บ่ายวันหนึ่ง แสงแดดอุ่นๆ ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างของห้องเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ เสียงพูดคุยจอแจของเพื่อนๆ และเสียงหัวเราะทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แต่อารมณ์ของผมกลับตรงกันข้าม สายตาลอยออกไปนอกห้อง ไม่ได้โฟกัสที่ใคร แต่จิตใจกลับลอยไปถึงใครสักคนที่ไม่ได้เจอมานานหลายวัน…ไอ้ต้า
ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่าครั้งสุดท้ายที่เจอมันผ่านมาแล้วกี่วัน แต่ผมจำได้ว่ามันคือเพื่อนที่สำคัญที่สุดของผม ไอ้ต้าไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา แต่มันเป็คนที่ผมเคยแอบชอบมาตลอดหลายปี หรือเรียกว่ารักแรกเลยก็ว่าได้ ความรู้สึกที่ผมมีต่อมันจนถึงตอนนี้ยังคงเป็ความลับ…
แน่นอนว่าผมไม่เคยบอกใคร ดังนั้นพยายามฝังมันไว้ในใจลึกๆ ตลอดมาเพราะผมรู้ดีว่าระหว่างผมกับมันไม่มีทางเป็ไปได้
และแล้ววันนี้...ผมก็ได้เจอไอ้ต้าที่มหาวิทยาลัยอีกครั้ง การเจอมันหลังจากที่ห่างหายกันไปทำให้ผมรู้สึกสับสน และตื่นเต้นอย่างประหลาด มันเปลี่ยนไป โตขึ้น ดูน่ามองกว่าตอนมัธยม ทรงผมใหม่ของมันดูจะเสริมให้มันดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นไปอีก แต่ถึงแม้มันจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ความรู้สึกของผมที่มีต่อมันยังคงเหมือนเดิม เหมือนว่าทุกอย่างมันหยุดอยู่ที่จุดเดิม
ผมพยายามเก็บความรู้สึกนี้ไว้ให้ลึกที่สุดในใจ พวกคุณอาจสงสัยว่าทำไมความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมันจึงดูน่าอึดอัด ทั้งๆ ที่เราทั้งคู่คือเพื่อนสนิทที่คบหากันมาหกถึงปี
ผมขอสารภาพตรงนี้เลยว่า เราเคยจูบกันในคืนนั้น...
คืนที่เราเมาอย่างหนักหลังจากจบงานปัจฉิมนิเทศของโรงเรียน ผมกับต้าก็แอบไปซื้อเครื่องดื่มมาลิ้มลองเป็ครั้งแรก แม้จะกินเข้าไปไม่มากแต่ก็ทำให้ผมกับมันนั้นเมาได้ แต่ว่านั่นเป็เื่ในอดีต อีกอย่าง…ผมแน่ใจว่ามันคงจำไม่ได้ ถ้ามันจำได้มันคงห่างจากผมไปนานแล้ว แทนที่จะยังมานั่งดื่มเหล้าด้วยกันเหมือนเพื่อนธรรมดาๆ แบบนี้ เพราะผมรู้ดีว่าไอ้ต้าไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกัน
หลังหมดคาบเรียน ผมเดินออกจากห้องเรียน ผ่านสนามหญ้าของมหาวิทยาลัย สายตาผมสะดุดอยู่ที่ร่างสูงของไอ้ต้าที่กำลังคุยกับเพื่อนของมัน ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหามันทั้งที่รู้สึกตื่นเต้นและกังวลในเวลาเดียวกัน
“เฮ้ย ไอ้ต้า!” ผมเรียกมันเสียงดัง ทำให้มันหันมามองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหยุดคุยกับเพื่อนๆ แล้วหันมาทักทายผม
“ไอ้ทีม! ไม่เจอกันหลายวันเลยนะมึง” มันพูดด้วยน้ำเสียงยินดี รอยยิ้มที่มันมอบให้ทำให้ผมเผลอยิ้มตามออกมา แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนถูกกระชากด้วยความทรงจำบางอย่าง
การเจอมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกลับไปสมัยเรียนมัธยมอีกครั้ง ผมรู้สึกดีที่ได้เจอมัน แม้ว่าในใจจะยังคงมีความรู้สึกสับสนอยู่
“ไม่เจอหลายวัน…มึงยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะ” ผมพูดติดตลกเพื่อทำลายบรรยากาศ ที่แสนจะน่ากระอักกระอ่วน
ไอ้ต้าหัวเราะนิดๆ แล้วพูดกลับมา
“มึงนั่นแหละที่ดูเปลี่ยนไป”
คำพูดของมันทำให้ผมรู้สึกประหม่าขึ้นเล็กน้อย แต่ก็พยายามแสดงให้ดูปกติที่สุด
“ก็นะ…ขึ้นมหาลัยแล้วกูก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่งั้นความฝันการเป็นักแสดงของกูคงพังไม่เป็ท่า มึงเป็ไงบ้างล่ะ เรียนเป็ยังไง?” ผมเดินไปตบไหล่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของมันแล้วตีเนียนทำตัวปกติทั่วไป แต่ความจริงแล้วความร้อนอ่อนๆ ที่ผ่านฝ่ามือของผมจากตัวของมัน มันทำให้จิตใจของผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ก็ดีนะ ไม่มีอะไรมาก”
มันตอบกลับมา แต่น้ำเสียงของมันแฝงไปด้วยความเงียบงันบางอย่าง เหมือนมีเื่ที่มันไม่อยากจะพูดออกมา
ผมพยายามไม่ซักถามต่อ เพราะรู้ดีว่าไอ้ต้าไม่ใช่คนที่จะชอบพูดเื่ส่วนตัว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล มีบางอย่างที่มันปิดบังไว้แน่ๆ
...
เย็นวันนั้น เรานัดกันไปกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้มหาวิทยาลัย บรรยากาศในร้านเงียบสงบ มีแสงไฟนวลๆ กับกลิ่นหอมจางๆ ของอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จ แต่ถึงจะเป็ร้านที่เหมาะกับการนั่งคุยกัน บรรยากาศระหว่างผมกับไอ้ต้ากลับเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างที่มันกำลังเก็บไว้ แต่ไม่อยากบีบคั้นมันให้พูดออกมา
“ไอ้ทีม...เื่ระหว่างเราสองคน มึงยังจำได้ใช่มั้ย?” จู่ๆ ไอ้ต้าก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่มั่นใจ แต่ก็ดูจริงจังมากพอที่จะทำให้ผมรู้สึกถึงน้ำหนักของคำถามนั้น
‘ไอ้เชี้ย…มันจำได้?’ ใจผมเต้นระรัวทันที คำสบถดังขึ้นในหัว เสียงของมันพาผมย้อนกลับไปในคืนนั้น คืนที่ผมพยายามลืมมาตลอด ผมเบนสายตาไปทางอื่น ทำเป็ไม่สนใจ เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริงนี้ ผมสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องตัวเองจากความทรงจำที่ทำให้รู้สึกเ็ป และพยายามปกปิดความรู้สึกที่มีต่อมันตลอดมา
“จำเื่อะไรเหรอ?” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แสร้งทำเป็ไม่ใส่ใจ หวังว่ามันจะเลิกพูดเื่นี้ไปเอง แต่ใจลึกๆ กลับรู้ดีว่าตัวเองกำลังกลัว กลัวว่าความรู้สึกที่พยายามซ่อนไว้จะถูกเปิดเผยออกมา
ไอ้ต้ามองตรงเข้ามาในตาผม ดวงตาของมันแฝงความสับสนที่พยายามเก็บไว้ แต่ก็ยังตั้งใจที่จะพูดต่อ มันถามซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าเดิม
“เื่คืนนั้นไงคืนวันปัจฉิมนิเทศ...มึงจำได้ใช่มั้ย?”
ความร้อนแล่นไปทั่วร่างของผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความทรงจำเกี่ยวกับคืนนั้นไหลย้อนกลับมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมยิ้มแห้งๆ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อพยายามทำลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียด แต่เสียงหัวเราะกลับแห้งแล้งเหมือนคนพยายามกลบเกลื่อนความจริง
“ไอ้ต้า…กูไม่รู้ว่ามึงพูดถึงเื่อะไร” น้ำเสียงผมเริ่มสั่นเล็กน้อย เหมือนว่ามันกำลังเผยความจริงที่ผมพยายามหลีกเลี่ยง แต่ไอ้ต้ารู้ดีว่าผมกำลังโกหก
มันยิ้มเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเพียงนิดเดียว แต่ดวงตาของมันยังคงจับจ้องผมอย่างแน่วแน่ เหมือนมันรอคำตอบที่แท้จริง
“ไอ้ทีม...มึงไม่ต้องโกหกกู กูรู้ว่ามึงจำได้”
ความกดดันค่อยๆ เพิ่มขึ้นในใจ ผมรู้ว่าหนีไปไหนไม่พ้นแล้ว หัวใจเต้นรัวเร็ว ผมกลัวว่าถ้ายังโกหกต่อไป ไอ้ต้าจะไม่ปล่อยผ่านเื่นี้แน่ๆ สุดท้ายผมก็ถอนหายใจยาวและยอมรับความจริงที่พยายามเก็บซ่อนไว้
“เออ...กูจำได้” ผมพูดออกไปเบาๆ มองตรงไปที่มันด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความอาย ความกลัว และความสับสน
“กูจำได้ดีเลยด้วยซ้ำ…” ผมมองหน้ามันเพื่อพยายามหาคำตอบว่าทำไมจู่ๆ มันถึงถามเื่นี้ออกมา ทั้งๆ ที่มันควรจะเก็บเอาไว้เป็ความลับแล้วปล่อยผ่านเื่นี้ไป
ไอ้ต้าพยักหน้าเบาๆ เหมือนกับว่ามันได้คำตอบที่้า มันเงียบไปพักหนึ่ง ก้มหน้าเหมือนพยายามควบคุมความรู้สึกตัวเอง
ในระหว่างความเงียบนี้ ความรู้สึกที่ผมพยายามเก็บซ่อนไว้ตลอดถูกดึงออกมาอีกครั้ง ภาพของคืนนั้นที่เราสองคนเมาหนักและจบลงด้วยการจูบกัน ภาพนั้นมันชัดเจนและเ็ป ทุกอย่างมันแปลกประหลาดและเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย
“กูขอโทษ...” ผมพูดออกไปด้วยความลำบาก ไม่แน่ใจว่าควรจะขอโทษที่ทำให้เื่เกิดขึ้น หรือขอโทษที่ตัวเองพยายามปฏิเสธความรู้สึกนั้นมาตลอด
“มึงขอโทษทำไมวะ...” ไอ้ต้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความสับสน มันดูเหมือนกำลังพยายามควบคุมความรู้สึก แต่ผมก็เห็นได้ชัดว่ามันสับสนไม่ต่างจากผม
หรือว่า…มันก็รู้สึกบางอย่างกับผม?
ทันทีที่มีความคิดแบบนี้เกิดขึ้นแววตาของผมก็เปล่งประกาย แต่ทว่าคำพูดต่อมาของมันกลับทำให้ความหวังเล็กๆ ของผมมลายหายไปจนหมด
“ไอ้ทีม…ความจริงแล้วกูอยากจะพูดเื่นี้กับมึงตั้งนาน กูแค่ไม่อยากให้เื่นี้ทำให้มึงกับกูต้องห่างกัน...กูไม่อยากเสียมึงไปว่ะเพื่อน” ไอ้ต้าพูดออกมาตรงๆ
“ไอ้เชี้ย…มึงไม่ต้องห่วงหรอก...กูก็ไม่อยากเสียมึงไปเหมือนกัน เื่แบบนี้มันผิดพลาดกันได้ คิดว่าเป็ประสบการณ์ก็แล้วกัน ฮ่าๆ”
ผมแสร้งพูดแล้วหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้ทุกอย่างเลวร้ายลงกว่านี้
“แล้วมึงล่ะรู้สึกยังไงกับเื่นี้วะ?” ผมถามออกไป แม้ว่าจะรู้สึกกลัวคำตอบของมัน แต่ผมก็รู้ว่าผมต้องเผชิญหน้ากับมัน
ไอ้ต้าหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม มันดูเหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่าง
“ไม่รู้ว่ะ กูอาจจะเคยสับสนไปบ้าง แต่กูรู้แค่ว่ากูยังชอบผู้หญิงเหมือนเดิม และมึงก็คือเพื่อนที่แสนดีของกู”
น้ำเสียงของมันแม้จะไม่มั่นคงแต่ผมรู้ว่ามันพูดความจริง เพราะเท่าที่คบกับมันมาผมรู้ดีว่ามันคือผู้ชายที่ชอบผู้หญิง เื่ในคืนนั้นอาจเป็เพราะความเมาไม่ใช่เพราะความชอบ
คำพูดของไอ้ต้าทำให้ผมรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่มันยังมีความหวั่นไหว แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาตอนที่มันย้ำคำว่า เพื่อน ผมรู้ดีว่าผมไม่ควรโลภมาก ได้แค่เพื่อนก็โชคดีแค่ไหนแล้ว ผมไม่กล้าคิดไปเกินกว่านี้จริงๆ