เธอคือ ยูนะ…
เธอทำแบบนี้ทำไม ผมยังตั้งคำถามอยู่ภายในใจ
ผมน่าจะไม่ได้ไปทำอะไรให้เธอต้องมาอารมณ์เสียใส่กันขนาดนี้เลย
เธอมองต่ำลงมาที่ผมด้วยท่าทางโกรธและรังเกียจ
ผมตัดสินใจที่จะไม่ถามอะไรออกไป
เพราะสายตาของผมเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งที่ยืนเอามือเท้าประตูไว้ และมองมาด้วยสายตาดูถูกเหมือนทุกครั้ง
คนนั้นคือ ชุน
ผมเข้าใจทุกอย่างแล้ว
ผมค่อย ๆ ลุกขึ้น
“คุณยูนะ ที่พูดมาหมายความว่ายังไงหรอ…”
อ่า ผมลืมว่าตัวเองพูดไม่รู้เื่นี่หว่า
ยูนะกัดฟันดังกรอดกรอดด้วยความโกรธ
ยกมือขึ้นชี้มาที่หน้าผมแล้วพูด
“ฉันเห็นนะ ว่านายหลอกพี่ฉันไปที่ห้องชมรมของนายน่ะ”
ผมมองไปที่ชุนที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าประตู
แล้วก็ได้แต่คิดว่า
เธอเองก็คงโดนเป่าหูโดยชุนด้วยสินะ
แต่ยังไงก็ตาม ผมต้องแก้ต่างเพื่อเรียกคืนความยุติธรรมให้ตัวเองก่อน
เพราะว่าผมกับคุณอายะ เราเป็แค่เพื่อนกัน
ถึงบางครั้งผมจะมองเธอเพลินไปบ้างก็ตาม
ทำไงได้ เธอสวยขนาดนั้น
ผมวิ่งไปหยิบสมุดในกระเป๋าของตัวเองพร้อมปากกา
และเขียนข้อความเพื่อสื่อสารกับยูนะ
“ทำอะไรของนายนะ”
เพื่อที่จะสื่อสารกันได้อย่างสะดวก
คงมีแค่วิธีนี้เท่านั้นแหละ
ข้อความในกระดาษ
ขอไลน์หน่อยครับ คุณยูนะ
ยูนะหน้าแดงขึ้น
ก่อนจะเขียว และเริ่มม่วงจากความโกรธถึงขีดสุด
“ไอ้บ้านี่ มันเป็โรคจิตจริง ๆ ด้วย
คิดเหรอว่าฉันจะให้คนแบบแก ไอ้โรคจิตน่ารังเกียจเอ๊ย
เลิกยุ่งกับพี่สาวของฉันเลยนะ ไอ้ตัวอุบาท
แกจะทำแบบนั้นกับพี่สาวของฉันใช่ไหมหะ!”
“ให้ฉันคุยให้ดีกว่า ยูนะจัง
ไอ้นี่มันเพี้ยนจนพูดไม่รู้เื่มานานแล้วแหละ”
ชุนพูดแทรกและเดินเข้ามา
มืออีกข้างค่อย ๆ ยกชายแขนเสื้อขึ้นช้า ๆ
เผยให้เห็นเส้นเืและกล้ามเนื้อแขนที่ได้รูปสวยงาม
เหมือนแขนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่เหมือนแขนผอมแห้งของผม
ยูนะที่เห็น ถึงกับมองตาค้างทั้งยืน
ผมถอยหลังไปชิดสุดมุมห้อง
ไม่มีทางเลยที่ผมจะสู้คนอย่างชุนได้
การต่อต้านไร้ซึ่งความหมาย
ผมได้แต่ตั้งแขนป้องกันตัว
สถานการณ์แบบนี้ รับความเสียหายน้อยที่สุดคงเป็ประโยชน์มากกว่าสำหรับคนแบบผม
อัก!
ผมถอยหลังชนเข้ากับขาโต๊ะเรียนจนล้ม
โต๊ะเรียนล้มระเนระนาด เสียงดังสนั่น
ผมใช้แขนรับแรงกระแทกจากการล้ม
ตอนนี้แขนของผมดันยกไม่ขึ้น
แย่แล้ว… ซวยแน่
ถ้าเป็แบบนี้ โดนอัดเละไม่เหลือแน่
ปึง!
เสียงดังจากประตูบานเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
เสียงนั้นทำให้ทั้งห้องหยุดนิ่ง
เหมือนเวลาได้หยุดลง
ใครกันที่มา…
กลิ่นหอมที่ลอยมาแตะปลายจมูกของผม คุ้นมาก
เหมือนกับ…
“ฮารุโตะคุง เป็อะไรไหมคะ?!”
คุณอายะ!!!!
เธอมาที่นี่ได้ยังไงกัน?!
คุณอายะตะคอกเสียงดังด้วยความใ
“พวกเธอทำอะไรกันอยู่นะ?!”
เธอรีบวิ่งมาที่ฮารุโตะ
เพื่อดูว่าเขาได้รับาเ็ตรงไหนหรือเปล่า
“ฮารุโตะคุง เป็อะไรไหมคะ?”
“คุณอายะมาได้ยังไงครับ?”
ผมยังพูดไม่รู้เื่เหมือนเดิม
แต่อายะเข้าใจ
“พอดีฉันเห็นว่าฮารุโตะคุงไม่มาสักที
เพราะมันเลยเวลานัดแล้ว
เลยคิดว่าจะมาหาที่ห้องว่ามีปัญหาอะไรไหม
แล้วดันได้ยินเสียงดังพอดี เลยรีบวิ่งมาค่ะ”
แบบนี้นี่เอง…
เสียงตอนทำโต๊ะล้มนี่สินะ
“แต่ไม่นึกว่าจะเป็เื่การกลั่นแกล้ง
ทำร้ายร่างกายกันแบบนี้
ยังมีความเป็มนุษย์เหลือกันอยู่ไหมคะ?!”
อายะหันหน้าไปทางชุนพร้อมพูดขึ้น
แต่เพราะเธอรีบวิ่งเข้ามา
จึงไม่ทันสังเกตว่ามีผู้หญิงอีกคนอยู่ในห้อง
ซึ่งกำลังใไม่แพ้กัน
นั่นคือน้องสาวของเธอเอง
ยูนะ!!!
“ทะ…ทำไมถึงทำแบบนี้ ยูนะ?!”
“พะ…พี่คะ คือว่าเื่มันซับซ้อน
คือว่าพี่ออกห่างจากไอ้โรคจิตนั่นดีกว่านะคะพี่”
“โรคจิตเหรอ?
เธอพูดอะไรนะยูนะ
ฮารุโตะคุงน่ะ เป็เพื่อนของพี่นะ”
“เขาไม่มีทางทำเื่แบบนั้นอยู่แล้ว
เธออย่าใส่ร้ายคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานนะ!”
อายะขึ้นเสียงด้วยความโกรธ
ก่อนจะหันมาสนใจอาการาเ็ของผม
เธอค่อย ๆ จับมือของผมเบา ๆ
ผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกกลัวดีไหม
แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดีสุด ๆ ไปเลย
ที่มีใครสักคนเป็ห่วงผมจากใจจริง
ความเ็ปที่เคยมีก่อนหน้านี้
มันเหมือนเป็แค่มดกัดเบา ๆ เท่านั้น
ยูนะใ
ั้แ่เกิดมา พี่ของเธอยังไม่เคยขึ้นเสียงใส่เธอแบบนี้มาก่อนเลย
ทั้ง ๆ ที่เธอก็แค่เป็ห่วงพี่แท้ ๆ
แต่ทำไมพี่ของเธอถึงต้องขึ้นเสียงใส่
ทำหน้าตาโกรธจัดขนาดนั้น
‘ไอ้โรคจิตนั่นมันทำอะไรกับพี่กันแน่’
ยูนะช็อก
ชุนมองทั้งสองฝั่ง
ก่อนจะถอยมาหายูนะ
ที่กำลังนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เพิ่งเจอ
“เราไปกันก่อนเถอะ ยูนะจัง
ไว้หาทางอื่น ตอนนี้เสียงเริ่มดังแล้ว
อาจารย์เวรอาจจะมาก็ได้”
ชุนพูด
ก่อนจะจับมือยูนะแล้วรีบวิ่งออกไป
ส่วนผมกับคุณอายะ
ไปที่ห้องพยาบาลเพื่อตรวจอาการาเ็
หน้าประตูโรงเรียน
“ฮารุโตะคุง กลับบ้านคนเดียวไม่เป็ไรแน่นะ”
ผมพยักหน้าบอกว่าไม่เป็ไร
แขนผมไม่ได้เป็อะไรมาก
แค่รับแรงกระแทกแรงไปหน่อย ไม่กี่วันก็คงหาย
ตอนนี้จึงยังใช้แขนข้างซ้ายไม่ได้
แต่ไม่เป็ไร ผมถนัดแขนขวาอยู่แล้ว
ผมหยิบมือถือจากกระเป๋าอย่างยากลำบาก
ด้วยมือข้างที่เหลือ
พิมพ์ข้อความและกดส่ง
ติ่ง!
ข้อความถึงคุณอายะ
อายะเปิดมือถืออ่าน
ขณะที่พระอาทิตย์เริ่มตกอย่างช้า ๆ
แสงยามเย็นตัดผ่านตรงกลางระหว่างผมกับเธอ
เราเหมือนอยู่คนละด้าน
แต่สุดท้ายเราก็ยังเป็เพื่อนกันได้
“ขอบคุณนะครับสำหรับวันนี้”
“ผมสัญญาว่าจะรับฟังเื่ของคุณอายะเยอะ ๆ เลยนะครับ”
“สติกเกอร์ยิ้มกว้าง”
อายะยิ้มกว้าง ก่อนจะตอบกลับมา
“แน่นอนค่ะ
จะเล่าให้ฟังเยอะ ๆ เลย”
ใช่…
ผมสัญญาว่าจะรับฟังเธอตลอดไป
เราแยกทางกันกลับบ้าน
แต่ผมไม่รู้ตัวเลยว่า
มีรถยุโรปคันหรูแอบตามมาอย่างเงียบ ๆ
ผมมักจะเดินกลับบ้านเป็ปกติ
เพราะจากโรงเรียนถึงบ้านไม่ไกลเท่าไหร่
ระหว่างทางวันนี้
ผมเจอกับเ้าแมวน้อยจากร้านเค้กตรงทางเลี้ยวใกล้ ๆ
วันนี้มาเล่นไกลบ้านไปไหม อ้วนน้อย
ผมเกาพุงอ้วน ๆ ของเ้าแมวร้านเค้ก
เพราะตัวมันอ้วนมาก
เนื่องจากได้กินดีอยู่ดี
คนแถวนี้ถ้าได้เห็นเ้าอ้วนตัวนี้
ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปเล่น
แต่วันนี้ผมแขนเจ็บ
คงต้องรีบกลับบ้านก่อนนะ
ผมมีเปียกแมวพกติดกระเป๋าตลอด
ก็เพื่อเ้าอ้วนตัวนี้
เื่นี้ทำให้ผมเคยโดนนินทา
ว่าเป็คนกินเปียกแมวตอน่ประถม
ผมให้มันก่อนจะจากไป
แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้
อยู่ในสายตาของใครบางคน
“ฉันเชื่อใจฮารุโตะคุงอยู่แล้ว
เธอเห็นไหม ยูนะ
เขาก็เหมือนคนปกติ
ไม่ได้เป็โรคจิตแบบที่เธอคิดหรอก
ออกจะเป็คนดีด้วยซ้ำ”
“เหอะ ใครจะรู้
กลับบ้านไปอาจจะเป็อีกแบบก็ได้”
“ยูนะ!!!”
ยูนะทำหน้างอ คอตกอีกครั้ง
หลังจากโดนพี่สาวขึ้นเสียงใส่
“ถ้าไม่ติดว่าเขาพูดไม่ได้…”
“ห๊ะ… พูดไม่ได้เหรอ?”