ชางไห่พยายามคลานเข้าไปกอดป้ายหลุมศพของพ่อ เเต่ในขณะนั้นเอง ตัวนางก็ต้องลุกพรวดขึ้นตามแรงกระชากจากใครบางคน…ชางไห่ใรีบหันมามองเ้าของแรงกระทำต่อนางและทันทีที่ได้พบหน้าของเขา หัวใจของนางก็เต้นแรงขึ้นมาอีก
“ท่ะ..ท่าน..เ้าั!!”
“ข้ารู้ว่าท่านเป็สตรีที่โหดร้ายและเห็นแก่ตัว แต่ก็ไม่นึกว่าท่านจะอกตัญญูถึงขั้นที่ไม่ยอมมาร่วมงานศพของพ่อตัวเอง!!! ถึงเวลานี้ ท่านจะมาร้องไห้คร่ำครวญอะไรอีก ท่านอาไม่อาจรับรู้อะไรได้แล้วมิใช่หรือ!!!” วินาทีที่ชางไห่ได้พบหน้าเฉินเซี่ยนาง ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น แต่ทว่า่เวลาต่อจากนั้นมันไม่ใช่ กริยาท่าทางรังเกียจมันแสดงออกผ่านใบหน้าของเฉินเซี่ยอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคนที่เฉินเซี่ยกำลังมองและต่อว่าอยู่นั้นก็คือชางไห่ เขาบีบข้อมือนางแน่นด้วยความโมโหแทนเจียวเจี๋ยเพราะตลอดระยะเวลา 7 วัน 7 คืน เขาไม่พบหน้าชางไห่เลยแม้เเต่วันเดียว
“ได้โปรดท่านเ้าั ปล่อยข้าเถอะ ข้าเจ็บ!”
“คนอย่างท่านรู้จักความเ็ปด้วยหรือ ท่านทำร้ายคนของข้าปางตาย หลิงหลิงเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะฝีมือท่าน ตอนนั้นท่านยังไม่รู้จักความเ็ปเลย แล้วเหตุใดตอนนี้ ท่านถึงบอกว่าท่านเ็ปเล่า!!!” เฉินเซี่ยสบัดข้อมือจนชางไห่ล้มฟุ่บลงไปที่พื้น ชางไห่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เฉินเซี่ยพูดเพราะนางไม่ใช่คนที่ลงมือทำ หากเเต่เื่นี้เป็ฝีมือของชิวสุ่ยต่างหาก
“เฮ้อ… ข้าไม่คิดเลยว่าข้าจะต้องเดินทางมาที่นี่เพื่อแต่งงานกับคนอย่างท่าน แม้เเต่งานศพพ่อตนเองท่านยังไม่มาร่วมไว้อาลัย นั่นก็หมายความว่าท่านไม่ได้สนใจความรู้สึกของผู้ใดเลย ยกเว้นตัวท่านเอง!! ท่านอาเหมยอิงนั่งร้องไห้เสียใจเพียงลำพังโดยไร้คนปลอบโยน แต่ท่านเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องอย่างสบายใจ ท่านทำเช่นนี้กับแม่ของท่านได้อย่างไร!!!”
“นี่ท่านกำลังพูดเื่อะไร ข้าไม่เข้าใจ?...ที่ข้าออกมาร่วมงานศพท่านพ่อไม่ได้ นั่นเป็เพราะ…..”
“เฮอะ! สตรีผู้เห็นแก่ตัว ไม่สนใจความรู้สึกของผู้ใด มาวันนี้ทำตัวไร้เดียงสาไม่เข้าใจโลกอันกว้าง ท่านจะให้ข้าเชื่อหรือไง ว่าท่านเสียใจจนไม่สามารถออกมาพบผู้ใดได้”
“ข้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ท่านพูดคืออะไร แต่เวลานี้ข้าขอแสดงความกตัญญูต่อหลุมศพของพ่อข้าก่อนได้หรือไม่ แล้วหลังจากนี้หากข้าผิดอะไร ข้าจะยอมรับผิดทั้งหมดเอง”
“ท่านจะมาเคารพศพอะไรตอนนี้ ในเมื่อเวลา 7 วัน 7 คืนที่ผ่านมา ข้าไม่เคยเห็นท่านมาร่วมงานเลย ท่านเป็ลูกสาวคนเดียวของท่านอาแท้ๆ แต่กลับไม่มาร่วมไว้อาลัยให้พ่อบังเกิดเกล้าของตนเอง แล้วแบบนี้ท่านยังจะเรียกตนเองว่าเป็ลูกกตัญญูเช่นนั้นหรือ”
“ท่านเ้าั ข้าไม่รู้ว่าตัวข้าทำอะไรให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจถึงเพียงนั้น แต่ข้าขอแค่เสี้ยววินาที ข้าขอเคารพศพของพ่อข้าเป็ครั้งสุดท้ายก่อน ได้หรือไม่เ้าคะ?” เเววตาของชางไห่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเสียใจและหมดกำลังใจ นางมองหน้าเฉินเซี่ย เพื่อขอให้เขาเห็นใจนางเป็ครั้งสุดท้าย ซึ่งวินาทีนั้นเฉินเซี่ยก็นึกสะอึกในใจแปลกๆและจู่ๆภาพของเด็กสาวที่ยื่นไข่มุกให้เขาในวันนั้นก็แว๊บเข้ามาในหัวอีกครั้ง
“ในเมื่อท่านอยากแสดงตัวเป็ลูกกตัญญู ข้าก็จะให้ท่านทำ ิคัง..ไป!!” เฉินเซี่ยและิคังเดินจากไป ทิ้งให้ชางไห่นั่งไว้อาลัยเเด่ผู้เป็พ่ออยู่แบบนั้นคนเดียว ในขณะที่เฉินเซี่ยกำลังเดินลงจากเนินเขาอิงฮวา เขาก็ได้แอบคิดอะไรในใจอยู่คนเดียว
“คุณชาย! คุณชายระวังต้นไม้ขอรับ!!” เฉิยเซี่ยติดอยู่ใน ภวังค์แห่งความคิดโดยไม่ได้มองสิ่งรอบข้างจนเกือบเผลอเดินชนต้นไม้เข้า แต่โชคดีที่ิคังะโเรียกไว้ได้ทัน
“ข้าไม่เป็ไร..ิคังเ้าคิดว่านางเสียใจจริงๆหรือ?”
“อะไรหรือขอรับ?”
“ข้าหมายถึงชางไห่…เ้าคิดว่านางจะเสียใจมาก ถึงขั้นไม่สามารถมาร่วมงานศพพ่อตนเองเลยหรือ”
“คุณชายหมายถึง?”
“ข้าคิดว่า นางอาจจะเเค่แสร้งทำเป็เสียใจต่อหน้าข้า”
“แต่ข้าน้อยว่าไม่ใช่นะขอรับ ข้าน้อยแอบสังเกตแววตาของนาง มันดูสิ้นหวัง ไร้ที่พึ่งและเสียใจมากๆเลยนะขอรับ บางทีข้าน้อยก็รู้สึกว่า….เอ่อ…”
“ว่าอะไร?”
“เอ่อ….ข้ารู้สึกว่า..คุณหนูหลี่ผู้นี้ ไม่ใช่ผู้ที่เคยไปวังัขอรับ”
“เหลวไหล ท่านอาเจียวเจี๋ยมีลูกสาวเพียงผู้เดียว แล้วเ้าจะมาบอกข้าว่านางเป็คนละคนได้ยังไงกัน” เฉินเซี่ยทำเป็ไม่สนใจคำที่ิคังพูด แต่เมื่อกลับมาถึงห้องรับรองเขากลับเก็บเื่นี้มาคิดทบทวนอีกครั้ง เฉินเซี่ยนั่งคิดทบทวนและนึกถึงเเววตาที่นางมองมาที่เขาตอนอยู่เนินเขาอิงฮวา สลับกับเเววตาที่นางมองมาที่เขาตอนอยู่วังัมันชั่งต่างกันจริงๆ เเต่เขาพยายามคิดว่านางอาจจะแสร้งทำดีเท่านั้น กลางดึกคืนนั้นเฉินเซี่ยออกมาเดินเล่นเพราะพรุ่งนี้เขาต้องเดินทางกลับวังัและมันก็เป็วันที่เขาจะต้องเข้าพิธีเเต่งงานกับชางไห่นั่นเอง
“ท่านพ่อ ข้าจะต้องแต่งงานกับสตรีผู้นี้จริงๆหรือขอรับ ท่านอา…เหตุใดลูกสาวของท่านถึงไม่มีจิตใจดี โอบอ้อมอารีเหมือนท่านล่ะขอรับ ข้าจะทำยังไงกับเื่นี้ดี..เฮ้อ!” ในขณะที่เฉินเซี่ยกำลังนึกกระวนกระวายในใจหาทางออกไม่ได้ สายตาของเขาก็ได้เหลือบไปเห็นแสงไฟบนเนินเขา มันเป็แสงไฟหรี่คล้ายกับว่ายังมีคนอยู่บนนั้น ด้วยความที่นึกสงสัยเฉินเซี่ยจึงแปลงกายเป็ัและบินโฉบไปที่นั่น ครั้นเมื่อไปถึงเขาก็ได้พบว่าเ้าของแสงไฟนั่นก็คือชางไห่และตอนนี้นางก็กำลังจะะโลงหน้าผาเพื่อตายตามพ่อของนางไป เฉินเซี่ยที่ได้เห็นเช่นนั้นเขาก็อึ้งเพราะไม่คิดว่าชางไห่ สตรีผู้รักแต่ตัวเองที่เขารู้จักจะยอมลงทุนะโหน้าผาเพื่อให้ตายตามพ่อของตนไป
“ท่านพ่อ รอลูกก่อนนะเ้าคะ ลูกกำลังจะตามไปปรนนิบัติท่านพ่อบน์เ้าค่ะ” ชางไห่พูดจบนางก็ะโลงหน้าผาไปทันที ทำเอาเฉินเซี่ยอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก เขาพยายามเรียกสติของตนเองกลับมาและช่วยเหลือนางไว้ได้ทัน แต่ทว่าตอนนั้นชางไห่กลับหมดสติไปแล้ว เฉินเซี่ยอุ้มร่างของนางมาวางพิงไว้กับท่อนไม้หน้าหลุมศพของพ่อนาง เฉินเซี่ยหันไปมองป้ายหลุมศพของเจียวเจี๋ยอย่างสงสัย
“ท่านอา ลูกสาวของท่านมีนิสัยอย่างไรกันแน่ ทำไมนางถึง คิดทำอะไรเช่นนี้!!!” เฉินเซี่ยหันกลับมามองหน้าชางไห่ ในตอนนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่าตัวของนางร้อนขึ้น ทั้งนี้อาจจะเป็เพราะ นางนั่งไว้อาลัยต่อหน้าหลุมศพของพ่อนาง ั้แ่ตอนที่เฉินเซี่ยกลับลงไป ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วเฉินเซี่ยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพาตัวนางไปพักฟื้นที่จวนรับรองของตนเอง เฉินเซี่ย ลงทุนเช็ดตัวให้นางเอง เพราะรู้ว่านางนั่งไว้อาลัยตากน้ำค้างนานจนตนเองป่วย ในระหว่างนั้นนางก็เอาเเต่ละเมอเรียกหาเเต่พ่อกับแม่ จนเฉินเซี่ยเริ่มสับสนกับความคิดของตนเอง
“ท่านพ่อ ท่านรอข้าด้วย ท่านแม่ ข้ากับท่านพ่อกำลังจะไปหาท่านแล้วนะเ้าคะ” ชางไห่ละเมอควานไปจับมือของเฉินเซี่ยเอาไว้เเน่นก่อนที่นางจะหยุดละเมอและหลับไปทั้งๆที่ยังจับมือของเฉินเซี่ยอยู่
“หลี่ชางไห่ ท่านเป็คนยังไงกันเเน่?” เฉินเซี่ยเช็ดตัวและคลายพิษไข้ให้นางก่อนจะเผลอหลับไปข้างๆเตียงพร้อมกับมืออีกข้างที่ยังจับมือนางไว้ ถึงตอนนี้อาจจะมีข้อสงสัยในตัวนางมากมาย เเต่เพื่อเห็นแก่หน้าของเจียวเจี๋ย เฉินเซี่ยจึงยอมสงบศึกเอาไว้และดูเเลนางไปก่อน