บทที่ 11 อาเหว่ย นายคืออัฉริยะ! (รีไรต์)
เสิ่นชิงตบไหล่จางเหว่ยเบา ๆ “ใช่แล้ว นายคิดถูกแล้ว”
จากนั้น เสิ่นชิง จางเหว่ย และผู้ใหญ่บ้าน ทั้งสามคนก็มารวมตัวกันเพื่อประชุมหารือ
เริ่มด้วยเสิ่นชิงคนแรกที่วิเคราะห์สถานการณ์ “ตระกูลเฉียวร่ำรวยมาก พวกเขาใช้เงินฟาดหัวคนอื่นได้ ส่วนพวกเรางบประมาณจำกัด สู้ไม่ได้หรอกถ้าจะใช้เงินซื้อการเข้าชมแบบนั้น”
จางเหว่ยพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ พวกเรามีงบจำกัด จะใช้การโปรโมตแบบเดิมไม่ได้”
ผู้ใหญ่บ้านฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็พูดอย่างกระตือรือร้น “ขอถามพวกเธอทั้งสองว่ามีแผนการอะไรไหม?”
เสิ่นชิงและจางเหว่ยสบตากันแล้วยิ้ม “เรือฟางยืมเกาทัณฑ์ไง!”
จากการสังเกตของเสิ่นชิง เฉียวอวี้เหอจะแจกอั่งเปาทุกชั่วโมง แต่เนื้อหาในการไลฟ์ของเธอนั้นค่อนข้างน่าเบื่อ แค่ไลฟ์การเต้นรำของหนุ่มหล่อสาวสวยเท่านั้น ผู้ชมที่นั่งดูนาน ๆ ก็เกิดอาการเบื่อหน่าย พอแย่งอั่งเปาเสร็จก็ออกจากช่องไลฟ์ไป
เสิ่นชิงคิดว่า หากตอนนี้สามารถดึงดูดผู้ชมกลุ่มนี้มายังห้องไลฟ์ของตัวเองได้ ก็ไม่ต้องกังวลเื่ยอดวิวอีกต่อไป
“ดังนั้น ฉันจะตั้งชื่อห้องไลฟ์ที่เกี่ยวข้องกับเฉียวอวี้เหอ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี จากนั้นก็ทุ่มเงินโปรโมตห้องไลฟ์ เพิ่มการมองเห็น ดึงดูดผู้ชมที่ไหลออกจากห้องของเฉียวอวี้เหอให้เข้ามาหาพวกเราแทน”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เสิ่นชิงก็กอดอก ดวงตาเป็ประกายและแน่วแน่ “พูดง่าย ๆ ก็คือยืมกระแส และฉวยโอกาสจากความนิยม!”
ผู้ใหญ่บ้านฟังแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เขาเกาหัวแล้วถามคำถามสำคัญ “ชิงชิง การโปรโมตช่องไลฟ์ต้องใช้เงินเท่าไหร่?”
เสิ่นชิงมองดูใบเสนอ คำนวณคร่าว ๆ “คาดว่าต้องใช้ประมาณ 50,000-100,000 หยวน แน่นอนว่ายิ่งใช้เงินโปรโมตมากเท่าไหร่ยิ่งดี”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ใหญ่บ้านก็เงียบไป สูบยาเส้นดังฟืด ฟาด
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันที
ผ่านไปสักพัก ผู้ใหญ่บ้านจึงเอ่ยปาก “เงินที่ชาวบ้านถูกโกงเพิ่งจะได้คืนมา แต่ละบ้านต่างหวงแหนมาก ตอนนี้ให้ทุกคนเอาเงินออกมาอีก… คงจะลำบาก”
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว การโปรโมตในไลฟ์เปรียบเสมือนคันโยกที่ใช้ในการสร้างกระแสความนิยม เป็ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในแผน
แต่ถ้าไม่มีเงินโปรโมต แผนต่อไปก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านตัดสินใจไปถามความเห็นของชาวบ้าน ถือโทรโข่งเดินไปรอบหมู่บ้าน
เมื่อชาวบ้านรู้ข่าว ต่างก็แห่มารวมตัวกันที่ลานบ้านเล็ก ๆ ของเสิ่นชิง
อารองเดินเข้ามาพร้อมใบหน้าฟกช้ำ บ่นพึมพำว่า “หลานก็รู้จักเมียของอาดี... เธอบอกว่าถ้าอายังกล้าเอาเงินออกไปอีก เธอจะขอหย่าทันที”
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าลำบากใจ
เพราะครั้งที่แล้วที่พวกเขาเอาเงินออกมา เกือบจะสูญเงินไป พวกเขาจึงหวาดกลัวอยู่จนถึงตอนนี้
“ชิงชิง พวกเราไม่ได้กลัวโดนหลอกนะ พวกเราเชื่อใจเธอ เพียงแต่ว่า... พวกเรากลัวว่าเงินจะสูญเปล่า” ชาวบ้านพูด
เสิ่นชิงเข้าใจ พวกเขากลัวว่าการไลฟ์โปรโมตสินค้าจะไม่ได้ผล และสุดท้ายเงินทั้งหมดที่มีจะสูญเปล่า
เธอเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้าน เพราะกว่าพวกเขาจะหาเงินได้แต่ละหยวน มันช่างยากลำบาก
ชาวบ้านบางคนเริ่มถอดใจ “หรือว่า… ช่างมันเถอะ พวกเราขนไปขายที่ตัวเมืองเองก็ได้ ขายได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น…”
พวกเขายังคงรู้สึกว่าเงินที่หามาด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง ถือไว้ในมือย่อมอุ่นใจกว่า
ผู้ใหญ่บ้านเก็บกล้องยาเส้น มองเสิ่นชิงด้วยสีหน้าลำบากใจ “ทำให้เธอต้องมาเห็นเื่น่าอายแบบนี้ พวกเราเป็พวกบ้านนอก คิดอะไรไม่เป็เลย”
“เชอะ! ฉันว่าไม่ใช่คิดไม่เป็หรอก แต่เป็พวกขี้ขลาดเสียมากกว่า!”
เสิ่นชิงไม่รู้ว่าคุณยายของเธอโผล่มาอยู่ข้างหลังทุกคนั้แ่เมื่อไหร่ หญิงชรายืนพิงกรอบประตู คาบบุหรี่ไว้ในปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
คุณยายยังคงสวมเสื้อแขนสั้นลายดอกไม้ ผมรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย ดูทะมัดทะแมงและคล่องแคล่ว
หญิงชราพ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนจะเดินอาด ๆ ไปหาเสิ่นชิง แล้วก็ควักเงินออกมาปึกหนึ่ง
“พวกเราไม่เคยทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ หลานสาว เงินสองหมื่นหยวนนี้หลานลองเอาไปทำดู แค่ทำให้เต็มที่ก็พอ ส่วนผลลัพธ์จะเป็ยังไงก็แล้วแต่ฟ้าลิขิต”
ทุกคนเห็นดังนั้น ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก นี่คุณยายเอาเงินเก็บจากก้นหีบออกมาเลยเหรอ
คุณยายของเสิ่นชิงปรายตามองพวกเขา “เงินของพวกแกมันล้ำค่ามากนักสิ ถ้าอย่างนั้นเวลาของหลานสาวฉันก็ล้ำค่ามากเหมือนกัน”
่นี้ ไม่ว่าเื่ที่เสิ่นชิงศึกษาเื่การไลฟ์ขายของในเวลากลางวัน และอดหลับอดนอนอ่านหนังสือใน่กลางคืน หญิงชราเห็นทุกอย่าง
“ทุกสิ่งล้วนมีที่มาที่ไป ในเมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้สำเร็จ การล้มเลิกกลางคันเท่ากับเป็การสูญเวลาและพลังงานของหลานสาวฉันไปเสียเปล่า”
พูดจบ หญิงชราก็วางเงินลง แล้วหันหลังเดินจากไป เมื่อก้าวข้ามธรณีประตูก็หันไปมองพวกเขาแวบหนึ่ง “เสียสละของเล็กน้อยเพื่อให้ได้ของใหญ่ แต่ถ้าไม่กล้าลงทุน ก็อย่าหวังจะได้กำไรและห้ามมานั่งเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
คำพูดของหญิงชรา ทำเอาทุกคนหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
ประโยคสุดท้ายของเธอที่ว่า “ถึงตอนนั้นหาเงินได้แล้ว อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ” มันแทงใจหลายคนเข้าอย่างจัง
เพราะการเห็นคนอื่นหาเงินได้ มันน่าเจ็บใจเสียยิ่งกว่าการสูญเสียเงินของตัวเองเสียอีก
ชาวบ้านบางคนที่ใจกล้า และฐานะทางบ้านค่อนข้างเข้มแข็ง ก็วางเงินลงบนโต๊ะ “จนมาทั้งชีวิต หวังว่าครั้งนี้จะพลิกชีวิตได้เสียที”
สุดท้าย ชาวบ้านที่ยังลังเลก็หันมามองหน้ากัน พลางคิดว่า คุณยายยังกล้าเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุน พวกเราจะกลัวอะไรอีก?
พวกเขากัดฟันกรอด “ช่างหัวมันสิ! สู้โว้ย! ตายก็ยอม!”
ด้วยอิทธิพลของคุณยายเสิ่นชิง ชาวบ้านคนอื่น ๆ จึงตัดสินใจเชื่อมั่นในตัวเสิ่นชิง และทุ่มสุดตัวในครั้งนี้
ผู้ใหญ่บ้านยื่นเงินให้เสิ่นชิงด้วยมือที่สั่นเทา “ชิงชิง เื่นี้หนูมั่นใจแค่ไหน? พวกเราจะได้กำไรสักเท่าไหร่?”
จริง ๆ แล้ว หลังจากที่ได้ศึกษาเื่การไลฟ์ขายของมาหลายวัน จากการประเมินและวิเคราะห์ของเธอ หากทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่คาดไว้ พวกเขาย่อมดึงดูดคนดูจากไลฟ์ของเฉียวอวี้เหอมาได้อย่างแน่นอน
ในช่องไลฟ์ของเฉียวอวี้เหอมีผู้ชมหลักร้อยล้านคน หากสามารถดึงดูดเข้ามาได้เพียงเล็กน้อย ก็จะมีผู้ชมหลายล้านคน
เมื่อมียอดวิวสูงขนาดนั้น จะขายของไม่ออกได้อย่างไร?
ทว่าเสิ่นชิงกลับเลือกที่จะไม่โอ้อวด เธอยกนิ้วออกมาสี่นิ้ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงถ่อมตนว่า “ตามที่ฉันคาดการณ์ไว้ คาดว่าน่าจะขายได้ประมาณสี่แสน”
“สี่แสน!” ผู้ใหญ่บ้านได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับตาโต
พระเ้าช่วย! เดิมทีเขาคิดว่า แค่สามารถคืนทุนได้ แล้วยังขายได้กำไรอีกสักหน่อย ตัวเองก็พอใจมากแล้ว
ไม่คิดว่าจะขายได้ถึงสี่แสน!
ผู้ใหญ่บ้านดีใจจนตัวลอย ยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาเบิกกว้าง “กำไรแล้ว กำไรมหาศาล!”
“เอาละค่ะ ผู้ใหญ่บ้าน นี่เป็แค่การคาดคะเนค่ะ อย่าเพิ่งใไปเลย เรามาประชุมกันต่อเถอะค่ะ”
เสิ่นชิงเคาะโต๊ะเบา ๆ ดวงตาเป็ประกาย
การดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาในไลฟ์เป็เพียงแค่ก้าวแรก แผนการต่อไปนี้ต่างหากคือกุญแจสำคัญ
เสิ่นชิงกล่าวว่า “การดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาในไลฟ์เป็เพียงแค่ก้าวแรก สิ่งที่เราต้องพิจารณาต่อจากนี้คือจะทำยังไงให้พวกเขาอยู่ต่อ อันที่จริง ผู้ชมเหล่านี้เข้ามาเพราะอยากรู้อยากเห็น ถ้าเห็นฉันขายลูกท้อ พวกเขาอาจจะรู้สึกเบื่อและออกจากห้องไลฟ์สดไปเลยก็ได้ ดังนั้น ต่อไปเราต้องคิดว่าจะไลฟ์เนื้อหาอะไร ถึงจะรักษาคนดูกลุ่มนี้เอาไว้ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น จางเหว่ยก็ตบมือดังเปรี้ยง พูดแทรกขึ้นมา “ครั้งที่แล้วตอนที่พี่สาวจะตอนหมู ผู้ชมให้ความสนใจเยอะมาก คิดว่าหลายคนคงไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้นฉันคิดว่าการไลฟ์สดตอนหมูน่าสนใจมาก”
“อาเหว่ย นายนี่มันอัจฉริยะชัด ๆ!” เสิ่นชิงตาเป็ประกาย