????
ตอนว่านยาอายุย่างสิบขวบ ทุกวันจะต้องเดินไปโรงเรียนประชาบาลเพื่อเรียนเขียนอ่าน โรงเรียนประจำตำบลเล็กๆ มีเด็กไม่กี่คน ส่วนใหญ่ก็เป็เด็กที่เคยเห็นหน้าค่าตาในตลาด ตามวัด หรือตอนเทศกาล
ตอนไม่ได้เรียนหนังสือ ว่านยาไม่รู้สึกถึงความแปลกแตกต่างระหว่างตนกับไฉนัก รู้แค่ชาติพันธ์ุต่างกัน ไฉตัวขาวจั๊วะตาขีด แม่ศรีประไพเอ็นดูไฉเหมือนลูกอีกคน เถ้าแก่กงสีคอยเกื้อหนุนค้ำจุนสองบ้านเป็มิตรที่ดีเสมอ ด้วยเห็นว่าหลวงเวชวินิจไม่ค่อยได้กลับหันคา อะไรช่วยได้เลยช่วยกันไป
ครั้นว่านยาอยู่โรงเรียนจึงรู้ ทัศนคติคนทั่วไปต่อต่างด้าวช่างน่าอึดอัด ทั้งสายตา กิริยาท่าทางล้อเลียน บางคราวแอบค่อนขอดนินทา หรือแม้แต่เดินมาหาเื่โต้งๆ ก็มี
“ไง ไอ้ลูกเจ๊ก พวกเจ๊กขี้โล้เขาว่าไม่ชอบอาบน้ำจริงปะวะ”
“เขาว่าพ่อเอ็งเป็เจ๊กติดฝิ่นจริงปะวะ”
“มีอีกๆ เขาว่าเจ๊กตื่นไฟ นี่จริงปะวะ”
ไอ้พวกเด็กเกเรจับกลุ่มดาหน้าเข้ามากวนตีน เดิมทีไฉเป็คนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว โดนเล่นถึงพ่อจะเฉยได้อย่างไร ย่อมเดือดจัดอยู่แล้ว ตอนเข้าโรงเรียนใหม่ๆ เลยชกต่อยประจำ
ทว่าแม้แต่ในสายตาของครูบางคนก็ไม่ได้มองพวกลูกจีนดีเสียเท่าไหร่ มีเื่ทีไรก็มักจะเข้าข้างฝั่งตรงข้าม ไม่มาซักถามหรอกว่าใครหาเื่ใครก่อน คราวนี้ไฉจึงพยายามข่มใจจิกนิ้วกำหมัดแน่น
“เขานี่ใคร” เ้าว่านยาตัวติดไฉเป็ตังเมย่อมได้ยินชัดเต็มสองหู “พ่อแม่เอ็งหรือเปล่า สั่งสอนลูกดีจริงๆ”
“มึงว่าพ่อแม่กูหรือ ไอ้ว่าน”
“ข้าบอก สั่งสอนลูกได้ดี ใจเอ็งน่ะคิดอะไร” ว่านยาสวน
“กูล่ะเกลียดจริงๆ พวกปากอย่างใจอย่าง มึงจงใจประชดกู”
“หรือจะให้บอก ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน”
กล้าแตะเพื่อนรักตน ว่านยาก็พร้อมสู้ ยิ่งมีไฉอยู่ข้างตัว อีกฝ่ายย่อมไม่ปล่อยให้เขาเจ็บ อีกอย่างสถานะหมอยาโบราณของมารดาใช่ขี้ๆ และสถานะหมอหลวงของบิดาก็พอจะทำให้ผู้ใหญ่หลายคนมองตนโดยไร้อคติ เผลอๆ จะเอนเอียงเข้าข้างเสียด้วยซ้ำ ว่านยาพูดอย่างไรก็ดีกว่าให้ไฉออกหน้าเองแน่
“ไอ้ว่าน! มึง!!”
พวกหมาหมู่เืขึ้นหน้ากระโจนพุ่งเข้าหาลูกหมอ ไอ้เจ๊กที่โดนพวกมันปรามาสดึงน้องหลบ ก่อนจะถวายลูกถีบให้คนละที แต่สามต่อหนึ่งอย่างไรก็ไม่ไหว ไฉตอนนี้ตัวเท่าเมี่ยง ว่านยาไม่คิดอยู่เฉย ดวงตากลมมองหาอาวุธ เห็นไม้ท่อนหนึ่งก็หยิบหมับจับแน่น อาศัยจังหวะที่พวกมันรุมบาทาใส่ไฉฟาดหัวไปสองคนเต็มแรง เสียงดังปักๆ เหมือนเฉาะลูกมะพร้าว
เด็กตัวเก้งก้างล้มนอนโอดโอยเืเริ่มซึมอาบหน้าผาก ไอ้เด็กอ้วนเห็นเพื่อนเืไหลเลยลนลานจับหัวตัวเองที่ถูกตีลงมาเช่นกัน
“โอย เืๆ กูตายแน่ๆ ไอ้ว่านฆ่ากู ว่านยาฆ่ากูแล้ว ช่วยด้วยๆ”
“ไอ้มั่น! หัวกูแตกไหม มึงดูซิ มึงดูๆ”
ไอ้เด็กมั่นมองภาพตรงหน้าตื่นตะลึง ตอนนี้เหลือมันคนเดียวไม่ถูกตี นอกจากไม่ตอบคำถามเพื่อน พอตั้งสติได้ก็เปิดตูดวิ่งหนีฟ้องครู ครู่เดียวชายรูปร่างกะทัดรัดก็เดินถมึงทึงมาพร้อมไม้เรียว
“ไฉทำอะไร!” เ้าว่านยาใที่ไม้หน้าสามถูกฉุดจากมือ จึงรีบไปยื้อยุดกันไปมา
“พี่รับเอง”
“บ้าหรือเปล่า ตัวเองไม่ได้ทำ เอามานี่”
ดึงไม้กันไปมา แต่แรงลูกหมอหรือจะสู้เด็กที่เติบโตมาในกงสีขายข้าว ค้าเกลือน้ำตาล
“ไอ้ไฉ!!” เสียงเรียกของข้าราชการหนุ่มทำเอาเด็กๆ สะดุ้งโหยง ใจคิดด้วยอคติว่า ไอ้ลูกเจ๊กนี่อีกแล้ว มีเื่ได้ทุกวัน สันดานพวกจีนชอบเอารัดเอาเปรียบพาลพาโล เกกมะเหรกเกเร คอยดูเถิดหนาข้าจะเฆี่ยนให้หลาบจำ
“ไฉเอาไม้มา” ว่านยากลัวก็กลัว แต่รู้ดีครูเมตตาตนมากกว่าคนพี่ เลยยื้อยุดไม้เข้าตัว
“อยากโดนคุณแม่ตีหรือไง เงียบไว้”
ใช่ ต่อให้ครูไม่กล้าทำอะไร แต่ถ้าเื่ถึงหูแม่ศรีประไพได้มีขาลายแน่ ยิ่งโตมือมารดายิ่งหนัก ผิดกับบ้านกงสีที่ประคบประหงมลูกคนโตอย่างไฉ ต่อให้เกเรบ้างก็ไม่ถือโทษ นึกเสียว่าเป็เด็กฉลาดต้องเรียนรู้ ถึงว่านยาจะกลัวมารดา แต่ความรู้สึกผิดต่อพี่มีมากกว่า เลยออกโรงป้อง สารภาพกับครูหนักแน่น
“ครูจ๋า หนูเป็คนตีเองจ้ะ หนูทำเอง”
ครูมาถึงเห็นเ้าตัวเล็กยกมือไหว้ปรกๆ ทำหน้าจะร้องแหล่มิร้องแหล่ สลับกับอีกคนที่ถือไม้ในมือ ใจเอนเอียงอคติ รู้สึกว่าคำพูดลูกหมอไม่สมเหตุสมผล
“ไปประคองเพื่อนขึ้นมา” ครูบุ้ยปากสั่งเ้ามั่นที่วิ่งตาลีตาเหลือกไปตามตน ทว่าขากลับเด็กน้อยขาสั้นวิ่งตามครูไม่ทันเลยถึงช้า
ไอ้มั่นมีผู้ใหญ่คุ้มกะลาหัวกุลีกุจอเข้าไปดูไอ้เพื่อนตัวผอม
“หัวแตกเห็นกะโหลกแล้วจ้า” ความจริงแผลเพียงปลายนิ้วก้อย เืออกมากเฉยๆ แต่เ้านี่ชอบทำเื่เล็กเป็เื่ใหญ่
ครูได้ยินรีบเข้าไปดู มองอย่างไรก็มองไม่ชัดเพราะเือาบท่วม เลยเข้าใจว่าแผลใหญ่ ต้องพาเด็กไปหาหมอก่อน ส่วนตัวต้นเื่จะต้องทำโทษให้เข็ดหลาบ
ในหันคาห่างไกลความเจริญ ถนนราดยางสักเส้นยังไม่มี โรงหมอก็เช่นกัน นอกเสียจากหมอตำแย หรือหมอแผนโบราณอย่างแม่ศรีประไพในตลาด
พอเื่ต้องถึงมือหมอ ครูเลยเรียกให้ภารโรงไปตามแม่ศรีประไพมา คราวนี้แหละคุณแม่เลยเจอคู่กรณี เ้าลูกชายหน้าตึง คนเจ็บถูกย้ายเข้าไปใต้อาคารไม้ เืที่หัวเริ่มแห้งกรัง
“ใช้ผ้าสะอาดกดแผลไว้ก่อน” มารดาเอ่ยกับว่านยา
เ้าลูกชายเลยเข้าไปช่วยกดแผลให้
“โอ้ย” ไอ้เด็กเก้งก้างร้อง
“กดแผลไว้เืจะได้หยุดไหล หรือจะให้ฉันปล่อย” เป็ลูกหมอหรอกหนา ถึงต้องทำ ลองมารดาไม่มาร้อยปีร้อยชาติก็ไม่มีวันสนใจไอ้ผีเจาะปากมาพูดนี่ บังอาจปากหมาว่าไฉ
ระหว่างแม่ศรีประไพเช็ดหน้าตาคนเจ็บ บดยาใส่แผล ผู้ช่วยตัวน้อยลอบสบตากับคนพี่ ทางนั้นเม้มปากพยักเพยิดให้ทำหน้าที่ต่ออย่าสนใจตน จังหวะนั้นเองมือครูหนุ่มก็คว้าคอเสื้อลูกเจ๊กหมับ
“ไอ้ไฉ ครั้งนี้เื่ใหญ่ ถึงกับทำเพื่อนเืตกยางออก ปล่อยอย่างนี้ต่อไป เห็นทีเอ็งจะเรียนต่อไม่ได้”
“ครูครับคือว่า…” ว่านยาเอ่ยเสียงเบา
เ้าไฉกระแทกเสียงกลบ
“ฉันขอโทษจ่ะ ไอ้พวกนั้นมันด่าพ่อล้อแม่ฉัน หาว่าพ่อฉันเป็เจ๊กติดฝิ่น ด่าสารพัด ฉันโกรธเลยด่ามันคืน พวกมันรุมฉัน ฉันสู้ไม่ไหวเลยใช้ไม้ฟาด”
เ้าว่านยาใจเต้นระรัว ไฉโกหกหน้าตาย
“ไม่จริงครับครู ไอ้ไฉเอ็งอย่ามาพูดปดมดเท็จ ตายไปจะเป็เปรตปากจู๋เท่ารูเข็ม” ไอ้มั่นเถียง
“ใช่ครับครู มันนั่นแหละที่หาเื่พวกเราก่อน” ไอ้เก้งก้างที่ว่านยากดแผลให้พูดใส่ความ
คนช่วยปฐมพยาบาลตาวาวโรจน์ ไอ้งูพิษ! นี่แหนะ กดแผลขยี้เน้นๆ
“โอ้ย ไอ้ว่าน ข้าเจ็บนะโว้ย”
“ก็เอ็งโกหก!!!”
“ข้าโกหกอะไร ไอ้ไฉมันตีหัวข้า แผลนี่ไงหลักฐาน”
ว่านยาเป็คนตี แล้วมันกลายเป็ไฉไปได้อย่างไร ไอ้พวกสมองกลับ
“ข้าตีเอง ใช่ไฉที่ไหน” ว่านยากลั้นใจแหกปากยอมรับ
“ไอ้ไฉตี” ไอ้มั่นะโเถียง
“ข้าบอกว่าข้าตีไง”
“ไอ้ไฉตี” คนเจ็บสวน
ว่านยาชักจะโมโหควันออกหู ครั้นเหลือบไปเห็นสายตามารดาขนแขนพลันลุกซู่ แววตาเหมือนแม่เสือเตรียมขย้ำเช่นนี้ เห็นทีจะได้กินไม้เรียวแทนข้าวเย็น
“ตกลงใครตี” แม่ศรีประไพเอ่ยถามเสียงเข้ม
คราวนี้ว่านยาก้มหน้าอึกอัก ตัวสั่นน้อยๆ กล่าวเสียงอ้อมแอ้ม
“หนะ หนูเองจ้ะ”
“เป็ผมครับ ไม่ใช่น้อง”
ต่างคนต่างแย่งความผิด
“แล้วที่พี่ไฉบอกว่าถูกด่าพ่อล้อแม่เล่า จริงไหม”
“จริงจ่ะคุณแม่ หนูได้ยินเต็มสองหู พวกนั้นตีไฉก่อนจริงๆ คุณแม่ดูตามตัวก็ได้ ไฉตัวขาวเหมือนหยวกกล้วย ต้องมีรอยทิ้งไว้แน่”
คนเป็ครูเพิ่งฉุกคิด ใช้สายตาสำรวจร่างกายเด็กที่ตัวเองคว้าคอเสื้อไว้ จริงดังเ้าว่านยาเอ่ย รอยช้ำแดงจ้ำขึ้นตามตัวเต็มไปหมด
“หากไฉถือไม้ตีพวกนั้นจริง มีหรือจะได้รอยเ่าั้มา” เ้าว่านยาเสริมท่าทางฉลาดเฉลียว ก่อนจะหดหัวลงเมื่อสบตามารดา กลัวแล้วจ่ะแม่จ๋า
“ไม่จริงครับ ไอ้ไฉต่างหากที่ทำ” ไอ้มั่นไม่ยอมรับ อยากจะให้ไฉถูกทำโทษให้ได้ คนเป็พี่เลยได้ทีรับผิดเอง
“ผมตีเองจริงๆ ครับ เพราะถูกรุม คว้าอะไรได้ก็เลยฟาดไว้ก่อน ไม่ทันคิด ตอนครูมาคงเห็นว่าใครถือไม้ไว้ เ้ายาพอเถอะ พี่รู้ว่าหวังดี แต่เื่นี้พี่ผิดจริง”
“เอาล่ะๆ คราวนี้ก็รายงานพ่อแม่ไปก่อน ถ้ามีอีก ครูจะลงโทษทั้งคู่”
เ้ายาเบ้ปาก ปาผ้ากดแผลทิ้ง ไอ้พวกหมาหมู่เริ่มก่อนแท้ๆ
“ว่านยา” แม่ศรีประไพเรียกเสียงดุกับท่าทางลูกชาย
มือน้อยเลยคว้าผ้ามาถือ ก่อนจะเห็นว่าเืนั้นหยุดไหลแล้ว แผลก็นิดเดียว มารดาใส่ยาให้ อีกไม่กี่วันคงกลับมาหาเื่ไฉได้อีก
ว่านยาเกลียดพวกมันทุกคนเลย คิดแล้วก็เอาผ้าเปื้อนขี้ดินกดลงแผลอย่างจงใจ นี่แน่ ขอให้เชื้อโรคกินกบาลเอ็งไอ้ขี้ก้าง!
????