เงาร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสองร่างค่อยๆแยกตัวออกมาจากความมืด ฝีเท้าของพวกเขานิ่งสนิทไร้เสียงกระทบพื้นราวกับมัจจุราชที่คุ้นชินกับการย่างกรายในยามวิกาล หนึ่งในนั้นหยุดยืนห่างจากผมไปไม่กี่่ตัวสายตาที่จ้องมองมานั้นว่างเปล่าและเย็นเยียบ...มันไม่ใช่สายตาที่มองคนแต่เป็สายตาที่มองสิ่งกีดขวางที่ต้องกำจัดทิ้ง
“หลบมีดฉันพ้นงั้นเหรอ...”ชายที่ชื่อ U เปรยขึ้นมาเบาๆนิ้วหนาขยับควงมีดสั้นเล่มใหม่ในมือเป็วงกลมอย่างชำนาญแววตาที่เคยราบเรียบเริ่มเปลี่ยนเป็วาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง “ระยะแค่นี้...ถ้าไม่ใช่พวกประสาทััไวเกินมนุษย์ ก็คงผ่านนรกมาเยอะสินะ”
“ประมาทไปนะU”ชายอีกคนที่ชื่อ O เอ่ยปรามเสียงต่ำเขาไม่ได้ถอยไปไหน แต่กลับขยับตัวยืนคุมเชิงพลางกวาดสายตามองชุดโค้ทและท่าทางของผมอย่างละเอียด“ดูจากท่าทาง... หมอนี่ไม่ใช่แค่พวกขี้เมาที่เดินหลงทางมาแน่ๆ”
“ช...ช่วย... ช่วยลูกชายผมด้วย...”
เสียงสั่นพร่าที่แหบแห้งดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดด้านหลังผมหรี่ตามองฝ่าละอองหมอกที่เริ่มหนาตาขึ้น จนเห็นชายในชุดข้าราชการสภาพยับเยินคนหนึ่งเขานั่งพิงกำแพงอิฐที่ชุ่มไปด้วยคราบเืกึ่งสีแดงกึ่งดำสองแขนที่สั่นเทาระริกพยายามรวบร่างเด็กชายตัวน้อยไว้ในอ้อมกอดสุดแรงราวกับจะใช้แผ่นหลังที่บอบช้ำของตัวเองเป็โล่เนื้อชิ้นสุดท้ายเพื่อยื้อลมหายใจของลูกเอาไว้
O เบันสายตากลับมาที่ผมอีกครั้งคราวนี้บรรยากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งจนน่าอึดอัด “จะข้าราชการหรือใครหน้าไหนมันก็ไม่ต่างกันหรอก...ในเมื่อแกเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นแล้ว ก็ทิ้งชีวิตไว้ในตรอกนี้ซะเถอะ”
“รีบปิดงานซะอย่าให้เสียเวลา” U สั่งการสั้นๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อปิดทางหนีของพ่อลูกปล่อยให้คู่หูของเขาเดินเข้าหาผมเหมือนสัตว์ป่าที่มองเห็นเหยื่อ
ผมมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉยสมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว รหัสลับที่เป็ตัวอักษรเดี่ยวอย่าง ‘O’และ ‘U’ บวกกับเป้าหมายที่เป็ข้าราชการระดับสูง...ชัดเจนเลยว่านี่ต้องเกี่ยวข้องเดียวกับกลุ่มนักฆ่าที่ผมเคยเจอในภัตตาคารมาดามคลาร่า
ผมจึงทางเพื่อจี้ใจดำพวกมันทันที“ดูเหมือนว่า... นอกจาก M กับ T ที่ถูกเ้าหน้าที่อีธานรวบตัวไปขังคุกแล้วจะยังมีคนอื่นให้ตามจับเพิ่มอีกนะเนี่ย สงสัยอีธานคงต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ”ผมพูดด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือกดดันใดๆ
คำพูดของผมทำให้ทั้งOและ U ชะงักกึกทันทีบรรยากาศรอบตัวเย็นะเืขึ้นมาในพริบตา เพราะพวกเขารู้ดีว่า M และ T คือสมาชิกขององค์กรที่เพิ่งถูกจับไประหว่างทำภารกิจที่ภัตตาคาร
“นายเป็ใคร?” U ตวาดเสียงเข้มเปลี่ยนท่าทีจากการดูถูกเป็ระมัดระวังสูงสุด “นายรู้ชื่อรหัสพวกนั้นได้ยังไง!”
“เกี๊ยะ! นายท่าน... ดูเหมือนเ้าพวกนี้จะเริ่มร้อนตัวแล้วนะ”เกียร์ที่เกาะอยู่บนไหล่ส่งเสียงกังวานออกมาเลนส์ตาของมันล็อคเป้าหมายไปที่ลำคอของยู O อย่างแม่นยำ“ให้ข้าช่วย ถอนหงอกพวกมันหน่อยไหมเกี๊ยะ?”
"ไม่ต้องเกียร์... รอบนี้ฉันขอจัดการเอง" ผมตอบเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสความเย็นเยือกที่ทำให้อากาศรอบข้างแทบจับตัวเป็น้ำแข็ง
สาเหตุที่ผมเลือกจะลงมือเองนั้นเรียบง่ายมากครับภายในใจของผมตอนนี้กำลังเดือดปุดๆ จากความผิดหวังที่ ‘ประตูที่หายใจได้’ดันพามาโผล่ผิดที่ ภายนอกผมอาจจะดูสุขุมตามสไตล์คนใจดีหรือตลก แต่ข้างในของผมตอนนี้มันคือูเาไฟที่รอวันะเิออกและเ้าสองตัวนี้ก็ดันโผล่มาเป็กระสอบทรายได้ถูกที่ถูกเวลาพอดี
"เปลี่ยนเป็โหมดเฝ้าระวัง ดูแลตัวประกันไว้" ผมสั่งการ
"รับทราบเกี๊ยะ!" เกียร์ขานรับทันทีพลางโผบินขึ้นสู่เบื้องบนคอยวนเวียนอยู่เหนือหัวข้าราชการดวงซวยคนนั้น
"เฮ้ย U นายดูสิ! ไอ้นกบ้านั่นมันพูดได้ด้วยว่ะ"O ะโขึ้นพลางหัวเราะร่า แต่คู่หูของเขาอย่าง U กลับไม่ตลกด้วย เขาััได้ถึงรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวผมซึ่งเริ่มกดดันจนเขาหายใจติดขัด
Uปล่อยมือออกจากมีดเล่มเดิมที่ถืออยู่มันร่วงลงกระแทกพื้นอิฐเสียงดัง เคร้ง ก่อนจะตกไปอยู่แทบเท้า วินาทีต่อมาเสียงกลไกโลหะบดลากกันดัง แก๊ก! สั้นๆ ก็ดังขึ้นจากใต้แขนเสื้อโค้ทของเขา
มีดสั้นรูปร่างประหลาดดีดตัวออกมาจากปลอกแขนกลที่ซ่อนอยู่ใบมีดของมันไม่ได้เรียบเนียนเหมือนมีดทั่วไป แต่กลับมีร่องฟันเฟืองถี่ๆเรียงตัวกันอย่างซับซ้อนตามคมมีดและมีท่อทองแดงขนาดจิ๋วที่ลำเลียงของเหลวสีเขียวเรืองแสงไหลเวียนอยู่ภายในดูราวกับอาวุธต้องห้ามที่หลุดออกมาจากห้องทดลองวิศวกรรมเถื่อน
เมื่อเห็นคู่หูเริ่มเอาจริงOก็หุบยิ้มทันที เขาขยับข้อมือเพียงนิดเดียวมีดแบบเดียวกันก็สไลด์ออกมาอยู่ในมือท่าเตรียมพร้อม
ผมมองดูอาวุธพวกนั้นในใจอดไม่ได้ที่จะยอมรับในฝีมือวิศวกรขององค์กรนี้ พวกเขาเอาชนะขีดจำกัดของเครื่องจักรแบบเดิมๆไปไกลทีเดียว ผมก้าวเดินเข้าหาพวกเขาช้าๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน
“อาวุธดีนี่...กลไกไฮดรอลิกขนาดจิ๋วกับสารเร่งปฏิกิริยาในท่อนั่นดูจะล้ำหน้ากว่าปืนรูปร่างประหลาดที่ M เคยใช้เยอะเลยนะ”
“อย่าเอาพวกฉันไปเหมารวมกับไอ้พวกกระจอกที่หวังพึ่งแต่อาวุธระยะไกลแบบนั้น!”Oสวนกลับเสียงต่ำพลางกระชับด้ามมีดแน่นจิตสังหารของเขานิ่งและเยือกเย็นขึ้นกว่าเดิม
“งั้นเหรอ... ก็น่าเสียดายนะ เพราะในสายตาของฉันอาวุธที่ต้องพึ่งพาสารเคมีแบบนั้นน่ะ มันแสดงถึงความไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเอาเสียเลย...”
ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคดีUที่รอจังหวะอยู่ก็ะเิอารมณ์ออกมาเขาพุ่งทะยานเข้าหาผมเร็วราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยจากคันศร คมมีดจักรกลในมือของเขากรีดฝ่าอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวที่ชวนให้เสียวสันหลัง
ในสายตาของOร่างของคู่หูเขาอาจจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทันแต่สำหรับผม โลกใบนี้กลับคล้ายถูกกดปุ่มหยุดเวลา ทุกความเคลื่อนไหวของ U ถูกยืดออกจนเห็นชัดแม้กระทั่งกล้ามเนื้อที่สั่นกระตุกและไอระเหยจางๆจากท่อทองแดงบนใบมีด
ผมไม่ได้ขยับขาหลบหรือแม้แต่จะกะพริบตาเสียด้วยซ้ำผมเพียงแค่ยืนนิ่งปล่อยให้คมมีดอาบยาพิษนั่นพุ่งเข้าหาลำคอ... ใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนััได้ถึงไอเย็นจากโลหะที่จ่ออยู่ตรงเส้นเืใหญ่
ฟุ่บ!
ในเสี้ยววินาทีที่คมมีดจะถึงเส้นเืใหญ่ผมเพียงแค่ยกมือขึ้นมาในระดับอก ใช้หลังมือสะบัดขัดเข้าที่ข้อมือของ Uเบาๆ แต่แม่นยำเพื่อเบี่ยงทิศทางของมีดให้พุ่งผ่านไหล่ไป ก่อนจะพลิกฝ่ามือคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับจับแมลงที่บินมาช้าๆ
ดวงตาของUเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลน ความมั่นใจที่เคยมีสลายหายไปทั้งหมดเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าชายที่ดูรูปร่างผอมแห้งตรงหน้าจะสามารถมองตามการเคลื่อนไหวระดับนักฆ่าของเขาได้ทันแถมยังหยุดมันไว้ได้ด้วยมือข้างเดียวอย่างไร้แรงต้านทาน
"อ... อะไรกัน!" U พยายามขยับข้อมือหนีแต่มันกลับแข็งแกร่งราวกับถูกคีมเหล็กั์หนีบไว้
ทางด้านOที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับเสียอาการไม่แพ้กันเขารู้ซึ้งถึงความเร็วและทักษะการใช้มีดสั้นของ U ดีกว่าใครการที่เห็นคนแปลกหน้าหยุดคู่หูของเขาได้แบบสบายๆ มันเป็ภาพที่ขัดกับความเข้าใจทุกอย่างที่เขารู้
ผมจ้องมองข้อมือของUที่สั่นเทา ก่อนจะละสายตาไปสำรวจมีดสั้นจักรกลที่หยุดนิ่งอยู่ใกล้ใบลำคอพลางวิเคราะห์ระบบฟันเฟืองของมันด้วยสายตาเ็า "มีดสวยดีนะ...แต่ฝีมือแค่นี้เองเหรอ?"
"แก... แกมันตัวอะไร” U คำรามด้วยความโกรธปนหวาดกลัว
O ที่เห็นท่าไม่ดีและรู้ว่าหากปล่อยไว้ U คงโดนจัดการแน่เขาจึงตัดสินใจพุ่งทะยานเข้ามาจากด้านข้างทันที คมมีดในมือของเขาง้างขึ้นสุดแขน หวังจะใช้จังหวะที่ผมยังจับข้อมือคู่หูของเขาอยู่เพื่อเผด็จศึกในคราวเดียว
ผมไม่ได้หันไปมองOที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้างด้วยซ้ำสายตายังคงจับจ้องความหวาดหวั่นในดวงตาของ U เพียงแค่ขยับไหล่เล็กน้อยแล้วออกแรงเหวี่ยงข้อมือของU ลากร่างทั้งร่างของเขาให้ถลาไปขวางทิศทางการบุกของ Oอย่างแม่นยำ
โครม!
O ชนเข้ากับร่างของคู่หูตัวเองที่ถูกเหวี่ยงเข้ามาอย่างไม่คาดคิดจนเสียจังหวะล้มกลิ้งไปด้วยกันทั้งคู่เมื่อทั้งสองตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ท่าทีที่เคยโอหังก็หายไปทั้งหมดพวกเขากระชับมีดในมือแน่น ระวังตัวราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังเผชิญหน้ากับนายพรานที่เหนือกว่าหลายเท่า
ผมยิ้มให้ทั้งสองพลางเอ่ยปากเรียกคู่หู้า “เกียร์ เปิดโหมดสนับสนุนอาวุธ ขอมีดสั้น”
“รับทราบเกี๊ยะ! จัดไปตามคำขอ!” เกียร์ขานรับพลางโผบินโฉบลงมาลำตัวโลหะของมันขยับเขยื้อนเปิดออก แผ่นเกราะเล็กๆ บนปีกซ้อนทับกันจนเกิดเสียงกลไกแก๊กๆๆ ก่อนจะดีดวัตถุชิ้นหนึ่งพุ่งทะยานลงมาหาผมด้วยความเร็วสูง
ผมไม่ได้หันไปมองสิ่งที่พุ่งมาทางด้านหลังเพียงแค่ยื่นมือซ้ายออกไปแบบสบายๆ วัตถุนั้นก็พุ่งเข้าสู่ใจกลางฝ่ามือพอดีเป๊ะราวกับถูกดึงดูดด้วยแม่เหล็ก
มันคือมีดสั้น ใบมีดบางเฉียบแต่แกร่งกล้าทำจากโลหะสีนิลเหลือบเงินรูปทรงโค้งมนพริ้วไหวเหมือนขนนกของเกียร์ผิวมืดสลักลวดลายวงจรมานาขนาดจิ๋วที่เรืองแสงสีฟ้าจางๆ
ผมควงมีดขนนกในมืออย่างคล่องแคล่วแสงสีฟ้าลากผ่านอากาศเป็เส้นสายสว่างไสว ก่อนจะเบนปลายมีดไปทาง Uกับ O ที่ยืนตะลึงจนลืมหายใจ
“มีดสั้นนะ... เขาใช้กันแบบนี้ต่างหาก”
สิ้นประโยคร่างของผมก็เลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ทิ้งไว้เพียงแรงอัดอากาศที่ะเิออกผมพุ่งเข้าหาทั้งสองด้วยความเร็วที่สูงเกินกว่าประสาทััของมนุษย์ธรรมดาจะสามารถมองทันได้ทิ้งไว้เพียงเส้นแสงสีฟ้ากระพริบผ่านท่ามกลางความมืดมิดของตรอก
O และ U สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตรายขั้นสูงสุดทั้งคู่รีบเอามีดจักรกลขึ้นมาตั้งท่าป้องกันทันทีดวงตาเบิกโพลงพยายามกวาดหาเงาร่างที่หายไปในม่านหมอกและแสงไฟสลัวแต่สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียงเส้นแสงสีฟ้าและภาพที่บิดเบี้ยวจากความเร็วของผม
“สายไปแล้ว...”
เสียงกระซิบเย็นเยือกดังขึ้นที่ข้างใบหูของUมันแ่เบาแต่ก้องกังวานราวกับเสียงมัจจุราชที่มายืนประชิดตัว Uสะดุ้งเฮือกด้วยความใกลัวจนสุดขีดเขาตวัดมีดสั้นแทงสวนกลับไปทางต้นเสียงตามสัญชาตญาณ
ทว่าผมเพียงแค่ขยับมือเบาๆ ส่งปลายมีดขนนกพุ่งเข้าปะทะกับปลายใบมีดของ Uอย่างแม่นยำ เสียงโลหะกระทบกันดัง แกร๊ก!เพียงแ่เบาแต่มันกลับทรงพลังพอที่จะเบี่ยงทิศทางการโจมตีของเขาให้ไถลออกไปอย่างไร้การควบคุม
จากนั้น...บทเพลงแห่งความตายก็เริ่มบรรเลง
ร่างของผมกลายเป็เพียงแสงสีฟ้าที่วูบวาบไปมาห้อมล้อมร่างของทั้งสองไว้มีดขนนกในมือขยับรัวเร็วราวกับปีกของนกฮัมมิงเบิร์ดทุกครั้งที่ผมพุ่งผ่านความเย็นของมีดจะทิ้งรอยแผลที่ลึกและเฉียบคมไว้บนร่างกายของพวกมัน
ฉัวะ!ฉัวะ! ฉัวะ!
คมมีดกรีดผ่านเนื้อผ้าและิัอย่างรวดเร็วเืสีแดงสดสาดกระเซ็นออกมาจากหัวไหล่ หน้าอก และท่อนแขนของ Uและ O ราวกับพู่กันที่สะบัดสีลงบนผืนผ้าใบทุกการฟันและแทงของผมไม่มีคำว่าพลาด และไม่มีคำว่า "บังเอิญ"ผมจงใจเลือกจุดที่ทำให้พวกมันเ็ปที่สุดแต่ยังไม่เสียชีวิตเพื่อระบายโทสะที่อัดอั้นอยู่ภายใน
U ที่เคยทะนงตัวว่าเป็ยอดฝีมือการใช้มีดสั้นอันดับต้นๆ ขององค์กรถึงกับขวัญกระเจิง เขาพยายามยกมีดขึ้นป้องกันสุดชีวิตแต่คมมีดของเขากลับดูเชื่องช้าเมื่อเทียบกับระบำขนนกที่ผมกำลังแสดงทักษะที่เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิตกลายเป็เพียงของเล่นเด็กเล่นเมื่ออยู่ต่อหน้าผม
“เป็ไปไม่ได้... แกมัน... สัตว์ประหลาดชัดๆ!” U ะโก้องด้วยความสิ้นหวังขณะที่ร่างกายเริ่มชุ่มไปด้วยเืและอ่อนแรงลงเรื่อยๆจากาแนับสิบที่เพิ่มขึ้นในทุกวินาที
ผมพุ่งผ่านร่างของOเป็คนสุดท้าย ทิ้งรอยกรีดเป็กากบาทไว้ที่กลางหลังของเขาก่อนจะไปหยุดยืนนิ่งอยู่ที่ใจกลางตรอกเหมือนไม่เคยขยับไปไหนมีดขนนกสีนิลยังคงใสสะอาด ไร้ซึ่งคราบเืแม้แต่หยดเดียวเพราะความเร็วในการฟันนั้นสูงเสียจนเืไม่ทันจะได้ติดใบมีด
ผมหมุนตัวกลับมามองดูผลงานของตัวเองอย่างช้าๆร่างของ Uและ O ที่ครั้งหนึ่งเคยดูองอาจบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยแผลที่ลึกและแม่นยำจนน่าสยดสยองาแเ่าั้ไม่ได้คร่าชีวิตในทันทีแต่มันถูกกรีดลงบนจุดรวมประสาทและเส้นเอ็นอย่างเจาะจง ทำให้ร่างของทั้งคู่ค่อยๆทรุดลงกองกับพื้นอิฐที่เปียกชื้น พวกเขาพยายามจะขยับร่างกายเพื่อหลบหนีหรือต่อสู้ขัดขืนแต่กลับพบว่าอวัยวะทุกส่วนไม่ฟังคำสั่งอีกต่อไปทำได้เพียงนอนหายใจรวยรินท่ามกลางกองเืของตัวเอง
ในขณะที่บรรยากาศกำลังเงียบสงัดเซนเซอร์ตรวจจับเสียงของเกียร์ก็ทำงานขึ้นทันที
“เกี๊ยะ! นายท่าน! ทิศ 2 นาฬิกา บนยอดหลังคา!”นกเหล็กะโก้อง
โดยไม่ต้องหันไปมองและไม่เสียเวลาถามซ้ำผมสะบัดข้อมือเพียงนิดเดียว มีดขนนกในมือก็พุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับะุปืนมันกรีดผ่านม่านหมอกมุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดตึกอย่างแม่นยำ
ฉึก!
เสียงโลหะเจาะเข้ากับอะไรบางอย่างดังขึ้นแว่วๆเป้าหมายบนหลังคาที่ซุ่มดูอยู่นั้นเป็มืออาชีพพอที่จะเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่พุ่งมาแบบไม่ทันตั้งตัวได้ทันท่วงทีทว่าด้วยความเร็วและทิศทางที่เหนือชั้นของอาวุธมันยังคงฝากรอยแผลฉกรรจ์ไว้ที่หัวไหล่ของเงามืดปริศนานั้นก่อนที่ร่างนั้นจะรีบะโหายไปในความมืดของมหานครลอนดอนทันทีโดยไม่ทิ้งร่องรอย
เป็ไปตามคาด...องค์กรนี้มีระบบที่เข้มงวด ถ้าสมาชิกทำงานพลาดจะต้องมีผู้เก็บกวาดตามมาจัดการปิดปากทันที เหมือนกับเหตุการณ์ที่ภัตตาคารไม่มีผิด
“นายท่าน! ให้ข้าบินติดตามไปไหมเกี๊ยะ?” เกียร์โผบินลงมาเกาะที่ไหล่พลางเอ่ยถามด้วยความร้อนรน
ผมมองไปที่ร่างของชายในชุดข้าราชการที่ตอนนี้ลมหายใจเริ่มแ่เบาลงทุกทีสภาพของเขาแย่เกินกว่าจะปล่อยทิ้งไว้ได้แม้แต่วินาทีเดียว “ไม่ต้องตาม...แต่ช่วยไปแจ้งเ้าหน้าที่พิเศษอีธานหน่อย บอกเขาว่ามีของขวัญชิ้นใหญ่รออยู่ที่นี่และกำชับให้รีบพาทีมแพทย์ภาคสนามมาให้ด่วนที่สุด!”
“รับทราบเกี๊ยะ! จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ!”เกียร์ขานรับก่อนจะพุ่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจด้วยความเร็วสูงสุด
ผมเดินตรงเข้าไปหาชายราชการดวงซวยกับเด็กชายที่เขากอดไว้ผมก้มลงตรวจสอบอาการของเด็กก่อนพบว่าเขาเพียงแค่หมดสติไปจากความใและแรงกระแทกเท่านั้นไม่ได้มีาแฉกรรจ์อะไร แต่ตัวพ่ออาการหนักหนาสาหัสผมจึงเริ่มลงมือปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยความชำนาญช่วยห้ามเืเพื่อยื้อชีวิตของเขาไว้ให้ถึงมือแพทย์
ผ่านไปราว15 นาที เสียงไซเรนและฝีเท้าหนักๆ ของเ้าหน้าที่หลายนายก็ดังระงมไปทั่วถนนพร้อมกับเกียร์ที่บินนำขบวนมาพร้อมกับทีมแพทย์สนามและเ้าหน้าที่พิเศษอีธาน
ผมลุกขึ้นปัดฝุ่นที่กางเกงก่อนจะเดินเข้าไปหาอีธานทันที“สวัสดีครับ” ผมทักทายพลางเล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าผมเว้นเื่ที่ตัวเองก้าวข้ามประตูมิติแล้วมาโผล่ที่นี้ด้วยความบังเอิญ บอกเพียงแค่ว่ามีธุระส่วนตัวแถวนี้แล้วก็บังเอิญมาเจอเหตุการณ์นี้เข้าพอดีเลยเข้าไปช่วย
อีธานไม่ได้ซักไซ้อะไรผมมากนักเขาเพียงแค่พยักหน้าพลางปรายตามองร่างของ O และ Uที่นอนจมกองเือยู่บนพื้น แววตาของเขาดูเคร่งขรึมแต่ไร้ซึ่งความตื่นใเพราะเขาเคยเห็นทักษะการต่อสู้ที่เด็ดขาดของผมมาแล้วจากเหตุการณ์ที่ภัตตาคาร
ผมเบนสายตาจากร่างของมือสังหารไปยังมุมตรอกซึ่งตอนนี้ทีมแพทย์สนามกำลังเร่งมือให้การช่วยเหลือพ่อลูกข้าราชการคู่นั้นอย่างสุดความสามารถผมยืนนิ่งมองดูอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งเห็นชายวัยกลางคนคนนั้นเริ่มได้สติและคว้ามือลูกชายตัวน้อยไว้แน่นแม้ร่างกายของเขาจะอาบไปด้วยเืแต่แววตาที่เต็มไปด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นลูกปลอดภัยนั้นกลับดูสว่างไสวอย่างน่าประหลาด
“ดูเหมือนพวกเขาจะพ้นขีดอันตรายแล้วนะ”ผมพึมพำออกมาเบาๆ พลางกระชับปกเสื้อโค้ทให้เข้าที่
“ที่เหลือผมฝากสารวัตรจัดการต่อด้วยนะครับ”ผมหันไปกล่าวตัดบทกับอีธาน “พอดีผมมีนัดสำคัญคงอยู่รอทำสำนวนไม่ไหว”
เมื่อแผ่นหลังของผมเริ่มลับสายตาไปเ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามารายงานอีธานด้วยสีหน้าตื่นๆ “หัวหน้าคะ...ผู้ก่อเหตุทั้งสองมีาแเต็มตัวลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อแต่ไม่มีรอยไหนที่เป็อันตรายถึงชีวิตเลยค่ะ”เธอมองตามหลังผมไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “การลงมือแม่นยำและรวดเร็วมากจนน่าขนลุกเลยนะคะจากฐานข้อมูล โค้ดเนม U คนนี้คืออดีตทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงเื่การใช้มีดสั้นเป็อันดับต้นๆเลยนะคะหัวหน้า”
อีธานนิ่งเงียบพลางก้มลงมองร่างของUอีกครั้ง มือสังหารด้านการใช้มีดสั้นที่เก่งที่สุดคนหนึ่งกลับถูกสยบลงด้วยมือเปล่าและมีดเพียงเล่มเดียวในเวลาไม่กี่นาที
“ให้ฉันตามสืบประวัติของที่ปรึกษาคนนี้เพิ่มไหมคะ?” เ้าหน้าที่หญิงเสนอ“ฝีมือระดับนี้ไม่น่าจะเป็แค่นักสืบหรือนักมายากลธรรมดาแน่ๆเขาอาจจะเป็ตัวอันตราย...”
“ไม่ต้อง...” อีธานยกมือขัดขึ้นทันควัน “เขาไม่อันตราย...ตราบใดที่เขายังยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเรา”
“รับทราบค่ะ” เธอรับคำสั้นๆ ก่อนจะหันไปเคลียร์พื้นที่ต่อ
อีธานยืนนิ่งท่ามกลางแสงไฟจากรถม้าตำรวจเขานึกไปถึงบทสนทนา ที่เคยคุยกับสารวัตรเฮย์สเื่ที่ปรึกษาลึกลับคนนี้เขาเคยถามเฮย์สตรงๆ ว่า “ดัสก์บอร์นเป็ใครกันแน่ทำไมถึงมีทักษะการต่อสู้ขนาดนี้”แต่คำตอบที่ได้จากเฮย์สมีเพียงเสียงหัวเราะร่าและประโยคสั้นๆ ว่า “ไม่ต้องห่วงน่าอีธาน ดัสก์บอร์นไว้ใจได้ยิ่งกว่าใครในกรมนี้ซะอีก”
แม้ในหน้าที่การงานอีธานจะเป็คู่แข่งที่พยายามแข่งขันกับเฮย์สอยู่เสมอแต่เขาก็รู้ดีว่าสายตาในการมองคนของเฮย์สนั้นแหลมคมเพียงใดในเมื่อเฮย์สกล้าเอาตำแหน่งเป็ประกัน เขาก็พร้อมจะเชื่อใจในตัวดัสก์บอร์นเช่นกัน
ผมเดินทอดน่องออกมาจากจุดเกิดเหตุได้สักพักแสงไฟจากตะเกียงก๊าซข้างทางสะท้อนเข้ากับดวงตาที่เริ่มกลับมาดูผ่อนคลายอีกครั้งผมเงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นของลอนดอนพลางพ่นลมหายใจยาวความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดหลายเดือน ั้แ่วันแรกที่เข้ามาในโลกบ้าๆ นี่...มันถูกระบายออกไปจนหมดสิ้นในการต่อสู้เมื่อครู่รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยพันธนาการในใจไปเกือบครึ่ง
"เกี๊ยะ!นายท่าน ข้าไปเก็บมีดขนนกคืนมาให้แล้วนะ!" เกียร์บินโฉบลงมาเกาะที่ไหล่ในกรงเล็บเหล็กของมันมีเศษผ้าชิ้นหนึ่งติดสอยห้อยตามมาด้วย "ดูนี่สิมีร่องรอยของเป้าหมายบนหลังคาติดมาด้วยเกี๊ยะ"
ผมรับเศษผ้านั้นมาพิจารณาดูใกล้ๆเนื้อผ้าไหมละเอียดส่งกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมราคาแพง "เนื้อผ้าแบบนี้...น่าจะเป็ของผู้หญิงสินะ" ผมพึมพำเบาๆ แต่ก็สะบัดมือทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ"แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้ฉันหิวจนจะกินนายเข้าไปได้ทั้งตัวแล้วใกล้ได้เวลาอาหารเย็นพอดี"
"เกี๊ยะ!อย่ากินข้านะนายท่าน! เนื้อเหล็กมันไม่อร่อยหรอก!"
ผมหลุดขำออกมาด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"ไปกันเถอะเกียร์... เป้าหมายของเราคือภัตตาคารของมาดามคลาร่าระยะเวลากินฟรียังเหลืออยู่ไปกินของอร่อยให้ลืมเื่ประตูมิติเฮงซวยนั่นซะ!"
ผมรีบสาวเท้าเดินไปอย่างรวดเร็วโดยมีเกียร์บินวนเวียนอยู่รอบตัวพลางพรรณนาถึงเมนูเป็ดอบและไวน์ชั้นเลิศอย่างออกรสออกชาติ
ตัดกลับมาที่มุมมืดทางตอนเหนือของลอนดอน...
ภายใต้เงามืดของตรอกแคบที่ไร้ผู้คนหญิงสาวร่างระหงในชุดรัดกุมสีดำสนิทกำลังยืนพิงกำแพงอิฐที่เย็นเยียบลมหายใจของเธอติดขัดและสั่นพร่า มือเรียวข้างหนึ่งกุมที่หัวไหล่ที่ถูกคมมีดขนนกกรีดลึกจนถึงกระดูกเืสีแดงเข้มไหลซึมผ่านง่ามนิ้วออกมาไม่หยุดหย่อน
หากใครได้เห็นใบหน้าของเธอชัดๆคงจะต้องนืกออก เพราะเธอคือหญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลที่ Fเคยรายงานตัวในภารกิจปิดปาก M และ T... เธอคือ ท่านหัวหน้าเขตแห่งองค์กรมืด ผู้กุมบังเหียนแผนการใหญ่ในลอนดอน
เธอก้มมองาแที่ได้รับมาอย่างไม่คาดฝันแผลที่แม่นยำและทรงพลังจนแม้แต่เธอเองยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดแววตาของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นปนความประหลาดใจที่ศัตรูระดับนี้มาปรากฏตัวต่อหน้า
"ดัสก์บอร์น..."
เธอเค้นชื่อนั้นออกมาจากลำคอด้วยความอาฆาตชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยเป็เพียงเบี้ยบนกระดาน แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็ ‘ขวากหนาม’ชิ้นโตที่กรีดลึกเข้าไปถึงใจกลางองค์กรของเธอเสียแล้ว!