่อมมีความสุขไปด้วยอยู่แล้ว

    ถ้าพ่อเจอผู้หญิงที่ถูกตาต้องใจจริงๆ เธอพร้อมจะดันหลังสนับสนุนให้พ่อแต่งงานใหม่แบบเต็มพิกัดเลยล่ะ

    แต่ผู้หญิงคนนั้นต้องไม่ใช่ยัยโรคจิตอาการหนักแบบเฉียวเซียนอี๋เด็ดขาด!  

    ไป๋ลู่กำหมัดแน่น ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ขึ้นในใจทันที  

    ชีวิตรักของคุณพ่อขา... หนูจะเป็นคนกางปีกปกป้องเอง! หนูจะสแกนหาผู้หญิงที่คู่ควรมาเป็นภรรยาให้คุณพ่ออย่างเข้มงวดที่สุด!  

    สองสาวควบรถสปอร์ตเฟอร์รารี่สีชมพูสุดเสร่อของคุณหนูใหญ่เฉียวทะยานออกจากใจกลางเมืองหลวงไปเรื่อยๆ ทิ้งระยะห่างจากตัวเมืองออกไปทุกที  

    เฟอร์รารี่คันหรูแล่นฉิวขึ้นทางด่วน เหยียบคันเร่งจนมิด และดูไม่มีวี่แววว่าจะยอมหักพวงมาลัยลงจากทางด่วนเลยแม้แต่น้อย

    ในที่สุดไป๋ลู่ก็ทนความอึดอัดไม่ไหว ต้องเอ่ยปากถามทำลายความเงียบ 

    "นี่ตกลงว่าปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนเธอมันจัดที่ไหนกันแน่เนี่ย พูดจริงๆ นะ ฉันนั่งรถจนก้นบี้ปวดระบมไปหมดแล้ว!"  

    ให้ตายเถอะ! ตอนที่ก้าวขาขึ้นรถ ท้องฟ้ายังสว่างจ้า แดดเปรี้ยงอยู่เลยแท้ๆ

    ตัดภาพมาตอนนี้สิ ฟ้ามืดตึ๊ดตื๋อจนมองแทบไม่เห็นทางแล้ว พวกเธอก็ยังไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางเสียที

    "เพิ่งจะมาถามเอาป่านนี้ ไม่คิดว่ามันช้าไปหน่อยหรือไง" เฉียวเซียนอี๋บ่นกระปอดกระแปด ก่อนจะยอมเฉลย 

    "จัดบนเรือยอร์ชน่ะสิ ทนอีกนิดเถอะน่า ใกล้จะถึงเต็มทีแล้ว"  

    เรือยอร์ช? ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าพวกเธอต้องถ่อออกไปไกลถึงนอกเขตเมืองหลวงเลยน่ะสิ!

    ไป๋ลู่นั่งหนีบขาอั้นปัสสาวะจนหน้าดำหน้าแดง ได้แต่ก่นด่าในใจว่าพวกลูกคุณหนูทายาทเศรษฐีพวกนี้ช่างขยันสรรหาทำเรื่องยุ่งยากกันเสียจริง!  

    งานวันเกิดบ้าบออะไร ถึงต้องถ่อสังขารจัดซะไกลปืนเที่ยงขนาดนี้ฮะ!

    หลังจากทนเหยียบคันเร่งฝ่าความมืดมาอีกราวสิบกว่านาที ในที่สุดพวกเธอก็มองเห็นแสงไฟจากท่าเรือปรากฏขึ้นลิบๆ

    ท่ามกลางรัตติกาลที่มืดมิด ท่าเรือเบื้องหน้ากลับสว่างไสวเจิดจ้าไปด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับเวลากลางวัน

    แสงหลอดไฟนีออนสีรุ้งแสบตา ถูกนำมาดัดเรียงร้อยและประดับประดาเป็นชื่อของเจ้าภาพงานวันเกิดในค่ำคืนนี้อย่างอลังการงานสร้าง

    กวาดสายตามองไปทางไหน ก็ปะทะเข้ากับชื่อของเจ้าของวันเกิดเต็มไปหมดแทบทุกตารางนิ้ว

    ตลอดสองข้างทาง เรียงรายอัดแน่นไปด้วยกองทัพรถซูเปอร์คาร์หรูหราราคาแพงหลากหลายแบรนด์ดัง

    บรรดาหนุ่มสาวไฮโซที่ก้าวขาลงมาจากรถหรูแต่ละคัน ล้วนแต่งตัวจัดเต็มประโคมแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า แฟชั่นจ๋าราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร

    ถ้าคนนอกที่ไม่รู้เรื่องราวบังเอิญผ่านมาเห็น คงนึกว่าที่นี่กำลังจัดงานแฟชั่นวีคระดับโลกอยู่เป็นแน่

    ไป๋ลู่ถึงกับหลุดร้อง "โห" ออกมาด้วยความทึ่ง 

    "นี่มันจะเล่นใหญ่อลังการดาวล้านดวงพยายามจนเกินเบอร์ไปไหมเนี่ย ฉันนึกว่าปาร์ตี้นี้เป็นแค่งานรวมตัวกินข้าวของกลุ่มลูกคุณหนูแบบไพรเวทชิลๆ เสียอีก"  

    ทางด้านเฉียวเซียนอี๋เองก็มีสีหน้าอึ้งกิมกี่ไปเล็กน้อย ก่อนที่หญิงสาวจะเดาะลิ้นดัง จิ๊ อย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน 

    "เวรเอ๊ย! ยัยนี่สันดานโรคเจ้าหญิงกำเริบอีกแล้ว ขี้อวดชะมัดยาด!"  

    ลองหันกลับมามองพวกเธอสองคนดูสิ ดันนัดกันใส่ชุดวอร์มกีฬามาทั้งคู่ เน้นสไตล์ยาจกเดินดินกินข้าวแกง เอาความสบายเข้าว่าล้วนๆ!  

    พอต้องมายืนท่ามกลางดงหนุ่มสาวในงาน 'แฟชั่นวีค' สภาพเสื้อฮู้ด กางเกงยีนส์ กับรองเท้าผ้าใบซอมซ่อของเธอกับเฉียวเซียนอี๋ เลยกลายเป็นแกะดำที่ดูแปลกแยกขั้นสุด ทรงยาจกแบบกู่ไม่กลับ!  

    ไป๋ลู่รีบตบไหล่ปลอบใจเพื่อนสาว 

    "เอาน่า คิดซะว่าพวกเราสองคนเดิมทีก็เป็นแค่ตัวประกอบที่มาดูความครึกครื้นอยู่แล้วไง ระดับคุณหนูใหญ่เฉียวซะอย่าง เบ้าหน้าฟ้าประทานงดงามตามธรรมชาติ ต่อให้แต่งตัวบ้านๆ ธรรมดา ก็ยังสวยข่มคนอื่นจนแย่งซีนเจ้าของงานได้อยู่ดีนั่นแหละ อีกอย่าง... อย่างน้อยเธอก็ยังโบกเครื่องสำอางแต่งหน้ามานะยะ ดูสภาพฉันนี่สิ ผมยังไม่ได้สระเลยด้วยซ้ำ!"  

    "โอ๊ย ฉันไม่ได้แคร์เรื่องพรรค์นั้นหรอกยะ ต่อให้ฉันเอาถุงกระสอบลายงูมาคลุมตัว ฉันก็ยังเป็นตัวแม่ที่สวยที่สุดในงานอยู่ดีนั่นแหละ!" เฉียวเซียนอี๋สะบัดหน้าเชิด 

    "ถ้าเป็นฉันโดนคนเดียวก็ช่างมันเถอะ แต่ที่ฉันหงุดหงิดคือการที่ยัยนั่นกล้าลากเอาเพื่อนของฉัน มาทำเป็นเครื่องประดับเกรดพรีเมียมเพื่ออัพเกรดค่าตัวให้ตัวเองต่างหาก!"  

    หัวสมองอันชาญฉลาดของไป๋ลู่ประมวลผลและเข้าใจสถานการณ์ได้ในเสี้ยววินาที "นี่เธอ... ยังลากใครมางานนี้อีกฮะ"  

    เฉียวเซียนอี๋หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ปากคอสั่นตอบอ้อมแอ้ม 

    "ก็มี... พี่เอิน พี่ฮ่วน พี่แจ็คสัน เสี่ยวเย่ แล้วก็เพื่อนในวงการบันเทิงภายในประเทศที่สนิทๆ กันอีกไม่กี่คนน่ะ..."  

    "โอ้โห..." ไป๋ลู่ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ 

    "แล้วทุกคนก็เซย์เยส ตอบตกลงว่าจะมางานบ้าๆ นี่กันหมดเลยเนี่ยนะ!"  

    "โชคยังดีที่ไม่ได้มากันหมด" เฉียวเซียนอี๋กำหมัดทุบพวงมาลัยรถสปอร์ตดัง ปัง ด้วยความโมโหเดือดดาล 

    "พี่เอินกับพวกเสี่ยวเย่ติดตารางงานวงเลยปลีกตัวมาไม่ได้ พี่ฮ่วนต้องอยู่เฝ้าแม่ที่ศูนย์ฟื้นฟู เพื่อนคนอื่นๆ ก็คิวงานแน่นเอี๊ยดกันหมด... สรุปคือมีแค่เธอกับพี่แจ็คสัน สองคนนี่แหละที่โผล่มา!"  

    ไป๋ลู่ถึงกับอึ้งกิมกี่จนพูดไม่ออก 

    "สรุปคือเธอลากเอาพวกเรา... เฉพาะคนในรายการวาไรตี้เดียวกัน มาเป็นเกราะกันบังหน้าให้ยัยเพื่อนจอมสร้างภาพของเธอสินะ!"  

    เฉียวเซียนอี๋รู้ชนักติดหลังตัวเองดีว่าทำพลาดไปแล้ว หญิงสาวลูบจมูกป้อยๆ อย่างร้อนตัวสุดขีด "แง ฉันขอโทษน้า ฉันก็ไม่รู้จริงๆ นี่นาว่างานมันจะออกมาอีหรอบนี้"  

    "ช่างมันเถอะ ในเมื่อเธอก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายตกกระไดพลอยโจนเหมือนกัน ครั้งนี้ฉันจะยอมทำเป็นปิดตาข้างหนึ่ง ไม่ถือสาหาความเธอก็แล้วกัน" ไป๋ลู่ถอนหายใจยาวเหยียด 

    "แต่เอาจริงๆ นะ เพื่อนเธอคนนี้สันดานไม่ไหวจริงๆ หน้าไม่อายถึงขนาดกล้าเอาคอนเนคชั่นดาราของเธอมาใช้เป็นบันไดอัพเกรดตัวเองแบบนี้ ฉันแนะนำว่าเธอรีบๆ ตัดหางปล่อยวัด เลิกคบยัยนี่ไปซะเถอะ"  

    ที่ยอมเสียเวลาอ้าปากเตือนตรงๆ แบบนี้ ก็เพราะไป๋ลู่เห็นเฉียวเซียนอี๋เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งหรอกนะ  

    คำเตือนนั้นยิ่งทำให้เฉียวเซียนอี๋หัวฟัดหัวเหวี่ยงหงุดหงิดงุ่นง่านเข้าไปใหญ่ 

    "ถ้าเลิกคบได้ฉันทำไปนานแล้วย่ะ! ปัญหามันติดตรงที่พ่อของยัยนั่นดันเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกับตาแก่เฉียวพ่อนี่สิ!"  

    ได้ยินเหตุผลแบบนั้น ไป๋ลู่ก็จำต้องกลืนประโยคที่ว่า 'งั้นพวกเราวนรถกลับกันเถอะ' กลับลงคอไปอย่างช่วยไม่ได้ 

    "เอาเถอะ ไหนๆ ก็ถ่อมาถึงนี่แล้ว งั้นพวกเราก็บุกเข้าไปเนียนกินฟรีดื่มฟรีให้คุ้มค่าเหนื่อยเลยแล้วกัน ถือว่ายังโชคดีนะที่หวยมาออกที่ฉันกับพี่แจ็คสัน ขืนเป็นคนอื่นโดนแกงแบบนี้ล่ะก็... ต่อให้เธอคุกเข่าโขกหัวขอโทษก็คงไม่พอหรอกยะ!"  

    อันที่จริง ดาราก็เป็นคนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกง การจะโผล่หน้าไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนสนิท มันก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรอก

    แต่ประเด็นสำคัญคือ มันต้องตกลงพูดคุยกับเจ้าตัวให้เคลียร์ชัดเจนก่อนไหมล่ะ!

    ตอนแรกบอกดิบดีว่าเป็นแค่ปาร์ตี้ไพรเวทชิลๆ กับกลุ่มเพื่อนสนิท แต่ผลลัพธ์ดันทลายกำแพง กลายเป็นงานอีเวนต์ใหญ่โตมโหฬารที่มีคนแปลกหน้าหัวดำหัวหงอกเดินกันให้ควั่กแบบนี้

    แบบนี้มันสร้างความยุ่งยากปวดเศียรเวียนเกล้าให้คนเป็นดาราแบบสุดๆ ไปเลยนะว้อย!

    ลองคิดดูสิ ถ้าเกิดโดนพวกมือดีแอบถ่ายรูปหลุดไปได้ แล้วเอาไปปั่นกระแสซุบซิบจนทัวร์ลงขึ้นฮอตเสิร์ชล่ะก็... อย่าเพิ่งไปพูดถึงด่านรับมือชาวเน็ตเลย เอาแค่ด่านผู้จัดการส่วนตัวจอมเนี้ยบอย่างเกาฝานฉิน เธอก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว!  

    ยิ่งพวกเพจข่าวซุบซิบสายปั่นกระแสนี่ตัวดีนักล่ะ พวกนี้ถนัดนักแหละไอ้วิชามารประเภท 'เปิดมาแค่รูปเดียว ที่เหลือแต่งนิยายน้ำเน่าเอาเองล้วนๆ' น่ะ!

    แล้วอีกอย่างนะ... ดาราระดับตัวแม่น่ะ เขามีเรทค่าตัวในการปรากฏตัวออกงานแต่ละทีนะยะ!

    การกระทำแบบนี้มันคือพฤติกรรมหลอกใช้ดาราหน้าโง่ไปเป็นไม้ประดับฟรีๆ ชัดๆ!

    ช่างเป็นมนุษย์ที่หน้าด้าน ไม่มียางอายที่สุดในสามโลก!  

    เฉียวเซียนอี๋ลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกโล่งใจ 

    "ถ้าไล่เจี่ยนด่าเธอเรื่องนี้ล่ะก็ เธอโยนความผิดทั้งหมดมาให้ฉันรับจบคนเดียวได้เลยนะ"  

    ไป๋ลู่ตวัดสายตาค้อนขวับ "ก็มันเป็นความผิดของเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้วไหมล่ะยะ!"

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Naughty Queen! ยัยตัวแสบขอเกิดใหม่ มัดใจคุณพ่อซุปตาร์ ★ ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801