ภายในห้องหอเชิงเทียนถูกดับไปแล้วั้แ่ยามซวี [1] เมื่อยามเช้ามาเยือน ปี้อิงเคาะประตูห้องเอ่ยเรียกฮูหยินตนน้ำเสียงแ่เบา นอกจากนางบ่าวในจวนไม่มีใครล่วงรู้ว่าราตรีดั่งทองพันชั่งนี้ มีเพียงชินเหนียงที่เฝ้าห้องหอเดียวดายตลอดค่ำคืน
“ฮูหยิน ตื่นหรือยังเ้าคะ ให้ข้าเข้าไปนะเ้าค่ะ” นางฟังเสียงอนุญาตก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป
ไป๋เซียงหลันในชุดเ้าสาวสีแดงกลีบโบตั๋นยังคงนั่งอยู่บนเตียงไม่ต่างกับตอนส่งตัวเข้าห้องหอ ปี้อิงชะงักเล็กน้อย อดที่จะสงสารฮูหยินขึ้นมาไม่ได้ ท่านเ้ากรมผู้นั้นไยใจร้ายเพียงนี้ นางส่ายหน้าน้อยๆ สีหน้าเจือความสงสาร
“ฮูหยิน ล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะเ้าค่ะ ยามเหม่าแล้วเกรงว่าอีกไม่นานนายท่านคงกลับมา”
ไป๋เซียงหลันยกมือเรียวขาวเลิกผ้าคลุมศีรษะของตนขึ้น ดวงตาเล็กปรายมองสาวใช้ ก่อนรับผ้าที่นางยื่นส่งมา
แม้นางจะรู้สึกอดสูกล้ำกลืน ถึงอย่างไรเวลานี้นางก็มีฐานะเป็ฮูหยินของเขา วันหน้ามีอีกยาวไกลที่นางและท่านพี่จะได้สานสัมพันธ์กัน เมื่อคิดเช่นนั้นเซียงหลันจึงผ่อนคลายลง
ปี้อิงช่วยฮูหยินปลดเครื่องประดับบนหัวและชุดที่รัดแน่น
ด้านนอกหลีโหยวเหิงกลับมาจากศาลด้วยใบหน้าอิดโรยบางส่วน หากยังคงไม่ลดทอนความเคร่งขรึมของผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่
นายท่านกลับมาแล้ว บ่าวคนหนึ่งในเรือนเมื่อเห็นหลีโหยวเหิงเดินเข้ามาจึงได้ส่งคนไปบอกกล่าวนายหญิงในทันที
ไป๋เซียงหลันที่เดินออกมาจากตัวเรือนได้ไม่ถึงจิบชา ครั้นได้รับรายงานจากบ่าวผู้นั้นจึงได้เปลี่ยนทิศทางจากโรงครัวไปยังเรือนหน้า
“ท่านพี่” ไป๋เซียงหลันเรียกเขาออกไป
หัวคิ้วของหลีโหยวเหิงขมวดเข้าหากันเล็กน้อยครั้นได้ยินนางเบื้องหน้าเอ่ยเรียกตนเช่นนั้น ทว่ากลับไม่ได้เอ่ยวาจาห้ามอันใด ในเมื่อผู้คนที่นี้รับรู้ว่านางแต่งเข้ามาเป็อนุของเขา
นางเดินเข้าไปหาเขา ใบหน้าเล็กเจือความน่าสงสารอยู่ไม่น้อย น้ำเสียงเศร้าหมอง “ท่านพี่ จัดการศพของท่านพ่อเรียบร้อยแล้วหรือเ้าคะ” ใบหน้านวลที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนจึงขับให้ดูบอบบางยิ่งนักในสายตาบุรุษตรงหน้า
ไป๋เซียงหลันรู้ดีว่าหากเป็เื่นี้อย่างไรเขาก็ต้องให้ความสำคัญ
“อืม ข้าได้ให้คนจัดการแล้ว”
นางเป็ถึงบุตรสาวหากบิดามาตายลงก็ไม่อาจทำพิธีศพได้เช่นคนทั่วไป คงจะทำให้เศร้าโศกไม่น้อย น้ำเสียงของเขาจึงแฝงความปลอบโยนอยู่หลายส่วน “เ้าอย่าได้กังวลไป”
เซียงหลันซบลงที่อกของเขาตัวสั่นเครือ ในสายตาของบ่าวไพร่ที่มองมาจากที่ไกลๆ ต่างก็เห็นว่าท่านเ้ากรมและฮูหยินรักใคร่กันยิ่งนัก เช้ามาก็กอดร่ำลากันอยู่หน้าเรือน อีกทั้งให้คิดว่าค่ำคืนที่ผ่านมาคงจะไม่เพียงพอต่อคนทั้งสอง
บ่าวรับใช้ชายหญิงที่ยังไม่ออกเรือนแต่งเมียบางก็ก้มหน้าลงต่ำบางก็ขวยเขินอยู่ด้านหลัง ไม่กล้าเผลอมองอีกเกรงว่าจะทำให้ตนรู้สึกชอกช้ำเอาได้
“ขออภัยเ้าค่ะ” นางถอยออกมาซับน้ำตาที่เปรอะเปื้อนเล็กน้อยนั้น ก่อนจะเปลี่ยนมาเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง “ท่านทานอะไรมาหรือยังเ้าคะ ให้ข้าทำอาหารเช้าให้ดีหรือไม่”
เขามองดูนางและกล่าวตอบ “ไม่เป็อันใด ข้าเพื่อมาเปลี่ยนเสื้อผ้า อีกเดี๋ยวคงต้องออกไปอีก”
“เช่นนั้นหรือเ้าค่ะ” นางพยักหน้าลงน้อยๆ
“นายท่าน” ขณะนั้นเองเวิ่นเปิ่งที่ติดตามมาถึงในภายหลังก็ได้เดินตรงเข้ามายังที่ทั้งสองยืนอยู่กระซิบกระซาบอันใดข้างหูของหลีโหยวเหิงเพียงครู่เดียวจากนั้นสีหน้าของเขาก็มืดครึมลง ก่อนจะเดินไปยังทิศทางของห้องหนังสือในทันที
ไป๋เซียงหลันมองตามแผ่นหลังของผู้เป็สามีออกไป แววตาคล้ายไม่ชอบใจปรากฏให้เห็นชั่วครู่ก่อนจะหายไป
[1] ยามซวี (戌:xū) คือ 19.00 – 20.59 น