การเดินทางเต็มไปด้วยความราบลื่นก่อนจะถึงยังเขตแดนทางทิศใต้เหล่าทหารที่ประจำการอยู่ ณ.เขตแดนมองมายังพวกเขาก่อน ซีอันจะนำตราประทับขององครักษ์หลวงให้ทหารที่เฝ้าอยู่ชายแดน
เค่อฉิงมองไปยังค่ายรอบๆพวกทหารในเขตชายแดนต่างจากทหารในแคว้นหยางหมิง การแต่งกายด้วยชุดเกราะแตกกันมาก
"พวกเราต้องเดินทางอีกสักพ่ะย่ะคะ" ซีอันกล่าวก่อนพวกเขาจะออกเดินทาง
หลังจากเดินทางมาสักพัก เค่อฉิงที่มองไปยังบริเวณรอบๆที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวต่างจากดินแดนทางทิศเหนือมากนัก
"มันอุดมสมบูรณ์อย่างนี้เลยหรือท่านแม่ทัพหมิง"
"เรียกข้าว่าหมิงก็ได้พ่ะย่ะคะองค์หญิง มันเป็นเช่นเพราะแคว้นในทิศใต้ทั้งหมดต่างตกอยู่ใต้อาณัติของแคว้นชิงหลง รวมถึงองค์จักรพรรดิที่ทำการค้ากับพวกต่างชาติเมื่อหกเดือนก่อนได้นำแนวคิดของต่างชาติมาใช้พ่ะย่ะคะ"
แม่ทัพหมิงกล่าวเขาคิดว่ามันเป็นเช่นนี้ดีแล้วหากไม่ทำอะไรสักอย่างสงครามก็จะเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อนถึงตัวองค์จักรพรรดิจะต้องแบกรับภาระเสียทุกอย่าง แต่ก็มีแม่ทัพทั้งสี่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ พวกเขาเป็นสหายกันมาก่อนที่จะเกิดการโค่นล้มบัลลังก์
"หากเสด็จแม่ของกระหม่อมมาเห็นภาพเช่นนี้มันคงจะดีมิใช่น้อยพ่ะย่ะคะ"
"ทำไมหรือ?"
เค่อฉิงถามออกไปโดยไม่ยั้งคิดทำให้แม่ทัพหมิงดวงตาหม่นแสงลง จนเขาต้องขอตัวขี่ม้าไปดูด้านหน้าเสียก่อน ซีอันที่ควบม้ามาข้างๆ
"องค์หญิงมิควรถามถึงครอบครัวของแม่ทัพหมิงนะพ่ะย่ะคะ"
"ต้องมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นแน่ๆใช่หรือไม่"
ก่อนซีอันจะบอกเหตุผลว่าท่านแม่ของแม่ทัพหมิงเสียไปด้วยการลอบสังหารของคนในตระกูลส่วนตัวแม่ทัพหมิงเมื่อเสียมารดาไปก็เป็นเด็กเร่ร่อนไม่มีที่อยู่
จนได้เป็นทหารและพยายามไต่เต้าจนถึงได้มาอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพ แล้วจุดที่น่าปวดใจเสียยิ่งกว่าคือเมื่อรู้ว่าคนที่ฆ่าแม่ของแม่ทัพหมิงคือ บิดาของเขาเอง
"แล้วบิดาของเขาเล่า?"
เค่อฉิงถามด้วยความสงสัยก่อนซีอันจะกล่าวอันใดแม่ทัพหมิงที่ขี่ม้ามาจนทำให้ซีอันขี่ม้าแยกออกไปก่อน
เค่อฉิงเธอสงสารแม่ทัพหมิงอยู่ไม่น้อยต้องเจอเหตุการณ์เลวร้ายตั้งแต่เด็กมันชวนทำให้เธออึกอัดใจเสียจริง
หลังจากเดินทางมาใกล้ถึงเมืองหลวงมู่กวามองเมืองหลวงที่ขนาดใหญ่ตรงหน้า ทางเค่อฉิงมองความอลังการของเมืองหลวงที่ใหญ่กว่าแคว้นหยางหมิงถึงสามเท่าไม่สิเธอคิดว่ามันใหญ่จนตัวเธอเป็นมดได้เลย
"ไม่คิดเลยเจ้าคะว่าแคว้นชิงหลงจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้"
มู่กวานางเคยได้ยินชื่อเสียงของแคว้นชิงหลงมาบ้างแต่ไม่รู้ว่ามันจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
บริเวณแคว้นชิงหลงมีกำแพงกั้นทางเข้าออกสูงอยู่พอสมควรรวมถึงบริเวณรอบๆมีทุ่งนากับต้นข้าวล้อมรอบกำแพงไม่รู้ว่าทุ่งนาแห่งนี้จะกว้างไปไหน เค่อฉิงคิด
คิดว่ารายได้ของแคว้นนี้น่าจะมาจากข้าวที่ส่งออกจนแคว้นมีขนาดใหญ่ถึงเพียงนี้
เมื่อเข้ามาในเมืองก็พบเข้ากับพ่อค้ารวมถึงผู้คนต่างแคว้นต่างๆรวมถึงคนต่างชาติที่เข้ามาค้าขายในแคว้นแห่งนี้
"นี่มันจักรวรรดิชัดๆ"
เสียงสนทนาการค้ามากมายของเหล่าพ่อค้ามันช่างเสียงดังจน เธออยากจะเอามืออุดหูเค่อฉิงมองไปโดยรอบอย่างสนใจไม่คิดเลยว่าเมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองแห่งการค้าขายแถมบริเวณโดยรอบยังมีทหารคอยดูแลเสมอ
จนใกล้จะเข้าเมืองหลวงก็ยังมีกำแพงอีกชั้นเป็นป้อมปราการชั้นสุดท้าย มันคือความอลังการงานสร้างยิ่งกว่าที่เธอเคยเห็นมาเลยก็ว่าได้ในโลกของเธอสิ่งก่อสร้างแห่งนี้ไม่มีในประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ
ทหารทุกนายต่างเคารพแม่ทัพหมิงอย่างนอบน้อม ส่วนมู่กวานางมองรอบด้วยความตื่นตาเสียยิ่งกว่าเธอเสียอีก
หลังจากเข้ามาด้านในเค่อฉิงเธอต้องเดินเท้าเข้าไปด้านในมู่กวานางเดินตามเธอมาติดๆเพราะกลัวจะหลงกับคุณหนูของนาง
"คุณหนูเจ้าคะหม่อมฉันตื่นเต้นเจ้าคะ!"
มู่กวากล่าวนางเดิมตามคุณหนูของนางมิห่างก่อนจะมาหยุดอยู่กับประตูสูงตระหง่านตรงหน้า เมื่อประตูเปิดออกก็มีร่างสูงใหญ่วิ่งเข้ามากอดเธอ
"น้องพี่..พี่เป็นห่วงเจ้านัก"
"!"
เค่อฉิงตกใจเธอทำตาโตก่อนจะหันไปมองมู่กวาที่อยู่ด้านหลังให้ช่วยเธอ แต่มู่กวานางกลับสายหน้าปัฏิเสธเพราะนางรู้ดีว่าองค์จักรพรรดิแห่งแคว้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังกอดคุณหนูของนางอยู่
อยู่ๆเค่อฉิงก็น้ำตาไหลออกมานางยังไม่รู้เลยว่าเป็นเพราะเหตุใดกันแน่แต่ที่รู้ๆ บุรุษตรงหน้าคือ
"ผู้ใด๋ว่ะ?"
เค่อฉิงเพียงคิดในใจแต่บุรุษตรงหน้ายังกอดนางมิยอมปล่อยเสียที ซีอันที่มองภาพตรงหน้าโดยคิดว่าองค์หญิงยังคงจำองค์จักรพรรดิได้แต่มันกลับตรงกันข้ามเสียทุกอย่าง
"ปล่อยก่อนเถิดเพคะ" ก่อนเค่อฉิงจะดันร่างของซีซวนออกจากเธอ ซีซวนมองด้วยแววตาดีใจอย่างไรเขาก็ได้น้องสาวของตนกลับมาแล้ว นางเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่
ก่อนซีซวนจะจับมือเธอให้เดินตามไปส่วนมู่กวานางเพียงยิ้มให้คุณเพราะนางช่วยอะไรคุณหนูของนางมิได้ เค่อฉิงเธอถูกบุรุษตรงหน้าลากไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง..
จบตอน..