บทที่ 8 ที่รักรอไม่ไหวแล้วเหรอ
นักฆ่าหนุ่มเหงื่อท่วมตัว ด้วยระดับฝีมือที่แตกต่างกันถึงขนาดนี้ จะฝืนสู้ไปทำไม สุดท้ายก็แพ้ทั้งคนแพ้ทั้งฝีมือ
หลังจากโค้งให้หลินชี่หยาง เขาก็หันไปหาจางหยวนจู “ขอโทษ ผมแพ้โดยไม่ลงสู้ คงไม่มีหน้ามาทำงานให้ตระกูลจางอีกต่อไปแล้ว ขอลา”
จางหยวนจูคลั่ง ะโด่าทอ “แค่ได้ยินเขาพูดเพ้อเจ้อไม่กี่คำนายก็เชื่อแล้วเหรอ ให้ตายสิ พวกนายไม่มีจรรยาบรรณวิชาชีพกันบ้างหรือไง!”
หลี่จงก็งงว่าเื่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แต่ในใจกลับจดจำฝีมืออันลึกล้ำของหลินชี่หยางเอาไว้เช่นกัน
คาดว่าที่เขานิยมแสดงออกว่าอ่อนแอขี้ขลาดแบบก่อนหน้านี้ คงเพราะอยากจะรักษาความติดดินเอาไว้ล่ะมั้ง
โชคดีที่หลี่จงมีสายตาอันยอดเยี่ยม โชคชะตาจึงไม่เลวร้ายนัก
เขาขอบคุณ์ในใจ ที่มอบโอกาสให้ตัวเองสามารถเกาะขาใหญ่เช่นนี้ได้!
ส่วนจางหยวนจูกลับโชคร้าย! ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะยอมแพ้หรือบุกสู้ต่อ ผลลัพธ์ย่อมไม่สวยงามทั้งนั้น
ถ้ายอมแพ้ตอนนี้ ตระกูลจางคงถูกฝูงหมาป่าในไห่เฉิงกลืนกินทั้งเป็ จึงยังคงฝืนหาเื่ยั่วยุหลินชี่หยางต่อไป เพราะไม่อยากตาย
และในขณะที่เขากำลังกระสับกระส่ายใจอยู่นั้น หลินชี่หยางก็พูดขึ้นมาเบา ๆ “นายอยากลงมาสู้เอง?”
เขาเห็นจ้าวหนิงซีเตรียมอาหารเสร็จพอดี เลยคร้านจะจัดการอีกฝ่าย และมอบข้อเสนอให้อย่างนิ่งเฉยว่า “แค่นายออกจากเมืองนี้ไป ฉันก็จะไว้ชีวิตนาย”
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายจะปล่อยตนเป็อิสระ เขาจึงกระวีกระวาดออกไปทันที แต่ก่อนจากก็ยังไม่วายทิ้งท้ายไว้ว่า “ฉันจะกลับมาแก้แค้นความอับอายนี้ในสักวันแน่!”
"ปากมาก!" ใบไม้ใบหนึ่งพุ่งตามไปเจาะเข้าที่ต้นขาของจางหยวนจูอย่างรวดเร็ว
ภาพนี้ทำให้หลี่จงเหงื่อไหลเป็ทำนบแตก
เพียงใบไม้แผ่นเดียวกลับทำได้ถึงขนาดนี้ ไม่ว่าจะความเร็วหรือความแม่นยำ ต่อให้เฟ้นหาจากกองผู้มีฝีมือทั้งโลกคงพบเจอได้เพียงไม่กี่คน!
หลี่จงรู้สึกทึ่งและเคารพจากใจจริง เขาหมอบลงกราบ รีบกอดขาอีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ท่านหลิน ช่วยชีวิตด้วย!”
เขาบ้าไปแล้วหรือเปล่า? จ้าวหนิงซีคิด ขณะมองหลี่จงด้วยความประหลาดจิต เพราะในฐานะชายหนุ่มร่างกำยำ มีอำนาจเหนือใครในเมืองไห่เฉิง ใครเล่าจะกล้าเอาชีวิตเขา
ต้องพูดว่าเวลาเขาไปจอดรถที่ไหน ในรัศมี 100 เมตรจะไม่มีใครกล้าจอดตาม เพราะกลัวจะไปขวางทางเขาตอนขึ้นลงรถจนอารมณ์เสียด้วยซ้ำ
ทว่าตอนนี้ เขากลับเรียกหลินชี่หยางว่าท่านหลิน
“คุณไปกินอาหารเถอะ ฉันอยากพักผ่อน”
หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ สามีสันหลังยาวของตนเองถึงมีฝีมือขึ้นมาอย่างกะทันหัน เลยรู้สึกมึนงงจน้าหลับสักงีบ
“ได้” หลินชี่หยางยิ้มให้เธออย่างจริงใจ “เดี๋ยวฉันไปหาเธอเอง”
จ้าวหนิงซีใจหวิวไหวเมื่อได้ยินคำพูดของเขา ด้วยทั้งคู่แต่งงานกันมาเกือบ 4 ปีแล้ว จ้าวหนิงซียังไม่เคยอนุญาตให้เขาเข้ามาในห้องนอนของหล่อนเลย
ทว่าปัจจุบัน เธอกลับไม่กล้าคิดเลยว่าเขาจะมาหาเธอทำไม
รอยยิ้มลึกลับบนใบหน้านั้นคาดเดาได้ยากเกินไป
แต่เขาเป็สามีของเธ ถือสิทธิ์อันพึงมีประจำฐานะที่สามารถใช้งานได้ พอคิดมาจนถึงตรงนี้ ใบหูของหญิงสาวพลันแดงก่ำ รีบสับขาเดินไปห้องนอน
หลินชี่หยางยิ้มอย่างมีความสุข คิดในใจว่าเ้าของร่างเดิมช่างไร้ความสามารถ แต่งงานมานานถึงขนาดนี้ ภรรยาที่สวยราวกับเทพธิดายังเป็สาวบริสุทธิ์อยู่เลย
ท่าทางเขินอายของจ้าวหนิงซีทำให้ความคิดของเขาล่องลอย จมอยู่ในจินตนาการ ทว่าเสียงอันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเสียงหนึ่งกลับเข้ามาขัดจังหวะ
“ท่านหลิน โรคของผมใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว”
“นอนลงไป” หลังจากได้สติหลินชี่หยางก็ออกคำสั่ง
หลี่จงอึ้งไปครู่หนึ่ง ด้วยในห้องรับแขก มีจุดที่เขาพอจะนอนได้อยู่ 2 ที่ ได้แก่เก้าอี้ตัวยาวกับโต๊ะ แต่เก้าอี้กำลังถูกหลินชี่หยางนั่งอยู่ ส่วนโต๊ะยาวเป็ที่วางผลไม้กับขนม
‘ช่างมันเถอะ’
เขากัดฟัน นอนลงไปบนพื้น
เหล่าลูกน้องคนสนิทของหลี่จงต่างอ้าปากค้าง
‘ท่านหลี่ให้ความเคารพหลินชี่หยางถึงขนาดนี้เชียวหรือ! ’
สมองส่งสัญญาณเตือนทันที
‘ต่อไปนี้ต้องให้ความเคารพหลินชี่หยางมาก ๆ มากกว่าท่านหลี่ ไม่… แล้วก็ต้องเรียกว่าท่านหลินด้วย! ’
ต้องรอเวลาผ่านไปครู่หนึ่งหลินชี่หยางถึงเพิ่งมาคิดได้ ว่าอีกฝ่ายลงไปนอนบนพื้นทำไม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงยื่นขาไปเหยียบที่หน้าอกและท้องของเขาสองสามที ไม่นานก็ได้ยินเสียงปุด ๆ ดังขึ้นหลายครั้ง แก๊สเหม็น ๆ จากการผายลมตลบอบอวลไปทั่ว
หลี่จงร้อง “ผมจะไปห้องน้ำ!”
หลินชี่หยางพยักหน้า พอมองไปไม่เห็นหลี่จงนอนอยู่ตรงนั้นจึงส่งเสียงอืมในลำคอ ลุกขึ้นไปยืนอยู่ข้างหน้าต่างไกล ๆ พร้อมสั่ง “เปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด ฆ่าเชื้อตามไปอีกทีด้วย”
“ครับ!”
ลูกน้องของหลี่จงต่างเร่งเปิดประตูหน้าต่าง กระตือรือร้นทำตามคำสั่ง พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกลิ่นมะนาว บรรยากาศในห้องรับแขกจึงพอดีขึ้นหน่อย
หลี่จงต้องขับพิษอยู่ในห้องน้ำเกือบชั่วโมงกว่าอาการจะดีขึ้น พอออกมาข้างนอกจึงขาอ่อนปวกเปียก ได้แต่เกาะผนัง
โชคดีที่มีลูกน้องช่วยประคองร่าง จึงเดินมาหาหลินชี่หยางได้ในที่สุด
“นั่งสิ” หลินชี่หยางมองไปที่โซฟาตัวใหญ่ฝั่งตรงข้าม
แต่หลี่จงรู้สึกเกรงใจ “ไม่เป็ไรครับผมยืนก็ได้”
หลินชี่หยางชำเลืองมองเขาเล็กน้อย
จากที่ปฏิเสธจึงรีบนั่งลงไปในทันที
“ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง”
หลี่จงแทบควบคุมมุมปากที่เจียนจะฉีกกว้างไปถึงหูไม่ได้ เพราะหลังจากโดนหลินชี่หยางเหยียบไปสองสามครั้ง เขาก็ทรมานจนเกือบจะบ้า พอรีบไปห้องน้ำก็ทั้งอาเจียนและถ่ายไม่หยุด ร่างกายราวถูกขุดลอกจนเกลี้ยง ทั้งอ่อนแอทั้งไร้เรี่ยวแรง ถ้าไม่ใช่เพราะพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำของตระกูลจ้าวทำงานได้ดีมาก เขาคงสลบเพราะกลิ่นเหม็นไปตั้งนานแล้ว
เมื่อค่อย ๆ ฟื้นตัวจึงพบว่าการไหลเวียนของลมปราณกลับมาเป็ปกติ เหมือนอุปสรรคใด ๆ ที่เคยััได้เมื่อหกปีก่อนได้หายไปจนหมดสิ้น!
หายขาดแล้ว!
ขนาดหมอเฉพาะทางรักษาาแภายในชั้นหนึ่งชั้นสองที่รักษาประจำยังทำได้แค่ยื้ออาการ
แต่หลินชี่หยางกลับรักษาให้หายขาดได้อย่างง่ายดาย
เขาเพียงเหยียบไม่กี่ครั้ง ไม่ใช่ช่วยชีวิตแค่ชั่วคราว แต่กลับทำให้โรคหายเป็ปลิดทิ้ง
หลี่จงจะยังลังเลอะไรอีก กับคนที่เก่งถึงขนาดนี้
“ท่านหลินเป็ผู้รักษาโรคผมจนหาย ต่อไปนี้ท่านหลินคือนายของผม ผมจะปฏิบัติตามคำสั่งท่านหลินทั้งหมดครับ!”
“รวมถึงการเอาชีวิตคนด้วยใช่ไหม?”
หลี่จงลุกขึ้นยืน “ครับ ผมจะไปเอาชีวิตจางหยวนจูทันที!”
“ไม่จำเป็” หลินชี่หยางยกมือห้ามเขา “จางหยวนจูไม่กล้าขัดขืนหรอก นายแค่ไปรับ่ต่อทรัพย์สินของเขาในไห่เฉิงก็พอ คนอื่นคงไม่กล้าเข้าไปแตะต้อง”
“ครับ!” หลี่จงรับคำอย่างเคารพ “ผมจะบริหารจัดการกิจการให้คุณอย่างดี รวมถึงส่งกำไรจำนวนสองเปอร์เซ็นต์ให้ด้วย”
“โอนให้เมียฉันแทนเถอะ” ใบหน้าอันงดงามของจ้าวหนิงซีแวบเข้ามาในห้วงความคิดหลินชี่หยาง จึงสั่ง “เธอไม่เหมาะกับการต้องไปลำบากทำงานอยู่ข้างนอกหรอก นายเองก็ช่วยบริหารธุรกิจตระกูลจ้าวไปด้วยเถอะ”
“ครับ!” หลี่จงรับคำอีกครั้ง ท่าทางกระตือรือร้น “ผมจะทำให้ดีที่สุด และจะส่งกำไรทั้งหมดให้ท่านหลินครับ”
“ไม่จำเป็" หลินชี่หยางพูดเรียบ ๆ “การขยายบริษัท ตัวแทน คนงาน… ทุก ๆ อย่างล้วนต้องใช้เงิน ต่อไปสินทรัพย์ในมือจะมีจำนวนมากขึ้นอีก ไม่ต้องรีบร้อน ส่งสองเปอร์เซ็นต์นั่นแหละ การเอาเปรียบพี่น้องไม่ใช่เื่ดีหรอกนะ”
ในใจของหลี่จงพลันพลุ่งพล่านทันทีที่ได้ยินประโยคดังกล่าว ด้วยลำพังเพียงวิชาการต่อสู้ของท่านหลินก็แข็งแกร่งพอปราบให้ผู้คนหมอบราบคาบแก้วแล้ว นั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวของเขาและลูกน้อง
ชีวิตของหลี่จงเป็ของเขาไปแล้ว ยังจะมาเมตตาอะไรอีก
พอบวกกับความใจกว้างเอื้อเฟื้อเข้าไป แค่คิดดูก็รู้ ว่าต่อจากนี้ไป วันคืนของพวกเขาจะมีแต่ความสุขสบายไร้ที่สิ้นสุด
จ้าวหนิงซีได้ยินหลินชี่หยางออกคำสั่งให้คนไปจัดการกิจการของตระกูลตน ความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
ชักจะผยองไปแล้วนะหลินชี่หยาง!
เขาคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไร ถึงสามารถตัดสินใจแทนเธอในเื่แบบนี้ได้ หญิงสาวตั้งใจจะเดินเข้าไปซักถามสามี แต่กลับพบว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ บนร่างกายสวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำ พร้อมสาวเท้าเดินเข้ามาหาช้า ๆ
พอเห็นจ้าวหนิงซี เขาก็พูดด้วยอารมณ์ดีว่า “ที่รัก รอไม่ไหวแล้วเหรอ?”