ตอนที่ 6 : การเอาชีวิตรอดไม่นับเป็ความเห็นแก่ตัว
❖❖❖❖❖
〝เป็ยังไงบ้างกร ?〞
〝ครับ คุณฮาว... ตรงทางแยก 3 แพร่งข้างหน้า ถ้าไปทางซ้ายจะมีลิซาร์ดแมนอยู่ 3 ตัว ส่วนทางขวายังไม่มีมอนสเตอร์ขวางทางจนกว่าจะถึงแยกต่อไป〞
〝เป็งั้นเหรอ? ได้ยินแล้วนะทุกคน รีบเดินไปข้างหน้า แล้วเลี้ยวขวาตรงแยกนั่นนะ... แล้วก็ระวังอย่าเดินส่งเสียงดังหล่ะ เข้าใจไหม〞
〝〝.....ครับ/ค่ะ〞〞
ในทางเดินที่ปิดตายจากโลกภายนอกจนคล้ายกับจะมืดมิดแต่กลับมองเห็นได้ชัดเจน ที่ซึ่งไม่ทราบสถานที่แน่ชัดแต่ส่วนประกอบทั้งหมดนั้นสร้างมาจากหินและดินล้วนๆนี้ มีเสียงของคน 4 คนกระซิบกันอย่างเบาบางที่สุด จนแทบไม่ได้ยินเสียงอยู่
เหล่าคนที่กำลังกระซิบกันอยู่นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็เหล่าสมาชิกปาร์ตี้ของกรนั่นเอง เพราะทั้งปาร์ตี้ถูกวาร์ปเข้ามาในดันเจี้ยนปริศนาที่ฮาวลี่ไม่รู้จักจึงทำให้ฮาวลี่กระวนกระวายเป็อย่างมาก ฮาวลี่ยังเล่าอีกว่าดันเจี้ยนที่อยู่แถวๆที่ทุกคนล่านั้นมีแค่『ดันเจี้ยนเ้าแห่งป่า』กับ『ดันเจี้ยนพรานแห่งพงไพร』ซึ่งเป็ดันเจี้ยนที่ได้รับการสำรวจจนครบถ้วนแล้ว แต่ดันเจี้ยนที่ทุกคนถูกวาร์ปมานี้กลับไม่ใช่ทั้ง 2 ดันเจี้ยนที่ว่ามา
จากที่ฮาวลี่บอกกล่าว ดันเจี้ยนนั้นไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็จะมีระดับชั้นอยู่มากมายเสมอ หากยิ่งมีระดับความยากสูงก็จะยิ่งมีจำนวนชั้นเยอะขึ้น มีพื้นที่กว้างขวาง ซับซ้อนและมีระดับความลึกมากยิ่งขึ้นเช่นกัน และหากลงไปลึกขึ้นมอนสเตอร์และกับดักก็จะแข็งแกร่งและมีมากขึ้น รวมถึงหากลงไปได้ลึกพอสมควรก็จะพบกับ『ห้องบอส』 ซึ่งเป็ผู้เฝ้ายามของชั้นนั้นๆในแต่ละ่อยู่เช่นกัน ซึ่งความแข็งแกร่งนั้นมากกว่ามอนสเตอร์ปกติอยู่มากโข ทั้งยังมีสกิลและสติปัญญามากกว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนที่รู้จักปรับตัวกับการต่อสู้เสียอีก แต่ถือเป็โชคดี เพราะห้องบอสที่ว่านั้นไม่ได้มีซะทุกชั้นไป แต่ละดันเจี้ยนก็มี่ห่างของห้องบอสในแต่ละชั้นต่างกัน บางแห่ง 3 ชั้นจะมีห้องบอสห้องนึง บ้างก็ 8-10 ชั้นต่างกันไป แล้วหากลงไปได้จนถึง『ห้องเคลียร์ดันเจี้ยน』ก็จะพบลาสบอสที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในดันเจี้ยนนั้นๆอยู่
แล้วนอกจากกับดักกับห้องบอสแล้ว ก็ยังมีข่าวหน้ายินดีอยู่อีกอย่าง นั่นก็คือในทุกๆดันเจี้ยนนั้นจะมี『จุดหนี』อยู่ด้วยเสมอ แม้สำหรับดันเจี้ยนที่เป็สถานที่อันตรายจะดูเหมือนเป็ความเมตตาจนเกินไป แต่หากเพราะมันแยกกับกับดักไม่ได้ด้วยตาเปล่าและต้องใช้เวทย์มนต์พิเศษช่วยในการตรวจสอบต่างหาก มันจึงดูเหมือนเป็ Booby-trap* เสียมากกว่า จึงทำให้คนทั่วไปไม่คิดจะเข้าหามัน แต่ทุกคนจะใช้วิธีออกจากทางเข้าหรือไม่ก็พิชิตบอสแทน
(* ปล. กับดักะเิที่ทำจากวัสดุที่หาได้ง่าย จึงทำให้มันดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย ซึ่งช่วยให้มันอำพรางได้อย่างแเีในสายตาคนทั่วไป ซึ่งปกติก็เอาไว้หลอกล่อให้ตายใจแล้วก็ะเิทิ้งนั่นแหละครับ)
แต่ปาร์ตี้ของกรที่ถูกวาร์ปเข้ามากระทันหันนั้น ไม่รู้กระทั่งตำแหน่งของตัวเองว่าอยู่ชั้นไหนหรือตรงไหนในชั้นเลยด้วยซ้ำ การออกดันเจี้ยนจากทางเข้าจึงแทบเป็ไปไม่ได้เลย และอีกทางหนึ่งคือการพิชิตบอสประจำชั้นแล้วออกไปอย่างถูกกฏก็ทำไม่ได้เช่นกัน สาเหตุนั้นเป็เพราะก่อนหน้านี้พวกกรได้พบกับกลุ่มมอนสเตอร์ที่เป็โครงกระดูก จึงได้ลองให้เชษฐ์ที่มีสกิล『ตรวจสอบขั้นกลาง』ตรวจสอบเพื่อประเมินความแข็งแกร่งของมัน แล้วทุกคนในปาร์ตี้ก็ต้องใกับหน้าต่างที่เชษฐ์เอาให้ดู......
ข้อมูลมอนสเตอร์
『สเคเลตอนแมน 』 เลเวล 127
《พลังโจมตี》 16,326 《พลังป้องกัน》 18,455
《พลังเวทย์》 12,545 《ความต้านทานเวทย์》 14,553
《ความว่องไว》 14,856 《พละกำลัง》 14,862
เพราะสกิลที่ผู้กล้าทุกคนมีเป็แค่ขั้นกลางจึงตรวจสอบได้แค่เลเวลกับสเตตตัสของมอนสเตอร์เท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเกินคาดจนทำทุกคนเสียวสันหลังจนขนหัวลุกเลยทีเดียว ความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้านั้นคือที่สุดั้แ่ที่เคยพบเจอมาอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นทุกคนจึงได้ตัดทางเลือกพิชิตบอสออกไป เป็เพราะขนาดมอนสเตอร์ทั่วไปที่มีอยู่เกลื่อนกลาดในชั้นยังแข็งแกร่งมากขนาดนี้ แล้วบอสจะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน...
แต่ว่านี่ก็สำรวจมานานมากแล้วนะ แต่ไม่มีอะไรที่คล้ายๆไอ้『จุดหนี』ที่คุณฮาวว่ามาเลยแฮะ... ถึงใช้ความสามารถของฉันก็ยังหาไม่เจอ ไม่สิ... ฉันไม่ได้มีััทางเวทย์ซะหน่อยนี่นา จะไปหาเจอได้ยังไงกัน
แล้วที่ผ่านมานี่ก็แค่เดินไปทางที่มอนสเตอร์มันไม่ได้อยู่แบบสุ่มๆเท่านั้นเอง อันตรายโคตรๆเลย..... แต่ก็ยังดีที่ขอบเขตในการสำรวจของฉันกว้างพอที่จะคาดเดาไม่ให้พวกมอนสเตอร์มาเจอกับเราได้อยู่หล่ะนะ... นี่ก็คือสิ่งที่ฉันทำได้มากที่สุดในตอนนี้แล้ว...
ที่เหลือคงต้องปล่อยให้เป็ลิขิตของ์ซะละมั้ง...
พูดแบบนั้นเหมือนฝากอนาคตไว้กับไอ้แก่พระเ้าเสเพลนั่นเลยแฮะ... งั้นไม่เอาดีกว่า
กรก็กำลังคิดไปเรื่อยเปื่อยตามปกติในขณะที่กำลังนำทางสมาชิกปาร์ตี้อยู่ แต่อย่างที่ว่าไปข้างต้น ทางเลือกสุดท้ายของปาร์ตี้จึงเหลือแค่ ต้องออกตามหา『จุดหนี』เพียงทางเดียวเท่านั้น เพราะถึงแม้ปกติจะแยกออกจากกับดักยาก แต่ปาร์ตี้ของกรในตอนนี้มีลินดาที่เป็เอนชานเตอร์อยู่ จึงสามารถอ่านวงจรเวทย์แล้วแยกกับดักกับของจริงได้ ซึ่งที่จริงแล้วที่ทุกคนหลบหลีกกับดักมาได้ตลอดจนถึงตอนนี้ก็เป็เพราะเธอนั่นเอง
ในตอนแรกที่ทุกคนรู้ถึงความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ แล้วกำลังกระวนกระวายกันอยู่ กรจึงได้เสนอตัวเป็คนนำทางโดยอ้างกับทุกคนว่าตนมีความสามารถในการตรวจหาตำแหน่งของมอนสเตอร์ ซึ่งบอกอีกว่ามันเป็คุณสมบัติพิเศษของฉายา〘การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด〙 เพื่อป้องกันว่าหากทุกคนมาตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีสกิลที่ว่า จะทำให้ความน่าเชื่อถือหมดลง แม้ตอนแรกเสือจะโมโหเชิงดูิ่กรจนถึงขั้นดึงคอเสื้อซับในของกรมาเตรียมพร้อมจะต่อย แต่เพราะฮาวลี่ห้ามไว้จึงได้ไม่เกิดเื่ขึ้น และเพราะหลังจากนั้นกรแสดงให้เห็นว่าความสามารถของตนเป็ของจริง จึงทำให้ทุกคนเลิกกังขา แต่ก็ยกเว้นเสือคนเดียวที่ยังคงจ้องกรยังกับจะกินเืกินเนื้อกัน ทั้งยังระวังรอบๆด้วยตัวเองอีก ทั้งที่กรบอกว่าไม่มีอะไรแท้ๆ
ให้ตายสิ... ถึงแถไปแบบนั้น แต่ทุกคนจะเชื่อรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะดันบอกไปว่าเป็ความสามารถของ【หมาจนตรอก】ซะด้วยสิ .....น่าสมเพชชะมัด
ก็ถ้าไม่บอกไปแบบนั้นจะมีใครเชื่อกันหล่ะ ว่าฉายาบัดซบนั่นมีคุณสมบัติพิเศษกับเขาด้วย แต่เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็ทำให้ทุกคนปลอดภัย ก็คุ้มค่าอยู่หรอก ฉันไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยซะด้วย...
แต่ไอ้เสือนี่ก็ขี้โวยวายจริงนะ... แต่ก็พอเข้าใจบ้างอยู่หรอก... ในสายตาพวกที่มีสเตตัสสุดโกง คนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มผู้กล้าทุกคนอย่างฉัน มาบอกว่าสามารถรู้ตำแหน่งของมอนสเตอร์ทุกตัวได้ก็คงทำใจเชื่อยากหล่ะนะ....
〝ลินดา พอจะรู้สึกได้บ้างรึเปล่า?〞
〝ยังไม่.... ไม่สิ... มีอยู่ค่ะคุณฮาว! ถึงจะเบาบาง แต่แยกซ้ายข้างหน้านั่นรู้สึกได้ถึงวงจรเวทย์ด้วยค่ะ!〞
〝แยกซ้ายงั้นเหรอ!? กร ทางนั้นมีมอนสเตอร์อยู่รึเปล่า?〞
〝เอ๋! อะ อืม ถ้าตอนนี้ละก็ยังไม่มีครับ ทางกำลังสะดวกเลย...〞
〝ดีหล่ะงั้นลองไปดูกัน... ทุกคนตามมาให้เบาที่สุดนะ!〞
เพราะกรกำลังคิดอะไรไปเรื่อยจึงได้ใเล็กน้อยเมื่อฮาวลี่เอ่ยถาม แต่ก็ยังตอบกลับไปได้ทันที จนถึงตอนนี้ลินดาเป็คนคอยตรวจจับวงจรเวทย์มาตลอด แต่ว่าทั้งหมดกลับเป็กับดักเวทย์ทั้งนั้น ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่มีเบาะแสของจุดหนีเลยสักครั้ง นั่นทำให้สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนอ่อนล้ากันเต็มทีจากการที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ตนจะได้ออกไปยังโลกเบื้องบนอีกครั้ง แต่แล้ว....
〝คะ คุณฮาวลี่คะ นั่น!!!〞
หลังจากที่พวกเราย่องผ่านแยกนั่น แล้วเดินตรงไปเกือบประมาณ 20 เมตร พวกเราก็เห็นวงเวทย์ที่มีแสงสว่างสีขาวแบบเดียวกับที่พวกเราถูกวาร์ปมาอยู่ตรงปลายสุดทางเดินซึ่งเป็ทางตัน กำลังส่องแสงสว่างไสวอยู่ตรงนั้น
〝วงเวทย์นั่นเป็แบบเดียวกับที่วาร์ปเรามาเลย ...ไม่ผิดแน่ค่ะ นั่นคือ『จุดหนี』〞
〝〝〝!!!!!!!!!〞〞〞
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ทุกคนยกเว้นเสือก็หันมามองหน้ากันด้วยรอยยิ้มที่ฉีกเสียจนเห็นฟัน เห็นชัดเลยว่าทุกคนดีใจจนออกนอกหน้าขนาดไหน แล้วหลังจากนั้นพวกเราทุกคนก็รีบเดินเข้าไปในวงเวทย์นั้นในทันที
〝นะ นี่ ทำไมมันไม่เกิดอะไรขึ้นเลยหล่ะ!?〞
〝เดี๋ยวก่อน! ตรงนั้นมีอะไรเขียนอยู่ด้วย!?〞
หลังจากที่ทุกคนเข้ามายืนในวงเวทย์แต่มันกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ทำให้เชษฐ์เอ่ยถามออกมาด้วยอาการร้อนรน แต่กรที่สังเกตว่าตรงกำแพงที่อยู่ข้างหลังวงเวทย์เมื่อเดินเข้ามามันเป็ทางตัน กลับมีตัวอักษรบางอย่างกำลังเรืองแสงและปรากฏอยู่ตรงหน้าจึงสามารถตอบข้อสงสัยของทุกคนได้
〝เอ....ระดับความลึกในตอนนี้คือชั้น 23 ไม่สิ... ไม่ใช่อันนี้!〞
ตัวอักษรที่อยู่บนนั้นไม่ใช่ภาษาที่กรเคยเห็นแม้แต่น้อย ทั้งภาษาไทย อังกฤษ ญี่ปุ่นหรืออะไรก็ตามแต่ ทั้งการจัดวางประโยคและรูปแบบของตัวอักษรนั้นไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าตัวอักษรในโลกเดิมของกรเลยซักนิด หากดูแล้วมันเหมือนเป็รูปเรขาคณิตประกอบกับรูปภาพเสียมากกว่า เพราะงั้นพอลินดาอ่านมันได้จึงทำให้กรใมาก แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าเธอเองก็มีสกิล『เข้าใจภาษาขั้นกลาง』อยู่ กรถึงได้เข้าใจ
ดูเหมือนลินดาจะพออ่านออกอยู่แฮะ โชคดีไปแฮะ
แต่ฉันเนี่ยไม่เข้าใจซักนิดเลยนะ จะโกงกันไปถึงไหนฟ่ะเนี่ยเ้าพวกนี้... แต่ว่ารู้สึกทุกอย่างมันจะง่ายไปไหมหว่า.... แต่ไอ้เวลาที่เรามีลางสังหรณ์ในเื่แย่ๆเนี่ย มันดันชอบเกิดเื่ขึ้นมาจริงๆซะด้วยสิ... หวังว่าฉันจะแค่คิดมากไปเองนะ...
〝วิธีเปิดการทำงานของวงจรเวทย์... นี่ไงหล่ะคุณฮาว! พวกเราสามารถกลับออกไปได้แล้วค่ะ!!!〞
〝จะ จริงงั้นเหรอ !? โอ้วสุดยอดมาก ทำได้เยี่ยมไปเลยนะทั้งสองคน ถ้ากลับไปคงต้องมีรางวัลซักหน่อยแล้ว!!!〞
〝อาๆ... ถ้ารู้แล้วก็รีบๆ เปิดวงเวทย์มันซะสิ!〞
แล้วพอลินดาแกะข้อมูลของตัวอักษรที่เขียนอยู่บนกำแพงสำเร็จ เธอก็ป่าวประกาศให้ทุกคนทราบทั่วกัน นั่นทำให้ฮาวลี่ดีใจจนถึงกับจะตบรางวัลให้กับกรและลินดาเลยทีเดียว แต่เสือก็ดันทำลายบรรยากาศครึกครื้นด้วยคำพูดตัดพ้อซะอย่างงั้น...
〝เฮ้อ〜 เข้าใจแล้วน่า...【ขอคือผู้โดดเดี่ยวเพียงลำพังในความมืดมิด แต่ในความมืดมิดนี้ตัวข้าหาได้โดดเดี่ยวไม่】〞
อะ อะไรฟะ ไอ้คำร่ายที่มันวกไปเวียนมาเนี่ย? คิดจะยั่วโมโหกันรึไงฟะ
〝【ลิฟพอยต์เอ๋ย! จงทำงานขึ้นมาซะ!!!】〞
เนื้อหาหลักไม่ได้เกี่ยวกับคำร่ายเลยนะเฮ้ย!!!
อุก... เผลอตบมุกไปจนได้
แต่ขณะที่กรกำลังผ่อนคลายอยู่กับความคิดไร้สาระเนื่องจากคิดว่าตัวเองกำลังจะได้ออกไปจากที่นี่อยู่แล้วนั้น....
อ๊อด!!!!—— อ๊อด!!!!—— อ๊อด!!!!—— อ๊อด!!!!——
หลังจากที่ลินดาได้ร่ายเวทย์ให้วงเวทย์ทำงาน เสียงที่เหมือนกับสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นมาเป็จังหวะพร้อมกับที่มีแสงสีแดงกระพริบขึ้นมาทั่วบริเวณนั้นไปหมด
〝นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกกันแน่ครับเนี่ยยยย!!!!!!〞
〝ใจเย็นก่อน... ดูที่อยู่บนหัวนั่นสิ นั่นมันตัวเลขไม่ใช่เหรอ!!!〞
〝จะ จริงด้วย 27......26......25...... ดูเหมือนว่ามันกำลังนับถอยหลังอยู่ หรือว่าเวทย์วาร์ปมันมีคูลดาวน์งั้นเหรอ?〞
〝ทะ ทุกคน... นี่หน่ะ มันไม่น่าจะใช่คูลดาวน์แล้วหล่ะ!!!!〞
〝!!!!!!?〞
ขณะที่เชษฐ์กำลังโวยวายอยู่นั้น ลินดาก็สังเกตเห็นว่าหลังจากร่ายเวทย์เสร็จ ได้มีตัวเลขปรากฏขึ้นเหนือหัวทุกคน ฮาวลี่เองก็มองขึ้นไปจึงได้สงสัยว่ามันเป็คูลดาวน์รึเปล่า? แต่กรที่ะโบอกทุกคนแบบนั้น พลางชี้นิ้วไปยังทางเดินที่ทุกคนเดินมา ก็ทำให้ทุกคนใกันใหญ่.....
ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!
กี้ๆๆๆ!!!!!!!!!
แล้วพอแสงสีแดงหยุดกระพริบ เสียงฝีเท้าหนักๆก็เริ่มมีเสียงดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นั่นมาจากทางที่กรชี้นิ้วไปนั่นเอง เป็เสียงเดินที่ไม่ใช่ของมนุษย์แน่นอน ซ้ำร้ายยังมีเสียงร้องแหลมๆที่คล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานดังออกมาพร้อมกันด้วย เสียงของมันนั้นทำให้เกิดแรงกดดันกับปาร์ตี้ทุกคนจนเหงื่อไหลอาบใบหน้าโชกเลยทีเดียว และแทบจะไม่ต้องคิด คำตอบของเสียงทั้งสองนั้นก็ปรากฏออกมาต่อสายตาของทุกคนในเวลาชั่วอึดใจ
มะ มอนสเตอร์ โกหกน่า!!!
มีทั้งก็อบลิน ลิซาร์ดแมนกับสเคเลตอนแมนก็ด้วย แถมจำนวนยัง...... ตั้ง 5 ตัว แต่ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ พวกนั้นมันกำลังเดินมาทางนี้เนี่ยสิ..... แถมยังเร็วมากด้วย มันต้องมาถึงก่อนที่เวทย์จะทำงานแน่
นี่มันเป็กับดักงั้นเหรอ!? เห็นได้ชัดเลยว่าจงใจใช้จุดหนีเป็ตัวล่อให้พวกเรามาติดกับชัดๆ
แย่แน่! คราวนี้แย่ของแท้เลยหล่ะ!
〝ชะ เชษฐ์ ใช้สกิลตรวจสอบกับมอนสเตอร์พวกนั้นได้ไหม!!!!!!!!〞
〝ขะ เข้าใจแล้วครับ—————เอ๋!? โกหกน่า นี่มันบ้าชัดๆ!!!!!!! 〞
〝กะ เกิดอะไรขึ้น? ไหนเอาสเตตัสมาให้ฉันดูหน่อย!!!〞
เพราะฮาวลี่กำลังสับสนอยู่เหมือนกัน กรจึงได้ทำสิ่งที่ควรทำคือการตรวจสอบข้อมูลของศัตรูแทนฮาวลี่ที่กำลังทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่นั่นเอง และคำตอบที่ออกมาก็ทำให้เชษฐ์กับกรใสุดขีด จนเชษฐ์นั้นเข่าทรุดลงไปทั้งที่เป็ชายชาติทหารเลยทีเดียว
『ลิซาร์ดแมนเพลิง』 เลเวล 319
《พลังโจมตี》 45,498 《พลังป้องกัน》 35,486
《พลังเวทย์》 16,546 《ความต้านทานเวทย์》 24,658
《ความว่องไว》 36,548 《พละกำลัง》 35,458
〝!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞
ละ เลเวล 300 งั้นเหรอ!!!!!!! ถะ แถมสเตตัสทั้งหมดเฉลี่ยแล้วเกือบ สามหมื่น!!
แล้วมีไอ้สัตว์ประหลาดแบบนี้ 5 ตัวงั้นเหรอ? นี่มันเื่บ้าอะไรวะ!
แย่แล้วสิ... เ้าพวกนี้อยู่ดีๆก็ปรากฏตัวออกมาแบบไม่มีวี่แววเลยด้วยซ้ำ ัักลิ่นอายไม่ได้ซักนิดเดียวจนกระทั่งมันโผล่มาเลย
หนีกลับไปทางเดิม.....ไม่ได้ ทางที่พวกเราเข้ามา พวกนั้นก็กำลังขวางอยู่ แถมตอนนี้พวกเราถูกล้อมรอบไปด้วยกำแพง ทั้ง 3 ด้านแล้ว!!!!!
พังกำแพง.....ไม่ได้ ขนาดเ้ามอนสเตอร์พวกนี้ยังแข็งแกร่งขนาดนี้ กำแพงของดันเจี้ยนเองก็ต้องแข็งพอๆกันอยู่แล้ว!!!!!!!!!
ใช้เวทย์หลบหนี...ไม่ได้อีก ถ้ามีของแบบนั้น คงไม่ต้องใช้หนีมอนสเตอร์มาตลอดั้แ่แรกหรอก!!!!!
บุกทะลวงฝ่าออกไป.....เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด ความแข็งแกร่งขนาดนั้นมันเกินขอบเขตของพวกผู้กล้าไปแล้ว! สเตตัสของพวกมันตอนนี้มากกว่าไอ้เสือตอนเลเวลอัพล่าสุดตั้ง 30 เท่า แถมยังมากกว่าตัวฉันตั้งเกือบ 300 เท่า!
ชิบ!———
ขณะที่กรกำลังเร่งการประมวลผลของสมองตัวเองให้เร็วมากที่สุดจนเกินขอบเขตมนุษย์ปกติไปแล้วเพื่อเค้นหาทางออกของวิกฤตตรงหน้าอยู่นั้น ่เวลาไม่ถึงวินาทีหลังจากที่เชษฐ์เข่าทรุดลง คุณฮาวลี่ก็ได้เดินออกไปจากวงเวทย์แล้ววิ่งไปหาพวกมอนสเตอร์อย่างรวดเร็วจนระยะห่างของเขาห่างจากพวกกรเกือบ 10 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างพวกมอนสเตอร์กับพวกกรพอดีนั่นเอง
〝คะ คุณฮาว!!! คิดจะทำอะไรกันครับ!〞
หลังจากที่กระโถามออกไปแบบนั้น ฮาวลี่ก็หันมายิ้มให้กับพวกกรทุกคนอย่างอ่อนโยน
〝ระ หรือว่า คิดจะเสียสละตัวเองงั้นเหรอ!?〞
พอลินดาะโออกมาแบบนั้น เลยทำให้ฮาวลี่หันมาตอบทุกคนอย่างรวดเร็ว นั่นอาจเป็เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าตัวเองคงไม่มีทางรอดและเหลือเวลาอีกไม่นาน เลยคิดว่าจะบอกเจตนาของตัวเองไปบ้างซักนิดก็ยังดีกระมั้ง....
〝ที่พวกเธอทุกคนต้องมาเจอเื่บ้าๆแบบนี้เป็ความรับผิดชอบของฉัน.......〞
〝มะ ไม่ใช่นะครับ คุณฮาวลี่!〞
เพราะกรเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าเวลาแบบนี้ควรจะพูดอะไร เขาจึงทำได้แค่เรียกชื่อของฮาวลี่เท่านั้น แล้วฮาวลี่ก็พูดประโยคทิ้งทวนออกมาโดยไม่สนคำพูดของกร
〝ฉันคือ....อัศวินแห่งอาณาจักรอาลันอันทรงเกียรติ! การได้ปกป้องอนาคตของมนุษยชาติเช่นพวกเธอนับเป็เกียรติยศและความภาคภูมิอันสูงสุดยิ่ง……〞
ฮาวลี่พูดแบบนั้นออกมาพลางชักดาบออกมาจากฝักในเวลาเดียวกัน
〝ตัวฉันเป็มนุษย์ได้เพราะมีศักดิ์ศรีค้ำจุนจิติญญา เป็อัศวินได้ก็เพราะครองเกียรติยศอันสูงค่า!! เพราะฉะนั้น!!!!〞
〝ฉันก็จะขอใช้ชีวิต!!!!! บนเส้นทางของอัศวินที่ฉันภาคภูมิใจ
จนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞
〝คุณฮาวลี่!!!! อย่าทำแบบนั้นนะคร้าบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞
〝โอ้ววววววววววววววววววววววว !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!〞
แต่เสียงเรียกของกรก็ส่งไปไม่ถึงฮาวลี่อีกแล้ว ฮาวลี่ได้ถือดาบวิ่งเข้าไปหากลุ่มมอนสเตอร์ที่กำลังเดินเข้ามาด้วยการดีดตัวอย่างรวดเร็วจนเหลือเชื่อ การเคลื่อนไหวของเขาช่างดูสง่างามและกล้าแกร่งสมกับนามของอัศวินที่เขาได้รับเสียจริงๆ แต่ทว่า......
ฉั๊ว!!!!!!!!
ครั้งเดียวเท่านั้น.... แค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวของมนุษย์โครงกระดูก โดยการฟันในแนวขนานกับพื้นของมัน ลำตัวท่อนบนของฮาวลี่ที่กำลังพุ่งเข้าไปหาพวกมอนสเตอร์ก็หยุดชะงักและร่วงหล่นลงมาจากท่อนล่างที่ยังทรงตัวอยู่ แล้วพอท่อนล่างของเขาล้มลงมาตาม เครื่องในอันน่าสะอิดสะเอียนรวมถึงกลิ่นเืก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว กับกรที่มีประสาทการดมกลิ่นดีกว่าปกตินั่นทำให้เขาแทบจะอาเจียนเลยทีเดียว
〝คะ คุณฮาวลี่!!! อุ๊ก!!!〞
〝โกหกน่า นั่นแค่การโจมตีเดียวเองนะ!〞
แล้วพอเห็นภาพแบบนั้นเข้าเชษฐ์ก็ถึงกับจะอาเจียนออกมาทั้งที่กำลังนั่งอยู่เลยทีเดียว แต่ลินดากลับยังคงสงบอยู่แต่เธอก็ยังอยู่ในอาการใไม่หายเช่นกัน
〝ทะ ทำไมกัน บ้าเอ้ยยยยย!!!!! โถ่เว้ยยยย!!!!〞
ในขณะที่กระโออกไปแบบนั้นด้วยความโมโหสุดขีด จนแทบจะพุ่งไปเข้าไปหาพวกมอนสเตอร์อยู่นั่นเอง พวกนั้นก็กำลังเข้ามาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอีก คล้ายกับจะเย้ยหยันฮาวลี่ที่ไม่สามารถสกัดพวกมันไว้ได้แม้แต่วินาทีเดียวยังไงอย่างงั้น พอเป็แบบนั้นเสือที่นิ่งเงียบมาตลอดจนถึงตอนนี้ก็ได้พูดขึ้นมา
〝ก็เพราะหมอนั่นมันอ่อนแอยังไงหล่ะ….〞
〝!!!!!!〞
หลังจากที่เสือพูดดูถูกฮาวลี่ออกมาแบบนั้น กรก็กระชากคอเสื้อซับในของเสือเหมือนกับที่เคยโดน แล้วดึงมันมาใกล้ๆอย่างรวดเร็วจนแม้แต่เสือเองก็ใ ทั้งยังมองเสือด้วยแววตาอาฆาตอีกต่างหาก
〝........ทำหน้าแบบนั้นก็เป็นี่หว่า ไอ้โอตาคุ〞
〝แก!!! เวลาแบบนี้ยังมาพูดจาไร้สาระอยู่อีกงั้นเหรอ!!!? ไม่ใช่เป็เพราะคุณฮาวลี่หรอกเหรอห๊ะ! ที่ออกไปล่อพวกมันนั่นหน่ะ!!!〞
〝แต่ก็ไม่ช่วยให้พวกนั้นชะงักซักนิดเลยไม่ใช่รึไงวะ!!! แหกตาดูซะสิไอ้โอตาคุห่วยแตก!!!〞
เถียงไม่ออก...
ใช่แล้ว ถึงคุณฮาวลี่จะออกไปรับหน้าแบบนั้น แต่ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย... แถมพวกนั้นยังเข้ามาเร็วขึ้นเพราะกำลังกระหายเือีก....
แต่ถึงแบบนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะไปด่าทอคุณฮาวลี่ได้หรอกนะ!!! ในสถานการณ์อันตรายแบบนี้เค้าเป็คนเดียวที่กล้าออกไปยืนเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่มีทางชนะเลยนะโว้ยยย!!! แล้วจะให้ฉันยอมรับเื่แบบนั้นได้ยังไงกัน!!!!!
〝หยุดทะเลาะกันได้แล้วทั้งสองคน!!! ตอนนี้มันแย่แล้วนะ!!!! แบบนี้มีเวลาไม่พอแน่ๆ!!!!〞
ขณะที่กรกับเสือกำลังะโใส่กันอยู่ทั้งที่กรกำลังดึงคอเสื้อของเสืออยู่ ลินดาก็ะโออกมา
แบบนี้แย่แน่ๆ.... นี่ไม่ใช่เวลามามัวทะเลาะไร้สาระจริงๆนั่นแหละ แต่ว่าจะทำยังไงดีหล่ะ.....
ตอนนี้มันไม่มีเวลาแล้ว พอคิดหาทางออกของปัญหา ทางเลือกก็ถูกตัดออกไปเรื่อยๆ หนทางแก้ก็ยิ่งน้อยลงอีก... บ้าชะมัดเลย!!!!!!!
ในสถานการณ์แบบนี้ ทางที่เหลืออยู่คงมีแต่ต้อง.......
〝อะไรกัน ไม่เห็นจะยากเลย!!! ก็แค่ใช้ตัวล่อเพิ่มอีกซักตัวก็พอแล้วนี่!!!!〞
〝วะ ว่ายังไงนะ!!!!〞
แล้วพอเสือพูดสิ่งที่กรกำลังคิดอยู่ขึ้นมา จึงทำให้กรใมาก
ใช่แล้ว... หากหนีไม่ได้ก็คงต้องใช้ตัวล่อเพื่อถ่วงเวลาจนกว่าวงเวทย์จะทำงาน
แต่จะทำยังไงหล่ะ เ้าพวกมอนสเตอร์นั่นแข็งแกร่งแบบสุดๆเลยนะ จะถ่วงเวลาก็ยังแทบเป็ไปไม่ได้ แต่ถ้าแค่ดึงความสนใจละก็———
เปรี๊ยะๆๆๆๆ!!!!!!!!
ขณะที่กรกำลังคิดอยู่นั้น ก็รู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ไหลผ่านจากตัวเสือมายังตัวเองได้ นั่นทำให้กรที่กำลังคิดหาทางออกอยู่ตัวชาแล้วเข่าทรุดลงไปเลย แล้วพอได้สติกลับมาเล็กน้อยจึงได้แหงนหน้ามองเสือ แต่แล้วเขาก็ต้องเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินคำพูดต่อไปของเสือ
〝ใช่แล้วตัวล่อ....แกยังไงหล่ะ! เหนื่อยหน่อยนะ...ไอ้โอตาคุ!!!〞
〝!!!!!!!?〞
เพราะพูดแบบนั้นด้วยสีหน้าเ็าอย่างที่สุด ราวกับจะไม่สนเื่ผิดถูกหรือศีลธรรมใดๆทั้งสิ้น จึงทำให้กรรู้สึกเสียวสันหลังวาบอีกครั้ง แต่กรในตอนนี้กลับพูดตอบกลับออกไปไม่ได้เพราะปากก็ยังชาอยู่นั่นเอง แล้วไม่รอช้าเสือก็จับศีรษะของกรแล้วดึงตัวเขาขึ้นมาจนอยู่ในระดับสายตาตัวเองโดยที่กรขัดขืนไม่ได้
〝นะ นี่นาย คิดจะทำอะไร!!!!!!!!〞
〝หืม.... ทำอะไรงั้นนนนน———เหรอ!!!!!!〞
พอลินดาถามเสือไปแบบนั้น เขาก็ตอบกลับด้วยประโยคที่ยืดเสียจนยาว แล้วเสือก็เหวี่ยงกรไปทางพวกมอนสเตอร์ในทันที หากคิดตามปกติแล้ว คงไม่มีนักเรียนปกติที่ไหนมีแรงมากพอที่จะจับคนดึงขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว แล้วเหวี่ยงคนไปได้ไกลเกือบ 10 เมตรได้ แต่ที่ทำแบบนั้นได้เป็เพราะที่ว่ามานั่นมันเป็ปัญหาด้านความต่างของสเตตัสนั่นเอง แล้วกรก็กลิ้งไปเรื่อยๆ และกระดอนไปมาราวกับลูกบาสเกตบอลยังไงอย่างงั้น จนสุดท้ายก็หยุดนิ่งลงในที่สุด กรในตอนนี้อยู่ในท่านอนคว่ำ และนอนตัวตรง กำลังเงยหน้ามองไปยังทางที่มีวงเวทย์ฉายแสงอยู่
〝ก็กำลังพยายามเอาชีวิตรอดอยู่....ยังไงหล่ะ!〞
ขณะที่พูดแบบนั้นใช้สายตามองปะทะมาทางกร สายตาเ็าของเสือก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย แต่สายตาของกรที่มองกลับไปนั้น ทั้งสิ้นหวังและอ้างว้างอย่างน่าใจหาย เพราะพูดไม่ได้เขาจึงได้แต่คิดคำพูดทั้งหลายอยู่ในใจเพียงเท่านั้น
สายตาแบบนั้น.... ฉันเคยเห็นมาแล้ว!
สายตาแบบเดียวกับรินในตอนที่ตัดสินใจ..... ไม่สิ...ยังน้อยไป นั่นมันคล้ายกับสายตาของเราในตอนแรกๆที่เสียพ่อกับแม่ไปยังไงอย่างงั้น.....
มันเป็สายตาของคนที่ตัดสินใจเื่สำคัญได้... ตัดสินใจว่าจะไม่สนอะไรนอกจากกฎของตัวเองอีก!!!
ถึงเราจะเป็อริกัน แต่ฉันยังไม่เคยคิดใช้แกเป็เหยื่อเลยนะเฮ้ย!!!
การเตรียมใจของไอ้หมอนี่... ยอมทำถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ?
ชิ้ง!!!!!!!
และไม่ปล่อยให้พักอีกครั้ง ขณะที่กรกำลังคิดแบบนั้นอยู่ ก็มีสายตา 5 คู่ส่องประกายด้วยแสงสีแดง มองมายังที่ตัวเขานอนคว่ำอยู่ ใช่แล้วเ้าพวกมอนสเตอร์มันกำลังมองมาที่เหยื่อตัวต่อไปของพวกมันอยู่นั่นเอง แล้วพวกมันก็เดินเข้ามาล้อมกรอบกรทั้งแบบนั้น แล้วลิซาร์ดแมนตัวนึงก็เงื้อดาบที่มีรูปร่างแปลกๆขึ้นมาเหนือร่างของกรที่ยังคงนอนอยู่แล้วก็ฟาดมันลงมาอย่างรวดเร็ว
ตู้มมมมมม!!!!!!!!!!!!!
เสียงดังที่เกิดจากดาบใหญ่ของเ้าลิซาร์ดแมนหวดลงมาโดนพื้นดินจนแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ดังขึ้นราวกับประทัดใหญ่ๆเลยทีเดียว แต่ที่ตรงนั้นไม่มีตัวกรอยู่ นั่นก็เพราะในชั่วพริบตาที่ลิซาร์ดแมนกระดิกนิ้วโดยมีแนวโน้มจะไปคว้าดาบ กรได้ใช้แรงที่เหลืออยู่น้อยนิดในการกัดริมฝีปากตัวเองอย่างแรงจนเืออกเพื่อใช้ความเ็ปนั่นทำให้ร่างกายกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเองอีกครั้ง จากนั้นก็พลิกตัวหลบดาบที่ฟาดลงมานั่นได้อย่างฉิวเฉียด
〝เห หลบได้ด้วยแฮะ〞
แฮ่ก!!! แฮ่ก!!! แฮ่ก!!! แฮ่ก!!! แฮ่ก!!!
เสือพูดชื่นชมกรที่หลบได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก็ยังคงมีสายตาเ็าเหมือนเดิม กรที่กำลังเหนื่อยหอบและหายใจถี่ขึ้นเพื่อเร่งการไหลเวียนเืให้ร่างกายกลับมาทำงานอยู่นั้น จึงไม่ได้ยินเสียงที่เสือพูดออกมาเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังต้องใช้สมาธิในการจับการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ ในระดับนาโนเมตร ในเวลาเสี้ยววินาทีของเศษเสี้ยววินาที แถมยังมีตั้ง 5 ตัวพร้อมกันอีกต่างหาก เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถหลบการโจมตีที่รวดเร็วเสียจนเกินขอบเขตการตอบสนองด้วยปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ของมนุษย์ปกติไปแล้วแบบนั้นได้ แต่ถึงทำเื่สุดยอดแบบนั้นอยู่ กรก็ยังสามารถพูดคุยได้ตามปกติอยู่เลย จึงได้ะโไปทางที่พวกเสือยืนอยู่
〝เห้ยไอ้เสือ!!!! เล่นบ้าอะไรวะ!!!!! กูไม่ขำด้วยนะเว้ย!!!!!!!!!!!!!!〞
แม้กรจะพูดออกมาด้วยเสียงที่หนักอึ้ง แต่เสือก็ยังคงมองมาทางกรด้วยสีหน้าเ็าเหมือนเดิม โดยที่ไม่ได้ตอบกรกลับไป
แย่แล้วสิ... แค่หลบก็เต็มที่แล้ว... ไม่สิโชคยังดีที่เรามีสุดยอดการประมวลผล เลยสามารถคาดเดาทางดาบล่วงหน้าได้เกือบ 3 วินาที ซึ่งก็มากพอที่จะทำให้สเตตัสแบบเราหลบพวกนี้ทั้ง 5 ตัวด้วยการเคลื่อนไหวน้อยที่สุดได้...
สเตตัสต่ำกว่าตั้ง 300 เท่า เราเองยังแปลกใจเลยที่หลบได้...
จากที่สังเกต... ถึงสเตตัสจะต่างกันถึง 300 เท่า แต่ความเร็วของมันกลับไม่ได้เร็วกว่าเรา 300 เท่าตามไปด้วย มันเร็วกว่าแค่ประมาณ 50 เท่าเห็นจะได้
ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่ถ้านั่นคือข้อได้เปรียบที่ไม่ทำให้ตายในทันที ก็ถือว่าโชคดีสุดๆแล้ว...
...แต่ถึงเป็แบบนั้นก็ทำได้แค่หลบอยู่กับที่เท่านั้น ผละออกไปจากตรงนี้ไม่ได้เลยซักนิด… ไอ้เ้าพวกนี้มันแกล้งเราอยู่รึไงวะ ไม่สิ...ดูเหมือนมันจะเร็วขึ้นเรื่อยๆแล้วด้วย แย่หล่ะสิหรือว่าเราจะทำให้มันโกรธกัน!?
วิ้ง!!!!!!!!!!
แล้วเสียงที่ทุกคนรอคอยมาตลอดก็ดังขึ้นมา แต่เสียงนั่นกลับทำให้กรใจหายจนหล่นมาอยู่ตาตุ่มเลยทีเดียว เสียงที่ว่านั่นก็คือ เสียงของวงเวทย์ของจุดหนีกำลังทำงานนั่นเอง ดูเหมือนกรจะใช้สมาธิในการหลบพวกมอนสเตอร์เสียจนไม่ได้สังเกตเวลาที่เหลือจนกระทั่งเวลาครบเลยทีเดียว แต่เพราะแบบนั้นโดยผลลัพธ์แล้วก็คือ เขาสามารถถ่วงเวลาให้สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนได้นั่นเอง เสือที่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงได้พูดสิ่งที่ทำให้กรใมากยิ่งขึ้นไปอีก
〝ยิ่งกว่าที่คิดซะอีกนะ.... ยอดไปเลยแฮะไอ้『สุดยอดการประมวลผล』ของแกเนี่ย.... น่าเสียดายชะมัดที่มันมาอยู่กับคนอย่างแก!〞
〝!!!!!!!!!!!!!!!!!!!?〞
กรที่กระตุกไปเล็กน้อยกับคำพูดของเสือไปราวๆ 0.0032 วินาที เลยโดนมนุษย์โครงกระดูกใช้ดาบยาวคมเดียวฟันชะแลบไปที่แก้มขวาจนเป็รอยแผลยาวเกือบ 5 เิเ แล้วเืก็ไหลอาบลงมาจากแผลนั่นจึงได้สติทันที แล้วรับมือกับการโจมตีต่อไปของกลุ่มมอนสเตอร์พลางคิดถึงเื่ที่เสือพูดไปในตัว
นี่มันบ้าชัดๆ!!! ไอ้หมอนี่รู้ความสามารถของฉันอยู่แล้วงั้นเหรอ?
ั้แ่เมื่อไหร่กัน!? นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่วะ!
〝กะ แก! ทำไมถึงได้รู้!?〞
แน่นอนว่าเสือไม่ได้ตอบกรเหมือนเดิม
〝หยุดพูดจาไร้สาระกันได้แล้ว!!!! กร!! รีบวิ่งมาทางนี้เร็วๆเข้า!!!〞
〝มะ ไม่ได้!!! ฉันขยับออกไปจากตรงนี้ไม่ได้เลยซักนิด!!!〞
〝กรอด!!!!!!!!!!〞
ลินดาที่ได้ยินทั้งสองคนคุยกัน แม้จะไม่รู้เนื้อหาก็ตาม แต่เธอก็ยังตะคอกใส่เสือ แล้วรีบะโเรียกกรให้รีบมา แต่พอกรตอบกลับมาแบบนั้นทำให้ลินดาที่เป็คนเยือกเย็นถึงกับกัดฟันแน่นเลยทีเดียว แล้วหลังจากนั้นแค่ชั่วครู่ แสงสว่างจากวงเวทย์ก็สว่างจ้าขึ้นจนแสบตา แล้วกรที่หรี่ตามองไปยังบริเวณนั้นพลางหลบมอนสเตอร์ไปด้วยก็ได้ยินคำพูดของเสือเข้า
〝โทษทีหว่ะไอ้โอตาคุ.............. มนุษย์เรา......โลกของเรามันก็เน่าเฟะแบบนี้แหล่ะ———〞
วิ้ง!!!!———
หลังจากสิ้นคำพูดนั้นของเสือ แสงสว่างของวงเวทย์ที่เคยมีในตอนที่พบครั้งแรกก็หายไปจนสิ้นพร้อมกับร่างของทั้ง 3 คนที่อยู่ในวงเวทย์ แค่เห็นภาพนั้นก็ทำให้กรรู้สึกใจสั่นในทันทีด้วยสัญชาตญาณ ที่เหลือไว้ก็แค่วงกลมอันซับซ้อนที่มีตัวอักษรแปลกๆเขียนไว้ด้วยผงสีขาวคล้ายๆกับผงชอล์กและก็ความว่างเปล่าที่ทำให้รู้สึกสิ้นหวังอยู่เพียงลำพังเท่านั้นเอง———
❖❖❖❖❖
