
กว่าที่จินดาพรกับทิพรดาจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบเย็นแล้วเหมือนกัน เพราะทั้งสองคนเดินดูของแล้วก็เลือกของจนลืมดูเวลา ซึ่งในตอนแรกนั้นจะมาซื้อแค่เสื้อผ้ากลายเป็ว่าเธอทั้งสองคนต่างพากันได้ซื้ออะไรบางจนนับไม่ถูก เพราะจินดาพรเธอเห็นอะไรน่ารักเธอก็ซื้อหมดเลย แล้วทุกอย่างนั้นก็เป็สีฟ้าที่ทิพรดาชอบด้วย แต่จินดาพรเธอไม่ได้บอกว่าจะซื้อให้กับเ้าตัว โดยเธออ้างว่าที่เธอซื้อนั้นเธอชอบทั้งหมดเลย แต่พอกลับมาถึงที่บ้านจินดาพรเธอก็พึ่งรู้ว่ารวิภามารอตั้งนานแล้ว
“ไปไหนมาหรอคะพี่จินดา ไม่เห็นชวนฟางบ้างเลยค่ะ”
“พี่พาดอกบัวไปซืัอเสื้อผ้ามาน่ะ เดินเล่นเพลินไปหน่อยพี่ก็เลยพาดอกบัวกลับบ้านช้า”จินดาพรเธอตอบรวิภาอย่างอารมณ์ดี จนรวิภานั้นเธอสังเกตุเห็นว่าจินดาพรนั้นเปลี่ยนไป
“ค่ะ แล้วนี่ดอกบัวอยู่ไหนหรอคะ ฟางจะไปทักทายดอกบัวหน่อยน่ะค่ะ”
“อย่าพึ่งไปตอนนี้เลย พี่คิดว่าคุณป้าคงจะอบรมดอกบัวยาว ที่บอกกับคุณป้าว่าจะไปแค่แปบเดียว แต่กลับมาซะเกือบเย็นเลย แล้วนี่ฟางจะอยู่กินข้าวเย็นกับพี่ด้วยหรือเปล่า เดี๋ยวพี่จะได้ไปบอกแม่บ้านให้ทำของที่ฟางชอบให้”
“คุณลุงคุณป้าบอกแม่บ้านให้แล้วค่ะ เราไปเดินเล่นที่หน้าบ้านกันไหมคะพี่จินดา ฟางมีเื่จะถามพี่จินดาเยอะเลยค่ะกับเคสคนไข้ของฟางน่ะค่ะ”รวิภาเธอไม่อยากคุยเื่ของทิพรดาแล้ว เพราะรู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังแพ้ให้กับทิพรดาที่มาทีหลังเธอ
“ได้สิ แต่พี่ขอเอาของนี้ไปเก็บก่อนเดี๋ยวพี่ตามไป”
“ค่ะ”รวิภาเธอยังไม่ได้ตอบรับเลยจินดาพรก็เดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองแล้ว รวิภาเธอยิ่งรู้สึกไม่ชอบทิพรดามากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่เธอจะเดินออกไปรอจินดาพรที่หน้าบ้านอย่างรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ซึ่งจินดาพรนั้นเธอเอาของที่ซื้อมาจะให้ทิพรดามาเก็บไว้ซะก่อน แล้วค่อยเอาให้ทิพรดาก่อนที่ทิพรดาจะนอนตอนที่ทิพรดาว่างงานแล้ว เธอก็กลัวว่าคนอื่นจะมองว่าทิพรดานั้นพิเศษกว่าคนอื่น ทุกคนอาจจะไม่พอใจทิพรดาเอาก็ได้ที่เธอสนใจแต่ทิพรดา
ทิพรดาเธอถูกทิพกาอบรมไปเกือบยี่สิบนาทีก็บอกให้เอาของมาเก็บที่ห้อง ซึ่งเป็ครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ทิพกาอบรมสั่งสอนทิพรดานานอย่างนี้ เพราะปกติแล้วทิพรดาไม่ใช่เด็กที่ทำให้เธอเป็ห่วงอะไร แต่ตอนนี้พวกเธอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของจินดาพรแล้ว คนที่มีพระคุณกับพวกเธอเพราะฉะนั้นก็ควรจะรู้จักว่าต้องทำตัวยังไง จริงอยู่ที่มีความสนิทกันอยู่บ้างแต่ตอนนี้อยู่กับคนส่วนรวม ก็อาจจะทำให้ใคคไม่พอใจหรือไม่ชอบเอาก็ได้ ซึ่งทิพกาเธออยากให้ทิพรดาเป็ที่รักของคนอื่นด้วย ไม่ใช่ทำตัวไม่น่ารักจนคนอื่นรู้สึกไม่ชอบเ้าตัว
“วันนี้แม่บ่นยาวมากเลยนะคะพ่อ”ทิพรดาเธอพูดกับรูปภาพของพ่อเธอที่ตอนนี้ก็มาอยู่กับเธอด้วย แล้วก็จับเสื้อผ้าออกมาจากถุงเพื่อที่จะเอาไปซัก
“หนูเกือบหูชาแล้ว”ทิพรดาเธอพูดแล้วก็ยิ้มไปด้วยซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญหรืออย่างใด เพราะสิ่งที่ทิพกาพูดมานั้นก็คือเป็ห่วงเธอ
“พ่อรอหน่อยนะ ถ้าหนูทำงานหาเงินได้เยอะๆหนูจะพาพ่อไปอยู่บ้านของเรานะคะ”ทิพรดาเธอพูดกับพ่อของเธออย่างมีความหวังต่อจากนี้ เพราะเธอได้ออกมาจากความทุกข์ทรมานจากตรงนั้นแล้ว ก่อนที่เธอจะถือตะกร้าผ้าออกไปจากห้องเพื่อที่จะเอาผ้าไปซัก แต่เธอก็เห็นจุ๋มยืนอยู่หน้าห้องพอดีซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าจุ๋มนั้นมายืนอยู่หน้าห้องเธอทำไม
“อ้าวพี่จุ๋ม มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มี แต่ฉันอยากจะมามองหน้าคนที่ทำตัวอย่างกับเป็ลูกเ้าของบ้าน”จุ๋มเธอต่อว่าทิพรดาอย่างไม่พอใจที่เธอเห็นทิพรดาสนิทกับจินดาพร ทั้งที่เธออยู่ที่นี่มาั้แ่เด็กแต่จินดาพรก็ไม่เคยสนใจเธอขนาดนี้เลย
“พี่จุ๋มเข้าใจผิดแล้วนะคะ ดอกบัวไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะคะ”ทิพรดาเธอก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่จุ๋มมาต่อว่าเธออย่างนี้ ซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ
“ไม่ได้คิด แต่ทำนะสิใช่ไหม เธออย่าคิดว่าฉันจะมองดูเธอไม่ออกนะ แต่ฉันก็เข้าใจว่าคนอย่างเธอผ่านอะไรมาเยอะ แต่ก็อย่าเผลอมือไวเอาของในบ้านไปขายซะล่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่มีที่ซุกหัวนอน”
“ดอกบัวไม่คิดที่จะทำอย่างนั้นหรอกนะคะ”ทิพรดาเธอพยายามจะบอกกับจุ๋มที่พูดจบก็เดินออกไปจากตรงนั้น ซึ่งมันไม่ใช่นิสัยของเธอเลยที่จะขโมยของคนอื่น ตอนนี้จึงทำให้ทิพรดานั้นพอรู้แล้วว่าจุ๋มนั้นไม่ชอบเธอ แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจุ๋มถึงได้ไม่ชอบตัวเอง ทั้งที่เธอนั้นไม่เคยรู้จักหรือว่าทำอะไรให้จุ๋มไม่พอใจเลย
ก่อนถึงเวลากินข้าวมื้อเย็นป้าสวยก็บอกให้ทิพรดาเข้ามาจัดโต๊ะกินข้าวช่วยกุ้ง จินดาพรเธอเห็นทิพรดาอยู่ที่โต๊ะกินข้าว เธอจึงเดินเข้ามาดูที่หน้าประตูว่าทิพรดาทำงานเป็ยังไงบ้าง รวิภาที่เดินตามจินดาพรมาก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมจินดาจะต้องมาแอบยืนมองดูทิพรดาอย่างนี้ ทั้งที่เมื่อกี้นี้จินดาพรบอกกับเธอว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับทิพรดา มากเกินไปกว่าน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น แต่แววตาแล้วก็รอยยิ้มนิดๆบนใบหน้าของจินดาพรนั้นไม่ได้บอกว่าเป็อย่างนั้น
“ดอกบัวเสร็จตรงนั้นแล้วก็เอาอาหารไปวางไว้บนโต๊ะเลยนะ”
“จ๊ะพี่กุ้ง”ทิพรดาเธอขานตอบรับกุ้งแล้วก็เดินไปเอาอาหารมาจัดเรียงไว้บนโต๊ะ ก่อนที่เธอจะเห็นว่ากุ้งนั้นเอาจานมาวางบนโต๊ะห้าที่ ทิพรดาเธอจึงสงสัยว่าทำไมถึงได้มีห้าที่ เพราะเธอยังไม่รู้ว่าวันนี้รวิภาก็มากินข้าวที่บ้านกับจินดาพรได้
“พี่กุ้งทำไมมีห้าที่ล่ะจ๊ะ วันนี้มีแขกมาเพิ่มหรอจ๊ะ”
“ใช่แล้ว คุณหมอฟางน่ะ คุณหมอฟางเป็ลูกสาวของเพื่อนคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชาย คุณหมอฟางสวยมากเลยนะดอกบัว”
“หมอฟางที่ทำงานที่เดียวกับหมอจินดาหรือเปล่าจ๊ะพี่กุ้ง”
“ใช่ๆ คนนั้นแหละ ดอกบัวก็รู้จักแล้วหรอ”
“ใช่จ๊ะพี่กุ้ง หมอฟางสวยแล้วก็เก่งมากเลยนะ ช่วยให้แม่ของดอกบัวหายด้วยพี่กุ้ง”ทิพรดาเธอพูดอย่างชื่นชมรวิภาที่เ้าตัวนั้นช่วยทิพกาจนหาย แต่รวิภาเธอไม่รู้สึกดีใจหรือว่าชอบทิพรดาเลยที่ชมเธออย่างนี้
“สวยเก่งก็จริงอยู่หรอกนะ แต่พี่ก็ไม่เคยเห็นคุณหมอฟางมีแฟนเลย พี่ล่ะอิจฉาความสวยของคุณหมอฟาง ถ้าพี่สวยเหมือคุณหมอฟางนะพี่มีแฟนไปแล้ว”
“ใครบอกว่าพี่กุ้งไม่สวยคะ พี่กุ้งสวยกว่าดอกบัวอีกน้า...”ทิพรดาเธอเปลี่ยนเป็ยอกุ้งทันทีที่บอกว่าตัวเองไม่สวย แต่เธอคิดว่ากุ้งเป็คนที่สวยคนหนึ่งเลยนะ เพียงแต่มีรูปร่างที่อวบอ้วนไปนิดเท่านั้นเอง
“หจริงหรอดอกบัว บ้า...พี่ยิ่งบ้ายออยู่ด้วย”
“พี่กุ้งสวยจริงๆนะคะ แต่ต้องลดความอ้วนนิดหนึ่ง”
“นิดหนึ่งจริงหรอดอกบัว ตอนนี้พี่ไม่ได้อ้วนมากไปใช่ไหม”
“พี่จินคะ...”รวิภาเธอจะชวนจินดาพรไปหาปองเทพกับจันทร์ดาวที่ห้องนั่งเลย แต่จินดาพรก็เดินเข้าไปหาทิพรดาในห้องซะก่อน เธอจึงรีบตามไปด้วยความไม่พอใจ
“พี่กุ้งชอบพี่ซุงใช่ไหมจ๊ะ”
“เฮ้ยไม่ใช่นะไม่ใช่”ทั้งสองคนกำลังคุยหยอกล้อกันจนไม่ได้สนใจเลยว่ามีคนเดินเข้ามาในห้อง จินดาพรเธอยิ้มแล้วก็นั่งลงที่โต๊ะทันที
“พี่กุ้งวันนี้มีอะไรกินบ้างคะ จินหิวจังเลยค่ะตอนนี้”
“เออ...คุณหนูคะ ตอนนี้พี่ยังจัดโต๊ะไม่เสร็จเลยค่ะ”กุ้งรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ตอนนี้ยังจัดเตรียมอาหารยังไม่เสร็จ
“ไม่เป็ไรค่ะ จินหิวเองก็เลยเข้ามาก่อนคุณพ่อคุณแม่ ดอกบัว...”จินดาพรเธอพูดกับกุ้งสาวใช้แล้วก็หันมาเรียกทิพรดา ที่ตอนนี้กำลังวางช้อนกับส้อมตามที่นั่งของแต่ละคนอยู่
“คะหมอ”
“เรียกหมอเฉยๆได้ยังไงดอกบัว ต้องเรียกว่าคุณหนูสิหรือว่าคุณจินดาก็ได้”กุ้งสาวใช้ทักทิพรดาเมื่อตอนนี้ทิพรดาอยู่ในฐานะสาวใช้ของบ้าน
“ขอโทษค่ะหมอ เออคุณจินดา”ทิพรดาเธอแก้ใหม่ทันทีเรียกจินดาพรต่างจากที่เคยเรียก
“ไม่เป็ไรหรอกดอกบัว เรียกหมอเหมือนเดิมก็ได้”
“แต่พี่จินดาคะ ฟางก็เห็นว่าไม่ควรเรียกเหมือนเดิมนะคะ เดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าพี่จินดาให้ความสนใจดอกบัวมากกว่าอื่นนะคะ”รวิภาเธอก็พูดแทรกขึ้นเสนอความคิดตัวเอง เพราะเธอนั้นก็อยากจะตอกย้ำให้ทิพรดารู้ว่าเ้าตัวนั้นเป็แค่คนธรรมดาไม่มีอะไรมาสู้เธอได้
“อือ ก็ได้”จินดาพรเธอจึงต้องยอมเพราะไม่อยากให้คนอื่นมองทิพรดาไม่ดีด้วย
“พี่จินดานี้น่ารักตลอดเลยนะคะ แต่ดอกบัวไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหรอกนะเรียกว่าหมอฟางเหมือนเดิมนั่นแหละ เพราะว่าฉันไม่ใช่เ้านายดอกบัว”รวิภาเธอพูดแล้วก็ยกมือขึ้นไปจับมือของจินดาพรด้วย ทิพรดาเธอจึงรู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ เธอจึงพยายามไม่ได้คิดอะไรแต่จินดาพรเธอค่อยๆดึงมือตัวเองออกแล้วทำเป็จับแก้วน้ำดื่ม เธอรู้สึกไม่อยากให้ทิพรดานั้นคิดเป็อย่างอื่น
“ค่ะหมอฟาง ตรงนี้เสร็จแล้วดอกบัวขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวสิดอกบัว”
“คะ คุณจินดามีอะไรหรือเปล่าคะ”ทิพรดาหันหน้าไปถามด้วยความสงสัยเมื่อจินดาพรเรียกตัวเองไว้
“เออ…คือว่าหมอเออ…ฉันอยากกินน้ำทับทิมปั่นน่ะ ขอให้ฉันแก้วหนึ่งนะ”จินดาพรเธอรู้สึกไม่ค่อยเป็ตัวของตัวเองกับทิพรดาเลยตอนนี้ ซึ่งเธอรู้สึกไม่ค่อยชอบเลยที่เป็แบบนี้กับตัวเอง
“เปลี่ยนเป็น้ำฝรั่งหรือว่าน้ำแตงโมได้ไหมคะคุณหนู พอดีว่าทับทิมยังไม่ได้ซื้อมาไว้น่ะค่ะ”
“ก็ได้ ดอกบัวไปเอามาให้ฉันทีนะ”
“ค่ะคุณจินดา แล้วคุณหมอฟางรับด้วยไหมคะ ดอกบัวจะได้เอามาให้พร้อมกันเลยดอกบัวจะได้เอามาให้พร้อมกันเลยค่ะ”ทิพรดาเธอหันไปถามรวิภาด้วยจะได้เอามาให้ในครั้งเดียว
“ฉันเอาน้ำแตงโมก็ได้ รบกวนเธอด้วยนะดอกบัว”
“ค่ะคุณหมอฟาง”ทิพรดาเธอก็ค่อยๆเดินออกไปจากห้องนี้ จินดาพรเธอจะตามไปดูทิพรดาทำงานที่ในครัวด้วย แต่เธอก็ทำอย่างนั้นไม่ได้อีกเธอจึงนั่งรออยู่ในห้องนี้ก็แล้วกัน ก่อนที่เธอนั้นจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งอย่างรู้สึกร้อนจากข้างในตัว
หลังจากที่ทิพรดาทำงานของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจึงกลับมาห้องเพื่อที่จะอาบน้ำ แล้วก็จะได้อ่านหนังสือที่จินดาพรซื้อให้ด้วย ทิพรดาเธอจะต้องตั้งใจแล้วก็ต้องสอบให้ติดหมอด้วย เธอจะได้ทำตามความฝันของเธอสักทีต่อจากนี้ แต่พอเธออาบน้ำเสร็จแล้วนั้นจินดาพรเธอจึงส่งขอความมาหาทิพรดา บอกกับเ้าตัวว่าตอนนี้เธออยู่ที่หลังห้องพักของเ้าตัว ทิพรดาเธอจึงเปิดหน้าต่างไปดูก็เห็นจินดาพรอยู่ที่หลังห้องจริงๆ
“คุฯจินดามาทำอะไรที่หลังห้องดอกบัวคะ”
“อ่ะเอานี้ไป ห้ามถามว่าคืออะไร อย่าพึ่งนอนนะอีกห้านาทีหมอจะส่งข้อความมาหาใหม่”จินดาพรเอาถุงของที่เธอซื้อให้แล้วก็รีบพูดรีบออกไปจากตรงนั้นทันที
“เดี๋ยวสิคะคุณจินดา ถุงนี้คืออะไรคะ”ทิพรดาเธอพยายามที่จะเรียกจินดาพรไว้ก่อน แต่เ้าตัวก็ดูเหมือนว่ารีบๆวิ่งออกไป
“อะไรของหมอนะ”
“มีอะไรหรือเปล่าดอกบัวลูก แล้วนั่นถุงอะไร”ทิพกาเข้ามาในห้องก็ถามด้วยความสงสัยเพราะเห็นว่าทิพรดาพูดคนเดียว
“อ้อ ถุงของที่ดอกบัวซื้อมาวันนี้น่ะค่ะแม่ กำลังจะเอาออกมาดู”ทิพรดาเธอจำต้องโกหกเพราะกลัวว่าจะถูกทิพกาสอนเธออีกรอบ ก่อนที่เธอจะนั่งลงแล้วดูของในถุงว่าคืออะไร
“ปิดหน้าต่างด้วยสิลูกด้วยยุงก็เข้าหรอกนะ”
“อ้อ ดอกบัวลืมน่ะค่ะ”ทิพรดาเธอก็รีบลุกขึ้นปิดหน้าต่างทันที ทิพกาก็เข้าไปอาบน้ำทิพรดาจึงรีบดูของในถุงว่าเป็อะไร พอเธอดูแล้วก็มีกระปุกออมสินเหมือนกับของเธอที่เคยมี ปากกา สมุดโน๊ต แล้วก็พวกกุญแจ มีแต่สีฟ้าแล้วก็ลายน่ารักทั้งนั้นเลยที่จินดาพรบอกว่าจะซื้อให้กับตัวเอง แต่ตอนนี้อยู่ต่อหน้าเธอทุกอย่างเลยซึ่งนั่นก็หมายความว่าจินดาพรซื้อใหกับเธอ
“หมอนะหมอโกหกดอกบัวอีกแล้ว”ทิพรดาเธอพูดกับตัวเองเบาๆแต่ก็รู้สึกดีอย่สงบอกไม่ถูก ก่อนที่จินดาพรนั้นจะส่งข้อความมาหาเธอ
‘ออกมาหาหมอที่ใต้ต้นไม้หลังศาลาหน่อย หมอมีอะไรจะคุยด้วยหมอมีอะไรจะคุยด้วย'
“มีเื่อะไรหรือเปล่านะ ทำไมถึงอยากคุยด้วยตอนนี้”ทิพรดาเธอสงสัยเล็กน้อยแต่ก็ยอมออกไปหาจินดาพรตามที่เ้าตัวบอก ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าจินดาพรมีเื่อะไรถึงได้อยากคุยเวลานี้ ซึ่งตอนนี้เองจุ๋มก็คอยจับตาดูอยู่ว่าทิพรดาจะออกไปไหนหรือเปล่า พอทิพรดาออกมาจากในห้องก็แสร้งทำเป็ว่ากำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ แต่พอทิพรดาเดินออกมาได้สักแปบก็รีบตามออกมาทันที
“มันไปทำอะไรที่หลังศาลานะ”จุ๋มก็พยายามจะตามเข้าไปดูใกล้ๆกว่านี้ แต่ทางเดินนั้นสว่างไปหมดเธอจึงได้แต่แอบมองดูอยู่ตรงมุมบันไดเท่านั้น
“คุณจินดาเรียกดอกบัวมามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก นั่งก่อนสิเดี๋ยวหมอจะบอก”จินดาพรเธอบอกกับทิพรดาที่ยืมมองเธอด้วยความสงสัย แล้วก็ขยับให้ทิพรดานั่งด้วยที่เสื่อ ทิพรดาเธอก็นั่งลงด้วยความงงว่าจินดาพรนัันกำลังทำอะไร
“ตอนนี้ก็ดึกแล้วนะคะคุณจินดา ทำไมคุณจินดายังไม่ขึ้นไปนอนคะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปหมอเลยนอนไม่หลับ ก็เลยลงมานั่งรับลมเย็นๆตรงนี้”
“แล้วทำไมคุณจินดาไม่ขึ้นไปนั่งบนศาลาล่ะคะ”ทิพรดาเธอก็ถามด้วยความสงสัยเพราะว่าเธอไม่เข้าใจจินดาพร
“ขี้สงสัยอีกแล้วนะดอกบัว ว่าแต่ชอบของที่หมอให้หรือเปล่า”จินดาพรเธอต้องเปลี่ยนเื่คุยซะก่อน เพราะเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้
“ชอบค่ะ แต่คุณจินดาไม่ต้องซื้อให้ดอกบัวก็ได้นะคะ แค่นี้ดอกบัวก็เกรงใจคุณจินดาจะแย่แล้ว”
“แค่นี้เองไม่เป็ไรหรอก ก็ดอกบัวไม่ชอบของแพงมีราคาไม่ใช่หรอ หมอก็ไม่ได้ซื้อของแพงให้ซะหน่อยจริงไหม”
“ค่ะ ดอกบัวขอบคุณนะคะ คุณจินดาดีกับดอกบัวตลอดเลย ั้แ่วันแรกที่เจอกันคุณจินดาก็เข้ามาปลอบดอกบัวทั้งที่ไม่รู้จักกัน”ทิพรดาเธอยกมือไหว้จินดาพรอย่างขอบคุณ ซึ่งเธอรู้สึกเป็หนี้บุญคุณจินดาพรหลายอย่าง ไม่รู้ว่าเธอนั้นจะตอบแทนบุญคุณจินดาพรหมดไหม เพราะเธอรู้สึกว่ามันมากเกิดกว่าที่เธอนั้นจะตอบแทนบุญคุณจินดาพรได้หมด
“ต่อจากนี้ไปถ้าคุณจินดา้าอะไรหรือว่าจะเรียกใช้ดอกบัวอะไร ดอกบัวจะทำให้คุณจินดาทุกอย่างเลยนะคะ จะให้ดอกบัวตอบแทนบุญคุณคุณจินดายังไงดอกบัวก็ยอมทุกอย่างค่ะ”ทิพรดาเธอบอกจินดาพรด้วยแววตาที่จริงจัง ว่าเ้าตัวนั้นยอมทุกอย่างจริงๆตามที่จินดาพร้า
“แน่ใจนะว่าทุกอย่าง ไม่ว่าจะเื่อะไรดอกบัวก็จะยอมทุกอย่าง”
“ค่ะ ดอกบัวยอมทุกอย่างค่ะ ตัวทั้งตัวนี้ก็เป็ของคุณจินดา คุณจินดาจะใช้ให้ทำอะไรดอกบัวก็จะทำทุกอย่างค่ะ”
“แล้วหัวใจล่ะ”
“คะ…”ทิพรดาเธอมองดูจินดาพรด้วยความไม่เข้าใจคำถามทันที ว่ามันเกี่ยวอะไรกับหัวใจของเธอซึ่งเธอไม่เข้าใจจริงๆ จินดาพรเธอถามเองก็อึ้งไปเองเหมือนกัน ไม่รู้ว่าอะไรดลใจถึงได้ถามออกไปอย่างนั้นกับทิพรดา
“เออ…หมอ…หมอหมายถึงว่าจะยอมทำด้วยหัวใจจริงๆหรือเปล่า เพราะหมอไม่บังคับใครให้มาทำโดยที่ไม่เต็มใจหรอกนะ”
“อ้อ ด้วยหัวใจของดอกบัวทั้งหมดเลยค่ะ ตอนนี้ดอกบัวรู้สึกว่าดอกบัวเป็หนี้ชีวิตของคุณจินดาแล้ว คุณจินดาจะทำยังไงกับดอกบัวก็ได้ค่ะ ทุกอย่างเลย”
“พูดแล้วนะ ทั้งตัวและหัวใจของดอกบัวเป็แค่ของหมอคนเดียวเท่านั้น”จินดาพรเธอถามทิพรดาอีกครั้งว่าที่เ้าตัวพูดมานั้นจะไม่คืนคำ ทิพรดาเธอก็พยักหน้าทันทีว่าเธอยอมทุกอย่างจริงๆ จินดาพรเธอจึงจ้องมองดูดวงตาใสนั้นว่าเ้าตัวมีความจริงจังกับเธอมากแค่ไหน ก่อนที่ทั้งคู่จะหันหลบสายตาของกันและกันด้วยความรู้สึกเขินอาย
“ตอนนี้รู้สึกง่วงแล้วสิ”
“เหมาะ….หมอคะ”ทิพรดาเธอใทันทีเมื่อจู่ๆจินดาพรบอกว่าง่วงแล้วก็ขยับเอนตัวลงมาหนุนตักของเธอซะอย่างนั้น จนทำให้เธอนั้นรู้สึกทำตัวไปไม่ถูกเหมือนกัน
“ไหนบอกว่ายอมทุกอย่างไง หมอขอนอนตรงนี้สักพักไม่ได้หรอ”จินดาพรเธอขยับตัวนอนหงายแล้วมองดูใบหน้าใสนั้นอย่างตั้งใจ จนทิพรดานั้นรู้สึกเขินอายหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ดะ…ดะได้ค่ะ”จินดาพรเธอก็เลยยอมให้จินดาพรนั้นนอนหนุนตักตัวเองอย่างที่เ้าตัว้า เธอจึงนั่งด้วยความเกร็งเล็กน้อย เพราะั้แ่เกิดมายังไม่มีใครนอนหนุนตักเธออย่างนี้มาก่อนเลย ส่วนจุ๋มนั้นก็ยังคงแอบดูทิพรดาอยู่ว่ามาทำอะไรตรงนี้
“หยุดกัดฉันก่อนได้ไหมไอ้ยุงบ้า”จุ๋มเธอก็ยังคงมองไม่เห็นว่าทิพรดานั้นไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น แถมยังมีผ้าเอามากั้นไว้อีกจนเธอมองไม่เห็นอะไร
“โอ๊ยไม่อยากรู้ก็ได้ว่ะ”จุ๋มทนไม่ไหวเพราะว่ายุงตรงนั้นมันเยอะก็เลยกลับไปที่ห้องของตัวเอง แค่นี้มันก็มากพอที่เธอนั้นจะหาเื่ใส่ความทิพรดากับรวิภาได้แล้ว เพราะถ้าจะตามเข้าไปดูใกล้ๆมากกว่านี้ทิพรดาก็อาจจะรู้ว่าเธอนั่นตามแอบดูเ้าตัว
“ไม่ต้องกลัวหมอก็ได้ หัวใจเต้นซะแรงเลย”จินดาพรเธอคิดว่าทิพรดาจะกลัวเธอซะอีกถึงได้หัวใจเต้นแรงจนเธอได้ยินอย่างนี่
“ดอก…ดอกบัวไม่ได้กลัวนะคะ”
“แล้วทำไมหัวใจเต้นแรงอย่างนี้ล่ะถ้าไม่ได้กลัว”จินดาพรเธอขยับตัวขึ้นมาถามทิพรดาจึงทำให้ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ยิ่งทำให้ทิพรดานั้นรู้สึกหัวใจเต้นแรงมากกว่าเดิมซะอีก จินดาพรก็ยิ่งจ้องมองดูใบหน้าหวานเพื่อจะรอคำตอบจากเ้าตัว
“ดอกบัว….”ทิพรดาเธอเหมือนถูกมนต์สะกดเลยตอนนี้ ยิ่งได้เห็นใบหน้าหวานของจินดาพรใกล้ๆ มันก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอนั้นเต้นแรงขึ้นมากกว่าเดิม ถึงแม้ว่าตรงนี้จะเป็แสงไฟสลัวไม่ค่อยสว่างมากนัก แต่มันก็ทำให้ทั้งสองคนนั้นได้มองตาของกันและกันได้ชัด
“อย่าไปจ้องตาอย่างนี้กับใครอีกนะ นี่คือคำขอของหมอ หมอจะนอนตรงนี้อีกสักสิบนาทีแล้วค่อยปุกหมอ ห้ามถามอะไรอีก ไม่อย่างนั้นหมอจะเพิ่มเวลา”จินดาพรเธอรีบพูดก่อนทิพรดาที่กำลังจะพูดแทรกตัวเอง แล้วเธอก็เอนตัวลงนอนเหมือนเดิม ทิพรดาเธอก็ยิ่งไม่ค่อยเข้าใจกับสิ่งที่จินดาพร แต่เธอไม่รู้ว่าทำไมเวลานี้เธอรู้สึกดีจังที่ได้อยู่กับจินดาพรอย่าางนี้ ส่วนจินดาพรเธอเอนตัวลงนอนแล้วก็ยิ้มอย่างรู้สึกดีเช่นเดียวกัน
จบตอน