กริ๊งงง
เสียงของนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้บนหัวเตียงส่งเสียงเรียก ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายใจและรู้สึกอบอุ่นอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนเริ่มตื่น
“อือ” เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างงัวเงีย เธออยากนอนต่อเพราะเมื่อคืนนี้ฝนตกทำให้บรรยากาศในตอนเช้าเย็นจนอยากนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ต่อทั้งวัน
“กี่โมงแล้วคะเนี่ย~” เสียงยานคางจากคนที่เพิ่งตื่นถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรบกวน และร่างเล็กในอ้อมกอดที่ขยับตัวเหมือนจะลุก จิณณวัตจึงกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีก
“หกโมงครึ่ง” นับดาวตอบโดยไม่ต้องหันไปมองนาฬิกาเพราะเธอตั้งปลุกเวลานี้เป็ประจำ
“ยังเช้าอยู่ นอนต่อก่อนสิ บรรยากาศไม่น่าตื่นเลย” จิณณวัตส่งเสียงอ้อนทั้งที่ยังไม่ลืมตา
“นายก็นอนไปสิ ฉันต้องลงไปเตรียมเปิดร้าน ตื่นสายไม่ได้หรอก” นับดาวบอกพลางพยายามดันตัวเขาออกห่าง
“โถ่ เจเจยังอยากนอนกอดคนสวยอยู่เลย พี่นับดาวตัวนุ่มนิ่มแถมยังหอมมาก” ไม่พูดเปล่าจิณณวัตกดจมูกลงบนเส้นผมของนับดาวก่อนจะสูดกลิ่นหอมของเธอเข้าเต็มปอด
“ปล่อยเลยนะ เมื่อคืนก็หลอกนอนด้วยกันแล้ว อย่ามาเ้าเล่ห์อีก”
“ใส่ร้าย เมื่อคืนพี่นับดาวบอกให้ผมนอนด้วยแท้ ๆ” เขาลืมตาขึ้นมามองหน้าเธอยิ้ม ๆ
“เดี๋ยวจะโดน ปล่อยเร็ว ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว” นับดาวส่งเสียงดุ ถ้าเป็ปกติตอนนี้เธอคงจะลุกไปอาบน้ำแล้ว แต่วันนี้อาจจะสายจนเปิดร้านไม่ทันเพราะมัวแต่ยื้อยุดกันไปมา
“ก็ได้ ๆ ยอมปล่อยก็ได้ค่ะ” สุดท้ายจิณณวัตก็ต้องยอมแพ้
“พูดแล้วก็ปล่อยด้วยสิ” บอกปากปล่อยแต่แขนยังกอดรัดตัวเธอไว้แน่นไม่ยอมให้ขยับ
“แต่มีข้อแม้นะ อยากให้ปล่อยก็ต้อง...” จิณณวัตชี้นิ้วจิ้มไปที่แก้มป่อง ๆ ของตัวเองที่อมลมเข้าไปข้างใน แล้วเอียงแก้มสากไปหานับดาว
“หอมแก้มแล้วต้องปล่อยนะ ห้ามงอแง” สุดท้ายนับดาวก็ต้องยอมตามใจเขา ตอนนี้เธอี้เีเสียเวลามาต่อล้อต่อเถียงเลยต้องเล่นตามน้ำเพื่อให้เขาปล่อยตัวเธอไปเร็ว ๆ
“ค่ะ สัญญาเลย ขอแบบหอมนาน ๆ หอมฟอดใหญ่ ๆ ให้ได้ยินเสียงด้วยนะคะ” จิณณวัตยิ้มหน้าบานพลางหลับตาพริ้ม
ฟอด!
“พอใจยัง”
“มาก ๆ เลยค่ะ งั้นยอมปล่อยก็ได้”
หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง นับดาวยุ่งอยู่ในร้านทั้งวัน ส่วนจิณณวัตเองก็กลับคอนโดไปเปลี่ยนชุดแล้วไปเรียนั้แ่่บ่ายจนถึงค่ำ