หัวใจของการันต์ในร่างไอ้จ้อยพลันหนักอึ้งความรู้สึกวูบวาบหนาวสั่นมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเริ่มจะมองเห็น"ท่อระบายน้ำ" ในชาติที่แล้วลอยมาแต่ไกล...
"อย่าเพิ่งเป็อะไรนะจ้อย!"หญิงสาวรีบประคองหัวกระรอกที่หูตกไม่มีสง่าราศีให้ตั้งตรงสบตากับเธอใบหน้าที่สวยล่มบ้านล่มเมืองนั้นฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัดเธอชูนิ้วเรียวงามขึ้นมาตรงหน้าไอ้จ้อย "โชคดีนะที่ตอน จุติ ขึ้นมาบนนี้ มี หลวงตาท่านหนึ่งที่อยู่บนวิมานชั้นสูงท่านเมตตาสอนอาคมไว้ให้ข้าสองสามบทไม่อย่างนั้นเ้าคงได้ไปเฝ้ายมบาลตั้งนานแล้ว"
พูดจบ เธอก็ใช้นิ้วจิ้มลงไปที่ปลายจมูกของไอ้จ้อยเบาๆพร้อมกับบริกรรมพระเวทพึมพำ
พลันนั้นเอง ไอ้จ้อยเห็นแสงสว่างเรืองๆ ออกมาจากปลายนิ้วของเธอมันไหลเข้าสู่ร่างกายเขาผ่านรูจมูก ความเย็นสดชื่นประดุจน้ำฝนจากสระอโนดาตแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจเืกำเดาที่ไหลโจ๊กหยุดสนิททันที!สติที่เคยพร่าเลือนกลับมาแจ่มใสเหมือนล้างหน้าด้วยน้ำลอยดอกมะลิ
เดี๋ยว... เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ? อาคม?
ไอ้จ้อยแหงนมองยอดวิมานสีทองที่เห็นอยู่ไกลๆในใจบังเกิดความลิงโลดอย่างที่สุด! นี่มันโลกแห่งอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์!ถึงร่างนี้จะเป็แค่กระรอก แต่ถ้าเขามีอาคมของขลัง เขาก็อาจจะฝึกฝนจนกลายเป็ 'พญากระรอก' ที่มีฤทธิ์เดชแปลงกายได้!ความหวังที่จะกลับไปเป็ 'การันต์ บินทะลุดาวอังคาร' เวอร์ชั่นอัปเกรดเริ่มโชติ่ขึ้นมาอีกครั้ง!
แต่ในขณะที่เขากำลังฝันหวานนิ้วของเ้านายสาวที่จิ้มอยู่บนจมูกกลับไม่ยอมปล่อย!
'เฮ้ย... จะทำอะไรน่ะ?' ไอ้จ้อยเริ่มรู้สึกแปลกๆคราวนี้มันไม่ใช่แค่ความเย็นแต่มันเหมือนมีกระแสพลังงานบางอย่างไหลบ่าเข้ามาในตัวเขา!พลังงานเ่าั้มันพุ่งพล่านประดุจน้ำป่าไหลหลาก ใครจะไปหยุดก็หยุดไม่ได้เ้านายสาวเองก็ดูจะใเธอพยายามจะชักนิ้วออกแต่เหมือนถูกแรงดึงดูดประหลาดตรึงไว้!
ไอ้จ้อยพยายามจะโยกหัวหนีแต่เธอกลับเสียหลักล้มคว่ำลงมาทับเขาเต็มแรง!
“อึก... ช่วยด้วย... อะ... อุดจมูก... กระรอก... จะตาย... แล้ว!” ไอ้จ้อยถูกทับอยู่ใต้'หน้าอกนุ่มนิ่ม' สองข้างของเธอจนหายใจไม่ออกวินาทีนั้นแรงดึงดูดหลุดออกไปแล้ว แต่เขากำลังจะตายเพราะขาดอากาศหายใจแทน!ไอ้จ้อยรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายถีบขาหลังปึ๋ง! จนร่างของหญิงสาวกระเด็นหงายหลังไป
"เฮือกกกก! รอดตายว้อยยย!" ไอ้จ้อยหอบหายใจซี่โครงบาน"เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของหนุมานตอนถูกูเาทับก็วันนี้แหละ!แต่ของเขาน่ะโดนทับด้วยหิน ของผมนี่มันนุ่มนิ่มจนเกือบไป์ของจริง!"
ไอ้จ้อยนั่งแหมะลงกับพื้นพลางหันไปมองเ้านายสาว...แล้วเขาก็ต้องตะลึง
หญิงสาวที่เคยร่าเริงกลับนอนสลบไสลไม่ได้สติใบหน้าที่เคยผุดผ่องกลับซีดขาวราวกับคนขาดเื!
'ฉิบหายแล้ว... หรือว่าผมจะเผลอสูบตบะอาคมเธอมาจนหมด?' หัวใจไอ้จ้อยหล่นวูบ เขารีบคลานเข้าไปเอาอุ้งเท้าแตะจมูกเธอ... เฮ้อยังมีลมหายใจอยู่ แต่มันช่างแ่เบาเหลือเกิน
"นอนตรงนี้ไม่ได้แน่ๆ ไอ้เ้าั์นั่นอาจจะย้อนกลับมาตอนไหนก็ได้!"ไอ้จ้อยมองไปรอบๆ ความทรงจำของกระรอกตัวเดิมบอกทางกลับบ้านให้เขาโดยอัตโนมัติเขาตัดสินใจกัดฟัน "เอาวะ! เป็สุภาพบุรุษ (กระรอก) มันต้องอดทน!"
เขาใช้ฟันหน้าสองซี่งับเข้าที่ชายผ้าสไบของเธอ แล้วออกแรงลาก!น่าประหลาดที่ร่างกายตัวจ้อยนี้กลับมีพละกำลังมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ เขาค่อยๆลากร่างของหญิงสาวข้ามพงหญ้า ผ่านดงดอกไม้ป่า มุ่งหน้าสู่ที่พัก...
กาลเวลาผ่านไปค่อนวัน... ในที่สุดเขาก็ลากเธอมาถึง "บ้าน"
"แม่เ้าเว้ย! ผู้หญิงสวยขนาดนี้ กระรอกหล่อ (ในอนาคต) ขนาดนี้...ดันอาศัยอยู่ใน 'ถ้ำ' เนี่ยนะ?!"
ไอ้จ้อยยืนหอบแฮกอยู่หน้าถ้ำหินเก่าๆ ที่ดูโทรมยิ่งกว่ากระท่อมปลายนาเขาบ่นฟ้าบ่นดินไปทีหนึ่งก่อนจะวิ่งไปที่แอ่งน้ำเล็กๆ ในซอกหินซึ่งเป็ที่เก็บน้ำฝนเพียงน้อยนิดที่นานๆ จะตกลงมาที
ไอ้จ้อยมองน้ำในแอ่งแล้วพลันนึกถึงแผนการบางอย่างในใจ...เขาสลัดคราบกระรอกขี้ใทิ้งไป แล้วปั้นหน้าเป็ผู้เสียสละทันที
"ผมเป็คนดีครับ... ผมทำเพื่อช่วยชีวิตคนจริงๆ นะ!การใช้ปากอมน้ำไปพ่นใส่ปากเธอน่ะ มันเป็วิธีปฐมพยาบาลแบบชาวบ้านๆของคนไม่มีมือโว้ย! ไม่ได้อยากจะแตะต้องเนื้อนวลอะไรเลยจริงๆ... ฮี่ๆๆ... แฮ่ๆ...แฮ่ๆๆ... แม่งเอ๊ย! เก็บอาการไม่อยู่แล้วว้อย!"
ไอ้จ้อยะโลงไปในแอ่งน้ำ อมน้ำเข้าปากจนแก้มตุ่ยพลางวิ่งปีนขึ้นไปบนแคร่หินที่หญิงสาวนอนอยู่ ในหัวจินตนาการถึงฉาก"พ่นน้ำมนต์" แบบพระเอกขี่ม้าขาวขาสี่ข้างของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น...
จุ๊บแน่ๆ งานนี้กำไรเน้นๆ!
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ริมฝีปากบางนั้นเอง...
"จ้อยจ๊ะ... ขาเ้าเป็อะไรน่ะ? ทำไมเต้นหย็องๆแหย็งๆ แบบนั้นล่ะ?" เสียงหวานๆดังขึ้นพร้อมดวงตาที่ลืมขึ้นมาจ้องหน้าเขาเขม็ง!
ไอ้จ้อยเบรกแตกหัวทิ่ม! ขาหลังค้างกลางอากาศน้ำที่อมอยู่เต็มปากพุ่งพรวดออกมาใส่หน้าหญิงสาวเต็มๆ!
ซ่าาาา!
"แคกๆ! จ้อย! ทำอะไรเนี่ย?!" เธอลุกขึ้นมาปาดน้ำออกจากหน้าพลางทำตาเขียวใส่
ไอ้จ้อยถึงกับน้ำตาตกใน 'โถ่เอ๊ยยย!นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ... เอ๊ย กระรอกยังไม่ทันพ่นน้ำเลย!์ช่างกลั่นแกล้งคนนามสกุลบินทะลุดาวอังคารเหลือเกิน!'
"โถ่... จ้อยน้อยของพี่ คงกลัวว่าพี่จะเป็อะไรไปจนร้องไห้เลยเหรอเนี่ย?มาๆ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะ"เธอเห็นกระรอกทำท่าทางหดหู่เลยเข้าใจผิดถนัดอุ้มเขาขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่เพื่อปลอบใจ
ไอ้จ้อยหลับตาพริ้มรับััเนียนนุ่มแม้ในใจจะแอบเสียดายโอกาสที่พลาดไปเมื่อครู่แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าการได้อยู่ใกล้ชิดขนาดนี้ก็นับว่าคุ้มค่าเกินคาดแล้วสำหรับวันแรกในร่างกระรอก
หญิงสาวนั่งลงบนแคร่หิน ลูบหัวไอ้จ้อยเบาๆ อย่างทะนุถนอมสายตาของเธอมองออกไปนอกถ้ำด้วยความกังวลใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"จ้อย... จริงๆ แล้ว พี่กลัวมากเลยนะจ๊ะ"
ไอ้จ้อยที่นอนเคลิ้มอยู่บนตักนุ่มๆ ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองเขาเห็นความโดดเดี่ยวและความหวาดหวั่นฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอเขาเริ่มไม่เข้าใจว่านางฟ้าที่ดูสวยสะพรั่งและมีอาคมติดตัวแบบนี้ทำไมต้องมาตกระกำลำบากอาศัยอยู่ในถ้ำร้างที่แทบไม่มีอะไรเลยแบบนี้ด้วย?
แล้วไอ้เ้าั์ร่างบึกบึนที่ถือขวานเล่มโตปานประตูเมืองนั่นล่ะมันเป็ใคร? ถ้ามันเป็ศัตรูที่คอยจ้องจะทำร้าย แล้วลำพังผู้หญิงตัวเล็กๆกับกระรอกที่วันๆ เอาแต่เืกำเดาไหลอย่างเขาจะเอาอะไรไปสู้มันได้?
แม้จะมีความสงสัยอยู่เต็มอก แต่ในตอนนี้เขาก็พูดออกมาไม่ได้ได้แต่นอนนิ่งๆ ให้เธอลูบหัวปลอบโยน ความเงียบสงัดภายในถ้ำทำให้เขารับรู้ได้ถึงไออุ่นและความผูกพันที่เ้ากระรอกตัวเดิมทิ้งไว้ให้
'ในเมื่อผมเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว... ผมก็จะขอรับ่ต่อเอง' การันต์ในร่างไอ้จ้อยคิดในใจเงียบๆ ขณะที่ความง่วงเริ่มเข้าครอบงำท่ามกลางความมืดมิดในถ้ำและการพึ่งพากันของหนึ่งคนกับหนึ่งตัวเขาตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องหาทางรับมือกับเ้าคนถือขวานนั่นให้ได้ เพื่อรักษา"ความนุ่มนิ่ม" และ "วิมานน้อยๆ" แห่งนี้ไว้ให้นานที่สุด