“เออ มึงโทรหาพี่รหัสยัง” หลังหมดชั่งโมงเรียนของวันทั้งสามเพื่อนซี้ก็นั่งชุมนุมกันที่โต๊ะหินอ่อนหน้าคณะ
“ยังว่ะ กูยังทำใจไม่ได้” แค่คิดก็เซ็งหนักแล้วมินจุนขอลายเซ็นมาจนครบทุกคนเว้นแต่ของคนๆหนึ่งที่ยังไม่กล้าขอคนที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร
“กูโทรไปล่ะ เป็เสียงผู้ชายเสียดายชิบ” ซีนทำหน้าเศร้าด้วยผิดหวังเพราะหมดสิทธิ์ที่จะเป็พี่สาวแสนสวยไปได้
“กูตัดสินใจแล้ว”มินจุนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าเต็มปอดตัดสินใจลุกพรวดเดินเข้าหากลุ่มรุ่นพี่ปีสองที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนักเพื่อการบรรลุเป้าหมายเื่ขอลายเซ็นพี่คนสุดท้ายที่เขาไม่อยากทำเลย
“พี่ครับ ผมขอลายเซ็นหน่อยครับ”รุ่นพี่ทั้งกลุ่มหยุดการสนทนาแล้วหันมามองเขาเป็ตาเดียวเว้นแต่คนที่เขา้ายังคงทำหน้านิ่งมองไปทางอื่น
“ของใครจ๊ะ” พี่สาวคนสวยถามรุ่นน้องที่เข้ามาหาแต่กลับไม่ระบุตัวตนคนที่้า
“พี่คนนี้”มินจุนชี้นิ้วไปที่รุ่นพี่ที่นั่งหันหลังให้กับตน
“อ้าว จะอายทำไม่ละ”พี่อาร์มพูดแกมหัวเราะเหตุเพราะอาการเคาะเขินของน้อง ใช่ที่ไหนหล่ะแค่ไม่อยากให้รุ่นพี่คนดังกล่าวเห็นหน้าต่างหากล่ะ
“มาได้สักทีนะมึง” คนตัวใหญ่หันตัวกลับนั่งในท่าไขว้ขาประสานมือไว้ที่เข่าคุยด้วยสายตาเรียบนิ่งจนกลุ่มเพื่อนของมินจุนเปลี่ยนโต๊ะมานั่งให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ
“รู้จักกันหรอ”พี่เจียสาวสวยประจำคณะเอ่ยถามด้วยความงุนงงเท่าที่รู้จักธัพธัยมาก็ไม่เคยเห็นไปรู้จักมักจี่กับใครนอกจากกลุ่มเพื่อนสนิท
“ไม่ แต่จะรู้จักก็คราวนี้แหล่ะ”ธัพธัยตอบปฏิเสธเสียงเรียบโดยที่ยังจ้องรุ่นน้องไม่วางตามินจุนก้มหน้ามองต่ำจนแทบจะแทรกกระเบื้องอยู่แล้ว ‘ทำไมต้องเจอกันอีกด้วยว่ะ’ หัวคิดวนไม่รู้กี่รอบทั้งที่มันไม่มีเหตุผลแต่ก็หยุดความคิดไว้ไม่ได้
“กูจะเซ็นให้ก็ได้ แต่มึงต้องทำตามที่กูบอกสามข้อ”มินจุนช้อนตาขึ้นมองทั้งที่หน้ายังก้มอยู่
“จะเอาไม่เอา”รุ่นพี่ถามย้ำเพราะเห็นเ้าตัวนิ่งเฉยอยู่
“พี่บอกมาเหอะ” จะทำยังไงได้ก็ต้องจำใจทำป่ะ
“อย่างแรกมึงต้องซื้อกาแฟมาให้กูก่อนแปดโมงทุกเช้าเริ่มพรุ่งนี้ อย่างที่สองมึงต้องไปเลี้ยงหวานเย็นให้กูทุกเย็นเริ่มเย็นนี้อย่างสุดท้ายที่กูเคยบอกมึง เอาเสื้อผ้ามาคืนกูภายในอาทิตย์นี้”แน่นอนว่าตอนนี้ทุกสายตาเปลี่ยนมาจับจ้องอย่าง้าคำตอบกับคนที่เพิ่งพูดจบไปเมื่อกี้โดยที่เ้าตัวยังวางหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไร ทิ้งให้ทุกคนสงสัยกันไปและเมื่อเอาคำตอบจากคนหน้านิ่งไม้ได้ ก็ส่งสายตามาคาดคั้นกับรุ่นน้องที่มาใหม่จนมินจุนอยากแทรกแผ่นดินหนีอีกรอบอุตส่าห์เก็บไว้เป็ความลับกลับถูกเปิดเผยเอาง่ายๆ
“กูไปล่ะ” ธัพธัยมองนาฬิกาที่ข้อมือได้เวลาที่ต้องซ้อมแบดแล้ว จึงจากไปโดยทิ้งะเิไว้ให้มินจุนเผชิญคนเดียว
“อะไร ยังไง ทำไมต้องคืนเสื้อผ้ากันด้วย”ซีนเซ้าซี้เพื่อนเพาะอยากเสือกเต็มทน
“ใช่ๆๆ เล่ามา”ไม่เว้นแม้แต่รุ่นพี่กลุ่มเพื่อนของธัพธัย ต่างรุมล้อมมาคาดคั้นเอาคำตอบมินจุนได้แต่กุมขมับฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
“ก็ คนที่ช่วยกูบนเกาะไง”
“ห๋า! โลกกลมชิบหายมึงตกเรือรอดตายมาได้กูก็ว่าปาฏิหาริย์แล้วนะ คนที่ช่วยมึงเสือกเป็พี่เขาอีก OMG” ซีนอุทานเสียงสูงรู้สึกอัศจรรย์ใจ แม้เปอร์เซ็นต์อาจต่ำมากๆแต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้เช่นกัน มินจุนเคยเล่าเื่ที่ประสบพบเจอมาให้ซีนฟังแต่ก็ไม่ได้บอกว่าคนที่ช่วยเหลือเป็ใคร เพราะเ้าตัวเองก็ไม่รู้จักเหมือนกันซึ่งคนที่กระจ่างมีเพียงซีนคนเดียวเพื่อนๆคนอื่นกับรุ่นพี่ทั้งกลุ่มยังคงงงกันอยู่
“ซ้อมแบดเหนื่อยไหมเพื่อน”ไตเติ้ลเพื่อนสนิทอีกคนของธัพธัยแสร้งเป็ห่วงเป็ใย อุตส่าห์ถ่อมาจนถึงสนามซ้อมทั้งที่ไม่เคยก้าวย่างเข้ามาเลยด้วยซ้ำ ยังคิดอยู่ว่าหาทางมาถูกได้ยังไง
“มีอะไรพูดมา”แน่นอนว่าด้วยนิสัยของเพื่อนที่แม้จะรู้จักได้แค่ปีเดียว ก็แทบจะรู้สันดานกันหมดจึงไม่แปลกที่ธัพธัยจะถามแบบนั้น
“เื่ของน้องรหัสมึงอ่ะ ยังไงว่ะ”ไตเติ้ลเริ่มเื่แบบตะกุกตะกัก ไม่ค่อยกล้าถามเื่ส่วนตัวเพื่อนสักเท่าไหร่แต่จำใจมาเพราะเป่ายิ้งฉุบแล้วแพ้ อีกอย่างก็อยากเสือกด้วยแหล่ะจึงต้องมาเป็หน่วยกล้าตาย
“ไอ้อาร์มให้มึงใช่ไหม ขี้เสือกนะพวกมึง” ผลัวะ! ดีที่ยกกระเป๋าสะพายข้างขึ้นมาบังไว้ทัน ไม่งั้นเบ้าหน้าต้องเสียโฉมเพราะลูกแบดเป็แน่
“นับว่ารู้ใจกู” นี่เป็คำชมที่ออกจากปากของธัพธัยเพราะหากเป็คนอื่นคงหน้าแหกไปแล้ว
“ก็นานๆทีมึงจะมีเื่ให้พวกกูเสือก แล้วกูจะช้าอยู่ใยว่ะปกติกับน้องคนไหนมึงก็เซ็นๆไปไม่ใช่หรอ แต่ทำไมกับน้องจุนนี่มึงถึงเื่เยอะว่ะ”
“ไสหัวไปได้แล้ว ฝากคีย์การ์ดในกระเป๋าไปให้มันด้วย”
“นี่กูต้องวกกลับไปที่หน้าคณะอีกหรอว่ะ” .
“มึงอาจจะเจอมันที่หน้าสนามก็ได้”
“มึงจะไม่เล่าจริงๆหรอ”ก่อนจากไปก็ยังพยายามถามเผื่ออีกคนหลุดปากพูดแต่ก็ต้องวิ่งหนีตายหางจุกตูดดูจากสายตาแข็งมองขวางมาแล้วคราวนี้อาจจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ไตเติ้ลก็ได้แต่เดินแกว่งพวงคีย์การ์ดออกมาจากสนาม
“จุนนี่ พี่ธัพฝากคีย์การ์ดมาให้คร๊าบ”เป็อย่างที่ธัพธัยเดาไม่ผิด เมื่อออกมาก็พบน้องมินจุนกับเพื่อนๆของเขารออยู่เหมือนกับกำลังทำใจอะไรบางอย่าง
“มึงโอเคไหมว่ะ”ตินเพื่อนสนิทอีกคนของมินจุนเอ่ยถามขึ้นเพราะเห็นหน้าเพื่อนเหมือนคนกำลังอมทุกข์อยู่ก็ไม่ปาน
“อืม ทำไงได้ว่ะ” มินจุนตอบกลับแบบเสียไม่ได้ แต่สีหน้ายังดูหนักใจอยู่
“ให้พวกกูไปเป็เพื่อนไหม?”ซีนเสนอตัวเผื่อช่วยอะไรได้บ้าง เล็กๆน้อยๆก็ยังดี
“ไม่เป็ไร ขอบใจเพื่อน” มินจุนตบไหล่ซีนแล้วเดินไปตามที่อยู่ที่พี่ไตเติ้ลบอก
“จุ๊ๆๆ คอนโดหรูไม่เบานะเนี่ย”มินจุนถึงกับหลุดปากกับความหรูหราเบื้องหน้า คิดไปคิดมาก็ไม่แปลกหรอกเป็เ้าของเกาะได้ก็คงรวยเอาการอยู่มินจุนสาวเท้ายาวๆเข้าลิฟท์ขึ้นสู่ห้องพักเบอร์2401
“โอ้โห”เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วก็ต้องตกตะลึงกับความโอ่อ่าด้านในห้องขนาดห้องไม่ใหญ่มากแต่ตกแต่งโคตรหรูดูแพงสุดๆ
“ต้องรวยระดับไหนว่ะ ถึงจะมีปัญญาอยู่ห้องแบบนี้”เขารีบกระเด้งทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาที่น่าจะราคาแพงเอาเื่อยู่เกลือกกลิ้งไปมาสักพักก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม
“อ่า หวานเย็น อยู่ไหนเอ่ย”เขาปรบมือเรียกด้วยคาดหวังว่าสิ่งที่เขาจะดูแลเย็นนี้ ต้องเป็น้องหมาน่ารักแน่ๆ
เหมียว เหมียวแมวน้อยตัวอ้วนกลมขนสั้นตาโต ทำเอามินจุนใหงายหลังร้องแหกปากหน้าเหวอะโเข้าหลบที่หลังโซฟาดวงตาทั้งสองสั่นระริกเบะปากเหมือนจะร้องไห้ กลัวจนตัวสั่นไม่รู้จะทำยังไงดีนี่คือสัตว์ที่เขากลัวที่สุด หน้าตาน่าเกลียด ร้องเหงียวๆน่ารำคาญแต่อันที่จริงแล้วเพราะเขาเคยมีอดีตที่จำฝังใจกับแมวทุกวันนี้ยังเหลือรอยแผลเป็ที่ใต้คางไว้เตือนใจอยู่เลย
“นี่กูต้องเลี้ยงแมวหรอว่ะ แล้วกูจะรอดไหมเนี่ยโทรบอกลาครอบครัวล่วงหน้าดีไหม” มินจุนใช้เวลาที่สูญไปกับการเล่นจ้องหน้ากับแมวตัวอ้วน
“ชื่อหวานเย็นเข้าใจตั้ง ตัวกลมดิ๊ก”เขาค่อยๆยื่นขนมเป็แท่งให้มันช้าๆ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันยังไงแล้วมินจุนต้องเอาลายเซ็นพี่คนนี้มาให้ได้ จะยอมแพ้ง่ายๆไม่ได้เด็ดขาด ดีที่มันไม่ค่อยจุ้นจ้านมากเขาจึงพอรักษาเขตแดนของตัวเองไว้ได้แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานมันกลับเริ่มส่งเสียงพร้อมเดินป้วนเปี้ยนพันแข้งพันขาตอนทำความรู้จักกันก็ลดความกลัวลงไปหน่อยแต่ถ้ามันจู่โจมแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน เขาเดาว่าเ้าตัวกลมอาจจะกำลังหิว จึงเผ่นหนีเข้าครัวหาอาหารให้มันกินจะได้สิ้นเื่
“อืม ตู้เย็นมีอะไรให้มันกินมั้งน้า”เขาค้นตู้เย็นไปสักพักก็ไม่พบกับอาหารที่แมวสามารถกินได้ดวงตาเปล่งประกายคล้ายกับนึกอะไรออก มินจุนหยิบนมจืดที่ติดกระเป๋ามาด้วย
“คงกินได้แหละ” มินจุนเทนมใส่ชามของหวานเย็น เสร็จก็เคาะชามข้าวเรียกมันมากินส่วนตัวเองก็รีบหลบอ้อมไปอีกทาง
“ครางหงิวๆจะเอาอะไรอีกล่ะ”เขานั่งสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ทำไมมันดูแปลกๆไป นอนหายใจหืดๆดูไม่ค่อยร่าเริง
“ง่วงแล้วหรอ” นี่ก็ค่อนข้างดึกแล้วมันคงจะง่วงแล้วละได้ยินว่าแมวชอบนอนด้วย
แกร่กเสียงประตูห้องเปิดเข้ามาเหมือนกับเสียง์มาโปรด เขาเข้าใจได้ทันทีว่าเ้าของห้องได้เดินทางกลับมาถึงแล้วสีหน้าดูดีใจเหมือนภรรยาที่รอคอยสามีกลับจากทำงานแต่เปล่าเลยเพราะอยากหนีจากเ้าแมวตัวนี้จะแย่
“หวานเย็น เหมียวๆๆ อยู่ไหน” คือสิ่งแรกที่ธัพธัยทำเมื่อกลับมาถึงห้องเรียกอยู่นานแล้วเ้าหวานเย็นก็ยังไม่โผล่ออกมา ซึ่งมันผิดปกติมาก
“มันหลับไปแล้ว”มินจุนนั่งแอบอยู่ลุกพรวดขึ้นตอบเพราะอีกคนพยายามเรียกไม่หยุด
“นอน!” ธัพธัยทำสีหน้างงต่อให้มันหลับลึกขนาดไหน แค่เสียงเขากระแอมมันก็กรูเข้าอ้อนแทบไม่ทันแล้วเขาสาวเท้าเร็วๆไปยังจุดที่คิดว่าหวานเย็นนอนอยู่
“หวานเย็น!”ธัพธัยรีบช้อนมือเข้าอุ้มแมวน้อยมาไว้ในอก แน่นอนว่าอาการมันไม่ค่อยดีนัก
“มึงทำอะไรหวานเย็น”เขาถามเสียงดังขึงตาใส่อย่างกับจะเอาเื่ จนอีกคนใกลัวจนขวัญเสีย
“ไม่ได้ทำอะไรมันนะ มันหิวก็ให้มันกินนม ไม่ได้ทำอะไรจริงๆ” มินจุนตอบเสียงสั่นไม่ใช่เพราะทำอะไรผิดแต่เพราะกลัวเสียงและสีหน้าของอีกคนมากต่างหาก
“นม?” ธัพธัยเหลือบไปเห็นกล่องนมในถังขยะก็ทำหัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่พื้น สีหน้าซีดเผือดด้ายอาการใสุดขีด
“มันแพ้นมวัว มึงนี่แม่ง”เสียงตะคอกคำหยาบดังลั่นกะจะด่าให้สำนึกไม่ทันแต่พอเห็นหน้าตาที่ตื่นกลัวของน้องแล้วก็ด่าไม่ลงเขาจึงรีบอุ้มหวานเย็นลงลิฟท์ไปยังลานจอดรถ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากรู้ตัวอีกทีในอ้อมกอดก็มีเ้าหวานเย็นตัวกลม และตัวเองก็นั่งประจำที่เบาะข้างคนขับเสียแล้วมือสองข้างชุ่มไปด้วยเหงื่อไม่รู้ว่ากลัวแมวรุ่นพี่ตายหรือเพราะอาการกลัวแมวกำเริบหรือเพราะกลัวรถคว่ำตายทั้งคนทั้งแมวกันแน่ รุ่นพี่เขาเล่นเหยียบจนมิดไมค์ขนาดนี้ดีที่เป็่ดึกแล้วรถจึงไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรคงต้องกลั้นใจพามันส่งให้ถึงมือหมอให้ได้เพราะในใจมินจุนโครตรู้สึกผิดเลย
“หวานเย็นปลอดภัยดี พี่ให้ยาแก้แพ้ไปแล้ว ไม่ต้องกังวลไปวันหลังก็ระวังหน่อย” พี่หมอเป็เ้าของไข้และให้การดูแลรักษาหวานเย็นมาั้แ่ต้นช่วยพูดปลอบประโลมเพราะอาการประหม่าของธัพธัย น้องชายของเพื่อนสนิทและกลัวว่าธัพธัยจะโกรธเคืองเพื่อนที่มาด้วยกัน จึงช่วยผ่อนหนักเป็เบา
“ขอบคุณครับพี่”
“คนที่มาด้วยกันอ่ะ เพื่อนหรอ”คำถามที่พี่หมอถามออกมาทำคนหน้าตึงหันขวับมองกลับในทันที
“น้องที่คณะครับ”
“ผมกลับล่ะ” แม้จะยังสนทนากันยังไม่จบธัพธัยก็ตัดบทขอตัวกลับก่อนพี่หมอเบิกตากว้างเหมือนจะเข้าใจอะไรสักอย่าง
“ขอโทษ”มินจุนยืนพิงผนังรออยู่นอกห้องตรวจรีบกล่าวขอโทษทันทีที่รุ่นพี่เดินออกมาแต่พี่กลับไม่พูดอะไรเขาจึงได้แต่ก้มหน้าเศร้าเดินตามหลังไปเงียบๆ
“ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่ง” ที่ตำแหน่งคนขับเมื่อมองไปเบื้องหน้านอกตัวรถเห็นไอ้ตัวสร้างปัญหายืนหน้านิ่วอยู่ ยังจะต้องให้เรียกเป็เด็กๆมินจุนที่ลุ้นตัวโก่งพอได้ยินพี่เรียกก็รีบวิ่งแจ้นขึ้นรถจริงๆก็รอให้พี่เขาเรียกอยู่ไม่กล้าขึ้นรถไปแบบพละการเพราะกลัวถูกเตะโด่งออกมาบรรยากาศบนรถเงียบสงบยิ่งกว่าอะไร มินจุนไม่กล้าพูดอะไรมากจะตอบก็ต่อเมื่อพี่ถามเส้นทางเท่านั้นเพื่อคลายความเกร็งเขาจึงลูบตัวเ้าอ้วนไปพลางอย่างไม่รู้สึกตัวจนรถหรูเข้าเทียบจอดหน้าหอพักใกล้กับมหาลัย
“ขอบคุณครับ”ก่อนเปิดประตูรถก็นึกขึ้นได้เหมือนลืมอะไรไปบางอย่าง
“กระเป๋า” มินจุนอุทานขึ้นหน้าตาตื่นเพราะรีบร้อนจึงลืมกระเป๋าไว้ที่คอนโด ติดตัวมาก็แค่โทรศัพท์เครื่องเดียวเขากระวนกระวายจะให้พี่พากลับไปเอาก็เสี่ยงกับการถูกด่าไม่รู้จะทำยังไงดีความกังวลที่แสดงออกทางสีหน้าชัดเจน จนคนพี่สังเกตเห็น
“พรุ่งนี้กูเอาไปให้ที่มอ มึงรีบใช้ไหม?”คนพี่พูดด้วยอาการอ่อนเพลีย อาจเพราะวันนี้ซ้อมหนักและไหนจะต้องวิ่งโร่ไปโรงพยาบาลอีก เขายังไม่ได้หยุดพักเลย
“งั้น ผมฝากพี่ด้วยละกัน”เมื่อไอ้ตัวปัญหาลงรถไปแล้วธัพธัยก็ขับรถตรงกลับคอนโดทันทีเขาพาหวานเย็นเข้านอนด้วยและคอยตื่นมาดูอาการเ้าอ้วนทุกๆชั่วโมงจนเช้า
“พี่จะมาเที่ยงทำไมไม่บอก กาแฟละลายหมดแล้ว”มินจุนตรงดิ่งเข้าหารุ่นพี่ทันทีที่เห็นเขานั่งทานข้าวอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่ร้านหน้ามหาลัยหลังจากที่ตามหาจนทั่วคณะไปแล้วในรอบเช้าที่ต้องตามหาเพราะ้ากระเป๋าที่ลืมไว้ และเพื่อทำตามกฎที่พี่ั้แ่พี่กลับเป็คนผิดกฎซะเอง วันนี้เขาจึงมาถึงด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“โทษทีว่ะ พึ่งตื่นตอนสิบเอ็ดโมงนี่เอง เพราะมึงแหละกูไม่ได้นอนทั้งคืน” กลับกลายเป็ความผิดของมินจุนซะงั้น เป็ตราบาปในใจซะด้วยจึงจำต้องสงบลงทั้งอย่างนั้น
“แล้วหวานเย็นเป็ไงมั่ง”ความสำนึกผิดมีมากเขาจึงนั่งใกล้ๆและถามไถ่ถึงอาการเ้าอ้วน รุ่นพี่สี่ห้าคนและเพื่อนๆของมินจุนมองหน้ากันไปมานึกอยากรู้เกี่ยวกับเื่ที่ทั้งสองคุยกัน
“ดีขึ้น”ธัพธัยตอบเสร็จก็ก้มหน้ากินข้าวในจานโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง
“มีอะไรว่ะ” พี่อาร์มทนอยากรู้ไม่ไหวจึงถามแทรกยักคิ้วถามเอาคำตอบจากมินจุนอีก จนน้องต้องเปิดปากพูด
“คือ เมื่อคืนหวานเย็นเข้าโรงบาล”
“ทำไม เป็อะไร” พี่ไตเติ้ลถามแทรกโดยที่มินจุนยังพูดไม่จบ
“ผมเอานมวัวให้มันกิน มันเลยไม่สบาย”มินจุนพูดช้าๆสลับกับมองหน้าคนหน้าขรึมไปพลางไม่รู้ว่าถ้าเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วจะโดนเตะตกเก้าอี้หรือเปล่า
“ห๋า! ถึงกับจะฆ่าหวานเย็นเลยหรอว่ะ” พี่อาร์มแซวเสียงดังแบบโอเว่อร์จนรอบข้างใไปตามๆกัน
“ไอ้ฆารตกร” ไตเติ้ลเองก็ตบมุกตามให้เื่ดูยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น
“เฮ้ย! ผมไม่ได้จะฆ่ามัน ใครจะไปรู้ว่าแมวจะแพ้นมล่ะ” มินจุนรีบปฏิเสธเสียงดังออกอาการตระหนกอยู่มาก
“พอๆ เลิกแซวน้องมัน”พี่เจียรีบปรามพี่อาร์มและพี่ไตเติ้ล เพราะเห็นว่ามินจุนดูใหน้าซีดแล้ว
“แล้วมินจุนรอดมาได้ยังไง พี่ธัพเขารักมากเลยนะเ้าหวานเย็นนะ” พี่เจียแกล้งหยอกมินจุนเล่นเหมือนจะห้ามเพื่อนแต่ก็แกล้งสักหน่อยน้องน่ารักดี
“ เพราะเป็ของแทนจายยยยย...” พี่ไตเติ้ลและพี่อาร์มพูดขึ้นพร้อมกันและต้องเงียบปากลงเพราะสายตาพิฆาตของเพื่อนจ้องมาที่ทั้งสอง
“สองทีแปดรูนะมึง พูดมาก”พี่ไตเติ้ลกับพี่อาร์มเอียงตัวหลบตามจังหวะส้อมที่เพื่อนใช้ชี้หน้า
“ยังคงหวงเหมือนเดิม แล้วยังงี้น้องจุนนี่คงไม่ต้องเลี้ยงหวานเย็นอีกแล้วดิ” เจียหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มตั้งคำถามแทนน้องเพราะเห็นว่าธัพธัยหวงหวานเย็นมากและวีรกรรมที่มินจุนก่อขึ้นเธอเดาว่าคนเ้าอารมณ์อย่างธัพธัยคงไม่ยอมให้รุ่นน้องเข้าใกล้อีกเป็แน่
“งั้น ถ้าไม่ให้ไปแล้วกฎข้อนี้ก็ถือว่าผ่านนะ”มินจุนอาศัยจังหวะของปัญหา หักล้างการทำภารกิจที่รุ่นพี่มอบหมายให้
“ผ่านบ้านป้ามึงดิ เพราะกูไม่มีทางเลือกอื่นหรอก มึงยังต้องไปเหมือนเดิม” มินจุนหน้างอนิ่งเงียบ
“แล้วมึงอย่าเอานมให้แมวกูกินอีกนะ”
“เออ รู้แล้ว” เขารับคำห้วนๆ
“กูรุ่นพี่มึงนะ” จึงโดนอีกคนเสียงขรึมใส่
“คร๊าบบบบ”มินจุนจำต้องเปลี่ยนคำรับอย่างทันควันกลัวจะพลาดลายเซ็นสุดท้ายก็กลัวกลัวแมวน่าเกลียดนั่นก็กลัวเพราะเหตุนี้เขาจึงตอบรับแบบไม่ค่อยมีหางเสียงสักเท่าไหร่
“แล้วมึงโทรหาพี่รหัสยังว่ะ ของกูคล้ายๆกับจะรู้แล้วนะเว้ย” ซีนถามเกี่ยวกับการตามสืบหาพี่รหัสกับเพื่อนๆ
“ของกูก็คิดว่าน่าจะเป็พี่ผู้หญิงที่ใส่แว่นหนาๆอ่ะ มองกูแปลกๆ” ตินก็พูดเสริมขึ้นมาอีกคน แต่บทสนทนากลับทำมินจุนน่าตึงกว่าเดิมเสียอีก
“กูยังไม่รู้ห่าอะไรเลย เมื่อคืนกูโทรเป็สิบสายพี่รหัสกูไม่รับสักสายมึงคิดดูคนอื่นเค้าไปถึงไหนแล้ว ดูพี่รหัสกูดิแค่โทรศัพท์ยังไม่ยอมรับเลย” สามสหายเดินไปนินทาพี่รหัสไปส่วนกลุ่มพี่ที่เดินอยู่ข้างหลังรวมทั้งธัพธัยก็เงี่ยหูฟังไปพลางเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นเช็คก็เป็จริงดั่งมินจุนว่า สายไม่ได้รับเป็สิบ
“นี่มึงไม่รับสายมันจริงๆหรอว่ะ”ไตเติ้ลชะโงกหน้าดูหน้าจอมือถือเพื่อนเพื่อเช็คว่าเป็อย่างที่น้องมันพูดหรือเปล่า
“ก็เมื่อคืนกูเหนื่อยนี่หว่า เลยไม่ได้สนใจโทรศัพท์”พูดจบก็ยัดมือถือเครื่องแพงลงกระเป๋ากางเกงดังเดิม
“แล้วน้องมันจะตอบคำถามครบสิบข้อได้ไงว่ะ”พี่เจียเริ่มห่วงมินจุนขึ้นมาแล้วสิ เวรกรรมแท้ๆที่มีธัพธัยเป็พี่รหัสเนี่ย
“เจียก็เว่อร์ไป คีย์เวิร์ดนักกีฬาอันดับหนึ่งของมหาลัยโคตรง่ายป่ะแต่มันเสือกโง่เอง”กลุ่มรุ่นพี่ที่เดินแยกออกมาอีกทางเริ่มพูดคุยกันเสียงดัง ไม่กลัวน้องๆได้ยินอีก
“เออๆ พวกกูกลัวน้องจะเข้าหามึงยาก มันจะเครียดเอา”พี่อาร์มตัดจบการสนทนาเื่นี้แล้วทุกคนก็เข้าห้องเรียนกัน