การสอนดำเนินไปหลายช่วยยามจนในที่สุดเป็ลี่อินที่ต้องเอ่ยขึ้นมาว่า
“ท่านอาจารย์เ้าคะคือ รู้สึกเหนื่อยแล้วเ้าค่ะ”
คำพูดที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทีที่ไม่เขินอีกทั้งยังเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่สดใสและไร้ความกังวล
“งั้นรึออเ้าก็ไปพักซะก่อนเถอะเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วยามแล้วค่อยมาเรียนกันต่อ”
เฟยหลงออกเลยออกมาเนื่องจากว่าลี่อินนั้นเป็คนที่มี สมาธิในการตั้งใจเรียนเป็อย่างสูงนางมักจะเข้าใจบทเรียนที่เฟยหลงสอนได้อย่างตลอดจึงทำให้เพียงเวลาไม่ถึงวันนางก็มีความรู้มากกว่าตอนที่เทียนต้าเรียนมามากกว่า 10 วันแล้ว
หลังจากนั้นลี่อินก็ใช้เวลา 1 ชั่วยามในนอนพักเพื่อทำให้ร่างกายเตรียมพร้อมเนื่องจากว่านางนั้นได้รับความรู้จากเฟยหลงมากมายชนิด แม้สร้างสิ่งของที่ใช้เวลาหลายวันยังไม่เหนื่อยเท่ากับการได้รับบทเรียนจากเฟยหลงที่จะต้องใช้ทั้งสมองความคิดวิเคราะห์และความจำ
3 เดือนผ่านไป
ตอนนี้ความเข้าใจและบทเรียนต่างๆได้ถ่ายทอดให้กับลี่อินไปมากมายพอสมควรอีกครั้งเฟยหลงยังได้ฝึกการต่อสู้ให้กับ ลี่อินเป็พิเศษเนื่องจากว่านางนั้นใช้เป็เพียงแค่พิษทักษะการต่อสู้ของนางนั้นช่างต่ำเตี้ย แล้วเมื่อนางนั้นได้รับทักษะพื้นฐานของการใช้กระบองนางก็มาประยุกต์จนได้เป็วิชาเฉพาะตัว กระบองไร้ลักษณ์ซึ่งทักษะนี้จะไม่มีกระบวนท่าแต่จะเป็การประยุกต์ในการต่อสู้เฉพาะหน้าเท่านั้น ความรุนแรงของการใช้กระบองในการต่อสู้ของลี่อินนั้นเป็ที่ยอมรับจากว่านางสามารถโจมตีได้บริเวณกว้างทั่วถึงและสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดนั่นก็คือนางในตอนนี้นั้นสามารถที่จะสร้างพิษที่มีความรุนแรงแม้ไม่เทียบเท่ากับงูยมบาลแต่ก็ไม่ได้ด้อยจนมากเกินไป
“ศิษย์น้องเ้าไม่เหนื่อยอย่างนั้นเลือกที่เรียนกับอาจารย์มาตั้ง 2-3 เดือนแล้ว”
เทียนต้าเคยถามเนื่องจากว่าตอนที่เขานั้นได้เรียนกับเฟยหลงเขานั้นต้องโดนลงโทษมากมายทั้งโดนปลุกตอนดึกดื่นทั้งตีก้นของเทียนใต้จนแดงเป็จ้ำๆ บังคับให้เขานั้นอ่านหนังสือและท่องตำรามากมาย จนเขานั้นเหนื่อยแทบตายแต่ก็ยังต้องทำไม่งั้นจะถูกลงโทษแต่นี่อะไรกันเด็กน้อยที่อายุน้อยกว่าเขาเสียอีกจะสามารถทนการฝึกสอนของอาจารย์ได้อย่างไม่ยากเย็นแต่ไม่ยิ้มแย้มตลอดเวลาในระหว่างที่เฟยหลงนั้นได้สอนนาง
“อะไรหรือเ้าคะศิษย์พี่ใหญ่แม้ข้าจะเหนื่อยแต่อาจารย์นั้นให้เวลาเข้าพักผ่อนต้องมากมายยิ่งกว่าตอนที่ข้านั้นศึกษาเื่พิษอีก”
ลี่อินเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงที่ที่ชดเจนพลางมองหน้าอาจารย์ของนางด้วยสีหน้าที่นับถือและน่าเคารพ
“เฮ้อ.. เ้าอย่าได้เอาเ้าไปเปรียบกับศิษย์น้องเของเ้าเลยนางนั้นตั้งใจเรียนนะเ้านั่งหลับ”
เฟยหลงเอ่ยออกมาพร้อมยิ้มหลังจากนั้นก็มองลูกศิษย์เขาอีกครั้งหนึ่งและได้เริ่มจะหยิบบางสิ่งบางอย่างจากกำไลข้อมือมิติแล้วผลปรากฏว่ามันนั่นก็คือ
“สิ่งนี้นั่นก็คือธนูแสนจินเป็ธนูที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเกิดจากการสึกกร่อนและการโดนสายฟ้าฟาดมานานนับล้านปีข้าไปเจอมันในดินแดนเทวะ มันนั้นไม่ได้มีสิ่งใดที่แตกต่างไปจากธนูทั่วไปมีเพียงน้ำหนักที่มากมายกว่าถนนทั่วไปนับร้อยเท่าพันเท่า”
เทียนต้าเมื่อได้เห็นสิ่งที่เฟยหลงบรรยายก็รู้สึกอึ่งตัวธนูมีสีดำสนิทแต่มันนั้นยังคงมีความขรุขระมันยังคงเป็ธนูที่ยังไม่สมบูรณ์แบบแต่ถึงกระนั้นมันดูทรงพลัง เฟยหลงโยนให้กับเทียนต้าแล้วเขากลับรับมันไว้ไม่ได้เนื่องจากน้ำหนักที่มากจึงจะดีกว่าปล่อยลงพื้นแต่นั้นมันก็ทำให้แผ่นดินทรุดตัวลง
“ท่านอาจารย์ขอรับข้ายกมันไม่ขึ้น”
เทียนต้าพยายามยกธนูขึ้นอย่างสุดแรงแต่ไม่ว่าเขาจะออกกำลังเท่าไดมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลยแม้แต่น้อย
“เ้ายกมาไม่ขึ้นงั้นรึเอาเป็ว่าการฝึกครั้งนี้นั่นก็คือหากเ้าใช้ธนูคันนี้โดยชำนาญเป็ที่เรียบร้อยแล้วถือว่าการฝึกของเ้านั้นจบลงไปครึ่งหนึ่ง”
ลี่อินน้อยนั้นรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมากเนื่องจากว่าศิษย์พี่ของนางนั้นก็หาใช่ฝีมือธรรมดาเลยขนาดที่ยังไม่ได้ใช้พลังในการบ่มเพาะการโจมตีของไป๋หลางและเทียนต้านั้นก็รุนแรงมากพอสมควรไม่ต้องนึกถึงว่าตอนที่ใช้พลังเลย แล้วนี่อะไรกันอาจารย์ของนางกลับบอกว่าเทียนต้าฝึกได้ไม่ถึงครึ่ง หากฝีมือพอใจเฟยลงแล้วคนคนนั่นจะเป็ปีศาจแบบไหนกัน
“ขอรับท่านอาจารย์ข้าจะทำมันให้ได้"
เทียต้าเอ่ยขึ้นมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวหรือว่าเขาจะต้องใช้เวลามันมากกว่า 1 ปีถึงจะที่จะยกธนูนี้ได้และใช้เวลาอีก 4 ปีจึงจะใช้มันนี้คล่อง
กาลเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจากดรุณีน้อยก็กลายมาเป็หญิงสาวที่สง่างามสวยเกินกว่าที่จะมีอะไรมาเปรียบเทียบ ตอนนี้นางเหมือนเทพยดาที่แม้แต่เทพเซียนบนฟ้ายังไม่อาจแตะเอื่อนถึง และเหล่าบรรดาชายชาตรีทั้ง 3 ที่แข็งแกร่งดุจดั่งเทพาการเดินทางร่อนเร่สุดท้ายแล้วมันได้จบลงจบลงในดินแดนตำนานดินแดนที่แม้จะไม่ใช่ดินแดนที่แข็งแกร่งมากที่สุดแต่มันนั้นมีสิ่งของที่เฟยหลงนั้น้าอยู่
“ท่านอาจารย์เ้าคะเราจะสร้างสำนักงานที่นี่อย่างนั้นหรือเ้าคะ"
จากน้ำเสียงที่สดใสกับกลายเป็น้ำเสียงที่อ่อนนุ่มและอ่อนหวานเสียงของลี่อินได้เอ่ยขึ้นพลางถามอาจารย์ของนาง
“ไม่ใช่ข้าแค่มากราบไหว้หลุมศพใครบางคนก็เท่านั้น”
ท่าทีของเฟยหลงขึ้นมาสีหน้าดูไม่มีความสุขอย่างชัดเจน
“มีอะไรกันอย่างนั้นหรือครับท่านอาจารย์”
เทียนต้าเอ่ยถามอาจารย์ของเขาเนื่องจากสีหน้าของเฟยหลงดูไม่ดีนัก
“เฮ้อ เทียน่าเ้าก็ติดตามข้ามมาตั้ง 6 ปีแล้วเ้าคิดว่าข้าเป็ยังไงอย่างนั้นรึ”
เฟยหลงเอ่ยถามศิษย์คนที่ 1 ของเขานั้นก็คือเทียนต้าในตอนนี้นั้นเป็ดั่งเทพาถือศาสตราอาวุธธนูที่สีดำสนิทปลดปล่อยคลื่นในสังหารออกมา รูปร่างที่สูงโปร่งสีผิวที่ค่อนข้างจะค้ำเนื่องจากผ่านการตากแดดและการฝึกแค่ยังคงหล่อเหลาอยู่ การต่อสู้สายตาที่เฉียบคมระดับพลัง เซียนปฐีขั้นที่ 2 หากใครได้ยินว่าชายหนุ่มที่อายุแค่ 22 ปีนั้นมีระดับการบ่มเพาะ ที่สูงถึงขั้นเซียนคงต้องอกแตกตายเป็แน่เพราะแม้กระทั่งดินแดนเทวะคนที่มีระดับเซียนนั้นย่อมมีอายุมากกว่า 200-300 ปีขึ้นไป แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีเทพเซียนที่มีอายุน้อยกว่า 100 ปีหากมีคนนั้น ก็คงจะเป็คนที่มีพร์ในรอบหลายพันปีแต่นี่อะไรกัน
“ข้าก็คิดว่าท่านอาจารย์นั้นเป็คนที่เข้มงวดและแข็งแกร่งขอรับ”
เทียนต้าเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สัตย์จริงตอนนั้นอยู่กับอาจารย์ของเขามามากกว่า 6 ปีที่แล้วอาจารย์เขานั้นหาได้เคยทำผิดพลาดสิ่งใดเลยเป็คนที่จริงจังและจริงใจตลอดเวลาสอนลูกศิษย์ได้อย่างทุ่มสุดตัว
“อย่างนั้นหรือข้าดีใจนะที่เ้าเห็นข้าเป็คนที่มีความซื่อสัตย์และจริงใจอีกทั้งแข็งแกร่ง”
ความเจ็บใจ ที่ได้เห็น ยากลำเค็ญ เป็ที่สุด
ใจมืดมัว บัวใต้น้ำ พออยู่นาน มันเน่าตาย
กลอนให้คิดคิดมั่วๆ