สายฝนโปรยปรายลงมาเป็สายกระทบหลังคาบ้านทำให้ร่างเล็กที่อยู่ใต้ผ้าห่มรู้สึกสะดุ้งตื่น เพราะเสียงที่ดังรบกวนตอนที่เธออยู่ในห้วงแห่งความฝันมือเล็กๆ ค่อยๆ คลำหามือถือที่อยู่บนหัวเตียง ก่อนจะกดดูเวลา ขณะนี้เวลาเกือบสามทุ่มครึ่งเธอไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ หรืออาจจะเป็เพราะความเพลียจากการกินยาสีขาวเม็ดโตที่เมื่อตอนเย็นแม่คะยั้นคะยอลูกสาวให้กิน เพราะเห็นสิ่งผิดปกติบนหัวลูกสาวที่ทั้งบวมและแดง
“น้องไนร่าทำอะไรอยู่ครับ?” แจ้งเตือนจากไลน์คิมที่ส่งมาเมื่อตอนสองทุ่ม เธอเลือกที่จะไม่ตอบและวางมือถือกลับไว้ที่เดิม ภาพเหตุการณ์ตอนบ่ายย้อนกลับเข้ามาในหัวเด็กสาวจึงดึงผ้าห่มกลับมาคลุมร่างเฉกเช่นเดิมเม็ด ฝนที่ตกลงมาในตอนนี้ คงร้องไห้แทนเธอไปหมดแล้ว
หน้าโรงเรียน
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง พี่ชายใครใจดีที่สุดเลย” เด็กสาวหันไปยิ้มเมื่อก้าวขาลงจากรถ
“ตอนเย็นกลับเองนะพี่จะไปเล่นบอล” ตะวันเลื่อนกระจกรถลงะโบอกน้องสาวก่อนจะขับรถออกไป เหลืออีกสิบกว่าวันพี่ชายของเธอก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วเขาจึงพยายามเก็บความสุขไว้ให้มากที่สุด
“จริงสิ เรายังไม่ตอบไลน์พี่คิมเลย” เธอบ่นพึมพำกับตัวเองหยิบมือถือขึ้นมาดู และเลื่อนไปที่ข้อความของเขา
“ไนร่าเพิ่งถึงโรงเรียนค่ะขอโทษนะคะเมื่อคืนเผลอหลับไม่ได้ตอบเลย”
“ครับ ”
“ที่พี่ถามไนร่าไปคราวก่อน”
“เื่ที่พี่ขอจีบไนร่า”
“คือว่า..” ไนร่าเริ่มไปไม่ถูก
“งั้นเราค่อยๆกันก่อนดีมั้ย?ถ้ายังไม่ใช่จริงๆ ก็ขอให้ไนร่าคิดว่าพี่ เป็พี่ชายของไนร่าคนนึง”
“แบบนี้ก็ได้ค่ะ”
“ดีใจจัง ” คิมส่งสติกเกอร์หน้ายิ้มมา
ถึงเวลาที่ต้องเริ่มใหม่แล้วไนร่าบอกกับตัวเองก่อนที่จะเดินไปหาเพื่อนทั้งสองที่โต๊ะประจำ
“เป็ไงบ้างไนร่าดีขึ้นหรือยัง?” กัสหันไปมองไนร่าที่กำลังเดินมา
“สบายมาก ชิวๆ” ไนร่ายิ้มตอบเพื่อนแล้วเอามือมาลูบหัวที่ยังมีร่องรอยแดงช้ำหลงเหลืออยู่บ้าง
“แล้วเื่พี่สกายเป็ยังไงบ้าง”หวานเอ่ยขึ้น เพราะเมื่อวานตอนที่เธอเดินเอากระเป๋าไปให้ไนร่าที่ห้องพยาบาลเจอสกายเดินออกมาพอดี และ เห็นเพื่อนตัวเองกำลังร้องไห้อยู่ จึงไม่กล้าถามอะไรมาก
เธอเล่าเื่ราวทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองฟังด้วยสีหน้าที่ปกติไม่หลงเหลือแม้แต่ความเศร้า
“ไม่รู้ว่าพี่เค้าจะมายุ่งกับเธออีกทำไม?”กัสแสดงท่าทีที่โมโห
“นั่นสิแต่ก็ดีแล้วที่เธอบอกไปแบบนั้น” หวานพูดเสริม
“มีอีกเื่ที่จะบอกคือว่า พี่คิมมาขอจีบ” ไนร่าพูดกุกกัก
“ว่าแล้วเชียวชั้นเห็นสายตาที่พี่เค้ามองเธอตอนที่ไปค่าย”
“แล้วเธอตอบไปว่ายังไงบ้าง”กัสยังคงพูดต่อ
“ก็ลองๆ คุยกันก่อนถ้าไม่ใช่ก็เป็พี่น้องกัน”
“เชียร์!” กัสและหวานพูดประสานเสียงกัน
เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นเวลาแห่งความสนุกหมดลง นักเรียนทุกคนต่างก็ทยอยเดินเข้าห้องเรียนของตนเอง
ระหว่างเปลี่ยนชั่วโมงเรียน
ไนร่าเดินมาเขาห้องน้ำกับหวานที่หลังอาคารเรียนพี่มอหกเพราะเป็ห้องน้ำที่ใกล้ตึกที่สุด
“หวานรอหน้าห้องน้ำนะ”เธอบอกเพื่อนที่ยังเข้าห้องน้ำอยู่ และเดินไปนั่งรอที่โต๊ะหน้าห้องน้ำซึ่งไม่ไกลมากโต๊ะเกือบสิบตัววางไว้อย่างเป็แถว ซ้ำยังได้ร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ ทำให้เป็ที่นั่งประจำของนักเรียนหลายคนอยู่ไม่น้อย
ระหว่างนั้นสกายที่เดินมากับก้องเพื่อนสนิทเขาและเดินผ่านหน้าของเธอไป เขาไม่คิดแม้จะเหลียวมองเธอด้วยซ้ำ ทำราวกับว่าเธอเป็อากาศตรงไปนั่งกับอีกโต๊ะที่มีเด็กนักเรียนหญิงนั่งอยู่สองคน
“พลอยคิดถึงพี่สกายจังเลยค่ะ”
“พี่ก็คิดถึงน้องพลอยเหมือนกันครับ”
“วันนี้พลอยไม่มีรถกลับบ้านพี่ไปส่งพลอยหน่อยได้มั้ยคะ?”
“ได้สิครับถ้าเป็น้องพลอยพี่ไปส่งทุกวันเลยครับ”
บทสนทนาที่ไนร่าไม่อยากได้ยินแต่เพราะความไม่ห่างกันมาก ทำให้เสียงนั้นดังชัดเจน
บทสนทนาของสกายเด็กผู้หญิงที่ไนร่าเจอที่ห้องพยาบาลเมื่อวานยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ จนหวานเดินมา ไนร่าจึงรีบลุกและดึงแขนหวานออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด
“โอเคหรือป่าว?”
“โอเคมากแค่ไม่อยากเจออ่ะ” ไนร่าหัวเราะ
“โอเคจริงนะ”
“จริงมากๆเศร้านานไม่ได้ เดี๋ยวหนุ่มๆ ที่รอคิวเสียใจแย่เลย”เธอหัวเราะขึ้นมาอีกรอบ
“เห็นเธอยิ้มได้ก็ดีใจแล้ว” หวานพูดและเดินเข้ามากอดเพื่อนด้วยความห่วงใย
“จะมาซึ้งอะไรเนี่ยไปซื้อน้ำกัน หิวอ่ะ”
ทั้งสองเดินไปซื้อน้ำมาสามขวดก่อนจะกลับไปที่ห้องไนร่ายื่นน้ำให้กัสเมื่อมาถึง เพื่อนสาวยังคงก้มหน้าก้มตาทำอย่างเร่งรีบเพราะกลัวจะส่งไม่ทัน
ไนร่ากลับมานั่งที่โต๊ะของตนเองค่อยๆหมุนฝาขวดน้ำขึ้นมาดื่ม สายตามองผ่านไปที่หน้าต่างมองเห็นกระรอกตัวสีขาวที่กำลังวิ่งไต่ต้นไม้ เขาเริ่มใหม่ได้แล้วนะเขาไม่ได้สนใจเธออีกต่อไปแล้ว ถึงเวลาที่เธอเองก็ต้องทำให้ได้อย่างเขาเหมือนกัน เสียงฝาขวดนำปิดลงพร้อมกับความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีร่วมกับเขา ก็คงต้องปิดลงตาม