ในค่ำคืนที่สงบ พระจันทร์สาดแสงอ่อนโยนเข้ามาทางหน้าต่าง เหวินเจาเหยียนนั่งอยู่ข้างหยางลี่เจิน สายตาของเขาจับจ้องนางอย่างลึกซึ้ง มือที่แข็งแกร่งยกขึ้นแตะแก้มนางเบาๆ “เจ้าเหนื่อยไหม?” เขาถามเสียงนุ่ม
หยางลี่เจินหลบสายตา ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ ดวงตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความอาย แต่ก็แฝงความไว้วางใจ “ข้า… ข้าไม่เหนื่อย” เหวินเจาเหยียนยิ้มมุมปาก ก่อนจะขยับเข้าใกล้นางมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเขาทำให้นางรู้สึกหัวใจเต้นแรง
“เจ้าไม่ต้องฝืนตัวเอง ข้าจะดูแลเจ้า” เขาพูดเบาๆ มือของเขาค่อยๆ ยกขึ้นไปแตะที่ปมผ้าบนไหล่นาง หยางลี่เจินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสนั้นสัมผัสลงที่ผิวเบาๆ แต่ไม่ได้ขัดขืน เขาค่อยๆ คลายปมผ้าออกอย่างเชื่องช้า
“เจ้า… เจ้าแน่ใจหรือ?” นางถามเสียงแผ่ว ดวงตาหลบสายตาเขาด้วยความเขิน
“ข้าจะไม่ทำให้เจ้าลำบากใจ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงความหนักแน่น เมื่อเสื้อชั้นนอกของนางค่อยๆ หลุดลง เผยให้เห็นผิวขาวนวลที่ส่องประกายใต้แสงจันทร์ เหวินเจาเหยียนจ้องมองนาง ราวกับนางเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต เขาค่อยๆ วางมือลงบนไหล่นาง ก่อนจะประคองให้นางเอนตัวลงนอนบนเตียง นางหลับตาลง ใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
“ลี่เจิน…” เขาเรียกชื่อของนางเบาๆ ใกล้กับใบหู “เจ้าคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับข้า ข้าจะทะนุถนอมเจ้าเสมอ” หยางลี่เจินลืมตาขึ้นมองเขา น้ำเสียงของเขาที่อ่อนโยน และการกระทำที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้นางยิ้มบางๆ
“ข้ารู้… ข้ารู้ว่าท่านจะไม่ทำร้ายข้า” นางพูดเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
เหวินเจาเหยียนก้มลงจูบนางอย่างอ่อนโยน ทุกสัมผัสของเขาแสดงออกถึงความรักที่แท้จริง ค่ำคืนนี้คือช่วงเวลาที่ทั้งสองได้หลอมรวมความรู้สึก และสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม…
เช้าวันต่อมา แสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง หยางลี่เจินค่อยๆ ลืมตาขึ้น รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่โอบรอบตัว นางพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของเหวินเจาเหยียน เขานอนอยู่ใกล้จนใบหน้าของเขาแทบจะแนบกับนาง ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดที่แก้ม นางอดไม่ได้ที่จะจ้องมองเขา ใบหน้าของเขายามหลับดูสงบนิ่งและงดงามอย่างน่าประหลาด ขณะที่หยางลี่เจินกำลังหลงใหลกับการจ้องมองนั้น ดวงตาคมของเหวินเจาเหยียนก็ลืมขึ้นช้าๆ เขาจ้องกลับมาที่นางด้วยสายตาลึกซึ้ง
“เหตุใดเจ้าจึงชอบแอบมองข้าอยู่เรื่อยๆ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงขบขัน แต่แฝงความอ่อนโยน
หยางลี่เจินสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าของนางแดงระเรื่อทันที นางรีบหลบสายตา “ข้า… ข้าไม่ได้แอบมองเสียหน่อย!”
เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะดึงนางเข้ามาใกล้ “เจ้าไม่ต้องปฏิเสธ ข้ามองออกทุกครั้ง”
หยางลี่เจินพยายามดิ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจหนีจากอ้อมแขนของเขาได้ นางเม้มปากแน่น ใจเต้นรัว “ข้าแค่… ข้าแค่เผลอ…”
เหวินเจาเหยียนยิ้มกว้างขึ้น เขาก้มลงมาจ้องมองนางใกล้ๆ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากนางเพียงลมหายใจ “เผลอหรือ? เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกเต็มใจที่จะมองข้า”
ก่อนที่หยางลี่เจินจะทันพูดอะไร เขาก็ก้มลงจูบนาง ริมฝีปากของเขาสัมผัสอย่างอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความลึกซึ้ง นางนิ่งงัน ใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ แต่ในที่สุด นางก็หลับตาลง ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความอบอุ่นนั้น
เมื่อเขาถอนจูบออก เขามองหน้านางด้วยสายตาอ่อนโยน รอยยิ้มมุมปากยังคงอยู่ “เจ้าคือสิ่งเดียวที่ข้าต้องการในชีวิตนี้”
หยางลี่เจินมองเขา ใบหน้าของนางแดงจัด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบ “ท่านพูดจาเช่นนี้… ใครจะกล้าหนีท่านได้อีก”
เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงนางเข้ามากอดแน่น “ไม่มีใครหนีข้าได้ โดยเฉพาะเจ้า… ภรรยาของข้า” ในอ้อมกอดนั้น หยางลี่เจินรู้สึกถึงความรักและความปลอดภัยที่เติมเต็มหัวใจของนางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน…
หลังจากที่หยางลี่เจินแต่งตัวเรียบร้อย นางเดินออกจากห้องพร้อมกับเหวินเจาเหยียนที่ตามมาข้างๆ เขาแต่งกายเรียบง่ายแต่ยังคงสง่างาม ราวกับบรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว
“วันนี้เจ้าดูสดใสมาก” เหวินเจาเหยียนกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ สายตาของเขาจับจ้องนาง
หยางลี่เจินหลบสายตาเล็กน้อย ใบหน้าของนางยังคงแดงระเรื่อจากเหตุการณ์เมื่อคืน “ข้าก็แค่… พักผ่อนได้เต็มที่”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย “พักผ่อนเต็มที่? ดูเหมือนเมื่อคืนเจ้าจะเหนื่อยไม่น้อย”
คำพูดของเขาทำให้หยางลี่เจินเบือนหน้าไปอีกทาง ใบหน้าของนางยิ่งแดงขึ้นไปอีก “ท่านนี่… ชอบพูดจาแกล้งข้าอยู่เรื่อย”
เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาเต็มไปด้วยความพอใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าไม่ได้แกล้ง ข้าเพียงแค่พูดความจริง”
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงห้องอาหาร บ่าวในจวนได้จัดโต๊ะไว้เรียบร้อย กลิ่นหอมของอาหารเช้าลอยมาแตะจมูก หยางลี่เจินรู้สึกหิวขึ้นมาทันที เหวินเจาเหยียนนั่งลงตรงหัวโต๊ะ และดึงให้นางนั่งข้างๆ แทนที่จะนั่งฝั่งตรงข้ามเหมือนทุกครั้ง
“ท่านทำไมถึงให้ข้านั่งตรงนี้?” นางถามด้วยความแปลกใจ
“เจ้าคือภรรยาของข้า เจ้าควรนั่งข้างข้า” เขาตอบเรียบๆ แต่คำพูดนั้นกลับทำให้หัวใจของนางเต้นแรง หยางลี่เจินไม่ได้โต้แย้งอะไรอีก นางเพียงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาลองชิมอาหาร
“ลองชิมนี่ดูสิ” เหวินเจาเหยียนเอื้อมมือมาตักกับข้าวให้ในจานของนาง
หยางลี่เจินมองเขาอย่างตกใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ “ท่านดูแลข้าขนาดนี้ ข้าคงเป็นคนโชคดีที่สุดแล้ว”
“ข้าไม่ได้แค่ดูแล แต่ข้าจะทำให้เจ้าไม่มีวันเสียใจที่เลือกอยู่เคียงข้างข้า”
หยางลี่เจินยิ้ม ดวงตาของนางเปล่งประกาย “ท่านพูดเช่นนี้ ข้าก็ยิ่งเชื่อมั่นในตัวท่าน”
ทั้งสองรับประทานอาหารเช้าร่วมกันในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แม้จะไม่มีคำพูดหวานๆ มากมาย แต่ทุกการกระทำกลับแสดงออกถึงความใส่ใจและความรักที่มีต่อกันอย่างลึกซึ้ง…