บทที่ 17 ข้อเสนอของหลี่มี่
หลังมื้ออาหาร ไป๋ลู่เอ่ยชวนฮูหยินไปนั่งรับลมที่ศาลารับลมด้านนอก วันนี้อากาศเย็นสบายเหล่าผีเสื้อบินว่อนเต็มท้องฟ้า หลี่มี่ยอมตามออกมาหากอยู่แต่ในห้องนางเองรู้สึกเบื่อหน่าย
ไป๋ลู่ยกน้ำชาพร้อมขนมหวานมาวางบนโต๊ะเพื่อให้หลี่มี่ได้กินระหว่างนั่งชมบรรยากาศ แต่สายตาของหลี่มี่กลับมองเห็นผงสีขาวยังไม่ละลายในน้ำชาร้อนกรุ่นที่ไป๋ลู่ได้รินให้นางเมื่อครู่ ในใจของหลี่มี่รับรู้ทันทีว่าในน้ำชาต้องมีอะไรสักอย่างเป็แน่ สายตาของไป๋ลู่เอาแต่จ้องมองจอกชาจนหลี่มี่สงสัยและมั่นใจว่าต้องมีอะไรในน้ำชาอย่างที่นางคิด
“ไป๋ลู่ น้ำชาวันนี้ที่เ้านำมาให้ข้าเป็น้ำชามาจากอันใดหรือ”
“ชาดอกเหมยเ้าค่ะ ข้าเห็นฮูหยินผู้เฒ่ามักกินจึงนำมาให้ฮูหยินได้ลิ้มลองเ้าค่ะ”
“อื้ม! ชาที่ท่านแม่ชอบดื่มนะหรือช่างมีกลิ่นหอมจริง ๆ ขนมพวกนี้ก็น่ากินทั้งนั้นเ้านั่งกินเป็เพื่อนข้าหน่อยสิ” ไป๋ลู่ยิ้มกว้างไม่ใช่เื่ง่ายที่จะได้กินอาหารของเ้านาย
“ฮูหยินเช่นนั้นข้าไม่เกรงใจนะเ้าคะ”
“นั่งลงสิ น้ำชาจอกนี้ข้ายกให้เ้าแล้วกัน ข้าเห็นเ้าจ้องมองั้แ่เมื่อครู่แล้ว เ้าคงอยากลิ้มรสสินะชาดอกเหมยนั้นข้าดื่มบ่อยจนไม่อยากแล้วล่ะ” สีหน้าของไป๋ลู่เปลี่ยนไปเห็นได้ชัด จนหลี่มี่มั่นใจ
“ทำไมเ้ารังเกียจที่จะดื่มน้ำชาจอกนี้หรือ แต่เมื่อครู่ที่เ้ารินให้ข้า ข้ายังไม่ได้ดื่มมันด้วยซ้ำ”
“หามิได้เ้าค่ะ ข้าไม่ได้รังเกียจนะเ้าคะแต่ว่าเอ่อ...” ไป๋ลู่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะคิดหาวิธีใดที่จะไม่ดื่มมัน
“สีหน้าเช่นนี้ราวกับว่าเ้าไม่อยากจะดื่มมัน หรือว่าในน้ำชาจอกนี้มีอะไรนั้นหรือ? ” หลี่มี่จับน้ำชามามองดูพลางเหลือมองท่าทีร้อนรนกระวนกระวายของไป๋ลู่ในตอนนี้
“ไม่ใช่นะเ้าคะ ในน้ำชาไม่มีอะไรเลยเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเ้าก็ดื่มสะสิ ปล่อยไว้นานเดี๋ยวน้ำชาจะเย็นรสชาติจะเปลี่ยนเอาได้” หลี่มี่จ้องมองใบหน้าของไป๋ลู่อย่างไม่ละสายตาเพราะอยากรู้เช่นกันว่านางจะยอมดื่มน้ำชานี่หรือไม่ ไป๋ลู่ยื่นมือมาจับจอกน้ำชาด้วยอาการสั่นเทา ค่อย ๆ นำจอกกำลังยกดื่มเข้าปากแต่แล้วนางกลับทำสิ่งที่หลี่มี่คาดไม่ถึง
“ฮูหยินข้าขอโทษเ้าค่ะ ข้ามิอาจจะดื่มน้ำชาจอกนี้ได้” หลี่มี่วางจอกชาไว้เช่นเดินก่อนจะนั่งขุกเข่าลงกับพื้นตัวสั่นเทา หลี่มี่แสยะยิ้มมุมปากย่อตัวนั่งลงเพื่อคาดคั้นให้ไป๋ลู่เอ่ยความจริง
“ทำไมเ้าดื่มน้ำชาไม่ได้ ข้าคิดไม่ผิดใช่มั้ยว่าในน้ำชามีอะไรในนั้นเ้าคิดว่าข้าโง่หรือ ที่ไม่เห็นผงสีขาวที่ยังไม่ละลายในจอกน้ำชา นี่คงเป็ฝีมือของฮูหยินผูเฒ่าใช่หรือไม่? และอีกอย่างเ้าเป็คนที่นางส่งมาเพื่อสอดส่องข้า ไหนเ้าบอกว่าเ้าจะจงรักภักดีต่อข้าอย่างไรล่ะ บอกข้ามาว่าในน้ำชาสิ่งที่เ้าใส่คือยาอันใดกันเหตุใดเ้าถึงไม่กล้าที่จะดื่มมัน” น้ำเสียงเยือกเย็นหนักแน่นของหลี่มี่ที่เอ่ยมาอย่างชัดถ้อยชัดคำทำเอาผู้ที่ฟังถึงกับสั่นเทารีบบอกความจริงออกมา
“ฮูหยินข้าขอโทษเ้าค่ะ ข้าทำผิดต่อฮูหยินเพราะนั้นคือคำสั่งของฮูหยินผูเฒ่าข้ามิอาจจะขัดได้ ฮูหยินโปรดให้อภัย"
"ฮึ ฮึ ให้ข้าให้อภัยอย่างนั้นหรือแล้วยาที่เ้าใส่คือยาอะไรกันแน่" หลี่มี่เคล้นหัวเราะออกมาในลำคอตอนนี้อารมณ์ของนางโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก หากยาที่ฟางเหนียงให้ไป๋ลู่นำมาใส่ให้นางดื่มคือยาที่จะใช้ปลิดชีวิตของนาง เื่นี้นางไม่สามารถให้อภัยในความเลวร้ายในครั้งนี้ได้
"มันเป็ยาห้ามมิให้ตั้งภรรค์เ้าค่ะ " ไป๋ลู่เอ่ยออกมาเสียงสั่นแต่หลี่มี่กลับหัวเราะชอบใจเพราะนางโล่งอกที่ไม่ใช่ยาปลิดชีวิตถือว่าฟางเหนียงยังพอมีจิตสำนึกที่ดี
"เฮ้อ! ข้าคิดว่าเ้าจะวางยาฆ่าข้า หากเป็ยานี้ข้าจะดื่มให้เ้าเอง แต่ว่าหากเ้าไม่อยากให้ท่านแม่ทัพรู้เื่นี้และอยากให้ข้าไม่ลงโทษเ้า ต่อจากนี้เ้าจงภักดีต่อข้า ข้าจะให้เ้าเลือกเอาว่าเ้าจะทำอย่างไรเพราะข้าถือว่าตอนนี้ข้าใจดีกับเ้ามากแล้ว " หลี่มี่ยกจอกน้ำชาดื่มจนหมดจอกไป๋ลู่รีบห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว
"อย่าดื่มนะเ้าคะ "
"เหอะเ้าเอามาให้ข้า หากเ้าไม่อยากถูกฮูหยินผู้เฒ่าลงโทษข้าดื่มให้เ้าแล้ว ตอนนี้เ้าเลือกได้หรือยังว่าจะเอาอย่างไร " หลี่มี่ยื่นข้อเสนอให้แก่ไป๋ลู่ได้เลือกเดินหากนางจะเดินทางเก่าหลี่มี่ผู้นี้จะไม่ใจดีอีกต่อไป แต่หากไป๋ลู่ยอมเป็คนของนาง นางเองจะถือว่าเื่ในครานี้ไม่เคยเกิดขึ้น
"หากฮูหยินให้โอกาสข้า ต่อจากนี้ข้าจะจงรักภักดีต่อฮูหยินเพียงผู้เดียวเ้าค่ะ " ไป๋ลู่ครุ่นคิดอย่างหนักแต่เพียงไม่นานนางก็ได้ให้คำตอบกับหลี่มี่
"เช่นนั้นเ้าจงบอกมาว่าที่ท่านแม่ทำเช่นนั้นเพราะมีแผนอันใด” เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋ลู่หลี่มี่ไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามแผนของฟางเหนียงทันที
"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันเ้าค่ะ "
"เช่นนั้นต่อจากนี้เ้าจงทำตัวปกติเช่นเดิมและไม่ต้องให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้รู้ว่าข้านั้นรับรู้แผนการของนาง เ้าจงเป็นกสองหัวและไปสืบหามาให้ได้ว่านางมีแผนอันใด ข้าได้ยินสาวใช้พูดคุยกันว่าอีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงฉลองข้าคิดว่าต้องมีเื่อันใดเกิดขึ้นแน่ ๆ หากเ้ามั่นใจว่าเ้าจงรักภักดีต่อข้าจงไปสืบหามาให้ได้ ส่วนยาที่นางให้มาเ้าใส่ชาให้ข้าดื่มทุกวันได้เลยเพราะข้าเองก็ไม่คิดที่จะมีบุตรกับท่านแม่ทัพอยู่แล้ว" ไป๋ลู่ชะงักในคำพูดของหลี่มี่เหตุใดฮูหยินถึงไม่อยากมีบุตรกับท่านแม่ทัพกัน แต่เมื่อฮูหยินให้โอกาสนาง นางเองตั้งมั่นตนจงรักภักดีต่อฮูหยินของนางอย่างแท้จริง
"เ้าค่ะ ต่อจากนี้ข้าให้คำมั่นว่าข้าไป๋ลู่จะจงรักภักดีต่อฮูหยินจนหมดลมหายใจเ้าค่ะ " น้ำเสียงหนักแน่นใบหน้าแววตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ทำให้หลี่มี่รู้สึกสบายใจที่ตอนนี้นางมีพวกพ้องแล้ว
"ดี! เช่นนั้นเ้าจงไปแจ้งท่านแม่เถิดว่าข้าได้ดื่มยาที่นางให้เ้ามาแล้ว จงไปสืบมาว่านางมีแผนอันใด หากเ้าทำได้อย่างที่เ้าเอ่ยมาข้าจะจัดการการเรียนให้น้องชายของเ้าเอง ไม่มีผู้ใดในใต้หล้าอยากเป็บ่าวรับใช้ตลอดไปหรอกใช่มั้ย? เ้าเองก็คงหวังอยากเห็นน้องชายของเ้าเป็บัณทิต รับราชการใช่หรือไม่? ข้าช่วยเ้าได้หากเ้าช่วยข้า" รอยยิ้มของไป๋ลู่แสดงออกมาทันทีแววตาเป็ประกายราวกับว่าฮูหยินได้ให้ชีวิตใหม่
"เป็บุญคุณกับข้ายิ่งนักเ้าค่ะ ข้าจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลยเ้าค่ะ " นางก้มหัวลงแนบพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อขอบคุณในสิ่งที่หลี่มี่มอบให้แก่ครอบครัวของนาง
"ลุกขึ้นมาเถิด เดี๋ยวผู้อื่นจะผ่านมาเห็นจะผิดสังเกตเอาเ้าจงทำตัวให้ปกติ อย่าแสดงให้ท่านแม่ได้เห็นว่าเ้าอยู่ข้างข้า"
"เ้าค่ะฮูหยิน แม้ว่าฮูหยินไม่อยากท้องกับท่านแม่ทัพแต่ข้าคงมิอาจจะใส่ยานี้ให้ท่านอีก ข้าจะนำไปทิ้งนะเ้าคะ "
ทั้งสองคุยกันอยู่เนินนานจนพากันกลับเข้าห้อง ตะวันบ่ายคล้อยสาวใช้พากันวุ่นวายเตรียมของเพื่อจัดงานเลี้ยงกันอย่างครึกครื้น อ้ายเยว่วิ่งเล่นกับลูกแมวอยู่ที่สวนได้พูดคุยกับแม่นมในเื่ที่สงสัยในคำพูดของเยิ่นเม่ยเม่ย
"แม่นมข้ารู้แล้วว่าความอบอุ่นเป็เช่นไร มันเป็อะไรที่ดีมากเลย หากข้าอยากได้มันอีกท่านว่าเยิ่นเม่ยเม่ยจะให้ข้าอีกหรือไม่?" เด็กชายคิดถึงความอบอุ่นและอยากได้มันอีกจึงเอ่ยถามแม่นม
"แน่นอนอยู่แล้วเ้าค่ะ เพียงคุณชายยิ้มกว้าง ๆ แสดงความน่าเอ็นดูไม่ว่าผู้ใดที่พบเจอก็ไม่สามารถที่จะไม่หลงรักคุณชายได้หรอกเ้าค่ะ "
"แต่ว่า ...ข้าได้ยินตอนที่นางเอ่ยออกมา นางบอกว่าวันหนึ่งนางจะจากไปหมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ"
แม่นมเบิกตาโพลงโต
"หมายความว่าฮูหยินจะไม่อยู่ที่นี่อย่างไรเ้าคะ "
"ไม่เอา แม้ข้าจะไม่ชอบนางและกลัวนางแย่งความรักจากท่านพ่อแต่ข้าไม่ได้อยากให้นางจากข้าไป " แววตาเศร้าสลดของอ้ายเยว่แสดงออกมาเมื่อคิดถึงวันที่นางไม่อยู่
"หากเช่นนั้นคุณชายต้องเลิกทำตัวดื้อกับฮูหยินสิเ้าคะ " แม่นมรีบเสนอความคิดบอกกล่าวกับอ้ายเยว่
"นั้นก็ยากสำหรับข้าเช่นกัน "
"เช่นนั้นคุณชายก็อาจจะไม่ได้รับความอบอุ่นอีกนะเ้าคะ"
"ได้สิ!! ทำไมแม่นมถึงเอ่ยออกมาเช่นนั้น " จู่ ๆ ฟางเหนียงที่เดินเข้ามาหาอ้ายเยว่ได้ยินเื่ที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นางไม่พอใจเป็อย่างมากที่เยิ่นเม่ยเม่ยมีอำนาจกับความรู้สึกของหลานชายเพียงผู้เดียวของนาง
"ท่านย่า" เด็กชายเห็นท่านย่ารีบเข้าไปสวมกอดทันทีแม่นมรีบหลบสายตาใบหน้าพลันเปลี่ยนสี
"อ้ายเยว่ทำอันใดอยู่หรือ ไปนั่งที่ห้องของเ้ากันเถิด "
"ได้ขอรับท่านย่า ท่านย่าดูนี่สิขอรับนี่คือแมวของข้า ข้าเอ็นดูจึงเลี้ยงมันเอาไว้ขอรับ" เด็กชายชูแมวน้อยให้ฟางเหนียงดู
"ลูกแมวอย่างนั้นหรือ หรือเ้าแมวตัวนี้ที่ทำให้เ้าเกือบได้รับาเ็กัน " อ้ายเยว่พยักหน้าตอบรับคำถามของท่านย่า